Category: ธุรกิจต่างๆ

  • วิธีขายโคมไฟจากกะลามะพร้าวให้ประสบความสำเร็จ

    สำหรับวันนี้ ผมก็จะขอนำท่านผู้อ่านมาทำความรู้จักกับโคมไฟที่ทำจากกะลามะพร้าว หรือที่เรียกกันว่า โคมไฟกะลามะพร้าว นั่นเองครับ

    ซึ่งแต่เดิมเนี่ยโคมไฟใช้เป็นอุปกรณ์ใช้สำหรับการอ่านหนังสือ แต่ในปัจจุบันมีการนำโคมไฟมาเป็นเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งบ้าน ซึ่งโคมไฟที่ถูกออกแบบมาเพื่อตกแต่งบ้าน จะมีรูปทรงที่แต่งต่างกันออกไป ตามแต่วัสดุที่นำมาประดิษฐ์ ซึ่งการผลิตโคมไฟสามารถใช้วัสดุได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น พลาสติก อะลูมิเนียม หรือเหล็ก ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันออกไปตามวัสดุที่นำมาผลิต แต่ในปัจจุบันโคมไฟสามารถผลิตจากกะลามะพร้าวได้แล้วครับ

    กะลามะพร้าวเนี่ยนะครับ เป็นส่วนประกอบของมะพร้าว มีความสวยงามในด้านความเป็นมันวาวของตัวมันเอง เราสามารถนำมาทำเป็นโคมไฟได้ โดยการนำความสวยงามในกะลามะพร้าวมาประดิษฐ์เป็นโคมไฟสวยงาม มาใช้ประโยชน์ตามต้องการได้

    คนที่คิดสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมานี่ก็มีความคิดที่บรรเจิดมากเลยครับ สามารถที่จะหยิบกะลามะพร้าวที่ไม่มีใครสนใจปล่อยทิ้งปล่อยขว้างตามสวนมาสร้างสรรค์ผลงานออกมาจนทำให้มีรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง นับถือจริงๆ ครับ แถมลักษณะของโคมไฟจากกะลามะพร้าว ยังมีลักษณะที่แปลกแตกต่างจากสิ่งอื่น เรียกได้ว่าใครเห็นก็คงต้องแวะชมกันทุกรายหล่ะครับ และยังเป็นสินค้าที่ส่งออกขายต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งได้เงินเข้ากระเป๋าตัวเองไม่พอ แถมยังช่วยประเทศอีกนะครับ เห็นดังนั้นแล้วก็เลยนำวิธีในการทำโคมไฟจากกะลามะพร้าว มาฝากท่านผู้อ่าน มาอ่านวิธีการทำกันเลยดีกว่าครับ

    วิธีการทำกะลามะพร้าว วิธีที่ 1

    วัสดุในการทำ

    – กะลามะพร้าว 1 ลูก
    – จั่นมะพร้าว หรือช่อดอกมะพร้าว
    – เครื่องตัดไฟฟ้า
    – สว่านไฟฟ้า
    – เลื่อยฉลุไฟฟ้า
    – กระดาษทราย
    – ไม้
    – หลอดไฟ
    – สายไฟ
    – สวิตช์ไฟ
    – กาวร้อน
    – แล็กเกอร์ และสีทาไม้

    วิธีการทำ

    1. ยกตัวอย่างการทำโคมไฟกะลามะพร้าวรูปทรงแบบตัวไก่ ให้เรานำมะพร้าวมาปอกเปลือกออกให้หมด ให้เหลือแต่ส่วนที่เป็นกะลาทั้งใบไว้
    2. นำสว่านไฟฟ้ามาเจาะรูด้านล่างของกะลามะพร้าว และขูดเนื้อมะพร้าวด้านในออกให้หมด และขัดกะลาด้านในให้สะอาด
    3. ขั้นตอนต่อมานำกะลามะพร้าวมาขัดผิวด้านนอกให้เรียบ ผิวเรียบ หรือไม่เรียบสามารถวัดได้จากการลูบผิวกะลา เมื่อลูบแล้วจะรู้สึกลื่นมือ
    4. เพื่อให้แสงไฟลอดผ่านเข้ามาได้ เราก็จะต้องเจาะรูให้ทั่วทั้งกะลามะพร้าว โดยกะระยะแต่ละรูให้ห่างเท่าๆ กัน
    5. ให้นำกะลามะพร้าวมาขัดด้วยกระดาษทรายให้ผิวเรียบ
    6. ขั้นต่อมาจะเป็นการทำในส่วนหัวไก่ และคอไก่ โดยให้นำไม้ที่เตรียมมาไว้แล้ว มาตัดด้วยเครื่องตัดไฟฟ้า และนำกระดาษทรายมาขัดผิวกะลาให้เรียบ
    7. และนำจั่นมะพร้าวที่เตรียมไว้ มาติดตกแต่งลงบนหัวไก่สำหรับทำเป็นขนช่วงคอไก่
    8. เมื่อเราได้ตกแต่งจั่นมะพร้าวเรียบร้อยแล้ว ให้นำจั่นมะพร้าวมาประกอบกับกะลาที่เจาะรูไว้ โดยใช้ฝุ่นผงกะลาโรยลงไปก่อน และหยดกาวร้อนตามลงไปตามรอยต่อ จะช่วยทำให้ติดแน่นมากขึ้น
    9. ต่อจากนั้นนำกะลามะพร้าวผ่าซีก 2 ชิ้น มาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ทำเป็นส่วนหางของไก่ และส่วนปีกของไก่ ส่วนขา เล็บ และเดือยไก่นั้น ให้ใช้ไม้มาทำการตัดขึ้นรูป
    10. เมื่อเราได้ส่วนประกอบทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ให้นำมาติดยึดเข้ากับลำตัวไก่ โดยจะใช้กาวร้อนในการยึดติด
    11. ต่อไปจะมาถึงขั้นตอนการทำขอนไม้สำหรับให้ไก่ยืน เริ่มจากการนำขอนไม้ที่เตรียมไว้มาขัดผิวให้เรียบ และนำตัวไก่ที่ประกอบเสร็จแล้วมาติดลงบนขอนไม้ นำกาวร้อนมาทาให้ยึดติดกัน
    12. ต่อจากนั้นให้ทาสีให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้ง และเคลือบผิวด้วยน้ำยาแล็กเกอร์อีกครั้ง ทิ้งไว้ให้แห้งอีกครั้งหนึ่ง จึงทำการติดชุดไฟ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นวิธีการทำ

    วิธีการทำกะลามะพร้าว วิธีที่ 2

    วัสดุในการทำ

    – กะลามะพร้าว 1 ลูก
    – หลอดไฟ สายไฟ ปลั๊กไฟ
    – เทปพันสายไฟ
    – ไม้อัดเหลือใช้
    – คอโคมไฟไม่ใช้แล้ว
    – เครื่องยิงกาว
    – สีไม้โอ๊ก
    – เลื่อยฉลุ
    – สว่านเจาะ
    – กระดาษทรายหยาบ
    – กระดาษทรายละเอียด
    – ดินสอ
    – วงเวียน

    วิธีการทำ

    1. ให้นำกะลามะพร้าว 1 ลูก มาผ่าตรงกลางกะลาเป็น 2 ส่วน ผ่าให้มีขนาดที่ไม่เท่ากัน ให้ส่วนหนึ่งเล็กกว่าอีกส่วนหนึ่งประมาณ 1 เซนติเมตร
    2. ให้นำกะลามะพร้าวส่วนที่เล็กมาเจาะรูตรงกลาง ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว
    3. ขัดกะลามะพร้าวให้มัน และนำมาทาด้วยสีไม้โอ๊ก
    4. นำกะลามะพร้าวส่วนที่ใหญ่กว่า มาเจาะรูตรงกลาง ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว และเจาะรูด้านข้างขนาดเส้น
    ผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อไว้ติดสวิตช์ไฟ
    5. ขั้นตอนต่อไปให้นำคอโคมไฟที่ไม่ใช้แล้ว มาติดกับกะลามะพร้าวด้านที่ใหญ่ โดยใช้ติดกาวให้แน่น
    6. นำสายไฟติดปลั๊กไฟให้เรียบร้อย และนำมาสอดเข้ารู เพื่อติดสวิตช์ไฟ ต่อจากนั้นนำไม้อัดมาปิด ฐานกะลามะพร้าวให้เรียบร้อย
    7. นำกะลามะพร้าวาส่วนที่เล็ก มาติดกับคอโคมไฟด้านบน และสอดสายไฟจากฐานกะลามะพร้าวขึ้นมา ก็เป็นอันเรียบร้อย

    วิธีการทำกะลามะพร้าว วิธีที่ 3

    วัสดุในการทำ

    – กะลามะพร้าว 1 ลูก
    – โคมไฟพร้อมส่วนประกอบ เช่น หลอดไฟ สายไฟ ขั้วไฟ
    – กาวร้อน ใช้ติดส่วนประกอบ
    – เศษผงไม้ ใช้เป็นตัวประสานชิ้นงานโดยใช้กาวร้อนเป็นตัวเชื่อม
    – ไดนาโม
    – มอเตอร์
    – เลื่อยฉลุ
    – สว่านแท่น
    – ใบเลื่อย
    – ผ้าซับมัน
    – กระดาษทรายหยาบ และกระดาษทรายละเอียด

    วิธีการทำ

    1. เริ่มจากการคัดเลือกกะลามะพร้าวก่อน
    2. ให้นำกะลามะพร้าวมาขึ้นเป็นแบบต่างๆ ตามที่ต้องการ
    3. ตัดส่วนประกอบ และประกอบกันเป็นรูปร่างตามที่ต้องการ
    4. นำกระดาษทรายชนิดหยาบมาขัด
    5. นำกะลามะพร้าวมาขึ้นลวดลายตามต้องการ
    6. นำกะลามะพร้าวไปเจาะรูตามแบบที่ต้องการ
    7. นำกระดาษทรายชนิดละเอียดมาขัด จำนวน 2 ครั้ง
    8. ให้นำชิ้นส่วนทั้งหมด มาประกอบกันเป็นรูปร่างตามที่เราต้องการ โดยใช้กาวร้อนเป็นตัวเชื่อม
    9. นำชิ้นงานกะลามะพร้าวไปขัดด้วยผ้าซับมัน เพื่อเป็นการเคลือบแลกเกอร์ให้ดูเงางาม

    วิธีการทำกะลามะพร้าว วิธีที่ 4

    วัสดุในการทำ

    – กะลามะพร้าว 1 ลูก
    – รากไม้
    – หลอดไฟ
    – สายไฟ
    – สวิตซ์ และปลั๊กไฟ
    – แลคเกอร์สำหรับเคลือบเงา
    – กระดาษทราย
    – กาวร้อน
    – เลื่อยฉลุ
    – สว่านเจาะ
    – เครื่องขัดไม้
    – บุ้งขัดไม้
    – ตะปู
    – ดินสอ
    – วงเวียน
    – เทปพันสายไฟ

    วิธีการทำ

    1. ให้นำผลมะพร้าวมาปลอกเปลือกออก และนำน้ำมะพร้าว และเนื้อมะพร้าวออก
    2. ต่อมาให้นำกระดาษทรายขัดผิวลูกมะพร้าวให้เรียบ
    3. นำกะลามะพร้าวที่ขัดผิวแล้ว มาตัด และเจาะตามแบบที่เราต้องการ
    4. ให้นำส่วนประกอบทุกชิ้นมาประกอบกันเป็นโคมไฟ
    5. นำแลคเกอร์สำหรับเคลือบเงามาพ่นลงกะลามะพร้าวเพื่อให้เกิดความเงางาม
    6. ขั้นตอนสุดท้ายให้นำสายไฟติดปลั๊กไฟให้เรียบร้อย และสอดเข้ารูเพื่อติดสวิตซ์ไฟ แล้วนำไม้อัดมาปิดฐานกะลามะพร้าวให้เรียบร้อย

    การเลือกกะลามะพร้าว

    สำหรับกะลามะพร้าวที่จะนำมาใช้ทำเป็นโคมไฟนั้น เราจะเลือกใช้มะพร้าวลูก โดยนำมาปอกเปลือกให้หมดจนเหลือเพียงแต่กะลา ต่อจากนั้นให้เราคัดกะลาที่มีขนาดพอเหมาะพอดีที่จะนำไปทำโคมไฟ ซึ่งขนาดของกะลาที่จะใช้นั้น ขึ้นอยู่กับขนาดของโคมไฟที่เราต้องการทำ ว่ารูปทรงเป็นแบบไหน เล็ก หรือใหญ่เพียงใด

    เงินลงทุน

    สำหรับเงินลงทุนสำหรับท่านที่ขายโคมไฟกะลามะพร้าวนี้ ขึ้นว่ากับว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก หรืออาชีพเสริม ถ้ายึดทำเป็นอาชีพหลัก เปิดเป็นร้านวางขายเลย เงินทุนก็จะอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท ไม่รวมค่าเช่าที่ ซึ่งเงินลงทุนส่วนใหญ่แล้วจะเป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ ถ้าทำเป็นอาชีพเสริมก็อาจจะไม่ต้องลงทุนเยอะ ทำตามกำลังทรัพย์ที่สามารถทำได้ ต้นทุนจะอยู่ที่ประมาณ 50% ของราคาขาย ซึ่งราคาขายอยู่จะอยู่ที่ประมาณหลักร้อยต้นๆ ถึงหลักพันกลางๆ ขึ้นอยู่กับความประณีตของงาน

    ไอเดียการทำโคมไฟกะลามะพร้าว

    ซึ่งจุดเด่นของโคมไฟจะมีจุดเด่นอยู่ที่ไอเดียการออกแบบของผู้ทำ โดยชิ้นงานที่ผลิตขึ้นขอยกตัวอย่างเช่น โคมไฟรูปสัตว์ และโคมไฟรูปดอกไม้ สำหรับการใช้งานก็จะมีทั้งแบบตั้งโต๊ะ แขวน ระย้า และติดผนัง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะชอบโคมไฟที่แปลกแหวกแนวไม่ซ้ำใคร และลูกค้าจะชอบร้านขายที่มีลักษณะการออกแบบเฉพาะตัว เพราะลูกค้าที่ซื้อไปส่วนใหญ่จะซื้อไปตกแต่งบ้าน หรือสถานที่ทำงาน ตัวผู้ทำก็ต้องมีการคิดออกแบบรูปทรงใหม่ๆ ออกมา เพื่อไม่ให้รูปทรงเกิดการซ้ำกันมากจนเกินไป และเพื่อเป็นการให้แตกต่างจากร้านขายโคมไฟกะลามะพร้าวร้านอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ยังสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศได้อีกด้วย ซึ่งก็มีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบโคมไฟดีไซน์สวยงามเหล่านี้

    นอกจากนั้น เศษวัสดุกะลาจากการทำโคมไฟ ยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นเครื่องใช้หลากหลายชนิด เช่น นาฬิกา เข็มขัด แหวน เครื่องใช้ในครัวเรือน โมบาย กระเป๋าสตางค์ และอื่นๆ อีกมากมาย

    สรุป

    เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ ท่านใดมีสวนมะพร้าว ก็ลองนำกะลามะพร้าว มาทำโคมไฟจากกะลามะพร้าวกันดูได้นะครับ จะทำเป็นอาชีพเสริม หรืออาชีพหลักก็น่าลอง และถ้ายิ่งใส่ไอเดียที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครรับรองเมื่อนำไปวางขาย จะสะดุดตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแน่นอนครับ นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับเราและครอบครัวแล้ว ยังเป็นการนำสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นค่า และเป็นขยะ มาประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ

  • วิธีทำธุรกิจสปาให้ประสบความสำเร็จ

    ความสวยความงามเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง เหตุนี้จึงทำให้เกิด ธุรกิจสปา ซึ่งเป็นธุรกิจที่ช่วยเพิ่มความงามและดูแลสุขภาพความงามไปในเวลาเดียวกัน ธุรกิจสปา กำลังได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในปัจจุบันนี้ที่เป็นยุคแห่งการหันมาใส่ใจสุขภาพทั้งภายในและภายนอก รวมถึงสุขภาพที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดความงามที่ปราศจากสารเคมี ธุรกิจสปา ถือเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่รักทั้งสุขภาพและความงาม โดยเฉพาะคุณผู้หญิง สำหรับผู้ที่กำลังทำ ธุรกิจสปา อยู่และต้องการเพิ่มจุดสนใจให้ธุรกิจไปได้สวย ขอแนะนำ 9 สิ่ง ดังต่อไปนี้

    นวดหน้า

    การนวดหน้าให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ธุรกิจสปา เป็นการเสริมความงามให้กับลูกค้า โดยคุณควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี เพื่อไม่ให้เกิดอาการแพ้กับลูกค้า โดยเลือกผลิตภัณฑ์จากส่วนผสมจากธรรมชาติ หรือสมุนไพร โดยการนวดหน้านั้นจะช่วยเพิ่มผ่อนคลายให้กับลูกค้า และยังช่วยเพิ่มความงามให้กับผิว เพื่อสุขภาพผิวที่ดี พนักงานจะต้องมีการฝึกฝนการนวดหน้าจากสถาบันความงาม เพราะการนวดหน้านั้นสามารถเพิ่มความกระชับเรียบเนียนให้กับผิวหน้าได้ดีอีกด้วย ผิวหน้าเป็นส่วนที่มีความสำคัญและบอบบางมาก ดังนั้นการนวดหน้าจึงต้องทำโดยพนักงานมืออาชีพประกอบกับผลิตภัณฑ์ที่มีการทดสอบแล้วว่าไม่เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง

    บำรุงผิวกาย

    การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากธรรมชาติ สมุนไพรที่ส่งผลดีต่อสุขภาพผิวกาย ซึ่งสมุนไพรเป็นสิ่งที่มาจากธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง ซึ่งทำให้ลูกคี้ท่เข้ามาใช้บริการใน ธุรกิจสปา มั่นใจ โดยการบำรุงผิวกายสามารถทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ผิวเรียบเนียนเสมอกันทั่วเรือนร่าง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าที่ไม่มีเวลาในการบำรุงผิวกายอย่างสม่ำเสมอ

    ลูกประคบ

    การใช้ลูกประคบใน ธุรกิจสปา ที่ประกอบด้วยสมุนไพรนานาชนิดนั้นช่วยดูแลในเรื่องสุขภาพ โดยการนำลูกประคบมานวดประคบตามร่างกาย ซึ่งคุณประโยชน์หลักของลูกประคบหลักๆ ก็คือช่วยบรรเทา และคลายอาการปวดเมื่อยล้าตามร่างกาย เหมาะอบอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่หลังคลอด หรือคุณผู้หญิงคุณผู้ชาย ผู้สูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

    อบตัว

    การอบตัวถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อยู่ใน ธุรกิจสปา มาอย่างยาวนาน เพราะการอบตัวถือเป็นศาสตร์ในการดูแลความงามของคุณผู้หญิงที่มีสืบทอดกันมาตั้งแต่ในสมัยก่อนจนถึงปัจจุบัน โดยการอบตัวนั้นจะใช้สมุนไพรนานาชนิดที่มีความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ ทั้งช่วยกระชับรูขุมขนบนผิวหน้า กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวทำให้ผิวพรรณผ่องใสเรียบเนียน ส่วนกลิ่นในระหว่างอบตัวยังช่วยกระตุ้นให้เกิดความผ่อนคลายช่วยบรรเทาอาการตึงเครียด ลดอาการอ่อนเพลียได้อีกด้วย

    ขัดผิว

    การขัดผิวเป็นการดูแลความงามด้านผิวใน ธุรกิจสปา โดยใช้สมุนไพรโบราณที่มีประโยชน์ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว ซึ่งสมุนไพรเหล่านั้นเป็นสมุนไพรที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นมะขาม ขมิ้น หรือทานาคา ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวทำให้ผิวของผู้ที่มาใช้บริการสปามีผิวที่เรียบเนียน สีผิวที่กระดำกระด่างไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้ผิวพรรณทั่วเรือนร่างขาวสกระจ่างใส เรียบเนียนขึ้น

    แช่น้ำนม

    ธุรกิจสปา โดดเด่นในเรื่องการดูแลสุขภาพผิว การแช่น้ำนมเป็นการดูแลผิวที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายและความชื่นชอบให้กับผู้ที่เข้ามาใช้บริการสปาเป็นอย่างยิ่ง เพราะการแช่น้ำนมนั้นถือเป็นการบำรุงผิวที่มากกว่าการขัดผิว และการทาครีมบำรุงผิว เพราะน้ำนมเป็นสิ่งที่มาจากธรรมชาติ ทำให้ผิวนั้นได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน ส่งผลให้ผิวเต่งตึงแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น

    นวดตัว

    การนวดตัว ช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย และลดอาการปวดเมื่อยได้เป็นอย่างดี ซึ่งใน ธุรกิจสปา เลือกที่จะนำการนวดตัวมาเป็นตัวชูโรงในการทำธุรกิจนี้ เพราะการนวดตัวนอกจากจะนวดเพื่อผ่อนคลายแล้ว ยังสามารถนำการนวดแผนโบราณ หรือแผนไทยโดยผู้ที่มีฝีมือในการนวดมานวดให้กับลูกค้าได้อีกด้วย

    เครื่องดื่มสุขภาพ

    เครื่องดื่มสมุนไพรควรนำมาใช้ใน ธุรกิจสปา โดยเลือกเครื่องดื่มสมุนไพรมาใช้ตอนรับผู้ที่มาใช้บริการ โดยเลือกนำสมุนไพรที่มีรสชาติและกลิ่นที่ผ่อนคลาย อาทิ น้ำใบเตย น้ำชา เพื่อให้ลูกค้าได้รับการดูแลสุขภาพทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเครื่องดื่มสมุนไพรนั้นกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นควรเลือกมาบริการใน ธุรกิจสปา

    อาหารสุขภาพ

    อาหารสุขภาพเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรมีใน ธุรกิจสปา เพราะในยุคนี้ที่เต็มไปด้วยผู้คนที่หันมาสนใจดูลสุขภาพ ดังนั้นในธุรกิจควรมีการให้บริการอาหารสุขภาพโดยเน้นที่ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ไม่มีไขมันหรือน้ำตาล เพื่อให้ลูกค้ามีสุขภาพดีขึ้น

    สรุป

    การทำ ธุรกิจสปา จะต้องเริ่มจากความตั้งใจและมีใจรักในการบริการ เพราะธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจบริการที่ต้องการความละเอียดอ่อนและให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่นั้นเป็นคุณผู้หญิง สำหรับทั้ง 9 สิ่งที่แนะนำไม่ว่าจะเป็น นวดหน้า ครีมบำรุงผิวกาย ลูกประคบ การอบตัว ขัดผิว แช่น้ำนม การนวดตัว เครื่องดื่มสุขภาพ และอาหารสุขภาพ ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้ ธุรกิจสปา มีความหลากหลายมากขึ้นเป็นอีกทางเลือกสำหรับการเข้ามาใช้บริการสปาของลูกค้าด้วย

  • วิธีทำธุรกิจขนาดเล็กให้ประสบความสำเร็จ

    การที่จะลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ สักธุรกิจหนึ่ง เชื่อว่าคนที่มีฐานะการเงินดี ก็คงจะไม่เดือดร้อนเหมือนกับผู้ที่ไม่ค่อยมีเงินทุนเท่าใดนัก เพราะหากจะเอาเงินเก็บทั้งหมดมาลงทุนทำธุรกิจตู้มเดียวก็ดูจะเสี่ยงจนเกินไป ถึงแม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆก็ตาม แต่การที่จะลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ จะต้องคำนวณรายจ่ายทั้งหมดก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน ซึ่งการลงทุนทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายของสถานที่ตั้ง ค่าลงทุนวัตถุดิบ ไปจนถึงค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ ซึ่งอาจจะทำให้นักธุรกิจหน้าใหม่ที่มีเงินน้อยต้องหัวหมุนในการกู้หนี้ยืมสินซึ่งอาจเป็นปัญหาการเงินในภายหลังได้

    หลักการทำธุรกิจเล็กๆ

    หากคุณมีความต้องการอยากลองทำธุรกิจสักอย่าง แต่ทุนไม่เอื้ออำนวยมากเท่าใดนักลองหันมาเปิดเป็นกิจการเล็กๆ ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากนัก ส่วนสถานที่อาจจะเริ่มจากบ้านของคุณ โดยไม่ต้องไปหาเช่าพื้นที่ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าธุรกิจที่คุณเปิดนั้นคืออะไร และเหมาะกับการทำในบ้านหรือไม่ ซึ่งในการที่คุณจะทำธุรกิจหรือทำอาชีพเสริมนั้น จะต้องดูก่อนว่าคุณถนัดหรือชอบอะไร และการทำธุรกิจก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีหน้าร้านเสมอไป อย่างการรับดอกไม้ประดิษฐ์มาทำ การจัดสวนถาด การทำขนมอบส่งตามร้านกาแฟ การปลูกผักออแกนิคส่ง ฯลฯ ซึ่งมีธุรกิจอีกมากมายหลายอาชีพที่สามารถนำมาทำที่บ้านได้ โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน ก็สามารถทำรายได้ได้เช่นกัน

    อุปสรรคของการทำธุรกิจเล็กๆ

    การลงทุนประกอบอาชีพอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าอาจจะต้องเจอกับอุปสรรค แต่ในอุปสรรคก็ย่อมมีโอกาสซึ่งหากคุณเป็นคนที่มีความรู้มีความสามารถ และมีความชำนาญด้านใดด้านหนึ่ง หรือมีเครือข่ายของสังคมที่พอจะช่วยเหลือค้ำจุนได้ คุณก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองไม่ได้ นักธุรกิจบางคนก็มีการเริ่มต้นด้วยเงินทุนเพียงน้อยนิด แต่อาศัยสมองและสองมือเป็นหลัก หลายคนที่เริ่มต้นจากเล็กน้อย แต่ด้วยหัวใจที่กล้าเสี่ยงและกล้าลองกับสมองที่มีการลับคมอยู่ตลอดเวลาที่สำคัญที่สุดคือไม่ย่อท้อไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จึงทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างลงตัวแม้จะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการก็ตาม

    ความพร้อมของการทำธุรกิจเล็กๆ

    ผู้ที่อยากเริ่มธุรกิจ ควรคิดให้ถี่ถ้วนว่าหัวใจพร้อมจะก้าวไปแล้วหรือยัง เชื่อว่ามีหนุ่มสาวออฟฟิศจำนวนไม่น้อยที่อยากจะมีรายได้เสริมนอกเหนือจากงานประจำด้วยการลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ ขึ้นมา เพียงแต่บางคนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี และยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ซึ่งก่อนจะลงทุนไปกับสิ่งใด ควรจะมีแนวทางที่ชัดเจนก่อน จะได้ไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเพราะทุนหายกำไรก็ยังหายตามไปด้วย ก่อนอื่นต้องสำรวจดูว่าธุรกิจที่คุณอยากทำนั้น เป็นงานอดิเรกที่มีชอบหรือถนัดหรือไม่ เพราะหากได้ทำในสิ่งที่ชอบและถนัด จะทำให้โอกาสที่จะพัฒนาต่อยอดและกลายมาเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งถือว่าการเลือกทำงานที่ถนัดจะดีกว่างานที่ไม่มีความชำนาญ

    สร้างความมั่นใจในการทำธุรกิจเล็กๆ

    ก่อนที่คุณจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำ คุณควรมีความมั่นใจว่าในการทำธุรกิจเล็กๆ ของคุณสามารถทำกำไรได้ดี และต่อเนื่องหรือไม่ ควรทำการสำรวจด้านการตลาดว่าสินค้าหรือบริการของคุณมีผู้มาซื้อหรือใช้บริการมากน้อยแค่ไหน และเป็นสิ่งที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจเล็กๆ อาจใช้เป็นแบบพาร์ทไทม์ไปก่อน อาจเป็นช่วงตอนเย็นหรือสุดสัปดาห์ ลองดูว่ากิจการจะไปรอดหรือไม่ และหากออกจากงานประจำแล้ว จะมาทำอย่างเต็มตัวดีหรือไม่

    คิดให้ดีก่อนทำธุรกิจเล็กๆ

    พึงระลึกไว้เสมอว่างานประจำนั้นสามารถสร้างรายได้ให้คุณทุกเดือน โดยเป็นงานที่คุณลงแรงและใช้สมองทำงานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนหรือตัวเงินเลย แต่การทำธุรกิจจะต้องมีต้นทุน ทั้งเรื่องค่าเช่า ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าต้นทุนสินค้า ฯลฯ ซึ่งหากโชคดี มีลูกค้าให้ความสนใจก็ถือว่ากิจการรุ่งเรือง แต่หากโชคร้ายกิจการของคุณไม่เข้าตาใครเลยก็อาจทำให้เสียเงินลงทุนนั่นเอง แถมบางคน ที่ทำธุรกิจครั้งแรกและทำการกู้เงินมาเป็นทุน ซึ่งจะต้องเสียดอกเบี้ยทุกเดือน และรายได้จะต้องเก็บไว้บางส่วนเพื่อจะจ่ายคืนหนี้ด้วย หากมีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินจริงๆ ก็พยายามอย่ากู้เงินมากเกินไป เพราะหากกำไรที่ได้มา แต่ต้องนำมาจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นจนหมดก็เท่ากับคุณทำแล้วเหนื่อยฟรี และไม่ได้อะไรอีกด้วย

    สรุป

    การทำกิจการของคุณจะต้องมีเงินสดสำรองไว้เสมอ เพราะธุรกิจทุกอย่างมีทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งในระหว่างขาขึ้นกระแส
    เงินสดก็จะมีการหมุนเวียนได้ดี แต่บางครั้งถ้าเกิดมีคู่แข่งมากขึ้น หรือสินค้าไม่เป็นที่ต้องการ ก็อาจทำให้คุณขายสินค้าได้น้อยลง การเตรียมเงินสดไว้คอยจุนเจือในช่วงเวลาที่ขายสินค้าหรือบริการได้น้อย ก็ถือเป็นการสำรองเงินทุนยามที่ขายของได้น้อยนั่นเอง ที่สำคัญหากคุณทำธุรกิจมักจะมีลูกค้ามาขอซื้อเชื่อ ซึ่งหากปล่อยไว้นานเข้าจะกลายเป็นหนี้และเก็บเงินไม่ได้ ทำให้กิจการของคุณขาดเงินทุนหมุนเวียน จึงควรขายสินค้าและบริการเป็นเงินสดเท่านั้น

  • วิธีทำธุรกิจเปิดร้านเสริมสวยให้ประสบความสำเร็จ

    การทำธุรกิจเปิดร้านเสริมสวย ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ยังคงได้รับความนิยมตลอดกาล เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีร้านเสริมสวยตั้งอยู่เป็นระยะๆ หรือในทุกหมู่บ้านจะต้องมีร้านเสริมสวยอย่างน้อยหนึ่งถึงสองร้าน

    โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงาม และต้องการดูแลตัวเอง เพราะร้านเสริมสวยไม่ได้มีเพียงแค่การตัดผม สระผม หรือซอยผมเท่านั้น แต่ยังมีการบริการอื่นๆ ที่ช่วยเสริมความงามให้กับคุณผู้หญิงแบบครบวงจรก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นบริการแต่งหน้า ทำเล็บ ในร้านเสริมสวย ก็มีไว้บริการให้กับคุณผู้หญิง เพราะความสวยความงามที่เป็นเรื่องสำคัญที่คุณผู้หญิงให้ความสำคัญมาก และสำหรับท่านที่อยากจะทำธุรกิจร้านเสริมสวยมีควรข้อควรรู้ที่ต้องทราบก่อนจะลงมือทำ

    ทำเล

    ทำเลที่ตั้งยังคงเป็นสิ่งแรกที่ควรรู้ และควรคำนึงถึงเสมอก่อนการเปิดธุรกิจแทบทุกประเภทก็ว่าได้ แต่สำหรับธุรกิจร้านเสริมสวย ทำเลนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะต้องอยู่ในทำเลที่ตั้งที่มีคนสัญจรผ่านไปมาสามารถมองเห็นได้ โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ดังนั้นในการหาทำเลที่ตั้งของร้านจึงควรอยู่ใกล้กับที่ชุมชน อย่างเช่น หมู่บ้าน สถานที่ทำงาน หรือมหาวิทยาลัย ยิ่งตรงไหนที่มีคนเยอะๆ ยิ่งดี

    เงินลงทุน

    เงินลงทุน เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้การหาทำเล เพราะพูดได้ว่าถึงมีเงินลงทุน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหาทำเลที่ตั้งดีๆ ในการเปิดร้านเสริมสวยได้ แต่เงินลงทุนก็ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมโดยควรใช้เงินสดที่ไม่ใช่ได้มาจากการกู้ยืมอย่างเด็ดขาด เพราะการกู้ยืมนอกจะมีดอกเบี้ยแล้ว การนำมาใช้ในการลงทุนทำธุรกิจยังไม่ทำให้เงินนั้นงอกเงยได้อีกด้วย เพราะการกู้ยืมเงินจะต้องชำระคืนในทุกเดือน ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้กับธุรกิจตั้งแต่ต้นก็ว่าได้ ซึ่งเงินในการทำร้านเสริมสวย แบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ

    – เงินทุนส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการตกแต่งอาคาร สถานที่ เก้าอี้โซฟา เคาน์เตอร์กระจก และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ
    – ส่วนเงินทุนอีกจำนวนหนึ่งนำไปซื้อเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในร้าน เช่น เครื่องอบไอน้ำ เครื่องอบผม ไดร์เป่าผม กรรไกรตัดผม แบตเตอร์เลี่ยน
    – ส่วนนอกจากนั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป เช่น ยาสระผม ครีมนวดผม ยาทำเล็บ เป็นต้น
    – และส่วนสุดท้าย เป็นค่าจ้างเงินเดือนพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ เป็นต้น

    ซึ่งผลตอบแทนของการทำธุรกิจร้านเสริมสวย จะขึ้นอยู่กับขนาดของร้าน ทำเลที่ตั้ง และความสามารถในการบริหารร้าน

    ช่างเสริมสวย

    มีร้านเสริมสวย ก็ต้องมีช่างเสริมสวย เป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน และร้านเราจะมีคนใช้บริการซ้ำหรือไม่ ก็อยู่ที่ช่างเสริมสวยด้วย ซึ่งช่างเสริมสวยที่ดีจะต้องเป็นช่างที่ผ่านการฝึกอบรมมีการผ่านงาน หรือมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับการเสริมสวยมาโดยเฉพาะ ซึ่งหากเจ้าของร้านไม่ได้มีความสามารถทางด้านการเสริมสวยเลย เจ้าของร้านควรจ้างช่างเสริมสวยที่มีประสบการณ์สูง และมีความชำนาญในการบริการลูกค้า การหาช่างเสริมสวยที่มีฝีมือควรจ้างในราคาที่เหมาะสมกับความสามารถ ไม่ควรกดค่าจ้างต่ำจนเกินไป เพราะช่างเสริมสวยฝีมือดี จะทำให้ลูกค้ามาใช้บริการซ้ำบ่อยๆ ได้

    ขายสินค้าเพิ่ม

    การทำร้านเสริมสวย ถ้าต้องการเพิ่มรายได้จากการให้บริการทางด้านการเสริมสวยแล้ว การขายสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการเสริมสวย ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เช่น ครีมนวดผมที่ทางร้านใช้ หรือสุนไพรรักษาผมร่วง หรือครีมทาเล็บ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำผม หรือทำเล็บ เช่น ครีมบำรุงผิว ครีมนวดสลายไขมัน เป็นต้น

    คุณภาพร้าน

    การรักษามาตรฐาน และคุณภาพในร้านเสริมสวย ถ้าร้านเราจ้างช่างเสริมสวยหน้าใหม่ ที่ยังไม่มีประสบการณ์ หรือมีประสบการณ์น้อย เราควรจะมีการฝึกอบรมช่างเสริมสวยโดยการส่งไปฝึกอบรมกับผู้เชี่ยวชาญด้านผมโดยเฉพาะ เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับช่าง ให้ช่างทุกคนทำงานได้อย่างมีมาตรฐาน และมีคุณภาพ และอุปกรณ์ในร้านที่ใช้ ก็ต้องเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพดี เช่น ยาสระผม ยาดัดผม ยาทำเล็บ ทั้งนี้เพื่อเป็นการรักษาระดับความน่าเชื่อถือ และน่าเข้าใช้บริการให้กับร้านเสริมสวยของเรา

    บริการที่ดี

    ธุรกิจร้านเสริมสวยเป็นงานบริการ ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการบริการที่ดีแก่ลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่ต้องเอาใจใส่ และให้ความความสำคัญอย่างยิ่ง หากมีบริการที่ดี ก็จะทำให้ร้านเสริมสวยมีความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เพราะบริการเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ ดังนั้นการเปิดธุรกิจนี้จะต้องมีใจรักในการบริการด้วย

    การตกแต่งร้าน

    การตกแต่งร้านสำหรับร้านเสริมสวย ก็เป็นอีกเรื่องที่เราต้องศึกษา เพราะการตกแต่ง และสร้างบรรยากาศร้าน เป็นแรงดึงดูดที่ทำให้ลูกค้าเข้ามายังร้านเพื่อรับบริการ ดังนั้นจึงควรตกแต่งร้านด้วยการทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ หรือการตกแต่งให้โล่ง โปร่ง สีสันสบายตา วางสิ่งของในการให้บริการอย่างเป็นระเบียบ หรือบางคนก็จ้างซินแสมาจัดวางฮวงจุ้ย ซึ่งก็แล้วแต่งบประมาณของแต่ละท่าน ว่ามีงบในการจัดร้านมากน้อยเพียงใด

    ความสะอาด

    ความสะอาดของร้านเสริมสวย เป็นอีกเรื่องที่ควรรู้อย่างยิ่ง เพราะความสะอาดภายในร้านเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าร้านนั้นให้ความสำคัญ และใส่ใจในเรื่องความสะอาดในการบริการมากน้อยเพียงใด ซึ่งลูกค้าคนไหนๆ ก็ต้องการความสะอาดในการบริการ และปลอดภัย ดังนั้นในการเปิด ธุรกิจร้านเสริมสวยจึงควรทำความสะอาดร้าน ทำความสะอาดเครื่องมือเครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ต่างๆ และต้องแช่น้ำยาฆ่าเชื้อโรค เพราะในร้านเสริมสวยมีผู้ใช้บริการนับไม่ถ้วน การใช้สิ่งของร่วมกันจึงควรให้ความสำคัญในการล้างทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า

    ความพึงพอใจ

    การเปิดธุรกิจร้านเสริมสวย ไม่ใช่ว่ามีช่างที่ดี มีทำเลคนพลุกพล่าน มีร้านที่สวย และมีอุปกรณ์ที่ครบและสะอาดเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยที่สำคัญที่สุดของการเปิดร้านเสริมสวย ก็คือความพึงพอใจจากลูกค้า เมื่อมาใช้บริการกับทางร้าน และยิ่งถ้าลูกค้าเดินทางกลับมาใช้บริการซ้ำ ก็จะยิ่งตอกย้ำความพึงพอใจในบริการของลูกค้ามากขึ้นไปอีก ดังนั้นในการเปิดร้านเสริมสวย จึงควรมีการบริการเป็นอย่างดี เพื่อสร้างความประทับใจและพึงพอใจให้กับลูกค้าเสมอ

    สรุป

    ก่อนที่เราจะลงมือทำธุรกิจร้านเสริมสวย เราควรจะต้องมีการเตรียมการเสียก่อน ทั้งด้านเงินทุน ทำเล การตกแต่งร้าน การมีช่างเสริมสวย เราต้องศึกษาทุกอย่างให้พร้อม เพื่อให้ธุรกิจของเรานั้นพร้อมที่จะให้บริการลูกค้าที่รักในความสวยความงาม และเดินหน้าไปอย่างไม่มีสะดุด และธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจด้านบริการ ดังนั้นการบริการลูกค้าให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดจึงเป็นเรื่องที่ท่านที่จะเปิดร้านเสริมสวยควรคำนึงถึงเสมอ และปรับปรุงการบริการภายในร้านให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

  • วิธีทำธุรกิจรับซื้อของเก่าให้ประสบความสำเร็จ

    อยากทำธุรกิจทำเงินอย่างธุรกิจรับซื้อของเก่าต้องทำยังไง มันทำง่ายไหม หรือทำยากไหม มีโอกาสเติบโตได้กำไรเป็นกอบเป็นกำไหม รวมไปถึงถ้าคุณไม่มีความรู้ด้านการทำธุรกิจรับซื้อของเก่าเลยคุณจะทำได้ไหม ต้องขอตอบสั้นๆ เลยครับว่าค่อนข้างยากครับ ดังนั้นในบทความรวยด้วยการทำธุรกิจรับซื้อของเก่า ก็จะขอนำเสนอวิธีการทำธุรกิจรับซื้อของเก่านะครับ มาติดตามกันได้เลยครับ

    แยกประเภทการทำธุรกิจรับซื้อของเก่า

    ประเภทแรกเป็นแบบขับรถไปรับซื้อของเก่า ตามเขตพื้นที่ชุมชนในเมือง หรือแถวบ้านนอก เมื่อรับซื้อของเก่ามาแล้ว จากนั้นก็นำส่งให้พ่อค้าคนกลางอีกที ลักษณะนี้ก็ถือเป็นการทำธุรกิจรับซื้อของเก่าเหมือนกัน เพราะมีกระบวนการซื้อขายเกิดขึ้น ธุรกิจรับซื้อของเก่าประเภทนี้มีมากเพราะไม่ต้องลงทุนใช้เงินเยอะ แถมได้เงินแบบง่ายๆ

    ประเภทต่อมาคือธุรกิจรับซื้อของเก่าแบบพ่อค้าคนกลาง

    ลักษณะนี้จะเป็นการเปิดร้านอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ทำการรับซื้อของเก่าในเขตพื้นที่นั้นๆ และในพื้นที่ใกล้เคียง จะมีรถรับซื้อของเก่าเอามาขายให้ และหากเป็นร้านที่ใหญ่หน่อยก็อาจจะมีการอัดก้อน เช่น อัดกระดาษ หรือบดทุบแก้วขวดต่างๆ ก่อนส่งให้โรงงานต่อไป หากทำธุรกิจรับซื้อของเก่า โดยการเปิดร้านแบบนี้ และทำการจดทะเบียนขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะมีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลของเก่า และของโรงงานตามที่ต่างๆ เพื่อนำมาคัดแยก และส่งขายต่อโรงงานผลิตต่อไป

    เริ่มวิธีทำธุรกิจรับซื้อขายของเก่า

    ขั้นตอนแรกคุณต้องไปหาพื้นที่ทำเลที่เป็นพื้นที่ติดถนนก่อน เอาที่รถเข้ารถออกได้สะสะดวก ยิ่งเป็นพื้นที่ที่ติดถนนหลักยิ่งดี คุณจะเช่าก็ได้ค่าเช่า 200 วา ประมาณ 5,000-8,000 บาทต่อเดือน ซึ่งราคาก็ตามแต่พื้นที่ แต่คุณต้องจ่ายค่าเช่าเป็นรายปี เพราะจะได้จัดการเรื่องเงินทุนหมุนเวียนได้ออย่างสะดวกหน่อย และเมื่อคุณเช่า คุณต้องทำสัญญาเป็นรายปีอาจจะสักประมาณ 5 ปี ก่อนในช่วงเริ่มต้น ถ้าคุณไม่เช่าพื้นที่ คุณก็ต้องซื้อที่มาให้เรียบร้อย หรือจะเป็นที่ดินของคุณพ่อคุณแม่ก็ได้ เมื่อได้พื้นที่สำหรับทำธุรกิจรับซื้อของเก่ามาแล้ว ในกรณีที่พื้นที่ไม่พร้อมใช้งาน คุณต้องปรับหน้าดินให้พร้อมใช้งาน และพื้นที่ที่คุณใช้ทำธุรกิจรับซื้อของเก่า ต้องไม่อยู่ในเขตชุมชนมากเกินไป เพราะมันอาจจะส่งเสียงดังรบกวนบ้านใกล้เคียงได้

    วางแผนก่อสร้างโกดัง หรือเอาแค่ส่วนที่เป็นหลังคา

    ขั้นต่อมาคุณก็ต้องเริ่มต้นวางแผนก่อสร้างโกดังที่ใช้เป็นที่เก็บสินค้า หรือของเก่าที่รับซื้อมา ร่วมทั้งอย่าลืมสร้างออฟฟิตที่ใช้เป็นที่ทำงานส่วนตัว หรือเป็นที่สำหรับบริการติดต่อต่างๆ เป็นต้น ในขั้นนี้ให้คุณสร้างให้พอดีตามความจำเป็นเท่านั้น เพื่อลดค่าใช่จ่ายในเรื่องเงินทุน และจะได้เหลือเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งคุณเหลือเงินทุนที่ใช้หมุนเวียนในธุรกิจรับซื้อของเก่าของคุณมากเท่าไหร่ โอกาสที่ธุรกิจรับซื้อของเก่าคุณจะอยู่รอดยิ่งสูงขึ้น เพราะมีเงินทุนหมุนเวียนไม่สะดุดนั่นเอง

    ต่อมาก็เตรียมรถที่ใช้ขนของ

    ในขั้นเริ่มแรกที่คุณเพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจรับซื้อของเก่า คุณอาจจะซื้อรถกระบะมือสองราคาประหยัดมาใช้ก่อน เพื่อเป็นการประหยัดเงินทุน และเมื่อคุณทำเงินทำกำไรจากธุรกิจรับซื้อของเก่ามาพอประมาณ คุณก็ค่อยเริ่มซื้อรถกระบะเพิ่ม ทำธุรกิจรับซื้อของเก่าไม่ต้องรีบต้องค่อยๆ เป็นค่อยไป เพราะของเก่ามันมีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย คุณจึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีของเก่าให้คุณทำธุรกิจ

    มาดูค่าใช้จ่ายของธุรกิจรับซื้อของเก่า

    ขอลิสต์รายการให้ดูเอาที่มันจำเป็นๆ เพื่อที่คุณจะได้เห็นภาพ ค่าใช่จ่ายอย่างแรกเลยคือ เรื่องของค่าไฟ บอกเลยว่าเดือนละหลายพันแน่นอน ต่อมาก็เป็นค่าผ่อนรถกระบะมือสอง ในกรณีที่ไปดาวน์มา ตามมาด้วยค่าบำรุงรักษาดูแลรถ และค่าน้ำมันรถต่อเดือนด้วย รวมไปถึงเงินเดือนลูกจ้างอีก แนะนำว่าการจ้างลูกจ้างในช่วงแรก เอาแค่หนึ่งถึงสองคนก็พอ สำหรับธุรกิจรับซื้อของเก่าขนาดเล็กเงินเดือนของลูกจ้างต่อคนก็ประมาณ 9,000 บาทต่อเดือน สองคนคุณก็จ่าย 18,000 บาทต่อเดือน

    ทำธุรกิจรับซื้อของเก่าครั้งเดียวประสบความสำเร็จ

    การที่คุณจะทำธุรกิจรับซื้อของเก่าให้ประสบความสำเร็จ คุณจำเป็นต้องมีความรู้ และวางแผนในการเติบโตไปข้างหน้าของธุรกิจรับซื้อของเก่าของคุณ ไม่ใช่ทำไปวันๆ เพราะการที่คุณทำธุรกิจรับซื้อของเก่าไปวันๆ คุณก็จะอยู่ไปวันๆ ดังนี้คุณต้องวางแผนเพื่อเติบโตในอนาคต ใครว่าธุรกิจรับซื้อของเก่ามันโตไม่ได้ ขอบอกเลยว่ามีคนทำให้เห็นแล้ว เตรียมสร้างรายได้ปีละร้อยล้ายบาทมาแล้ว เขาทำได้เพราะอะไร เพราะเขามีการจัดการ และการบริหารอย่างเป็นระบบ คุณเองก็ทำได้ และถ้าคุณคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ นั้นแปลว่าคุณยังมีความรู้ความสามารถที่น้อยเกินไป แนะนำให้ไปเข้าคอร์สเรียนธุรกิจต่างๆ หรือไม่ก็อ่านหนังสือวิธีการทำธุรกิจ ทำยังไงก็ได้ให้ความรู้ทางธุรกิจของคุณเพิ่มขึ้น เมื่อคุณมีความรู้มากพอ คุณก็จะเริ่มมองเห็นช่องทางการทำเงินจากธุรกิจรับซื้อของเก่าที่มากขึ้นเอง

  • วิธีขายครีมมะหาดให้ประสบความสำเร็จ

    “อาชีพเสริม” บางคนที่ได้ยินคำนี้ถึงกับหูผึ่งกันเลยทีเดียวแล้วต้องตามมาด้วยคำถามที่ว่า “ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร” ไม่ใช่อะไรหรอก ผมเองนี่แหละที่เป็นคนสนใจ การทำงานเสริมทำให้รายได้เข้ากระเป๋าเพิ่มมากขึ้นใครจะไม่สนใจละครับ จริงไหม แต่ก็อย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันใช่ว่าจะหาทำกันได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่กันล่ะ บางทียอมลงทุน ลงแรง แต่กลับโดนหลอก เป็นใครก็เข็ดขยาด ไม่กล้าทำ กลัวโดนหลอกอีกใช่ไหมล่ะครับ เพราะฉะนั้นเราจึงควรหางานที่ทำแล้วเห็นผลได้จริง เพื่อนๆ ก็ค่อยๆ สรรหากันไป ตามแต่ความถนัดของแต่ละคนว่าถนัดแนวไหนกันบ้าง

    วันนี้ก็มีอีก อาชีพเสริมที่จะมาแนะนำให้เพื่อนๆ ที่สนใจที่หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้ลองไปทำกันดูนะครับ ผมคิดว่างานนี้น่าจะเหมาะกับคนที่ชอบขายของและรักสวยรักงามนะ เพราะมันคือ การขายครีม หรือ โลชั่นทาผิว อย่างปัจจุบันนี้ครีมที่ได้รับความสนใจคงจะหนีไม่พ้น ”ครีมมะหาด” ขายได้อย่างแน่นอนเลยครับ เพราะตลาดกำลังบูมมากเลย แถมประเทศไทยยังมีผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชายหลายเท่านัก แสดงถึงตลาดของเราที่กว้างพอสมควร มีผู้หญิงที่ไหนที่ไม่รักสวยรักงาม ไม่อยากดูแลผิวตัวเองบ้างจริงไหมละครับ แล้วครีมมะหาดก็ทำจากสมุนไพรธรรมชาติและดีต่อผิวหนังของเรา ซึ่งแก่นมะหาดมีส่วนช่วยในยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิว และที่สำคัญมี อย.รับรองคุณภาพมาตรฐานการผลิตอยู่แล้วว่าปลอดภัยไร้สารตะกั่วเจือปน เพราะส่วนผสมต่างๆ ล้วนมากจากธรรมชาติทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นไม่ต้องมานั่งเครียดเลยครับว่า ใช้ไปแล้วจะเป็นอะไรไหม ยังไง เลิกคิดไปได้เลยล่ะครับ เพราะขนาดผ่าน อย.มาแล้วก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงครับ

    เภสัชศาสตร์ จุฬาฯได้ค้นพบว่า “แก่นของมะหาด” ซึ่งเป็นสมุนไพรไทย ช่วยลดความเข้มข้นของเม็ดสีเมลานินที่อยู่ในผิวหนังของคนเราได้ ซึ่งปลอดภัยและยังไม่ทำให้คนที่ระคายผิวง่าย หรือผิวบอบบาง เกิดอาการแต่อย่างใดอ้างอิงจากผลจากห้องทดลองกับหนูตะเภาว่า มีประสิทธิภาพในการลดสีผิวกับมัน ต่อมาจึงนำมาทดลองกับอาสาสมัครจำนวน 4 คน ซึ่งให้ทาสารสะกัดจากแก่นของมะหาดลงบนแขนวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นเวลา 1 เดือน ได้ทำการตรวจวัดความเข้มข้นของสีผิวด้วยเครื่อง Mexameter ควบคู่ตลอดการทดลอง พบว่ามีแนวโน้มของเม็ดสีผิวที่แขนลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังพบอีกว่าไม่ส่งผลต่อการระคายเคืองผิวหนัง ต่อมาจึงเพิ่มจำนวนอาสาสมัครมากขึ้นเป็น 60 คน ใช้เวลา 3 เดือน โดยแบ่งผู้ทดลองออกเป็น 3 กลุ่มย่อย มีเพศหญิง 20 คน อายุ 20 – 48 ปี ที่มีผิวหนังปกติ ให้ทาสารสกัดมะหาดลงบนแขนวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ผลการทดลองพบว่าผิวหนังของผู้ทดลองในโครงการนี้มีผิวขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ใน 1 เดือน

    เป็นไงบ้างครับเพื่อนๆ ชอบมะหาดกันหรือเปล่าครับ เพราะถ้าเราได้ทำงานที่เราถนัดและชอบ ผลงานที่เราทำออกมานั้นก็จะออกมาดีมาก เพราะเราจะตั้งใจทำสิ่งนั้นอย่างจริงจัง หรือถ้าเพื่อนๆ จะหางานอื่นทำก็ควรจะหาจากเพื่อนหรือคนรู้จักที่เคยทำงานนั้นแล้วได้ผลประโยชน์จริงๆ และควรศึกษาให้เข้าใจก่อนเพราะจะได้ไม่เสียเวลาทำ เสียความรู้สึกอีก และน่าจะปลอดภัยกว่าหางานบนระบบอินเตอร์เน็ต เพราะเกรงว่าเพื่อนๆ จะโดนหลอกกันซะมากกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีงานดีๆ อยู่เลย อย่างไรมันก็ต้องมีงานที่ดีๆ อยู่บ้าง เหมือนช้างเผือกในป่าใหญ่ไงครับ ยังไงก็ขอให้เพื่อนๆ โชคดีในการตามหางานที่จะเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง สู้ต่อไปครับ

  • วิธีขายที่แขวนสร้อย

    เครื่องประดับเป็นสิ่งที่คู่กับผู้หญิงมานานแล้วตั้งแต่สมัยโบราณเลยก็ว่าได้ สังเกตได้จากภาพยนตร์เก่า ๆในสมัยก่อนก็จะเห็นแล้วว่าผู้หญิงใส่เครื่องประดับกันมาก่อนแล้ว แต่จะมีที่แปลกหรือเปลี่ยนไปก็คือรูปร่างลักษณะของเครื่องประดับนั้นเอง แล้วเครื่องประดับเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนไปตามแล้วแต่รสนิยมของประเทศนั้นๆ อย่างเช่นประเทศไทยก็จะออกแนวเป็นสร้อยเงิน หรือสร้อยทอง แต่ก็มีเครื่องประดับอีกหลายแบบครับเช่น ต่างหู กำไรข้อมือ ฯลฯ

    ซึ่งตามปกติแล้วนิสัยของผู้หญิงก็จะชอบของสวยๆ งามๆ เป็นธรรมดา มีอยู่แล้วในตู้เพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อวานนี้ แต่วันนี้ไปเจออีกก็ซื้อมาอีก ไม่รู้ว่าจะนำใส่กันหมดหรือเปล่า และก็ไม่รู้จะเก็บจะวางไว้ตรงไหนให้มันเป็นสัดเป็นส่วน หยิบจับง่ายไม่วางเกะกะวางขวางไม้ขวางมือ

    วันนี้ผมก็มีไอเดียมาแนะนำให้เพื่อนๆ ที่มีปัญหากับการเก็บของใช้เครื่องประดับไม่เป็นที่โดยไอเดียนี้นอกจากจะสามารถเก็บของใช้ให้เป็นที่ได้แล้วยังเป็นการตกแต่งผนังห้องที่ว่างเปล่าให้สวยงามไปอีกแบบ และที่สำคัญเป็นฝีมือเรา เป็นความภาคภูมิใจของเรา และเป็นการหลีกเลี่ยงการใช้เงินตกแต่งบ้านด้วยงบประมาณแพงๆ ไปได้ดีทีเดียว ไปดูวัสดุอุปกรณ์ที่เราต้องเตรียมเพื่อใช้ในการประดิษฐ์กันเลย

    วัสดุอุปกรณ์ชิ้นแรกของเราที่เราต้องใช้ก็คือ ไม้กระดานเล็กๆ จะเลือกแบบไหนก็ได้ตามใจเลย แต่ถ้าให้แนะนำขอแนะนำเป็นไม้กระดานสีอ่อนเพราะเมื่อติดกับผนังสีขาวแล้วจะออกมาดูดี ต่อไปวัสดุอุปกรณ์ชิ้นที่สอง คือเดือยไม้แบบกลม แล้วแต่เพื่อนๆ ว่าอยากได้ที่แขวนสร้อยกี่อัน แต่เวลาจะซื้อก็ควรดูจำนวนของเดือยไม้ให้พอดีกับไม้กระดานเพื่อความสวยงาม ถ้าเพื่อนไม่รู้ว่าจะไปซื้อที่ไหนขอแนะนำเพื่อนให้ไปที่ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้านมีแน่นอน วัสดุอุปกรณ์ชิ้นที่สาม คือ สีทาไม้ วัสดุอุปกรณ์ชิ้นที่สี่ คือกาวสองหน้าสำหรับติดเดือยไม้กับผนัง

    ต่อไปเป็นขั้นตอนในการทำ ขั้นตอนที่หนึ่งให้เพื่อนๆ นำไม้กระดานที่เตรียมไว้ จากนั้นนำเดือยไม้ที่เตรียมไว้มาทาสีตามที่เพื่อนๆ ต้องการ จากนั้นนำไปตากลมให้แห้งหรือใช้ไดร์เป่าผมเป่าเพื่อความรวดเร็ว เมื่อสีแห้งแล้วนำเดือยมาติดด้วยกาวสองหน้าแล้วติดยึดกับไม้กระดานโดยเว้นระยะห่างให้พอสวยงาม ถ้าหากเพื่อนๆ อยากได้ลวดลายก็สามารถสร้างสรรค์ลงไปได้ตามใจชอบเลย จากนั้นให้นำแผ่นไม้กระดานที่ติดเดือยไม้เรียบร้อยแล้วไปติดกับผนังบ้านตรงตำแหน่งที่ต้องการ แค่นี้เราก็จะได้ที่แขวนสร้อยน่ารักๆ ที่เป็นสไตล์ของตัวเองแล้ว เห็นไหมล่ะนอกจากจะใช้พื้นที่ว่างให้เป็นประโยชน์แล้วยังเป็นการตกแต่งห้องอีกด้วย

  • วิธีการขายนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดให้ประสบความสำเร็จ

    วิธีการขายนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดให้ประสบความสำเร็จ
     

    ในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่านาฬิกา เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ เป็นสินค้าที่ขายได้เรื่อยๆ ซึ่งนอกจากเราจะเอาไว้ดูเวลาแล้ว ในตอนนี้นาฬิกาก็พัฒนากลายไปเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งไปด้วย ในวันนี้ก็จะขอนำเสนอธุรกิจการขายนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดให้กับท่านผู้อ่านได้อ่านกันนะครับ มาเริ่มกันเลยครับ

    ธุรกิจนี้เหมาะกับใคร

    ธุรกิจขายนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมด เหมาะกับท่านที่ชื่นชอบนาฬิกาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะท่านจะอยู่กับมันได้นาน ถึงแม้อาจจะขาดทุนไปบ้างในช่วงแรกๆ ตามสภาพเศรษฐกิจในขณะนั้นๆ แต่อาศัยใจรักก็สามารถเดินเครื่องธุรกิจนี้ต่อไปนี้ และนอกจากการชอบนาฬิกาแล้ว ยังต้องมีความสามารถในการประดิษฐ์ประดอยสร้างสรรค์นาฬิกาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะขึ้นมา เป็นหนึ่งเดียวในแบบเฉพาะของเรา เรียกได้ว่าเรือนทรงแบบนี้ มีขายที่ร้านเราร้านเดียวเท่านั้น

    เริ่มต้นยังไง

    การทำธุรกิจนี้อาจจะเริ่มจากการศึกษาวิธีการประดิษฐ์นาฬิกา ศึกษาไอเดียนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดรูปทรงต่างๆ ที่วางขายตามท้องตลาด เพราะการทำนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดนี้เป็นงานที่ละเอียดอ่อน ใช้ความพิถีพิถันมาก และนอกจากนี้ต้องศึกษาแผนธุรกิจ และการตลาด เราต้องมองธุรกิจนี้ให้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ทำแล้วไม่ให้ล้ม ถ้ากลัวว่าทำแล้วจะไม่ประสบความสำเร็จก็ให้เริ่มจากการทำเป็นอาชีพเสริม อาจจะวางขายหน้าบ้าน ถ้าหน้าบ้านเรามีคนเดินผ่านไปผ่านมาจำนวนมาก มีทำเลที่ดี แบบนี้ก็พอที่จะขายได้ครับ

    แต่ถ้าบ้านเราอยู่ในหมู่บ้านไม่ค่อยมีคนเดิน หรืออยู่บนคอนโด อย่างนี้อาจจะต้องเบนเข็มไปเช่าที่ขายอาจจะช่วงเย็นหลังเลิกงาน หรือขายช่วงวันเสาร์อาทิตย์ หรือช่วงแรกๆ จะขายทางออนไลน์ก็ยังได้ เพื่อเป็นการลองฝีมือการทำนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดของเรา และเป็นการสำรวจตลาดด้วยว่าคึกคักขนาดไหน

    เมื่อเริ่มโปร

    เมื่อลองฝีมือจนเป็นพอใจแล้ว มีรายได้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว ทีนี้เราอาจจะอยากออกจากประจำไปเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดแบเต็มรูปแบบ แน่นอนว่าจากเดิมเช่าที่แค่ตอนเย็น หรือแค่วันเสาร์อาทิตย์ ก็ขยับขยายหาพื้นที่ลง เพื่อไปทำเป็นร้านขายนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดของเราเอง พื้นที่แบ่งเป็นหลายระดับราคา ถ้ามีทุนเยอะหน่อยก็ไปขายในห้างสรรพสินค้า ถ้าทุนปานกลาง หรือทุนน้อยหน่อย ก็ต้องไปเช่าแผงขายตามตลาดนัดต่างๆ

    เงินลงทุน

    เงินลงทุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ ถ้าท่านเปิดเป็นร้านใหญ่แน่นอนว่างบอาจจะถึงหลักล้านได้ ซึ่งถ้าเป็นร้านเล็กๆ ก็จะอยู่ในหลักแสน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ทำนาฬิกา ทุนวัสดุอยู่ที่ประมาณ 60% ส่วนราคาขายจะอยู่หลักร้อยถึงหลักพันต่อเรือน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำว่าถูกหรือแพงแค่ไหน

    วัสดุอุปกรณ์

    วัสดุอุปกรณ์หลักเลย จะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการทำเครื่องหนัง เครื่องมือในการประกอบ และเครื่องมือที่ใช้ในการซ่อมนาฬิกา รวมถึงอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกา

    วิธีการทำคร่าวๆ

    1. สำหรับตัวเครื่องนาฬิกา จะหาซื้อตามท้องท้องตลาด หรือจะสั่งนำเข้าจากต่างประเทศก็ได้
    2. สำหรับตัวเรือนนาฬิกา ให้เริ่มจากศึกษาวัสดุ และชิ้นส่วนที่จะนำมาใช้ทำตัวเรือน
    3. ต่อจากนั้นทำการออกแบบ ซึ่งหลังออกแบบได้แล้ว จึงสั่งทำชิ้นส่วนของนาฬิกา
    4. เมื่อเราได้ชิ้นส่วนตามที่ต้องการแล้ว ให้นำมาประกอบเข้ากับตัวเครื่องนาฬิกา ก็จะได้เป็นตัวเรือนนาฬิกา
    5. สำหรับสายนาฬิกา สามารถเลือกใช้หนังตามความเหมาะสม หรือตามความชอบของเรา ต่อจากนั้นทำการตัดหนังเพื่อทำสายนาฬิกาตามแบบที่ต้องการ เจาะรูใส่ตัวล็อกให้เรียบร้อย
    6. เสร็จเรียบร้อยแล้วนำไปประกอบเข้ากับตัวเรือนนาฬิกาที่เราได้เตรียมไว้ ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำนาฬิกาแฮนด์เมด

    เคล็ดลับ

    นาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เราสามารถออกแบบให้เน้นได้ถึงความเรียบง่าย หรือออกแบบให้ดูหรูหรา หรือออกแบบให้ดูคลาสสิก สำหรับการใช้สีก็จะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมว่าเราออกแบบไปไหนรูปแบบไหน ตามแต่ไอเดียของแต่ละท่านนะครับ

    ไอเดียอื่นๆ

    นาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดแบบถักสาย

    นาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดแบบถักสาย สำหรับรูปแบบของนาฬิกาที่เลือกมาใช้เป็นตัวเรือน สามารถหาซื้อได้ตามตลาดที่ขายอุปกรณ์นาฬิกา ถ้าเป็นในกรุงเทพจะก็อยู่แถวตลาดคลองถม และตลาดสำเพ็ง ส่วนต่างจังหวัดสำหรับท่านที่สนใจก็ลองค้นหาดูนะครับว่าแหล่งขายวัสดุอุปกรณ์อยู่ตรงไหนในละแวกที่ท่านอยู่ เมื่อซื้อมาแล้ว ให้นำมาถอดสายออก และใส่สายถักที่เราทำขึ้นมาใส่แทน โดยเชือกที่นำมาถักนั้นจะเป็นเชือกหนังชามัว ซึ่งการออกแบบสายนาฬิกาถัก เราจะดูตัวเรือนเป็นหลัก และเลือกสีให้เข้ากันกับตัวเรือน และอาจจะเพิ่มในส่วนของตัวกระดิ่ง หรือลูกปัด หรือตัวตุ๊กตาห้อย ซึ่งเราสามารถทำออกมาหลายแบบๆ เพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้าได้ ราคาจะคิดตามขนาดสั้นยาวของสายนาฬิกา

    นาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดแบบเพ้นท์หน้าปัด

    นาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดแบบเพนท์หน้าปัด ซึ่งในส่วนของงานเพ้นท์ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบแรกมีตัวการ์ตูนที่เป็นสติกเกอร์ติดเข้าไป และเพ้นท์เพิ่มเติมเข้าไป หรือใส่ชื่อลูกค้าตามที่ต้องการ ส่วนอีกแบบหนึ่ง เป็นงานเพ้นท์หน้าปัดนาฬิกาทั้งเรือน โดยไม่มีการติดสติกเกอร์ ซึ่งก็จะราคาแตกต่างกัน

    สรุป

    สำหรับมือใหม่นั้น การทำนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดนั้นค่อนข้างยาก และซับซ้อน คนที่สนใจงานฝีมือนี้ จะต้องมีความรู้เรื่องวัสดุ และชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกา เพราะมีรายละเอียดปลีกย่อย และการขายนาฬิกาก็เป็นการขายทั้งสินค้า และบริการ เพราะไม่ได้จบแค่การขายนาฬิกาให้กับลูกค้า แต่ยังต้องรับผิดชอบในการรับประกันนาฬิกาที่ซื้อไปอีกด้วย

    ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดๆ ก็ตาม ต้นทุนที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่ตัวเงิน แต่เป็นการกล้าที่จะก้าวออกไปลองทำสิ่งที่คุณอยากทำ แล้วเมื่อก้าวออกไปแล้วก็เต็มที่กับมัน ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้ลองทำแล้ว ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับการขายนาฬิกาข้อมือแฮนด์เมดนะครับ

  • วิธีทำธุรกิจเปิดศูนย์ฟิตเนสให้ประสบความสำเร็จ

    ในปัจุบันนี้กระแสการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมีมากขึ้น ทำให้ผู้ที่รักสุขภาพทุกเพศทุกวัยหันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพกัน ฉะนั้นในปัจจุบันจึงได้มีศูนย์ฟิตเนสที่ได้เปิดขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ที่รักสุขภาพ เราจะเห็นได้ว่าไม่ได้มีแค่วัยรุ่นหนุ่มสาวเพียงอย่างเดียวที่มาเล่นฟิตเนส แต่ก็ยังผู้สูงอายุมาเล่นฟิตเนสเพื่อสุขภาพกันพอสมควร

    ฉะนั้นท่านที่อยากทำธุรกิจฟิตเนสแต่ไม่มีความรู้ว่าจะทำยังไง วันนี้เราได้รวบรวมถึงกลยุทธ์ และข้อมูลที่จำเป็น ที่มีประโยชน์ รวมไปถึงวิธีการทำธุรกิจฟิตเนส ที่จะทำให้คุณรู้ และเข้าใจกระบวนการทำธุรกิจฟิตเนส ว่ามันทำได้ยากง่ายมากแค่ไหน และคุณต้องเตรียมตัว เตรียมใจในเรื่องไหนบ้าง เอาเป็นว่าก่อนอื่นเราไปรู้จักกับธุรกิจฟิตเนสในบ้านเรากันก่อน มีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ

    1. ธุรกิจฟิตเนสประเภทวิทยาศาสตร์การกีฬา คือเน้นไปที่การออกกำลังกายด้วยอุปกรณ์ฟิตเนส นิยมกันในทุกเพศทุกวัย
    2. ธุรกิจฟิตเนสประเภทแอโรบิค เน้นไปที่การออกท่าทางเป็นหลัก ส่วนมากจะเป็นที่นิยมกันของผู้หญิงมากกว่าในผู้ชาย

    เริ่มต้นทำธุรกิจฟิตเนส

    อย่างแรกเลยต้องวิเคราะห์มองหาทำเลที่เหมาะสม รถเข้า รถออกสะดวก มีที่จอดรถ และต้องอยู่ในพื้นที่กลุ่มเป้าหมาย เพราะทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่หากคุณได้ทำเลไม่ดี บอกเลยว่าโอกาสรุ่งแทบไม่มี ฉะนั้นคุณต้องมีทำเลที่เหมาะสมให้ได้ เพราะมันจะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก ธุรกิจฟิตเนสเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนมากพอสมควร ดังนั้นขอซ้ำอีกที คุณต้องทำธุรกิจฟิตเนสในทำเลกลุ่มเป้าหมายให้ได้

    วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

    เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก คุณต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณในพื้นที่ที่คุณจะทำธุรกิจฟิตเนส เช่น ถ้าในพื้นที่ที่คุณตัดสินใจทำธุรกิจฟิตเนสนั้น มีแต่ผู้คนหนุ่มสาววัยทำงานอยู่มาก แถมยั้งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้คอนโด หรืออพาร์ทเมนท์เยอะๆ ในลักษณะอย่างนี้ คุณก็ควรออกแบบธุรกิจฟิตเนสของคุณให้เหมาะสมกับคนวัยทำงานเป็นหลัก ถ้าทำได้อย่างนี้ธุรกิจฟิตเนสของคุณมีโอกาสอยู่รอด และประสบความสำเร็จแน่นอน

    อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ควรมีในธุรกิจฟิตเนส

    แน่นอนว่าธุรกิจฟิตเนสนั้นต้องมีอุปกรณ์ออกกำลังกายเป็นหลักอยู่แล้ว เพื่อให้ลูกค้าของคุณได้ใช้ประโยชน์ ใช้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ในช่วงเริ่มต้นคุณอาจจะมีอุปกรณ์ออกกำลังกายอย่างน้อยที่สุด 10 ชิ้น เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับลูกค้าของคุณในวันแรกๆ ที่คุณเปิดกิจการ และเพื่อให้ลูกค้าของคุณเชื่อมั่น และประทับใจว่าธุรกิจฟิตเนสของคุณคือที่ออกกำลังกายที่มีคุณภาพดี นอกจากอุปกรณ์ที่ใช้ออกกำลังกายเป็นหลักแล้ว คุณต้องเตรียมที่นั่ง ที่พิง ไว้สำหรับลูกค้าด้วย

    เครื่องอำนวยความสะดวกในธุรกิจฟิตเนส

    ในเริ่มแรกของการทำธุรกิจฟิตเนสของคุณนั้น สิ่งอำนวยความสะดวกอาจจะยังมีไม่มากหรือยังไม่พร้อมเท่าที่ควร แต่สิ่งที่คุณต้องมีเตรียมไว้ให้บริการอย่างแรกเลยคือ ล็อกเกอร์ มีไว้สำหรับให้ลูกค้าเก็บสิ่งของ ต่อมาเป็นเรื่องของน้ำดื่ม และน้ำประเภทต่างๆ เช่น น้ำแร่ หรือไม่ก็น้ำอัดลม และก็ต้องมีผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดหน้า ให้กับลูกค้า และสุดท้ายที่จำเป็นมากคือคุณต้องมีห้องอาบน้ำด้วย ต้องสะอาด พร้อมให้บริการอยู่ตลอดเวลา ส่วนบริการอื่นๆ อย่างเช่น ห้องพักผ่อนส่วนตัว เอาไว้ธุรกิจฟิตเนสของคุณเริ่มโตขึ้นคุณก็ค่อยจัดทำเพิ่มเติมก็ได้

    โอกาสทางธุรกิจฟิตเนส

    ธุรกิจฟิตเนสเป็นธุรกิจที่ให้บริการ และอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ และอุปกรณ์การออกกำลังกายเพื่อสุภาพ ดังนั้นจึงเป็นธุรกิจที่ยังไม่เสื่อมความนิยมอย่างแน่นอนในอนาคต แถมธุรกิจฟิตเนสยังเป็นธุรกิจที่ลงทุนครั้งเดียว แล้วกินผลตอบแทนในระยะยาวได้จนกว่าจะมีอุปกรณ์ออกกำลังกายพัง แต่ถึงอุปกรณ์ในฟิตเนสของคุณจะพัง มันก็พังทีละชิ้น คุณสามารถใช้กำไรของคุณซื้อมาเปลี่ยนใหม่กันได้ ดังนั้นธุรกิจฟิตเนสจริงๆ แล้วจึงวัดกันที่การให้บริการ หรือการอำนวยความสะดวกมากกว่า

    ประเมินงบประมาณการลุงทุนในธุรกิจฟิตเนส

    1. ทำเลในการทำธุรกิจฟิตเนส ถ้าคุณไม่เช่า คุณก็ต้องซื้อ แต่ถ้าเป็นของคุณอยู่แล้ว ก็ถือว่าลดต้นทุนด้านเงินสดที่ต้องจ่ายลงไปได้มาก ถ้าเช่าก็ต้องดูทำเลชุมชนที่มีคนพลุกพล่าน หรือสถานที่อื่นๆ ที่คุณเห็นว่าสมควร หรือตามระดับงบประมาณที่คุณมีอยู่
    2. เครื่องมืออุปกรณ์และอื่นๆ สำหรับธุรกิจฟิตเนส เริ่มแรกเลยค่าก่อสร้างราคาก็ตามขนาดธุรกิจฟิตเนสของคุณ ถ้าจะเอาให้ดีเลยก็อย่างน้อย 1 ล้านบาท ไว้ซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกาย ต่อมาก็ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน ค่าจ้างเทรนเนอร์ ตรงนี้จะจ้างกี่คน ก็ตามแต่ขนาดของธุรกิจฟิตเนสของคุณเป็นหลัก

    ธุรกิจฟิตเนสทุกที่ทุกสมัยมีการแข่งขันเพื่ออยู่รอด

    หากคุณเริ่มศึกษาตลาดของธุรกิจฟิตเนส คุณก็จะรู้ว่าธุรกิจฟิตเนสในปัจจุบันนั้น มีการแข่งขันกันที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นถ้าคุณอยากให้ธุรกิจฟิตเนสของคุณอยู่ได้ คุณต้องดูแลลูกค้าของคุณให้ดีที่สุด ทำให้พวกเขากลายมาเป็นลูกค้าประจำของคุณให้ได้ ทำให้พวกเขาประทับในในสถานที่ฟิตเนส เพราะถ้าคุณดูลูกค้าของคุณไม่ดี พวกเขาจะหนีหายไปจากคุณ จนคุณอาจจะต้องปิดกิจการธุรกิจฟิตเนสของคุณลง

    สรุป

    การทำธุรกิจฟิตเนสก็ไม่ยากไม่ง่าย ส่วนใหญ่คนที่ทำธุรกิจนี้จะต้องชอบทางด้านนี้จริงๆ อาจจะเริ่มจากการเป็นคนชอบไปฟิตเนสเป็นประจำ จนกระทั่งมีความคิดริเริ่มที่จะสร้างศูนย์ฟิตเนสในทำเลที่คิดว่าสร้างแล้วน่าจะมีคนมาใช้บริการเยอะ งานนี้ต้องทำด้วยใจรักล้วนๆ ทำในสิ่งที่เรารัก แล้วเราจะมีความสุข ผมก็ขอให้ท่านที่อยากจะทำธุรกิจฟิตเนส ได้ประสบความสำเร็จร่ำรวยกันทุกท่านนะครับ

  • วิธีทำธุรกิจขายตรงให้ประสบความสำเร็จ

    การทำธุรกิจขายตรง
     

    ข้อดีของการทำธุรกิจขายตรง

    การทำธุรกิจขายตรงมีความเสี่ยงต่ำ

    ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพอะไรก็ตาม ย่อมจะมีความเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ว่า คุณเองเป็นพนักงานประจำของบริษัทเล็กๆ สักแห่ง ที่คุณมั่นใจว่า ความเสียงน้อยกว่า 0% แต่ใครจะรู้ว่า วันใดวันหนึ่ง บริษัทของคุณอาจจะต้องปิดตัวลง ด้วยสาเหตุเพราะพิษเศรษฐกิจตกตํ่า ก็เป็นได้ หรือแม้แต่การเป็นนักธุรกิจขายตรงก็ตาม ย่อมมีความเสี่ยงเช่นเดียวกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความเสี่ยงที่พวกนักธุรกิจขายตรงเหล่านี้จะได้เจอ มีน้อยมาก เรียกได้ว่าตํ่ากว่าความเสี่ยงในการประกอบอาชีพอื่นๆ หลายเท่านัก

    อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หากใครจะลงมือสร้างธุรกิจของตัวเอง ขึ้นมาสักอย่างหนึ่งแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือต้องลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก ทั้งในส่วนของสถานที่ตั้ง ต้นทุนการผลิต เงินเดือนพนักงาน การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ยิ่งใช้เงินลงทุนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมี ความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น เพราะเป็นไปได้ว่า หากธุรกิจของคุณไม่สร้างผลกำไร ก็จะทำให้เกิดภาวะขาดทุน และนำไปสู่การปิดตัวได้ในเวลาต่อมา แต่สำหรับการท่าธุรกิจขายตรง ปัญหาต่างๆ เหล่านี้จะหมดไป คุณไม่ต้องกังวลใจ เพราะแรกเริ่มหากคุณได้เลือกบริษัทที่คุณจะร่วมงาน ด้วยเป็นอย่างดีแล้ว คุณสามารถตรวจสอบประวัติรวมถึงรายได้และ ผลตอบแทนของบริษัทนั้นๆ จนคุณแน่ใจเกิน 100% ก่อน แล้วคุณค่อย เข้าไปร่วมท่าธุรกิจด้วย

    นอกจากนี้บริษัทที่ดำเนินธุรกิจขายตรง จะมีระบบที่ช่วยเหลือ เกื้อกูลนักธุรกิจขายตรงของตัวเองพอสมควร ความเสี่ยงที่คุณจะได้รับ กลับมาจึงตํ่ามากๆ หรือแทบจะไม่มีเลย

    ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร

    ปัญหาที่พนักงานกินเงินเดือนเบื่อหน่ายก็คือ การต้องรับคำสั่งจากเจ้านายหรือหัวหน้าทุกๆ วัน ให้ท่างานนั้นงานนี้ งานโน้นก็ด่วน งานนั้นก็เร่ง รวมถึงคำสั่งบางคำสั่งก็ไร้เหตุผล ท่าเหมือนกับว่าจะบีบให้คุณอยากลาออกจากงานชะอย่างนั้น แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อคุณเป็น ลูกน้อง ก็จำเป็นจะต้องฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาหรือ หัวหน้าในสายงาน เพราะถ้าไม่ปฏิบัติตาม คุณก็จบ

    แต่สำหรับการเป็นนักธุรกิจขายตรง คุณเองนั่นแหละคือเจ้านาย ตัวเอง คนที่จะสั่งให้คุณทำอะไรก็คือตัวคุณเอง ถึงแม้ว่าคุณอาจจะมีสปอนเซอร์หรืออัพไลน์ ซึ่งหลายคนในฐานะดาวน์ไลน์เข้าใจว่าเขาคือ เจ้านายของคุณ นั่นเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะสปอนเซอร์หรืออัพไลน์ จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ ให้การสนับสนุน และให้ความช่วยเหลือดาวน์ไลน์อย่างคุณ หาใช่เจ้านายผู้ที่คุณต้องคอยรับคำสั่ง หรือทำตามคำสั่งของเขาไม่ ส่วนตัวคุณเองหากคุณเป็นอัพไลน์ของใคร ก็อย่าเข้าใจไปว่าคุณ เป็นเจ้านายและมีลูกน้องคือดาวนไลน์ หากจงทำตัวเป็นผู้ช่วยเหลือ แนะนำ และสนับสนุนกันในทางธุรกิจ หรือเป็นเหมือนเพื่อน ร่วมมือกันพัฒนา และสร้างอาณาจักรธุรกิจขายตรงในเครือข่ายของตนเองกันดีกว่า

    บริหารเวลาได้ด้วยตัวเอง

    สิ่งที่มนุษย์ทำงานจำนวนมากในโลกใบนี้บอกว่ามีน้อย เหลือเกินก็คือ เวลา แต่สาระสำคัญที่เขาบอกว่าเวลาไม่มี ก็เพราะว่าเขาไม่รู้จักบริหารเวลาที่มี 24 ชั่วโมง ของตัวเองมากกว่า

    บางคนทำงานวันละ 18 ชั่วโมง อีก 4 ชั่วโมงสำหร้บการนอนพัก และอีก 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทาง ไม่หลงเหลือเวลาไว้สำหร้ปตัวเองและครอบครัว ซึ่งนี่แหละคือสิ่งที่สร้างปัญหาให้กับตัวเอง และเป็นการสร้างความร้าวฉานให้กับครอบครัวได้ง่ายและเร็วที่สุด

    ในการเป็นนักธุรกิจขายตรง จะเรียกว่าเป็นอาชีพที่มีอิสระในการทำงานก็ได้ เพราะคุณสามารถบริหารเวลาทุกนาทีของตัวเองได้ด้วยตนเอง ใน 1 สัปดาห์ คุณอาจจะใช้เวลาในการทำธุรกิจขายตรงของคุณสักชั่วโมง แล้วเวลาที่เหลือล่ะ คุณจะเอาไปทำอะไรดี

    แน่นอนว่า ยังเหลือเวลาอีกหลายสิบชั่วโมงให้คุณได้ใช้เพื่อตนเอง และครอบครัว คุณอาจจะไปเรียนเพิ่มเติม คุณอาจจะใชํแวลาในการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพ หรือคุณจะใชํเวลาอยู่กับครอบครัว ก็ทำได้อย่างแน่นอน การทำธุรกิจขายตรงทำให้เวลาทั้งชีวิตเป็นของคุณ คุณบริหาร มันได้ด้วยตัวเอง และคุณจะใซให้มันเกิดประโยชน์ต่อตัวเองและธุรกิจ ของคุณได้อย่างไร คุณก็เต็มที่กับเวลาของคุณได้เลย

    หารายได้มากเท่าที่คุณต้องการ

    เป็นไปได้ยากที่พนักงานประจำที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนเท่าๆ กันทุกเดือน จะทำรายได้เพิ่มมากเท่าที่คุณต้องการ บางเดือนคุณอาจจะมีรายจ่ายจำนวนมาก แต่รายได้ของคุณยังเท่าเดิม คุณก็จำเป็นจะต้องไปหาเงินจากแหล่งเงินกู้อื่นมาชดเชย อีกทั้งบางคนยังคิดว่า ตัวเองมีความสามารถระดับ A แต่ทำไมค่าตอบแทนที่ได้รับกลับอยู่แค่ B หรือ B-

    พนักงานกินเงินเดือนหลายคนเบื่อหน่ายกับรายได้ที่น้อยนิด ไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่มี บางคนจึงเลือกที่จะลาออกจากงานประจำมา ทำธุรกิจของตัวเอง แต่อย่าลืมว่าการทำธุรกิจด้วยตัวเองก็ต้องพบเจอกับความเสี่ยงมากมาย ยิ่งเงินลงทุนมากก็ยิ่งเสี่ยงมาก แต่หากคุณเป็นนักธุรกิจขายตรง คุณสามารถกำหนดรายได้ของตัวเองได้ และจะมากเท่าที่คุณต้องการจะให้เป็นตราบเท่าที่คุณลงมือทำ และทำได้มากเท่าที่ตั้งเป้าหมายไว้

    จุดสำคัญมันอยู่ที่ว่า คุณเองได้สร้างเครือข่ายของคุณเองได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแผนการทางการตลาดที่คุณได้วางไว้ คุณอาจจะจัดประชุมเชิญชวนคนใหม่ๆ ให้เข้ามาร่วมกับธุรกิจของคุณ จากนั้นก็โน้มน้าวใจให้เขามาเป็นดาวน์ไลน์ฃองคุณ

    คุณเองในฐานะอัพไลน์หรือผู้เป็นสปอนเซอร์ก็คอยสนับสนุน และแนะนำนักธุรกิจขายตรงรายใหม่ๆ ให้เขาสามารถสร้างยอดขายได้มากๆ รวมถึงให้เขาสร้างเครือข่ายของเขาเองขยายออกไป และยิ่งยอดขายมากขึ้นเท่าไหร่ เครือข่ายกว้างขึ้นเท่าไหร่ รายได้ที่เข้ามาหาคุณก็จะมากขึ้นเท่านั้น มันขึ้นอยู่กับความขยันและความตั้งใจจริงของนักธุรกิจขายตรงแต่ละคนนั่นเอง

    สร้างธุรกิจของตัวเองได้

    การเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กแค่หลักแสนหรือหลักล้านต้นๆ หรือจะเป็นธุรกิจหลักสิบหรือร้อยล้าน ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน ต่างกันตรงที่เสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ขึ้นอยู่กับว่าคุณลงทุนไปมากแค่ไหน และก่อนลงทุนมีการศึกษาข้อดีหรือผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับมากน้อยลึกซึ้งแค่ไหน
    ในการทำธุรกิจขายตรงก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะมีความเสียงตํ่า กว่าการทำธุรกิจอื่นๆ แต่ว่าหากคุณไม่มีการคืกษาข้อมูลของบริษัทที่คุณจะไปเข้าร่วมทำธุรกิจขายตรงด้วยให้ดีเสียก่อน ไม่ตรวจสอบความมั่นคงของบริษัท คุณภาพของผลิตภัณฑ์ แผนการตลาด รายได้ กำไร หรือข้อมูลสำคัญอื่นๆ คุณเองก็มีความเสี่ยงไม่ต่างจากการทำธุรกิจอื่นๆ เช่นเดียวกัน

    สี่งสำคัญที่นักธุรกิจขายตรงจะต้องทำก่อนเริ่มต้นสร้างธุรกิจของตัวเองก็คือ การตรวจสอบบริษัทที่จะร่วมทำธุรกิจด้วยนั่นเอง หลังจากที่ตกลงใจที่จะเลือกธุรกิจใดแล้ว ก็ลงไปลุยอย่างเต็มที่ เพราะถึงแม้ว่าคุณ จะไม่ได้สร้างผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้นขึ้นมาเอง แต่สำหรับคุณในฐานะที่เป็นนักธุรกิจขายตรง คุณเองสามารถสร้างเครือข่ายของตัวเองขึ้นมาได้ เทียบได้ว่าคุณสามารถสร้างธุรกิจของตัวเองได้เอง

    การสร้างเครือข่ายธุรกิจในธุรกิจขายตรงเป็นลิงสำคัญและจำเป็นมากๆ เพราะนอกจากจะเป็นการเปิดตลาดธุรกิจที่ทำอยู่ให้กว้างขวางออกไปได้มากแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ให้เกิดมากยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะเมื่อเครือข่ายมาก มีการสั่งชื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์มาก รายได้ก็จะมากขึ้นไปด้วย และคุณในฐานะสปอนเซอร์หรืออัพไลน์ของพวกเขา เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย เปรียบดังกับเจ้าของธุรกิจนั่นเอง

    มีความยืดหยุ่นในการทำธุรกิจสูง

    คงจะยากที่จะหาธุรกิจที่คนดำเนินธุรกิจสามารถนอนตื่นสาย หรือทำงานเพียงแค่วันละ 5 ข้วโมง หรือให้คนในครอบครัวมาร่วมทำธุรกิจด้วย หรือแม้แต่อยากจะหยุดงานไปเที่ยวสัก 2 สัปดาห์ โดยที่ธุรกิจไม่เกิดความเสียหาย หากคุณทำงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือน เข้างาน 8 โมงเช้า เลิกงาน 5 โมงเย็น ต้องทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมง ไม่รวมโอทีหากมีงานเร่งงานด่วน วันหยุดพักร้อนทั้งปีมีเพียง 7 วัน บางบริษัทหยุดงานไปทำธุระส่วนตัวก็ถูกหักเงินเดือน ป่วยแค่ไหนก็ต้องลากสังขารมาทำงาน เพียงเพราะไม่อยากถูกบันทึกไว้ จนทำให้ได้โบนัสปลายปีน้อยกว่าคนอื่น

    และบางคนที่มีธุรกิจของตัวเอง ก็ยากที่จะปลีกตัวไปไหนได้ เพราะอย่างไรก็เป็นห่วงธุรกิจ แม้แต่จะหาเวลาไปเที่ยวพักผ่อนสัก 2-3 วันยังยาก เพราะหากปิดร้านไปหรือหยุดทำธุรกิจไป ก็จะทำให้ขาดรายได้ ทำให้วงจรของรายได้ขาดหาย อาจจะทำให้ระบบการเงินของธุรกิจเกิดช็อตขึ้นมาก็เป็นได้

    แต่สำหรัมการเป็นนักธุรกิจขายตรง อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า การเป็นนักธุรกิจขายตรงก็เหมือนกับการเป็นนักธุรกิจอิสระ ที่มือิสระมากมาย เป็นเจ้านายตัวเอง สามารถหาเงินได้มากเท่าที่ต้องการ ทำให้ธุรกิจขายตรงนี้เป็นธุรกิจที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก

    ระหว่างที่คุณไปพักผ่อนกับครอบครัว 2 สัปดาห์ ธุรกิจของคุณก็ยังดำเนินต่อไปด้วยตัวของมันเอง โดยดาวน์ไลน์หลายๆ คนของคุณที่คุณได้ให้การสนับสนุนเขาก็ดำเนินธุรกิจต่อไป เปอร์เซ็นต์จากยอดขายของเขาก็จะล่งมายังคุณซึ่งเป็นอัพไลน์ของเขา โดยที่คุณพักผ่อนได้อย่างสบายใจ และมีรายได้เช้ามาอย่าต่อเนื่องไม่ชะงักงันอีกด้วย

    สามารถเกษียณอายุได้ตามต้องการ

    การทำงานโดยทั่วไปของคนเรา หากเป็นพนักงานบริษัทหรืองานธนาคาร อาจจะเกษียณอายุการทำงานประมาณอายุ 55 ปี ส่วนงานข้าราชการอาจจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี บางคนอาจจะเกษียณก่อนกำหนดสัก 3-4 ปี แต่โดยรวมแล้ว คนเหล่านี้ก็ต้องทำงานหนักเกือบ 40 ปี เพื่อหารายได้ให้กับตัวเองและครอบครัว บางคนมีความคิดว่า ตอนที่มีแรงมีกำลังในการทำงานก็ทำให้เต็มที่ไป พอเกษียณจะได้สบาย ไปเที่ยวหรือทำอะไรตามที่ตัวเองต้องการ แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่บางคนอาจจะเสียชีวิตก่อนที่จะได้ใช้เงิน หรือได้มีชีวิตที่สะดวกสบาย บางคนก็เป็นโรครุมเร้า เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ผสมกับการทำงานหนักและเผชิญหน้ากับภาวะความเครียดจากการทำงานมาตลอดชีวิต บางคนที่คิดว่าพอเกษียณจะไปท่องเที่ยวตามที่อยากไป แต่สังขารกลับไม่เอื้ออำนวย สุดท้ายก็เลยต้องอยู่บ้านอย่างเดียว

    แต่สำหรับนักธุรกิจขายตรง คุณอาจจะเกษียณตัวเองตอนอายุ 45 ปี คุณหยุดการทำงาน แต่รายได้ของคุณไม่ได้หยุดไปด้วย รายได้ของคุณยังคงดำเนินต่อไปให้แก่ตัวคุณ

    สิทธิประโยชน์มากมาย

    หลายคนที่ยังไม่ได้เข้ามาสัมผัสกับธุรกิจขายตรงอย่างเต็มตัว อาจจะมองไม่เห็นผลประโยชน์อื่นที่จะได้รับ นอกจากรายได้จากยอดขายและเปอร์เซ็นต์ยอดขายของ ดาวน์ไลน์ในเครือข่ายของตน

    จริงๆ แล้วเป็นนักธุรกิจขายตรงนั้น มีสิทธิประโยชน์ที่ได้รับมากมาย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว หากพูดถึงในระยะสั้น สิ่งที่นักธุรกิจขายตรงได้รับก็คือ รายได้จากการดำเนินธุรกิจของตนเอง รวมถึงเปอร์เซ็นต์จากยอดขายของดาวน์ไลน์ในสายของตนด้วย

    และเมื่อทำยอดขายได้สูงติดต่อกัน ก็จะได้เลื่อนตำแหน่งของการเป็นนักธุรกิจขายตรงไปเรื่อยๆ อย่างเช่น นักธุรกิจขายตรงหรือนักธุรกิจอิสระของบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง เมื่อนักธุรกิจทำยอดขายได้สูงติดต่อกัน ก็จะมีการเลื่อนตำแหน่งไปเรื่อยๆ ไปจนถึงระดับเพชร ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุด มีรายได้ต่อเดือนหลักล้าน เป็นที่ใฝ่ฝันของนักธุรกิจขายตรงทั้งหลาย แต่การจะไปถึงจุดนั้นได้ ก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและพยายามอยู่ไม่น้อยทีเดียว

    นอกจากนี้สิ่งที่จูงใจให้หลายคนเดินเข้ามาสู่เส้นทางสายนี้ก็คือ การท่องเที่ยวฟรีตลอดรายการเมื่อทำยอดขายได้ดีติดต่อกัน และอยู่ในระดับที่ควรจะได้รับสิ่งตอบแทนเป็นการท่องเที่ยว

    บริษัทขายตรงมีชื่อแห่งหนึ่ง จัดทริปพานักธุรกิจของบริษัทตนที่ ทำยอดขายได้ดีไปเที่ยวเกาหลี ส่วนอีกทริปเป็นทริปในฝันของนักธุรกิจของบริษัทนี้ ก็คือการส่องเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 7 วัน ฟรีตลอดรายการ ทั้งกินและเที่ยว เห็นรายการพิเศษอันเป็นสิทธิประโยชน์แบบนี้ เชื่อแน่ว่าทำให้พนักงานกินเงินเดือนประจำหลายคน ยอมเปลี่ยนตัวเองมาเป็นนักธุรกิจขายตรงกันเป็นจำนวนมาก

    แต่อย่าลืมว่าไม่มีสิ่งใดได้มาง่ายๆ หรือได้มาฟรีๆ กว่าจะประสบความสำเร็จทั้งด้านตำแหน่งหน้าที่การงาน และรายได้ ก็จะต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความมุ่งมั่น และความพยายามอย่างแท้จริง

    ทำธุรกิจขายตรงแล้วรวยจริงหรือ

    และคำถามยอดนิยมที่ยังคงถามต่อกันไปอีกเรื่อยๆ คือ ทำธุรกิจขายตรงแล้วรวยจริงหรือ วันนี้ผมมีคำตอบครับ

    มีคนสงสัยมาว่า ทำธุรกิจขายตรงรวยจริงๆ เหรอครับ มีใครทำได้บ้าง ทำงาน 2-3 ปีสามารถเกษียณได้ มีเงินเดือนละล้าน คนรอบตัวผม คนที่ผมรู้จักที่ทำธุรกิจขายตรงยังไม่เห็นมีใครซื้อรถสปอร์ตเลย คนที่ทำก็เลิกทำไปตั้งหลายคน ยังไม่เห็นมีใครได้อย่างที่ว่าเลย ผมไม่รู้นะผมไม่ได้ต่อต้านธุรกิจขายตรงนะครับ แต่ผมว่าทำงาน 2-3 ปีเกษียณอายุได้ มีเงินใช้เดือนละล้าน มันจะเว่อร์ไปหล่ะ

    เอาหล่ะครับนั่นก็เป็นคำถาม งั้นเราลองมาอ่านคำตอบกันเลยนะครับ

    รวยจริง คือ ต้องรู้จริง ก่อนต้องเลือกบริษัทให้ถูก เพราะต้องเลือกบริษัทที่ มีระบบการสอนที่ดีที่สุด และยั่งยืน คือ ก่อตั้งมามากกว่า 10 ปีขึ้นไป ไม่เกี่ยวว่าจะต้องเป็นต้นสาย เพราะเป็นต้นสายแล้วบริษัทล้มก็มีมาแล้ว คนที่ทำแล้วเลิก เป็นเพราะ ความเชื่อเขามีแค่นั้น เพราะคนที่ทำแล้วสำเร็จคือคนที่มีความเชื่อที่สุด เชื่อว่าจำสำเร็จ สุดท้าย บุคคลที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่แล้วสำเร็จเพราะความอุตสาหะ ความสามารถช่วยได้แค่ 1เปอร์เซ็น เท่านั้น แค่แรงจูงใจ แค่นั้นเอง แต่สำเร็จจริง น้อยคนยากมาก ทุกอย่างเป็นไปได้แต่ต้อง ขยัน อดทนและไม่หลอกลวงคนอื่นให้มาทำธุรกิจขายตรง

    ตอนแรกผมก้คิดแบบท่านที่ถามมานะ ผมไม่ชอบธุรกิจขายตรงเลยด้วยซ้ำ ผมหนีการธุรกิจขายตรงมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีเพื่อนชวน ผมจะไม่ยอมไปเลย เพราะกลัวเสียเงินฟรี แต่โชคดีที่ผมเป็นคนชอบเปิดโอกาสให้ตัวเอง หลังจากที่ได้ไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของบริษัทเค้าทำธุรกิจขายตรงด้วย ผมก็เลยสงสัยว่ารวยระดับเจ้าของบริษัทแล้ว จะไปทำธุรกิจขายตรงทำไมให้เสียเวลา สู้เอาเวลามาพัฒนาการตลาดบริษัทไม่ดีกว่าหรือ

    แต่พอมาศึกษาแล้ว จึงได้รู้ว่าที่เราทำงานในบริษัทมันเป็น active income คือ ถ้าเราไม่ทำเราก็ไม่มีเงินเข้ามา หรือบริษัทเจ๊ง เราก็ไม่มีรายได้ แต่ธุรกิจขายตรงเป็น passive income ที่เวลาเราหยุดทำงาน หรือเวลาที่เราป่วย เรายังคงได้รับเงินเข้ามาเรื่อยๆ ความต่างมันอยู่ตรงนี้นี่เองครับ

    และก็รู้ว่าเราต้องดูที่บริษัทที่ขายตรงที่มีระบบที่ดี แล้วเราต้องทำธุรกิจแบบมืออาชีพ ทำแบบจริงๆ จังๆ ไม่ทำเล่นๆ ผมเชื่อว่าทุกอาชีพ มีคนสำเร็จและก็คนล้มเหลว ที่สำคัญสิ่งที่ต้องดูไม่ใช่วิธีการทำ แต่เป็นผลลัพธ์จากธุรกิจว่าเป็นทฤษฎี หรือมันเกิดขึ้นจริงๆ ถ้าวันนี้เราทำแบบมืออาชีพ มีคนช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ ช่วยให้คนเดินตามเราได้ผลลัพธ์จิงๆ มันก็น่าสนใจนะครับ เราต้องไม่ตัดสินใจสิ่งที่เรายังไม่รู้จริงว่ามันคืออะไร เพราะไม่แน่มันอาจจะเป็นสิ่งที่คุณตามหามันทั้งชีวิตก็ได้ ลองดูครับ ไม่เสียหาย ไม่ใช่ก็ไม่ทำ ทุกอย่างเป็นประสบการณ์ชีวิต

  • วิธีเปิดร้านทำธุรกิจซักอบผ้าให้ประสบความสำเร็จ

    โอกาสทางธุรกิจ

    การเปิดร้านซักอบผ้าด้วยเครื่องอัตโนมัตินี้ต้องใช้จำนวนแรงงาน ต้องจ้างคนงาน 2-3 คนขึ้นไป เพื่อ ทำหน้าที่นำผ้าเข้าซักอบผ้า และรีดผ้า ต้องมีการอบรมพนักงานให้รู้จักวิธีใช้เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และคาดคะเนปริมาณผงซักฟอกที่ต้องใช้ และพิจารณาเลือกเสื้อผ้าที่สีอาจตกออกมา มิฉะนั้นจะเปื้อนเสื้อตัวอื่นในการซักร่วมกัน และจะต้องร้จักวิธีรีดผ้าด้วย

    การซื้อวัตถุดิบเครื่องซักผ้าที่นำมาใช้ในธุรกิจนี้ ควรเป็นเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ สามารถซักเสื้อผ้าได้มากกว่า 10 ชุดในคราวเดียวกัน ราคาจึงสูงกว่าเครื่องซักผ้าขนาดเล็ก สำหรับแหล่งซื้อก็สั่งซื้อจากบริษัทผู้นำเข้าเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่มา เครื่องอบผ้าก็เช่นกัน เงื่อนไขการซื้อก็คือมักจะซื้อเงินสด หากต้องการซื้อระบบเงินผ่อน ก็ต้องวางเงินดาวน์แล้วผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ตามแต่จะตกลงกับบริษัทผู้สั่งซื้อ วัตถุดิบอีกประเภทหนึ่งที่สำคัญคือ ผงซักฟอกซึ่งต้องซื้อผงซักฟอกสำหรับเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ เพราะผงซักฟอกธรรมดามีฟองมากเกินไปไม่เหมาะสมที่จะใช้กับเครื่องซักผ้า ดังนั้นจึงต้องสั่งซื้อจากบริษัทผู้ผลิตโดยตรง

    ในกรณีที่ซื้อเงินสด และซื้อในจำนวนที่มากพอก็จะได้ส่วนลดเงินสดจากบริษัทผู้ผลิต ตามอัตราที่ผู้ผลิตตกลงไว้ หากซื้อเงินเชื่อก็จะเป็นผลดีในการนำเงินมาหมุนเวียนก่อนได้ แต่ก็ไม่ได้รับส่วนลดเงินสดทันที ในการสั่งซื้อเงื่อนไขการสั่งซื้อก็แล้วแต่ผู้ผลิตจะกำหนดกระบวนการผลิตรับผ้าซักด้วยมือในบริเวณที่ผ้าสกปรกส่งเข้าเครื่องซักผ้าเข้าเครื่องอบรีดผ้า

    การตลาด

    ลักษณะของการให้บริการธุรกิจบริการซักอบผ้าด้วยเครื่องอัตโนมัติ เป็นบริการที่ช่วยผ่อนแรงและอำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ โดยการใช้เครื่องจักร ทั้งในการซักผ้าและทำให้แห้ง แรงงานที่ใช้จะทำเพียงการรีดผ้า วิธีการจัดจำหน่าย และการตั้งราคา ลูกค้าจะมาใช้บริการเองที่ร้าน แต่อาจมีบริการรับ-ส่ง ผ้าตามบ้าน แต่ต้องให้ความสนใจที่จะไม่ให้มีช้อผิดพลาดในการรับ-ส่งผ้า ซึ่งอาจหาวิธีการเช่นใช้เครื่องหมายต่าง ๆ ที่แตกต่าวกันไป สำหรับแต่ละครอบครัว

    ส่วนการตั้งราคานั้นจะพิจารณาจากร้านที่บริการซักอบผ้าโดยใช้เครื่องอัตโนมัติอื่น ๆ และต้องพิจารณาจากต้นทุน มีการคาดคะเนปริมาณผู้ที่จะมาใช้บริการ แล้วทำการคำนวณหาราคาที่เหมาะสม ซึ่งในการให้บริการนั้น มักไต้รับเงินสดจากลูกค้าทันที ปริมาณความต้องการ แนวโน้มความต้องการบริการซักอบผ้าด้วยเครื่องอัตโนมัติจะมีมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้ามีการนำเครื่องผ่อนแรงมาช่วยทำให้มนุษย์มีความสะดวกสบายมากขึ้น

    นอกจากนี้สภาพเศรษฐกิจและสังคมของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก คนต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ทั้งหญิงและชายเพื่อหารายไต้ช่วยเหลือครอบครัวทำให้เวลาที่อยู่บ้านและพักผ่อนน้อยลง บริการซักอบผ้าด้วยเครื่องอัตโนมัติจะช่วยผ่อนแรงคน ด้วยอัตราค่าบริการเพียงไม่มากนักแต่จะทำให้คนมีเวลาพักผ่อนมากขึ้น

    ทำเลที่ตั้ง

    เนื่องจากผู้ลงทุนหลายรายมักเล็งเห็นว่าบริการนี้มีแนวโน้มที่จะทำรายได้ดี หากตั้งในทำเลที่เหมาะสม ซึ่งเป็นบริเวณที่คาดว่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการมาก ดังนั้นจึงมีร้านค้าประเภทที่ทำธุรกิจซักอบผ้านี้เพิ่มขึ้น ภาวะการแข่งขันระหว่างร้านซักอบผ้าด้วยกันอาจมีไม่มากนัก เว้นเสียแต่จะมาตั้งอย่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกัน แต่อาจมีธุรกิจอื่น เช่น ผู้รับจ้างซักรับ-ส่งตามบ้าน ซึ่งจะมีกระจายตามหมู่บ้าน แฟลต เป็นคู่แข่งขันโดยตรงของกิจการซึ่งมุ่งตลาดเดียวกัน ที่มีข้อได้เปรียบคือ การรับ-ส่งเสื้อผ้าที่ซักตามบ้าน แต่ข้อเสียเปรียบคือ การซักที่รวมปะปนกับของคนอื่น และรับซักจำนวนมาก ผู้บริโภคยังไม่แน่ใจเรื่องความสะอาด และอาจมีปัญหาการส่งผ้าผิดบ้าน ในขณะที่บริการซักอบด้วยเครื่อง เชื่อถือในด้านความสะอาดเพราะไม่ซักปนกับของคนอื่น

    ควรอยู่ในย่านที่มีผู้อาศัยมากเช่น หมู่บ้าน คอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ หรือย่านทำเลที่อยู่อาศัยใจกลางเมือง และควรตั้งในที่ที่มีผู้คนสัญจรไปมาได้ง่าย การบริหารและระบบงานที่สำคัญ แม้ว่าจะเป็นระบบการทำงานด้วยเครื่องอัตโนมัติ แต่ก็ควรอบรมพนักงานให้มีความระมัดระวังในการรักษาและใช้เครื่อง และการใช้ผงซักฟอกในปริมาณที่เหมาะสม

    ควรเลือกที่ที่คาดว่าจะเป็นลูกค้าเปัาหมายซึ่งยังไม่มีศูนย์บริการประเภทนี้ ก็จะทำให้กลายเป็นผูริเริ่มกิจการในละแวกนั้น ทำให้มีผู้มาทดลองใช้บริการมากโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ทำให้อาจจะหันมาทดลองใช้บริการกลุ่มลูกค้า และมีการส่งเสริมการขายกลุ่มลูกค้า มีหลายทำเลด้วยกันนั่นคือครอบครัวที่สมาชิกต้องออกไปทำงานนอกบ้าน โดยเฉพาะครอบครัวที่อยู่ตามหมู่บ้านแถบชานเมืองต้องเสียเวลาในการสัญจรไปมาทำงานในตอนเข้า และในการเดินทางกลับบ้านในตอนเย็น ซึ่งจะเกิดความเหน็ดเหนื่อยมาก จึงยอมเสียเงินเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ไต้ความสะดวกสบาย โดยนำผ้ามาซักที่ร้านบริการซักอบผ้านี้

  • วิธีเปิดร้านขายเสื้อผ้าให้ประสบความสำเร็จ

    การทำธุรกิจขายเสื้อผ้า ร้านของเราควรมีความทันสมัยของแบบเสื้อผ้า หรือที่เรียกว่าตามแฟชั่น เพื่อตอบสนองของต้องการของลูกค้า เพราะเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับเทรนที่เปลี่ยนเข้ามา ดังนั้นในการทำธุรกิจขายเสื้อผ้า ควรจะต้องมีแบบเสื้อผ้าที่ทันสมัยตามกระแสแฟชั่นอยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้าที่มีความต้องการซื้อในเสื้อผ้าแฟชั่นตามเทรน เมื่อนึกถึงเสื้อผ้าที่ต้องการก็จะเข้ามาใช้บริการร้านเสื้อผ้าของเราอยู่เสมอ และถ้าเป็นเสื้อผ้าที่มีความทันสมัยสวยงามถูกใจ ก็จะเกิดการบอกต่อแบบปากต่อปาก หรือแชร์ลงใน Social Media ต่างๆ ซึ่งเป็นการทำให้ธุรกิจของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น

    ความหลากหลาย

    การทำธุรกิจขายเสื้อผ้า ร้านเราจะต้องมีเสื้อผ้าที่ขายโดยเน้นที่ความหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อได้มากขึ้น และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในหลายกลุ่มอายุ กลุ่มวัยเพื่อเป็นการขยายธุรกิจอีกทางหนึ่ง ความหลากหลายในที่นี้คือความหลากหลายของแบบเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ามือหนึ่ง หรือมือสองก็สามารถสร้างความหลากหลายได้ ความหลากหลายนอกจากจะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าแล้ว ยังเป็นการเพิ่มช่องทางการขาย ให้สามารถขายเสื้อผ้าให้กับลูกค้าได้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ความหลากหลายของเสื้อผ้าจะต้องมีเสื้อผ้าที่เหมาะกับฤดูกาลด้วย เช่น เสื้อผ้าหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการเลือกซื้อเสื้อผ้าให้กับลูกค้า

    คุณภาพเสื้อผ้า
    คุณภาพของเสื้อผ้าในร้านเรา เป็นเรื่องที่ต้องให้ความใส่ใจ และให้ความสำคัญมาก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าใครก็ชอบของดีมีคุณภาพ ลูกค้าที่ต้องการซื้อเสื้อผ้าก็เช่นเดียวกัน มีความต้องการที่จะซื้อ และสวมใส่เสื้อผ้าที่มีคุณภาพ คุณภาพในที่นี้คือเนื้อผ้าที่มีคุณภาพ การตัดเย็บของเสื้อผ้าที่ทำโดยช่างมีฝีมือทำให้แบบเสื้อผ้าออกมาสวยงาม มีความทันสมัย ซึ่งเรื่องคุณภาพของสินค้าไม่ว่าจะเป็นในการทำธุรกิจขายเสื้อผ้า หรือธุรกิจใดก็ตาม เราจะต้องคำนึงถึงคุณภาพเป็นอันดับแรกๆ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจแก่ลูกค้าเสมอ

    การประชาสัมพันธ์ร้าน

    การจะทำให้ธุรกิจขายเสื้อผ้าเป็นที่ลูกจักของลูกค้า เราจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ที่ดี โดยช่องทางในการประชาสัมพันธ์ธุรกิจในปัจจุบันนี้มีหลากหลายวิธีมากกว่าในสมัยก่อน โดยวิธียอดนิยมที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น การใช้ Fanpage ใน Facebook เพื่อประชาสัมพันธ์ การใช้ Social Media อื่นๆ อย่างเช่น Line หรือ Instagram หรือการเปิดเว็บไซต์ร้านของเรา เพราะนอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์แล้ว ยังเป็นช่องทางในการพูดคุย ติดต่อกับลูกค้า เพื่อรับทราบข้อติชม หรือความพึงพอใจเมื่อซื้อสินค้าไปแล้ว และยังเป็นช่องทางในลงรูปเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้ลูกค้าได้เห็นอีกด้วย

    ราคาเสื้อผ้า

    ไม่ว่าใครก็ชอบสินค้าดีราคาประหยัด ดังนั้นในธุรกิจขายเสื้อผ้า เราควรจะตั้งราคาขายที่มีความเหมาะสม โดยคำนวณจากต้นทุน วัตถุดิบ ค่าจ้างในการผลิต ค่าขนส่ง เพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม ซึ่งลูกค้าจะซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ และราคาสมเหตุสมผล หากทางร้านจำหน่ายเสื้อผ้าที่มีราคาสูง ก็ควรมีจะช่วงในการจัดโปรโมชั่นลดราคา เพื่อสร้างช่องทางการตลาดการเลือกซื้อสินค้าของลูกค้า และเป็นการขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

    การลองเสื้อผ้า

    ในการเปิดร้านขายเสื้อผ้า หากมีหน้าร้าน เราควรจะต้องมีการให้ลูกค้าได้ลองเสื้อผ้าก่อนการตัดสินใจซื้อ เพราะถ้าเราไม่ให้ลูกค้าลอง จะทำให้ลูกค้ากะขนาดไม่ถูก หรือซื้อไปแล้วใส่ไม่ได้ ขนาดใหญ่เกินไปบ้าง หรือเล็กเกินไปบ้าง หรือใส่แล้วไม่เข้ากับลูกค้าบ้าง ซึ่งการให้ลูกค้าได้ลองเสื้อผ้าก่อนนั้นช่วยเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้นว่าเรามีความเอาใจใส่ในความรู้สึกของลูกค้าที่ต้องการลองชุดก่อนซื้อ

    การเปลี่ยนคืนเสื้อผ้า

    ข้อสำคัญอีกประการในการทำธุรกิจขายเสื้อผ้าให้ประสบความสำเร็จ คือ เราต้องให้ลูกค้าเปลี่ยนชุดที่ลูกค้าซื้อไปแล้วได้ โดยกำหนดระยะเวลาว่า เมื่อลูกค้าซื้อไปแล้วสามารถนำเสื้อผ้าที่ซื้อไปนำกลับมาได้ภายในระยะเวลากี่วัน ซึ่งส่วนใหญ่จะให้เปลี่ยนในระยะเวลาไม่เกิน 3 วัน การเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนคืนเสื้อผ้ากับทางร้านได้นั้น ถือเป็นการแสดงความจริงใจ และทำให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้า และกลับมาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านคุณซ้ำอย่างแน่นอน หรือถ้าเราไม่ต้องการขายขาด ไม่ให้มีการนำเสื้อผ้ากลับมาคืนอีก เช่น บางร้านจะเขียนไว้ว่า ซื้อแล้วไม่รับคืน หรือ ซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยน

    สรุป

    การทำธุรกิจขายเสื้อผ้า ธุรกิจนี้มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ซึ่งเป็นการทำธุรกิจที่ผู้ขายจะต้องมีความรักในธุรกิจนี้ เพราะเราต้องอยู่กับสิ่งที่เกือบทุกวัน คลุกคลีกับสิ่งนี้ คิดแผนเกี่ยวกับสิ่งนี้ เพื่อพัฒนาร้านเราให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป และเราต้องเป็นคนที่มีความกระตือรือร้น เพราะธุรกิจขายเสื้อผ้าถือเป็นสิ่งที่จะต้องตามแฟชั่นที่เปลี่ยนหมุนเวียนไปอยู่เสมอ เราต้องตามเทรนหาเสื้อผ้าใหม่ๆ มา เพื่อไม่ให้ร้านเราตกยุคตกสมัย

    บทความนี้ ก็จะเป็นการบอกเทคนิคการขายเสื้อผ้าอย่างไรให้รวย ให้มีคนมาอุดหนุนประจำ ซึ่งในปัจจุบันนี้การขายเสื้อผ้า เป็นกระแสนิยมและถือว่าเป็นสินค้าที่ขายง่าย เพราะด้วยเสื้อผ้าที่เป็นสินค้าหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยอยู่เสมอ ทำให้การขายเสื้อผ้านั้นขายง่ายขายไว การขายเสื้อผ้าก็มีเทคนิคการขายที่ช่วยสร้างยอดขายให้มากขึ้น เพราะร้านขายเสื้อผ้าผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ตลาดในการขายเสื้อผ้าถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้นพ่อค้าแม่ค้าที่จะทำในตลาดนี้ควรหาเทคนิคการขายต่างๆ มาช่วยสร้างยอดขายให้มากขึ้น ด้วยเทคนิคการขายเสื้อผ้า ต่อไปนี้

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าทักทาย

    ก็คือ การพบปะลูกค้าภายในร้าน พร้อมแนะนำเสื้อผ้า และสอบถามความต้องการของลูกค้าไปด้วย เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการทักทายลูกค้าสามารถทำได้ง่ายๆ ซึ่งเจ้าของร้าน หรือคนขายควรมีใบหน้าที่ยิ้มด้วยเพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความเป็นกันเอง และความเอาใจใส่ลูกค้าของคนขาย และหากลูกค้ามีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับเสื้อผ้าก็สามารถให้คำตอบได้ พร้อมกับแนะนำเสื้อผ้าให้ลูกค้าได้ตัดสินใจไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการสร้างบรรยากาศร้าน

    สร้างบรรยากาศของร้านให้น่าเข้ามาเลือกชมเสื้อผ้า ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีแบบ และสีสันที่โดดเด่น หรือเสื้อผ้าที่ขายดีที่สุดควรไว้หน้าร้าน ควรมีหุ่นลองเสื้อเพื่อให้เห็นว่าเมื่อสวมใส่แล้วจะออกมาเป็นแบบใด และควรสร้างบรรยากาศสวยๆ ภายในร้านด้วยเพื่อว่าอย่างน้อยร้านก็จะได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น การสร้างบรรยากาศร้านเป็นการเรียกลูกค้า และเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ร้านให้เป็นที่รู้จัก โดยที่ร้านควรมีนามบัตร หรือโบว์ชัวร์ของทางร้านเพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักและนำไปบอกต่อ

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการสอบถามความต้องการลูกค้า

    สอบถามความต้องการของลูกค้าว่าอยากได้เสื้อผ้าแบบใด เทคนิคนี้ เป็นการสำรวจความต้องการของลูกค้าไปในตัวด้วย ทำให้แม่ค้าทราบถึงความต้องการ และกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนมากขึ้น และควรเลือกขายเสื้อผ้าแบบเฉพาะเจาะจงไม่ปนหรือรวมกันเพราะจะทำให้ร้านไม่มีเป้าหมายในการขายที่ชัดเจน

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการแนะนำ

    ถ้าลูกค้าดูลังเลใจในการเลือกเสื้อผ้า เราควรที่จะแนะนำเสื้อผ้าให้เข้ากับลูกค้า ให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนที่ช่วยเลือกเสื้อผ้าให้กัน วิธีนี้ต้องเริ่มที่คนขายต้องเข้าใจเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ขายว่าเหมาะกับคนกลุ่มไหน วัยไหน เมื่อมีลูกค้าเข้ามาเลือกชม ก็จะสามารถแนะนำลูกค้าได้ทันทีว่าลูกค้าท่านนั้นควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าแบบใด

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการให้ลองเสื้อผ้า

    ซึ่งการให้ลองเสื้อผ้าก่อนซื้อนี้ จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และได้เห็นว่าหลังใส่เสื้อผ้านั้นๆ แล้วเป็นอย่างไร ซึ่งช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น การให้ลองเสื้อผ้าก่อนซื้อเปรียบเหมือนการซื้อใจลูกค้า และเป็นกลยุทธ์ที่เหนือกว่าเทคนิคการขายเสื้อผ้าของร้านอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่ร้านเสื้อผ้าจะไม่ให้ลองเสื้อผ้า

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการรับเปลี่ยน

    รับเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ โดยกำหนดระยะเวลาได้เช่น รับเปลี่ยนไม่เกิน 7 วัน เพราะหากลูกค้าไม่พึงพอใจในเสื้อผ้าที่ซื้อไปสามารถเปลี่ยนคืนได้ เทคนิคการขายเสื้อผ้านี้ก็ได้ทำให้ลูกค้าประทับใจไม่น้อย ว่าร้านนี้ให้ความสำคัญกับลูกค้ามาก

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการส่งเสริมการขาย

    เราต้องมีการส่งเสริมการขาย เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจ วิธีนี้เหมาะสำหรับร้านเสื้อผ้าทั้งที่เปิดใหม่ หรือเปิดมานานแล้ว เพราะวิธีช่วยให้ลูกค้าสนใจเสื้อผ้าร้านของเรามากขึ้น ในแต่ละเดือนอาจมีการจัดโปรโมชั่นแบบไม่ซ้ำ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เช่น ซื้อ 1 แถม 1 ลด หรือ 30% จากป้าย เป็นต้น เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยการส่งเสริมการขายได้รับความนิยมไม่น้อย และยังได้รับความนิยมถึงปัจจุบัน

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยดูแลลูกค้าหลังการขาย

    แม้จะเป็นการขายเสื้อผ้า แต่การดูแลหลังการขายก็เป็นเรื่องสำคัญ และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ไม่น้อย ซึ่งทำให้ฐานลูกค้าเก่ายังคงอยู่ และเป็นการรักษาลูกค้าเก่า และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ไปในตัวด้วย ซึ่งวิธีจะช่วยให้มีลูกค้าประจำ ทำให้ยอดขายเสื้อผ้าดำเนินไปอย่างราบรื่น และต่อเนื่อง

    เทคนิคการขายเสื้อผ้าด้วยระบบสมาชิก

    ระบบสมาชิกก็คือคือ มีการให้ลูกค้าสมัครเป็นสมาชิกกับทางร้านได้ เพื่อให้ลูกค้าที่เป็นสมาชิกได้รับสิทธิพิเศษในการซื้อสินค้าภายในร้าน รวมไปถึงแจ้งโปรโมชั่นต่างๆ ให้ลูกค้าได้ทราบ เทคนิคการขายเสื้อผ้าวิธีนี้จะช่วยให้มีลูกค้าประจำมากขึ้น เพราะการสมัครสมาชิกจะช่วยให้รู้ฐานลูกค้า และดูยอดขายที่เติบโตได้อีกด้วย

    สรุป

    ซึ่งเทคนิคการขายเสื้อผ้าเหล่านี้ สามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับการขายเสื้อผ้าได้ พ่อค้าแม่ค้าสามารถค้นหาเทคนิคการขายเสื้อผ้า ได้จากการขายเสื้อผ้าที่ขายอยู่ ด้วยเทคนิคที่มีสารพัดวิธี ตำราหลายๆ เล่ม รวมไปถึงการจัดวางร้านให้ดูสวยงาม และมีทำเลที่มีคนพลุกพล่าน และพ่อค้าแม่ค้าควรหาวิธีที่เหมาะสมกับร้านเสื้อผ้าของตัวเองว่าเหมาะกับเทคนิคการขายเสื้อผ้าแบบใด ด้วยการแข่งขันที่สูงของการขายเสื้อผ้าในปัจจุบันที่มีมากขึ้น ทำให้ร้านขายเสื้อผ้าต้องหาวิธีการเฉพาะตัวมาช่วยในการแข่งขันที่มีสูงมากในตลาดเสื้อผ้า และช่วยเพิ่มยอดขายให้มีมากขึ้น จนกระทั่งประสบความร่ำรวยได้ในที่สุดครับ

error: Content is protected !!