Category: ธุรกิจต่างๆ

  • วิธีทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างให้ประสบความสำเร็จ

    ในปัจจุบันนี้มีธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเกิดขึ้นมากมาย เพราะปัจจุบันมีการก่อสร้างไปทั่วทุกหนแห่งของเมืองไทย ทำให้หลายคนเล็งเห็นเม็ดเงินถึงการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แต่การที่จะทำการตลาดหรือหาลูกค้าให้ได้นั้น จะต้องผ่านด่านและอุปสรรคหลายอย่างเลยทีเดียว เพราะการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้ เพราะกว่าจะได้แต่ละงานโดยอาจจะต้องมีการประมูล รวมถึงการเช็คราคาวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ที่มีการขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา เพราะบางครั้งที่รับงาน ราคาวัสดุอาจจะต่ำ แต่หลังจากรับงานไป ราคาเหล็กหรืออุปกรณ์ตัวอื่นๆ กลับพุ่งสูงขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขาดทุนก็มี นอกเหนือจากนี้ยังรวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่จะทำให้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของคุณมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับจากลูกค้าได้

    จากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

    หลายคนที่กว่าจะฝ่าด่านมาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อาจะมีการเดินทางผ่านไปยังจุดของความสำเร็จ และจุดของความล้มเหลว ซึ่งก่อนที่จะมาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้น อาจจะเคยเป็นลูกจ้างมาก่อน ซึ่งการเป็นลูกจ้างจะทำให้ทราบถึงปัญหาต่างๆ รวมถึงประสบการณ์ในการทำงาน และการบริหารงานที่อาจจะอาศัยครูพักลักจำจากเจ้าของกิจการที่ตนเคยเป็นลูกจ้างมาก่อน ทำให้ได้มีโอกาสเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว รวมถึงปัญหาต่างๆ เช่นกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องคนงาน หรือการขึ้นลงของราคาวัสดุอุปกรณ์ ทำให้ผู้ที่ก้าวจากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จะมีประสบการณ์ดังกล่าว และสามารถนำมาประยุกต์ใช้และแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้

    เป้าหมายหลักของการเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

    การที่คุณจะประสบความสำเร็จ ในการเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หรืออาจล้มเหลวก็พยายามอย่าไปกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะผู้ที่ผันตัวเองจากลูกจ้างหรือพนักงานไปสู่การเป็นผู้รับเหมาหรือเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยมมีเป้าหมายหลักคือ เงิน ที่จะได้มากกว่า การเป็นพนักงานรับค่าแรงวันไปวันๆ ประกอบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นลูกจ้างงานรับเหมาไม่ใช่เพียงการทำงานเพื่อแลกเงินอย่างเดียว แต่หากยังมีความเสี่ยงต่างๆ อย่างการถูกโกง หรือการตกงานไม่มีงานให้ทำ เมื่องานหมด รวมถึงปัญหาเพื่อนร่วมงาน และปัญหาการเงินที่หาได้มาก็ใช้จ่ายไปแบบไม่มีเงินเก็บ ซึ่งทำให้เป็นอีกหนึ่งหนทางและเป็นแรงผลักดันทำให้ลูกจ้างหลายๆ คนที่ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างซะเอง

    การปฏิบัติตนให้ถูกต้องกับอาชีพธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

    การป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆ มีเพียงวิธีเดียวคือ การปฏิบัติตัวเองให้ถูกต้องและเหมาะสมกับสถานะปัจจุบัน ซึ่งการที่เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง หรือเถ้าแก่ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างใหญ่ หรือเล็ก ต่างก็สามารถนำพาชีวิตไปสู่ความสำเร็จและความล้มเหลวได้เช่นกัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆการเลิกกิจการถือเป็นความล้มเหลวในงาน และสำหรับคนที่ไม่ยอมแพ้ ก็ทำให้เห็นสัจธรรมเพราะความล้มเหลว อาจมีการพัฒนาจิตใจทั้งตนเองและยังทำให้เห็น การคดโกง การเอารัดเอาเปรียบ หรือการส่งเสริมการทุจริต ซึ่งหากเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ไม่ศึกษาข้อมูลหรือยังดื้อดึงที่จะทำต่อ แม้จะมองเห็นปัญหาข้างหน้า ก็อาจทำให้เกิดสิ่งที่เป็นปัญหาตามมาอีกมากมาย

    ความสามารถในการจัดการธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

    การปฏิบัติตัวเองให้ถูกต้อง และเหมาะสมกับสถานะปัจจุบัน คือการใช้ความสามารถในการจัดการงานทุกด้าน เพื่อไม่ให้เกิดการติดขัด ซึ่งเจ้าของกิจการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะต้องมีความรู้จริงในงานที่ทำ และสามารถจัดการเงินทุนหมุนเวียนได้เป็นอย่างดี รวมถึงการจัดการกำลังคนหรือทีมงาน ให้อยู่ในระบบระเบียบที่ตั้งเอาไว้ และเชื่อฟังคำสั่ง โดยไม่ทำที่นอกเหนือจากงาน ซึ่งเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจะต้องจัดการบริหารงานรวมถึงทำเรื่องการตลาด ที่จะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับเหมาอื่นๆ ,ร้านค้าวัสดุอุปกรณ์ หรือแม้แต่บริษัทที่รับงาน ที่จะต้องสัมพันธ์กันทุกส่วนอย่างลงตัว

    ปัญหาของผู้ทำงานธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง

    โชคดีไปหากคุณมาจากลูกจ้าง แล้วผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เพราะประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมารวมถึงความสามารถ จะทำให้คุณได้รู้และเห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น โดยสามารถแก้ไขได้ การรู้จริงในงานที่ทำจะเป็นสิ่งที่การันตีและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้ามากกว่า คนที่ไม่เป็นอะไรหรือไม่รู้อะไร แต่มาเป็นเจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เพราะคิดว่ารายได้ดี เพราะหากคุณไม่รู้เรื่องทางด้านธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ก็จะทำให้การดำเนินงานลำบาก คุยกับข้าวของงานลำบาก และการคุมงานก็ยาก เพราะคุณไม่อาจแก้ปัญหาให้ลูกทีมได้ เพราะขาดความรู้ ขาดหลักการทำงานที่ถูกต้อง

    ความไม่รู้จริงของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาจนำไปสู่ความล้มเหลว

    ความไม่รู้จริงเรื่องงานหรือธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ต้องกระทำ จะนำไปสู่ความล้มเหลว ซึ่งก็หมายถึงการขาดทุนอาจจะมากมายมหาศาล การไม่ได้ทำงานต่อ และมันอาจจะสร้างความปวดใจให้กับทั้งสองฝ่าย เพราะหากการพลาดในเรื่องของการทำงาน ก็จะทำให้คุณถูกปรับและสั่งให้หยุด ทำให้ขาดรายได้ ส่วนของที่สั่งมาแล้ว ก็ไม่ได้ใช้งาน ส่วนเจ้าของโครงการก็บอบช้ำพอๆกัน เพราะต้องไปเสียเวลาในการหาผู้รับเหมาเจ้าใหม่ ทำให้เสียเวลาในการดำเนินการก่อสร้างออกไปอีกหลายวัน ซึ่งหากคุณอยากจะทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างจริงๆ จะต้องมีความรู้จริงในเรื่องงานที่ต้องทำและมีความรับผิดชอบต่อความผิดพลาด

    สรุป

    เทคนิคการสร้างตลาดง่ายๆของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง คือ การสร้างความประทับใจ ให้กับลูกค้า การยอมแก้ไขเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานที่ควรจะเป็น คือการเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืนมาเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า คุณจะไม่สามารถเติบโตได้เลยหากขาดความรับผิดชอบต่องาน หรือห่วงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง

  • วิธีเปิดร้านขายสินค้า 20 บาทให้ประสบความสำเร็จ

     

    เคยมั้ยครับเวลาไปเดินตามตลาดต่างๆ จะเห็นร้านขายของ 20 บาทกันพรึ่บ ยิ่งตอนนี้มีเยอะแยะมากมาย ด้วยความที่ซื้ออะไรก็ขายแค่ 20 บาท สิ่งนี้เองที่ดึงดูดคนที่มาจับจ่ายใช้สอยที่ตลาดได้เข้าไปดูไปซื้อสินค้า ซึ่งสินค้าที่ขายก็มีแบบจิปาถะมาก ของใช้ในบ้านกระจุกกระจิกมีเกือบทุกอย่าง ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ดี สามารถทำเงินได้เรื่อยๆ ถ้าท่านกำลังหาลู่ทางทำธุรกิจขายสินค้า 20 บาทอยู่แล้วล่ะครับ ผมก็จะขอแนะนำเทคนิควิธีการต่างๆ ไว้ในบทความนี้ครับ

    ความรู้ในการทำธุรกิจ

    การทำธุรกิจต้องมีความรู้ในการทำธุรกิจ อย่างน้อย ต้องรู้เรื่องการทำธุรกิจเบื้องต้น ถึงแม้ว่าเราไม่ได้เรียนทางด้านบริหารธุรกิจมา แต่เดี๋ยวนี้ตามร้านหนังสือก็มีหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจ เยอะแยะมากมายให้อ่าน รวมทั้งใน internet ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการการทำธุรกิจให้ได้อ่านเช่นกัน การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้ง่ายกว่าในสมัยก่อน เพราะสื่อที่ให้ความรู้เยอะ มีหนังสือบอกเล่าประสบการณ์ทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จก็หลายเล่ม รวมไปถึงคนที่ออกมาเขียนว่าทำไมถึงทำธุรกิจเจ๊งก็หลายเล่ม เราต้องศึกษาไว้หลายๆ ด้าน หลายๆ มุม ศึกษาให้รู้เรื่องธุรกิจอย่างทะลุปุโปร่งยิ่งดี

    เงินลงทุน

    แน่นอนว่าจะเปิดร้านทำธุรกิจ ต้องมีเงินลงทุน เงินลงทุนแรกเริ่มตีไว้เลย 2 แสนบาทถ้วน สำหรับร้านขนาดเล็ก 1 ร้าน เงินจำนวนนี้เป็นทั้งเงินลงทุน และเงินทุนสำรองไว้ในก้อนเดียวกัน แบ่งสรรปันส่วนให้เรียบร้อย อาจจะเป็นเงินลงทุน 1 แสน เงินทุนหมุนเวียน 5 หมื่น เอาไว้ซื้อสินค้าหมุนเวียนไว้ในสต็อค และเงินทุนสำรอง 5 หมื่น เอาไว้เวลาหมุนไม่ทัน เงินทุนสำรองจะไม่ใช้เด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาที่เงินหมุนไม่ทันจริงๆ ถึงจะเอาเงินก้อนนี้มาใช้ เรื่องเงินสำคัญมากในธุรกิจ เจ้าของร้านต้องมีวินัยทางการเงินด้วยนะครับ แต่ถ้าเป็นร้านขนาดกลาง หรือร้านขนาดใหญ่ เงินลงทุนก็จะมากขึ้นไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับงบประมาณของเจ้าของร้านด้วยครับ

    ทำเล

    ทำเลจะต้องอยู่ในสถานที่มีคนเดินไปเดินมาพลุกพล่าน เช่น ตลาด หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย หน้าโรงงานอุตสาหกรรม หรือในห้างสรรพสินค้า แต่ถ้าเป็นในห้างสรระสินค้าค่าเช่าจะค่อนข้างแพง อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย ร้านที่อยู่ในห้างผมก็ขอยกตัวอย่าง ร้าน Bear Store ร้านนี้ขายทุกอย่าง 20 บาท ก็ลองศึกษาสเกลธุรกิจของเค้าดูว่าทำอย่างไรถึงเปิดบนห้าง ทั้งๆ ที่ค่าเชาแพง แต่ผมดูแล้วเค้าเน้นขายให้ได้มากๆ ครับ เน้นปริมาณเยอะๆ เข้าไว้ เรื่องทำเลถ้าเป็นที่ตลาด หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย หน้าโรงงานอุตสาหกรรม ค่าเช่าอาจจะถูกกว่าในห้าง แต่ยอดขายจะใกล้หรือไม่ใกล้ในห้าง ก็ขึ้นอยู่กับการตลาดแล้วหล่ะครับ

    ขายแค่ 20 บาทจะได้กำไรหรือ

    ก็ต้องขอตอบว่า ได้กำไรครับ แต่ได้น้อยครับ เฉลี่ยทุนจะอยู่ที่ 10 กว่าบาท กว่าเท่าไหร่ แล้วแต่ประเภทของสินค้า การขายสินค้าราคาแบบนี้ ต้องเน้นปริมาณครับ สมมติว่าขายได้กำไรชิ้นละ 5 บาท เราจะต้องขาย 100 ชิ้น ถึงจะได้กำไรวันละ 500 บาท ถ้า 200 ชิ้นก็ได้กำไร 1000 บาท สเกลธุรกิจจะเป็นประมาณนี้

    ซื้อสินค้าจากที่ไหนกัน

    ถ้าในกรุงเทพ ก็ต้องเป็นตลาดสำเพ็งหล่ะครับ แหล่งค้าส่งขนาดใหญ่ ไปเลือกดูสินค้าได้เลยครับ ถ้าจะให้ดี สินค้าที่เหมาะสมจะนำมาขายราคาทุนต้องไม่เกิน 15 บาทนะครับ เกินกว่านี้เดี๋ยวกำไรจะน้อยครับ ถ้าจะถามว่าสินค้าในสำเพ็งส่วนใหญ่นำมาจากไหน ส่วนใหญ่นั้นนำเข้ามาจากจีนครับ ต้นทุนจะอยู่ที่ชิ้นละ 10 บาท เห็นอย่างนี้แล้ว เราก็คงอยากนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายแล้วใช่มั้ยครับ เพราะราคาถูกกว่ากันเห็นๆ แต่การนำเข้าสินค้าจากจีนมาขายมีรายละเอียดปลีกย่อยมาก บางทีต้องไปเข้าคอร์สศึกษาวิธีนำเข้าสินค้าจากจีนกันเลยหล่ะครับ แต่ถ้าทำได้ เราก็จะได้ของที่ถูกกว่าสำเพ็งครับ แต่เดี๋ยวนี้ก็มีร้านค้าออนไลน์หลายร้านที่ขายส่งสินค้าราคาถูกให้ถึงบ้านโดยที่ไม่ต้องเป็นแฟรนไชส์ เช่น นพรัตน์ 20, Big B Wholesale, Sampeng Express, Dealtique, Happyshop20, 888-shopping

    แฟรนไชส์ 20 บาท ดีมั้ย

    แฟรนไชส์ 20 บาทก็ดีครับ เค้ามีทุกอย่างให้เราพร้อม ไม่ต้องไปขนของจากแหล่งค้าส่งมา เค้ามีสินค้ามาส่งถึงร้านเราเลย ข้อดีของการซื้อแฟรนไชส์คือ เค้าทำระบบต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทำให้การทำธุรกิจมีความติดขัดน้อย จะยากก็ตอนเริ่มทำใหม่ๆ อาจจะมีติดขัดบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่ถ้าอยู่ตัวแล้วก็กินยาวครับธุรกิจนี้ ตัวอย่างแฟรนไชส์ 20 บาท ในปัจจุบันนี้ก็คือ OK 20, เอ-โกะ, D จัง ทุกอย่าง 20 บาท, Bear Store

    บันทึกรายรับจ่าย

    ในการทำธุรกิจ การบันทึกรายรับจ่ายเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การทำธุรกิจหน้าร้าน เพราะเราจะได้รู้ถึงยอดขายในแต่ละวัน หักลบกับต้นทุนแล้วได้กำไรมั้ย รวมทั้งการทำสถิติสินค้าเอาไว้ ว่าสินค้าใดขายดี เอามาไม่เท่าไหร่เดี๋ยวก็หมด หรือสินค้าใดขายไม่ดี เพื่อเป็นแนวทางในการทำธุรกิจให้ได้ผลกำไรเพิ่มขึ้นต่อไป

    สินค้าอะไรขายดี

    กลุ่มสินค้าที่ขายได้ขายดีตลอดทุกเทศกาล คือ ปากกา ดินสอ สมุดเขียนหนังสือ แม๊ก กระจกแบบพกพา ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน กล่องใส่กระดาษทิชชู่ ไฟแช็ค แก้วน้ำพลาสติก ไม้ปัดขนไก่ พรมเช็ดเท้า ถุงขยะ ถังกะละมังต่างๆ ของพวกนี้ต้องมีสำรองมาเติมไว้อย่าให้หมด เพราะขายได้เรื่อยๆ

    การตลาดสำคัญมั้ย

    ถ้าร้านของเราอยู่ในทำเลที่ดี มีคนเดินไปเดินพลุกพล่าน เช่น ในตลาด นั่นถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะไม่นานร้านของเราก็จะเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ จากลูกค้าขาประจำที่มาซื้อของที่ตลาด และแวะมาซื้อร้านเรา สำหรับธุรกิจประเภทนี้ ถ้าทำเลดี การตลาดแทบไม่ต้องเลย ของดีอยู่ที่ไหนก็ดี แต่ถ้าเราขายแล้ว ยอดขายของร้านเราตกไปจากเดือนก่อนๆ ก็จำเป็นต้องงัดกลยุทธ์การตลาดมาใช้ อาจจะจ้าง พริตตี้ หรือ MC มาโฆษณาร้านเราให้กับผู้คนที่เดินสัญจรไปมา หรือในร้านอาจจะมีแถมสินค้า 1 ชิ้นทุกวัน สำหรับท่านที่ซื้อสินค้าครบ 500 บาท อย่างนี้เป็นต้น

    สรุป

    การทำธุรกิจขายสินค้า 20 บาท ก็ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะราคาจำกัดอยู่แค่ 20 บาท ทำให้ลูกค้าไม่ลังเลรีรอที่จะซื้อ และจากความหลากหลายของสินค้า แน่นอนว่าส่วนใหญ่ไม่ซื้อชิ้นเดียว จะซื้อหลายชิ้น ติดไม้ติดมือกลับบ้าน เรียกว่าถ้าเปิดร้านในทำเลที่ดี ก็ขายได้เรื่อยๆ กินยาวๆ จนกว่าจะมีคู่แข่งขายสินค้า 20 บาทมาเปิดใกล้ๆ กัน เพราะเห็นว่าขายดี เพื่อขอแย่งชิ้นเค้กทางการตลาด อันนี้ก็ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ทางแก้คือต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดเข้าช่วย ให้เอาชนะร้านที่มาเปิดใหม่ให้ได้

    ธุรกิจนี้น่าสนใจ ทำเงินได้ระยะยาว ผมก็ขออวยพรให้ท่านที่ทำธุรกิจขายสินค้า 20 บาท ประสบความสำเร็จ และร่ำรวยกันทุกท่านนะครับ

  • วิธีทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างให้ประสบความสำเร็จ

    การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบันนี้ ที่การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่ายนั้น ย่อมมีคู่แข่งทางการตลาดมากขึ้น แต่อยู่ที่ว่าผู้ประกอบการจะสามารถบริหารจัดการได้ดีแค่ไหน และหากทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง ที่สามารถสร้างกำไรได้มากทีเดียว แต่ธุรกิจนี้ต้องใช้เงินทุนก้อนใหญ่ในระยะยาว ซึ่งการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง แต่หากเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจโดยนำ 10 เทคนิคนี้ไปใช้ การลงทุนครั้งนี้ย่อมจะเห็นความสำเร็จในธุรกิจได้อย่างแน่นอน

    1. วางงบประมาณการเงิน

    การทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างมีต้นทุนสูงนั้นเป็นเรื่องจริง จึงควรมีการวางแผนเรื่องงบประมาณลงทุนให้ดี ว่ามีกำลังในการดำเนินธุรกิจนี้ให้เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือเป็นเพียงขนาดย่อม เพราะการทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้าง เป็นธุรกิจที่กว้าง สินค้ามากมาย ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ซ่อมแซมเล็กๆ จนไปถึงการก่อสร้างระดับตึก อาคาร ใหญ่โต ซึ่งต้องมีระบบการเงินหมุนเวียนที่ดีและมีเงินทุนเพื่อใช้ในระยะยาว

    2. ทำเลดี สถานที่ตั้งเหมาะสม

    การทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างต้องเริ่มจากการหาสถานที่ตั้งก่อน เพราะเป็นสิ่งสำคัญมาก ทำเลที่ดีต้องเป็นที่สามารถมองเห็นร้านได้อย่างชัดเจน การคมนาคมขนส่งสะดวกสบาย มีที่จอดรถรับ-ส่งสินค้าได้ง่าย มีพื้นที่เพื่อจัดทำคลังสินค้าได้ และควรสำรวจตลาดก่อนว่าในแหล่งที่ตั้งนั้น จะเป็นลูกค้าประเภทไหน สินค้าใดที่เหมาะสม เพื่อจะได้มีสินค้าและบริการได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย

    3. มีความรู้ในตัวสินค้าและมีทักษะการขาย

    การทำธุรกิจที่ดีนั้นผู้ประกอบการจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในตัวสินค้าและบริการด้วย มีเพียงใจรักหรือเพียงแค่อยากลงทุนเพื่อหวังผลกำไรเท่านั้นไม่พอ เพราะการมีความรู้ในตัวสินค้าย่อมส่งผลดีในการบริหารจัดการสินค้าได้ดี สามารถสั่งซื้อและบริหารสินค้าได้อย่างถูกต้อง เพราะธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างเป็นสินค้าที่มีความหลากหลาย และมีปริมาณมาก ต้องมีการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าอยู่เสมอ

    4. บริหารแรงงานคน

    การจัดการเรื่องแรงงานคนเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเป็นพลังขับเคลื่อนให้ธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างเป็นไปด้วยดี ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกพนักงานที่มีใจรักในงานบริการ ต้องมีความรู้เกี่ยวกับตัวสินค้า ฝึกให้มีความเชี่ยวชาญในการบริการ และจะต้องมีทีมงานที่มีทักษะในการขนส่ง เพื่อที่จะสามารถให้ข้อมูลและแนะนำลูกค้าได้ดี เพื่อที่บริการลูกค้าอย่างครบวงจร

    5. บริหารร้านค้าขายวัสดุก่อสร้าง

    การบริหารร้านค้าประกอบไปด้วยการจัดการกับสินค้าและสถานที่ภายในร้านจนถึงคลังสินค้า ทำให้เป็นระบบ เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อ รับของ การจัดเก็บ และการบริหารสินค้าคงคลังให้มีสินค้าหลากหลาย เพียงพอและตรงกับความต้องการของลูกค้า การจัดเรียงร้านให้สะดวกเป็นหมวดหมู่ จัดเรียงเป็นระเบียบ มีการเบิกจ่ายเป็นระบบ การที่ร้านค้าสะอาดและมีระบบที่ดีย่อมส่งผลต่อการซื้อของลูกค้าเสมอ

    6. บริหารยอดขาย จัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย

    การดำเนินธุรกิจต้องหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นเสมอ โดยการจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจที่จะเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างที่ร้านเรา และที่สำคัญต้องรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับเราไปนานๆ โดยการจัดทำข้อเสนอที่ดีให้กับลูกค้าให้เกิดความต้องการซื้อในปริมาณมากขึ้นและเลือกที่จะใช้บริการของเราต่อไปเรื่อยๆ

    7. ราคาขาย ราคาพิเศษสำหรับลูกค้า

    สินค้าที่มีคุณภาพสูงย่อมมีราคาที่สูงกว่าที่มีคุณภาพด้อยกว่า การทำธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างต้องมีสินค้าหลากหลาย และต่างราคา เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า การตั้งราคาขาย ต้องเป็นมาตรฐาน แจ้งราคาให้ชัดเจน ไม่ค้ากำไรเกินควรเพราะลูกค้าจะสามารถเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อที่ๆ ราคาต่ำกว่าเสมอ และควรให้ราคาพิเศษหรือให้เครดิตลูกค้าประจำเพื่อเป็นการรักษาฐานลูกค้า

    8. การบริการที่ดี และการบริการหลังการขาย

    สินค้าจะมีมากเพียงใด ราคาจะถูกมากแค่ไหน หากขาดการบริการที่ดี ลูกค้าย่อมห่างไกล ไม่มีใครอยากใช้บริการของเราแน่ ฉะนั้นการบริการที่ดี ขายสินค้าด้วยความจริงใจ มีความซื่อสัตย์ มีบริการหลังการขาย ลูกค้าก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนร้านค้า เกิดการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ที่เรียกได้ว่าลูกค้าจะเกิดความภักดีต่อสินค้าและร้านค้าขายวัสดุก่อสร้างของเราแน่นอน

    9. การบริหารต้นทุน เจรจาขอลดราคากับผู้ผลิต

    หากเราสามารถควบคุมต้นทุนในการซื้อสินค้าสำหรับขายวัสดุก่อสร้าง ด้วยการเจรจากับผู้ผลิตสินค้าโดยตรงเพื่อขอลดราคาในการซื้อ ยิ่งลดต้นทุนได้เท่าไรย่อมเกิดกำไรมากยิ่งขึ้น สามารถเจรจาซื้อด้วยเครดิตหรือสินค้าบางประเภทมีราคาสูง ไม่จำเป็นที่จะต้องสต็อกสินค้าไว้จำนวนมาก

    10. วิเคราะห์ตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่าย

    ต้องการให้ธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างเจริญเติบโต และมั่นคง ต้องหาช่องทางในการออกสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จัก โดยการวิเคราะห์ตลาด สร้างความแตกต่างให้เหนือคู่แข่ง อาจจะทำการผลิตสินค้าเองเพิ่ม หรือการนำเข้าสินค้าที่ดีจากต่างประเทศเข้ามาเพื่อให้เป็นอีกทางเลือกของลูกค้า การประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จักและการขายออนไลน์ซึ่งเหมาะมากในยุคปัจจุบัน

    ธุรกิจขายวัสดุก่อสร้างสามารถสร้างให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จได้อย่างดีแล้ว ยังสามารถต่อยอดทางธุรกิจได้มากขึ้นได้ ด้วยกันขยายธุรกิจนี้ อย่างเช่น สร้างอาคารเพื่อขายหรือให้เช่า หรือจะตั้งบริษัทเป็นผู้รับเหมาสร้างบ้านสร้างอาคาร เป็นต้น ซึ่งสามารถทำได้ทั้งสิ้น และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยในยุคนี้ให้เป็นประโยชน์เพื่อเป็นโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มช่องทางการขยายตลาดให้กว้างขึ้นอย่างครบวงจร

  • วิธีเปิดร้านตัดผมให้ประสบความสำเร็จ

    ร้านตัดผม เป็นธุรกิจที่มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เร็ว และมีโอกาสเจ๊งน้อย เพราะอะไร เพราะว่าทุกท่านทั้งหญิงชายต้องใช้บริการตัดผมทุกๆ 1-2 เดือน ถ้าไม่ตัดผมก็จะยาวไปเรื่อยๆ หรือจะตัดเองก็ลำบาก จึงต้องใช้บริการร้านตัดผมทุกๆ 1-2 เดือน ดังนั้นวันนี้ ผมจะขอแนะนำลู่ทางการเปิดร้านตัดผม ให้กับผู้อ่านทุกท่านที่สนใจเปิดร้านตัดผมได้อ่าน เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจต่อไป

    เรียนตัดผม

    สำหรับท่านที่เป็นมือใหม่ แต่อยากเปิดร้านตัดผม ก็ต้องไปเริ่มเรียนการตัดผมที่โรงเรียนสอนตัดต่างๆ ที่ตอนนี้มีเปิดกันมากมาย ตั้งแต่เรียนแบบงบประหยัด จนกระทั่งเรียนแบบแพง ราคาค่าเรียนจะขึ้นอยู่โรงเรียนที่เราเรียนมีตั้งแต่หลักไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับงบในกระเป๋าของท่าน แต่ไม่ว่าถูกหรือแพง ก็อยู่ที่ตัวท่านจะพัฒนาทักษะในการตัดผมได้มากน้อยแค่ไหน การเรียนตัดผมส่วนใหญ่จะเรียนกันไม่นานเฉลี่ยประมาณ 1 เดือน ที่เรียนบางที่ จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ตัดผมฟรีโดยนักเรียนใหม่ ตรงนี้ก็เป็นโอกาสในการลองฝีมือของตัวเราเองด้วย

    มีเงินลงทุน

    เงินลงทุนขึ้นอยู่กับว่า เราจะเปิดร้านขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ ถ้าเปิดร้านเล็ก ทำคนเดียว หรือมีพนักงานช่วย 2-3 คน ก็อาจจะใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่ถ้าเป็นร้านขนาดกลางที่พนักงาน 10 คน หรือเป็นร้านขนาดใหญ่ ที่มีพนักงานถึง 20 คน เงินลงทุนก็จะมีมากตาม และนอกจากเงินลงทุนแล้ว เราก็ยังต้องมีเงินทุนสำรองไว้คอยหมุน ในยามที่เงินลงทุนหลักหมดด้วย

    หาทำเลดี

    ทำเลเป็นสิ่งสำคัญมากในการทำธุรกิจทุกชนิด ซึ่งการเปิดร้านตัดผมก็จำเป็นจะต้องหาทำเลดีๆ ที่มีคนเดินไปเดินมาพลุกพล่าน ทำเลที่ดีคือ แหล่งชุมชน เช่น หน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย หน้าโรงงานอุตสาหกรรม หรือจะในตลาดก็ดี แต่โดยส่วนใหญ่ทำเลเหล่านี้มักจะมีผู้เปิดร้านตัดผมให้บริการอยู่ก่อนแล้ว แต่งานร้านตัดผมแม้จะมีคู่แข่งมากก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะส่วนใหญ่จะชี้วัดกันที่คุณภาพ และความพอใจลูกค้า โดยร้านไหนที่ลูกค้าพอใจ ก็มักจะยกให้เป็นร้านประจำที่ต้องมาใช้บริการทุกครั้งที่มาตัดผม

    บรรยากาศในร้านตัดผม

    ร้านตัดผมที่ดูเข้าไปแล้ว มีบรรยากาศดี ถึงแม้ลูกค้าจะต้องนั่งคอยหลายสิบนาที ก็อาจจะไม่ใช่ปัญหา สิ่งแรกคือต้องติดแอร์ เพื่อให้อากาศในร้านเป็นไปแบบสบายๆ และมีโทรทัศน์เปิดให้ลูกค้าชม มีหนังสือ หรือนิตยสาร ให้ลูกค้าที่นั่งรอได้อ่าน หรือบางร้านเลือกเปิดเพลงคลอไปเบาๆ

    บริการต้องดี

    การบริการก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ถึงแม้ว่าพนักงานในร้านจะมีฝีมือแค่ไหน แต่ถ้าบริการไม่ดี เช่น ลัดคิวให้ลูกค้าที่มาทีหลังได้ตัดก่อน หรือลูกค้าจะตัดทรงนี้ แต่บอกลูกค้าว่าไม่เหมาะที่จะตัดทรงนี้ ให้ตัดทรงอื่น อย่างนี้เป็นต้น เจ้าของร้านและพนักงานตัดผมต้องมีอัธยาศัยในการทำงานบริการ รู้จักการพูดคุยเอาใจใส่ ลูกค้าเลือกทรงไหน อย่าไปขัดใจ หรือตัดออกมาแล้ว ไม่เป็นเหมือนที่ลูกค้าต้องการ ก็ต้องทำการแก้ตัดแต่งให้เหมือนที่ลูกค้าต้องการ ถ้าฝีมือดี บริการดี แน่นอนว่าครั้งต่อไปลูกค้าก็จะกลับมาใช้บริการที่ร้านเดิมอีก

    ราคาค่าตัดผม

    ราคาค่าตัดผม จะเป็นแบ่งระดับร้านตัดผมออก เช่น แถวสยาม จะตัดครั้งละประมาณ 500 บาท สำหรับทำเลทั่วไปตามหมูบ้านต่างๆ จะตัดผมผู้ชายครั้งละประมาณ 60-100 บาท หรือผู้หญิงครั้งละประมาณ 100-200 บาท จะเห็นได้ว่า ราคาจะต่างกันมาก ที่ต่างกันเป็นเพราะราคาค่าเช่าที่ และชื่อเสียงร้านตัดผมนั้นๆ ถ้าเราไปเปิดร้านตัดผมในสถานที่ที่ไม่ได้เก็บค่าเช่าแพง ผมคิดว่าค่าตัดผมชาย 60-100 บาท หรือผู้หญิงครั้งละประมาณ 100-200 บาท นั้นเหมาะสมแล้ว แต่ถ้าเราเช่าที่แพง เช่นอาจจะไปเช่าที่ในห้างสรรพสินค้า ก็อาจจะขยับราคาขึ้นมา เพื่อให้สัมพันธ์กับค่าเช่า อาจจะคิดราคาตัดผมชายครั้งละ 100-200 และตัดผมหญิงครั้งละประมาณ 200-300 บาท อย่างนี้เป็นต้น

    อุปกรณ์ในร้านตัดผม

    อุปกรณ์ในร้านตัดผมต้องสะอาดอยู่เสมอ ทั้งแบตตาเรี่ยนที่นอกจะต้องสะอาด และต้องไม่ชำรุด หรือบางส่วนเสียแต่ยังใช้ตัดผมได้ อย่างนี้ก็ไม่ควรนำมาใช้งาน ควรเปลี่ยนทันทีทีพบว่าบางส่วนของแบตตาเรี่ยนเริ่มเสีย หรือเสื่อมสภาพแล้ว ส่วนกรรไกรตัดผมก็ต้องให้มีความคมอยู่เสมอ ถ้าไม่คม ตัดไม่ค่อยเข้า หรือเริ่มมีสนิมขึ้น ควรเปลี่ยนทันที ส่วนหวีก็ต้องดูแลให้สะอาด ไม่ควรให้ขาหวีแตกออกมากๆ จนหวีผมไม่ค่อยไป หรือหวีมาหลายคน จนผมติดหวีจนเกินไป ส่วนมีดโกนต้องใช้ของใหม่เท่านั้น หรือเก้าอี้นั่งตัดผม ถ้าพัง หรือนั่งแล้วเริ่มเอียงซ้ายเอียงขวาควรเปลี่ยนทันที

    บริการที่ต้องมีในร้าน

    บริการแบบเบสิกที่ต้องมีในร้าน คือ ตัดผม สระผม ซอยผม ดัดผม ยืดผม ทำสีผม ซึ่งสำหรับผู้ชายที่มาตัดผม ก็จะตัด และสระผม อย่างเดียว ส่วนผู้หญิงที่มาตัดผม ก็จะใช้บริการหลากหลายหน่อย เช่น ตัดผม สระผม ซอยผม ดัดผม ยืดผม ทำสีผม ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะใช้เวลาอยู่ในร้านตัดผมนานกว่าผู้ชายเท่าตัว ซึ่งร้านเรานอกจากจะต้องมีช่างผู้ชาย ก็จะต้องมีช่างผู้หญิงไว้คอยบริการตัดผมด้วย

    การทำการตลาด

    การทำการตลาดเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เช่น อาจจะมีเว็บไซต์ของร้านโดยเฉพาะ ในเว็บไซต์ก็อาจจะลงข้อมูลของช่างตัดผมว่ามีใครบ้าง ประสบการณ์การตัดผมเป็นอย่างไร ตัดมาระยะเวลานานเท่าใด และลงราคาการตัดผม และการทำสีผม หรืออื่นๆ ไว้ให้หมด และใน Fanpage ของร้าน ก็ควรจะอัปเดทข้อมูลบ่อย คนจะได้ติดตามกด like หรือ share ข่าวสารต่างๆ ของร้านเรา เช่น มอบบัตรสะสมแต้มตัดครบ 10 ครั้ง ฟรี 1 ครั้ง หรือมีโปรโมชั่นครบรอบวันเปิดร้าน ลด 20% สำหรับวันนี้เท่านั้น หรือลงรูปภาพในแต่ละวันว่าในร้านเรามีคนมาตัดผมมากเพียงใด ลูกค้าเอ่ยคำประทับใจมั้ย เขียนลงไปใน post ของ Fanpage แต่ก่อนจะลงรูปลูกค้าที่มาตัดผม ควรจะขออนุญาติทุกครั้ง ไม่ควรลงเองตามใจชอบเป็นอันขาด

    พนักงานตัดผมในร้าน

    เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราควรรับพนักงานที่ตัดผมเป็น ถ้าให้เลือกระหว่างมืออาชีพ กับมือใหม่ เราไม่ควรรับพนักงานมือใหม่ที่ตัดผมไม่คล่อง เพราะร้านเราไม่ใช่โรงเรียนสอนตัดผม ที่มีการตัดผมฟรีให้กับลูกค้าโดยช่างตัดผมมือใหม่ ยิ่งรับพนักงานตัดผมมืออาชีพยิ่งส่งผลดีต่อร้านเรา ที่มีช่างตัดผมฝีมือดีๆ ไว้คอยบริการลูกค้า หรือถ้าพนักงานขาดจริงๆ การรับพนักงานตัดผมมือใหม่ แรกๆ เราไม่ควรให้ลงมือตัดเอง แต่ให้มาเป็นลูกมือเราไปก่อน คอยเติมคอยแต่งผมให้ลูกค้า ถ้าเห็นว่าเริ่มมีฝีมือพัฒนาขึ้น ค่อยปล่อยให้ตัดผมลูกค้าเอง

    อุปสรรคในการเปิดร้านตัดผม

    อุปสรรคในการเปิดร้านตัดผม คือ การแข่งขันที่สูง เนื่องจากร้านตัดผมมีอยู่เกือบทุกหมู่บ้าน ทุกทำเลชุมชน สมมติถ้าเราเปิดร้านอยู่แล้วที่ตลาดแห่งหนึ่ง มีร้านตัดผมมาเปิดใหม่ในระยะ 50 เมตร ทำให้ลูกค้าแทนที่จะเข้ามาตัดร้านเราวันละ 10 คน ก็อาจจะเหลือเพียง 5 คน สิ่งเหล่านี้เจ้าของร้าน ควรหากลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อไม่ให้เสียลูกค้าประจำไป เมื่อมีร้านตัดผมใหม่ๆ มาเปิดในทำเลใกล้ๆ ร้านเรา และอุปสรรคอีกประการก็คือ ช่างฝีมือดีหายาก ช่างฝีมือดีๆ ส่วนใหญ่ถ้าเราจ้างไว้ สักพักเค้าอาจจะไปเปิดร้านของตัวเองได้ เพราะอาจจะได้มากกว่าเงินเดือนที่เราให้ ซึ่งในกรณีถ้าเค้าจะออกไปเปิดร้าน หรือจะเปลี่ยนไปเป็นพนักงานร้านอื่น เราก็ต้องเสนอค่าตอบแทนที่สุงขึ้น ที่เราสามาารถจ่ายให้ได้ ถ้าเค้าเรียกเงินเดือนเกินกว่าที่เราจะจ่ายให้ได้ เราก็ต้องปล่อยเค้าไป หาพนักงานคนใหม่แทน

    การเปิดสาขาเพิ่ม

    เมื่อร้านแรกที่เราตั้งอยู่ตัวแล้ว ผลกำไรโอเคแล้ว สำหรับเจ้าของร้านที่ต้องการก้าวไปข้างหน้า เพื่อผลประกอบการที่มากขึ้น เพื่อความร่ำรวยในอนาคต ก็ถึงเวลาเปิดสาขาเพิ่ม ทุกอย่างก็ทำเหมือนเปิดสาขาแรก คือมีทุน มีทำเล มีพนักงาน การเปิดร้านแรกของเราประสบความสำเร็จแล้ว เราจะมีความมั่นใจ การเปิดร้านที่สองก็ไม่น่าจะยากจนเกินไป ด้วยประการณ์จากการเปิดร้านแรก

    การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจร้านตัดผม

    การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจร้านตัดผมแบ่งออกเป็น

    ประเภทบุคคลธรรมดา : มีลักษณะเป็นกิจการที่มีเจ้าของเป็นบุคคลธรรมดา คนเดียวหรือหลายคน หรือห้างหุ้นส่วนสามัญประเภทไม่จดทะเบียน ผู้ประกอบธุรกิจร้านตัดผมประเภทบุคคลธรรมดา ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์
    ประเภทนิติบุคคล บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล : ผู้ประกอบการธุรกิจต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

    ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน

    จดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วน
    – ผู้เป็นหุ้นส่วนไม่เกินสามคน 1,000 บาท
    – ผู้เป็นหุ้นส่วนเกิน 3 คน ชำระเพิ่มสำหรับจำนวนในที่เกินอีก คนละ 200 บาท
    จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด
    – จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 – 25,000 บาท
    – จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 – 250,000 บาท

    สถานที่ยื่นขอจดทะเบียน
    – กรุงเทพ ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 1-7 และส่งจดทะเบียนธุรกิจกลาง สำนักทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์
    – ต่างจังหวัด ยื่นขอจดทะเบียน ณ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด ที่ห้างหุ้นส่วนบริษัทมีสำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่

    สรุป

    การเปิดร้านตัดผมนั้นไม่ยาก แต่การเปิดร้านตัดผมให้ประสบความสำเร็จ ได้ผลกำไรมากๆ นั้นสิเป็นสิ่งที่ยาก ที่ท้าทายผู้ประกอบการร้านตัดผมเป้นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนการทำธุรกิจทุกชนิดนั้นมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ทำอย่างไรให้เสี่ยงน้อยที่สุด นั่นคือการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจร้านตัดผมให้มาก ดูตัวอย่างร้านตัดผมในไทยที่ประสบความสำเร็จว่าเค้าทำอย่างไร บริหารจัดการร้านอย่างไร ศึกษารายละเอียดในหลายๆ ด้านให้ทะลุปรุโปร่ง เมื่อมีทำเลดี ช่างตัดผมฝีมือดี การบริการดี อย่างนี้โอกาสประสบความสำเร็จ และต่อยอดเปิดร้านสาขาต่างๆ มีสูง ผมก็ขออวยพรให้ท่านเปิดร้านตัดผมประสบความสำเร็จ และร่ำรวยกันทุกท่านครับ

  • วิธีการทำธุรกิจโรงแรมให้ประสบความสำเร็จ

    วิธีการทำธุรกิจโรงแรมให้ประสบความสำเร็จ
     

    ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมาก เมื่อมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้เกิด ธุรกิจโรงแรม มากขึ้นไปด้วย ซึ่งที่พักเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการท่องเที่ยว เพราะที่พักช่วยเพิ่มความสะดวก และเพิ่มความสบายให้กับนักท่องเที่ยวในการพักผ่อนมากยิ่งขึ้น ธุรกิจโรงแรม ในปัจจันนี้มีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง จนถึงขนาดใหญ่ โดยเรียกเป็นระดับซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้โรงแรมนั้นเป็นที่นิยม หรือมีจำนวนคนพักมาก หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังประกอบ ธุรกิจโรงแรม หรือต้องการทำธุรกิจนี้ ควรเรียนรู้กลยุทธ์ที่จะทำให้ธุรกิจของคุณน่าสนใจ และนักท่องเที่ยวเข้าพักมากขึ้น

    ทำเลที่ดี

    ทำเลสำหรับ ธุรกิจโรงแรม ถือเป็นสิ่งสำคัญมากที่ช่วยทำให้ธุรกิจนี้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น อันดับแรกควรเลือกทำเลที่มีการเข้าออกได้สะดวก หรืออยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ แห่งเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวในการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นทำเลในสถานที่ท่องเที่ยวประเภทป่า ภูเขา ทะเล ควรจะสร้างโรงแรมของคุณให้นักท่องเที่ยวนึกถึงและมาพักเมื่อมาท่องเที่ยวทุกครั้ง

    บรรยากาศดี

    บรรยากาศโดยรอบบริเวณ ธุรกิจโรงแรม ควรเป็นบรรยากาศที่ดีไม่ใกล้กับโรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานที่ชุมชนที่มีความวุ่นวายจอแจทำให้เกิดมลภาวะทางเสียงแก่นักท่องเที่ยว บรรยากาศนั้นสามารถสร้างได้โดยการปลูกต้นไม้ ดอกไม้ไว้ในส่วนของสวนและบริเวณโดยรอบ ส่วนภายในห้องพักของโรงแรมควรเพิ่มบรรยากาศที่ดีด้วยการตกแต่ง และมีความสะอาดน่าพักผ่อนด้วย

    บริการที่ดี

    บริการที่ดีเป็นหัวใจสำคัญของการทำ ธุรกิจโรงแรม เพราะการเปิดโรงแรมคือการบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าพัก ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับการบริการให้มาก เริ่มตั้งแต่การมีรถรับส่ง หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาจากสนามบินควรมีรถรับส่งมายังโรงแรม พนักงานต้อนรับ พนักงานโรงแรมทุกคนจะต้องรักในงานบริการเพื่อสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพัก

    พนักงานดี

    พนักงานถือเป็นส่วนหนึ่งของ ธุรกิจโรงแรม ที่จะทำให้โรงแรมมีความสมบูรณ์แบบ โดยจะต้องมีพนักงานที่ได้รับการฝึกอบรมในด้านงานโรงแรมมาเป็นอย่างดี เพื่อให้สามารถทำงานภายในโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพส่งผลต่องานบริการโดยรมของโรงแรมเป็นไปด้วยดี และที่สำคัญพนักงานควรจะมีความเชี่ยวชาญและมีความเป็นมืออาชีพในตำแหน่งที่ปฏิบัติงานด้วย

    ที่จอดรถสะดวก

    โรงแรมควรจะต้องจัดเตรียมที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเข้าพัก ซึ่งที่จอดรถนอกจากจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับนักท่องเที่ยวที่มีรถยนต์ส่วนตัวเดินทางเข้ามาพักยัง ธุรกิจโรงแรม ของคุณแล้ว โดยที่จอดรถควรจะสร้างให้มีโรงรถเชื่อมกับตัวโรงแรมเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าพักหากมีฝนตก หรือแดดแรง ที่จอดรถมีความสำคัญมากไม่ว่าจะกับ ธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจประเภทอื่นที่เป็นด้านบริการ

    มีความปลอดภัย

    ความปลอดภัย เป็นการสร้างความมั่นใจและน่าเชื่อถือให้กับ ธุรกิจโรงแรม สำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มความสบายใจในการเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สิน โดยโรงแรมควรมีการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี โดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยโดยดูแลในเรื่องการเข้าออก และภายในบริเวณโรงแรม มีการติดกล้องวงจรปิด มีระบบป้องกันขโมย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวผู้เข้าพัก ความปลอดภัยช่วยสร้างความน่าเชื่อถือส่งผลให้นักท่องเที่ยวเลือกเข้าพักในโรงแรมที่มีความปลอดภัยสูงมากขึ้น

    ราคาประหยัด

    ราคาของการเข้าพักใน ธุรกิจโรงแรม ควรจะเป็นราคาที่มีความเหมาะสม มีราคาให้เลือกหลายระดับเพื่อสร้างความหลากหลายและให้นักท่องเที่ยวผู้เข้าพักสามารถเลือกราคาค่าที่พักโรงแรมได้มากขึ้น โดยราคานั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมีการระบุราคาชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ควรแจ้งให้นักท่องเที่ยวทราบก่อนเสมอ เพื่อเป็นการแสดงความน่าเชื่อถือให้กับโรงแรม นักท่องเที่ยวมีสิทธิ์ตัดสินใจในการเข้าพักได้

    มีโปรโมชั่น

    การจัดโปรโมชั่นสำหรับ ธุรกิจโรงแรม ถือเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ โดยโปรโมชั่นควรจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเสมอเพื่อกระตุ้นให้เกิดความน่าสนใจแก่นักท่องเที่ยว โดยโปรโมชั่นนั้นสามารถทำได้หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการลดราคา การมอบบัตรกำนัลในการเข้าพักครั้งต่อไป การแถมของสมนาคุณ หรืออื่นๆ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความสามารถของ ธุรกิจโรงแรม ของคุณด้วย โปรโมชั่นเป็นแรงดึงดูดที่ช่วยกระตุ้นยอดเข้าพักโรงแรมได้มาก

    มีการประชาสัมพันธ์

    การประชาสัมพันธ์เป็นการทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักกับ ธุรกิจโรงแรม โดยวิธีประชาสัมพันธ์ในปัจจุบันมีหลายวิธี โดยโรงแรมจะต้องทำการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในพื้นที่ตั้งของโรงแรม และประชาสัมพันธ์ในสื่ออย่างอินเตอร์เน็ตเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักมากขึ้น โดยการประชาสัมพันธ์ในอินเตอร์เน็ตควรมีภาพบรรยากาศโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถเดินทางจากโรงแรมไปได้ มีราคาระบุชัดเจน และมีรายละเอียดอื่นๆ ที่ช่วยสร้างความรู้จักที่ดีให้กับนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถรู้จักโรงแรมได้จากการประชาสัมพันธ์ ดังนั้นการประชาสัมพันธ์จึงเป็นกลยุทธสำคัญ

    ธุรกิจโรงแรม เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวจึงทำให้ที่พักนั้นเป็นที่ต้องการของนักท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวมีความต้องการห้องพักจึงทำให้เกิด ธุรกิจโรงแรม มากขึ้น และทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจนี้มากขึ้นด้วย ดังนั้นเจ้าของ ธุรกิจโรงแรม จึงควรหากลยุทธ์เพื่อกระตุ้นให้โรงแรมของคุณน่าพัก และดำเนินธุรกิจนี้ต่อไปอย่างไม่มีอุปสรรค

  • วิธีการทำธุรกิจรถเช่าให้ประสบความสำเร็จ

    หนึ่งในธุรกิจที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก ทำได้ง่ายๆ สบายๆ คือธุรกิจรถเช่า เป็นธุรกิจที่ให้บริการรถเช่าเป็นหลัก และลงทุนซื้อรถครั้งเดียวสามารถปล่อยให้เช่าไปได้อีกนานหลายปี โดยคุณทำหน้าที่บริหารจัดการ ดูแลรถ และจัดหาลูกค้ามาเช่ารถ เพียงเท่านี้คุณจะเห็นว่า มันมีรูปแบบการทำธุรกิจที่ง่ายมาก ชนิดที่ว่าคุณสามารถใช้รถที่อยู่ที่บ้านของคุณเองปล่อยเช่าได้เลย แต่วันนี้เราจะมาพูดและคุยกัน เกี่ยวกับการทำธุรกิจรถเช่าเป็นหลัก ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปดูกันเลยว่าธุรกิจรถเช่าเขาทำกันยังไง

    ค่าใช้จ่ายหลักนอกเหนือจากค่ารถ

    1. ค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงรถ รวมถึงค่าเสื่อมของรถตามกาเวลา
    2. ค่าประกันของรถ
    3. ค่าสึกหรอต่างๆ
    4. ค่าทะเบียน
    5. ค่าภาษี

    เอกสารที่ต้องใช้สำหรับใช้ในการเช่ารถในธุรกิจเช่ารถของคุณ

    1. จำเป็นมาก บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง
    2. ใบอนุญาตให้ขับขี่รถยนต์
    3. ต้องมีบุคคลเซ็นยืนยันค้ำประการการเช่ารถ
    4. ต่อมาต้องมีเงินมัดจำส่วนหนึ่ง
    5. และถ้าเป็นชาวต่างชาติ ก็ต้องมี VISA PASS ด้วย

    ขั้นตอนก่อนการเช่ารถ

    1. ให้เลือกประเภทรถที่ต้องการมีความประสงค์ที่จะขอเช่ารถ
    2. จากนั้นทำการยื่นเอกสารประจำตัว ของผู้เช่า
    3. ต่อมากรอกสัญญาการการขอเช่ารถให้เรียบร้อย
    4. ทำการตรวจเซ็นสภาพรถ ก่อนการเช่าเสมอ
    5. ชำระค่าเงินค่าเช่ารถ
    6. และสุดท้ายทำการส่งรถคืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่า

    อยากทำธุรกิจรถเช่าบ้าง

    1. งบประมาณการลงทุน

    ในการทำธุรกิจรถเช่านั้น เรื่องงบประมาณในการลงทุนถือว่าสูงมาก เพราะคุณต้องลงทุนจัดซื้อรถมากมาย หลากหลายชนิด เพื่อนำมาให้บริการเช่า ตัวอย่างเช่น รถตู้ Toyota Hiace Commuter ที่มีหลังค้างสูงหน่อย ราคาก็เป็นล้านแล้ว แถมคุณต้องซื้อประกันภัยชั้น 1 อีก และถ้าไม่ใช่เงินสดคุณต้องส่งผ่อนอีกหลายละหลายหมืน โดยประมาณก็ 20,000 – 35,000 บาทต่อเดือน ต่อคัน ดังนั้นคุณควรให้น้ำหนักความสำคัญในการควบคุมงบประมาณไว้ให้ดี และควรมีแผนการใช้จ่ายที่เป็นระบบ รวมถึงการจัดการทำบัญชีของธุรกิจอย่างเป็นระบบอีกด้วย

    2. การบริหารจัดการ

    เรื่องของพนักงาน คุณต้องสอนงาน โดยเฉพาะเกี่ยวกับการทำสัญญาให้ละเอียด เพื่อลดภาระในการจัดการดูแลของคุณ และพนักงานทุกคนต้องเป็นมิตร มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อทำให้ลูกค้าประทับใจและกับมาใช้บริการอีกในภายหลัง ดังนั้นคุณต้องอย่าลืมอบรมเรื่องการดูแลบริการ ของพนักงานอยู่เป็นประจำเสมอๆ ด้วย

    เรื่องของภาพลักษณ์ นอกจากที่คุณจะเน้นไปที่เรื่องการให้บริการด้วยหัวใจที่รักงานบริการแล้ว คุณต้องดูแลรถของคุณให้อยู่ในสภาพดี สภาพพร้อมใช้งาน ดูสะอาดหูสะอาดตา เหมือนไม่มีใครใช้งานมาก่อนได้ยิ่งดี เพราะมันจะส่งถึงภาพลักษณ์ของธุรกิจเช่ารถของคุณ ว่าเป็นมืออาชีพมากน้อยแค่ไหน

    เรื่องต่อมาเป็นเรื่องการจัดการบริหาร โดยรวมทั้งหมด คุณต้องจัดการทำและบริหารทุกอย่างทั้งหมดให้เป็นระบบมากที่สุด มีการบันทึกกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจเช่ารถของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการลางานของพนักงาน การขาดงาน หรือวันหยุดตามปกติของพนักงาน คุณก็ต้องจัดทำบันทึกอย่างเป็นระบบ เพราะถ้าคุณทำธุรกิจรถเช่าและไม่มีการจัดการที่เป็นระบบโอกาสที่คุณจะขาดทุนมีสูงมาก

    3. ที่ตั้งของบริษัททำธุรกิจเช่ารถ

    ถ้าคุณไม่ได้อยู่ย่านการทำธุรกิจ คุณก็ไม่ควรเลือกทำเลที่ตั้งที่มันหากใกล้จากตัวเมืองมากนัก ยิ่งอยู่ในกลางเมืองได้เลยยิ่งดี เพราะคุณจะได้ลดต้นทุนมนการจัดการทำการตลาดให้คนรู้จัก และไว้วางใจในการใช้บริการขอเช่ารถจากบริษัทของคุณ

    4. การตลาดที่ดีที่สุด

    อย่างแรกเลยคุณควรยึดผู้คนในกลุ่มเขตพื้นที่ ที่คุณทำธุรกิจเช่ารถเป็นหลักก่อน ทำให้พวกเขาเล่านั้นเชื่อมั่น และวางใจ อยากใช้บริการจากคุณ ต่อมาให้คุณบริการให้สุดความสามารถทำให้เขาประทับใจให้ได้ เพื่อเป็นการรักษาลูกค้าเก่าเอาไว้ และสร้างฐานลูกค้าขึ้นมา เพราะคนที่เคยเช่ารถขับ พวกเขาเหล่านี้จะมีแนวโน้มในการเช่ารถอยู่ตลอดทั้งปี เมื่อคุณมีฐานลูกค้าที่มากพอสมควรแล้ว คุณค่อยเริ่มคิด เริ่มต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ขยายฐานลูกค้าของคุณออกไปหรือทำการตลาดเพิ่มออกเป็นอีก ในเขตพื้นทีใกล้เคียง และพื้นที่ ที่ไกลออกไป เริ่มจากทีละเล็กทีละน้อยก็ได้ คุณจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก และอีกหนึ่งเคล็ดลับที่สามารถช่วยคุณขยายตลาดได้โดยที่คุณไม่ต้องเหนื่อยคือ การขอให้ลูกค้าแนะนำเพื่อนๆ หรือคนรู้จักให้กลับมาใช้บริการจากธุรกิจรถเช่าของคุณ วิธีนี้เป็นวิธีทำการตลาดแบบปากต่อปากที่ได้ผลดีมาก

    สรุป

    ทุกธุรกิจมันจบไม่ลง เพราะทุกธุรกิจต้องเติบโตและก้าวไปข้างหน้า ธุรกิจรถเช่าก็เหมือนกัน ถ้าคุณหยุดที่จะเติบโต หยุดที่จะพัฒนา และหยุดที่จะเรียนรู้ ธุรกิจของคุณก็จะกลายเป็นธุรกิจที่กำลังจะหยุดหายใจ และรอวันตาย ถ้าคุณไม่อยากเป็นธุรกิจที่กำลังจะหมดลมหายใจ คุณต้องหมั่นเรียนรู้ ที่จะความคุมต้นทุน และจัดการทุกอย่างให้เป็นระบบ รวมถึงการต่อยอดทางธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจรถเช่าของคุณเติบโต และก้าวไปสู่ความสำเร็จในอนาคตข้างหน้า

error: Content is protected !!