Category: สูตรอาหาร

  • สูตรวิธีทำข้าวต้มมัด พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวต้มมัด

    ข้าวต้มมัด
     

    สูตรวิธีการทำข้าวต้มมัด สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียวเก่า 500 กรัม
    – มะพร้าวขูดขาว 600 กรัม
    – น้ำตาลทรายขาว 280 กรัม
    – เกลือป่น 20-25 กรัม
    – ถั่วดำต้มสุก 3/4 ถ้วย
    – กล้วยน้ำว้าสุก งอม 1-2 หวี

    วิธีการทำข้าวต้มผัด

    – ให้นำข้าวเหนียวมาแช่ โดยนำข้าวเหนียวไปซาวในน้ำสะอาด 2-3 ครั้ง แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก็เทข้าวเหนียวใส่ตะกร้าโปร่งแล้วให้พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    – ต่อไปจะเตรียมหัวกะทิ ด้วยการนำมะพร้าวขูดมาคั้นให้ได้หัวกะทิ 4 ถ้วย แล้วให้เทน้ำตาลทรายลงไปในหัวกะทิ แล้วใส่เกลือป่นลงไปด้วย แล้วคนนำตาลทราย กับเกลือด้วยทัพพีให้ละลาย หลังจากนั้นใช้ผ้าขาวบางกรองหัวกะทิ 1 ครั้ง
    – แล้วเทน้ำกะทิลงในกระทะทองเหลือง แล้วตั้งไฟ เทข้าวเหนียวลงไปเพื่อจะผัด ให้ใช้ไฟกลางถึงไฟอ่อน ปาดไม้พายไปมา ซ้ายทบขวา ขวาทบซ้ายไปเรื่อย ๆ ผัดไปจนกว่าข้าวเหนียวจะดูดน้ำกะทิจนแห้ง ให้ระวังก้นกระทะไหม้ด้วย แล้วพักข้าวเหนียวเพื่อให้เย็นลง
    – ต่อมาเตรียมไส้กล้วย โดยจะใช้กล้วยน้ำว้าสุก เลือกที่งอม ๆ แล้วนำกล้วยมาผ่าครึ่ง แบ่งออกเป็นสองซีก ดึงที่เป็นเส้น ๆ หรือผงดำ ๆ ที่ติดอยู่กับกล้วยออกให้หมด
    – ส่วนผสมของไส้ข้าวต้มผัดอีกอย่างคือ ถั่วดำ นำ ถั่วดำมาต้มให้สุก เมื่อต้มสุกแล้วให้ล้างน้ำ 3 รอบแล้วเทน้ำทิ้ง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    – หลังจากนั้นก็นำข้าวเหนียวผัด ไส้กล้วย และถั่วดำ มาห่อใบตอง เหมือนห่อแล้วก็นำข้าวต้มผัดที่ห่อแล้วมามัดประกบกันด้วยตอก
    – นำข้าวต้มผัดไปนึ่ง ใช้ระยะเวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง – 2 ชั่วโมง เมื่อสุกได้ที่แล้ว ก็นำมาพักให้หายร้อน และจัดใส่จานรับประทานได้

    สูตรวิธีการทำข้าวต้มมัด สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว (ใช้ข้าวเหนียวเก่า) ½ กก.
    – หัวกะทิ ½ กก.
    – หางกะทิ 1 กก.
    – น้ำตาลทราย ½ กก.
    – เกลือ ½ ชต.
    – กล้วยน้ำว้าฝานครึ่งลูกสำหรับเป็นไส้ขนม
    – ถั่วดำต้มสุก 2 ถ้วย
    – ใบตองสำหรับห่อ
    – ตอกสำหรับมัดห่อข้าวต้มมัด (แช่น้ำไว้ประมาณ 1 ชม.)

    วิธีการทำข้าวต้มผัด

    – เริ่มจากให้นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำ โดยข้าวเหนียวนั้นจะแช่น้ำไว้ ประมาณ 2-3 ชม. แล้วเทน้ำทิ้ง พักข้าวเหนียวไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    – แล้วมาตั้งกระทะสำหรับกวนข้าวเหนียวให้เทหางกะทิทั้งหมดลงไป ใส่ข้าวเหนียว ตามด้วยเกลือ และน้ำตาลประมาณ 1 ใน 3 ลงไปค่อยๆ กวนอย่างระมัดระวัง อย่าให้ข้าวเหนียวไหม้ติดกระทะ ไฟที่ใช้ต้องเป็นไฟปานกลางค่อนไปทางอ่อน
    – เมื่อทำกวนจนข้าวเหนียวเริ่มแห้งแล้วจึงค่อย ๆ ใส่หัวกะทิลงไปและเทน้ำตาลทรายที่เหลือ กวนจนเม็ดข้าวเหนียวเริ่มบาน แต่ตรงกลางนั้นให้ข้างในยังเป็นไตอยู่ เมื่อเรียบร้อยแล้วยกลงพักให้เย็น
    – ต่อจากนั้นจะห่อข้าวเหนียว ด้วยการตักข้าวเหนียวประมาณ 1 ½ ช้อนโต๊ะแล้วเกลี่ยข้าวเหนียวใส่ในใบตองที่ตัดเตรียมไว้สำหรับห่อ วางกล้วยน้ำว้าสุกที่ผ่าซีกลงไปตรงกลาง แล้วนำข้าวเหนียวมาห่อปิดกล้วยไว้ วางถั่วดำต้มสุกลงไป
    – ทำการห่อข้าวต้มผัด แล้วให้ข้าวต้มผัดสองอันมาประกบเข้าด้วยกัน แล้วมัดด้วยตอก 2 เปลาะ
    – นำข้าวต้มผัดไปนึ่งให้สุกโดยจะใช้เวลาประมาณ 1 ½ ชม. แล้วจึงยกลงได้ พักไว้ให้หายร้อน แล้วนำมารับประทานได้

    สูตรวิธีการทำข้าวต้มมัด สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
    – ถั่วดำ 1/2 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 2 ช้อนชา
    – ใบเตย
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง + 1/2 ถ้วยตวง
    – กล้วยน้ำว้า 16-18 ลูก (หรือเผือกกวน)

    วิธีการทำข้าวต้มผัด

    – นำข้าวเหนียวไปล้างประมาณ 2 ครั้ง แล้วนำไปแช่น้ำสะอาดท้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมงขึ้นไป หรือแช่ไว้ข้ามคืน แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักทิ้งไว้
    – นำถั่วดำมาล้างให้สะอาดแล้วแช่น้ำไว้ข้ามคืน หลังจากนั้นเทน้ำที่แช่ไว้ทิ้งแล้วนำถั่วดำไปต้มในน้ำใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้
    – ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่หัวกะทิกับเกลือป่นลงในกระทะ คนไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นใส่ใบเตยลงไป พอกะทิเดือดก็ให้ใส่ข้าวเหนียวแล้วคนไปทิศทางเดียวกันเบา ๆ ด้วยพายยาง หรือพายไม้ ระวังอย่าคนมากจนเกินไปเม็ดข้าวเหนียวอาจจะหักและไม่สวย
    – ผัดข้าวเหนียวต่ออีกประมาณ 5-6 นาที แล้วปรับไฟให้เป็นไฟอ่อน ข้าวเหนียวจะแห้งตัวลงเกือบสุก ใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วคนไปเรื่อยๆ จนข้าวเหนียวขึ้นเงา ปิดไฟ
    – เตรียมไส้ของข้าวต้มผัด ใช้กล้วยน้ำว้าสุก ปอกเปลือกกล้วยแล้วผ่าครึ่ง
    – เริ่มขั้นตอนการห่อ ให้วางใบตอง 2 ใบซ้อนกัน หันด้านที่เป็นมันประกบกัน ตักถั่วดำใส่ลงไป จากนั้นตักข้าวเหนียวลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้ววางกล้วยลงไปกลางข้าวเหนียว ตักข้าวเหนียวอีกหนึ่งช้อนโต๊ะลงไปปิดทับหน้ากล้วย
    – เมื่อห่อได้สองชิ้นก็จับทั้งสองชิ้นมาประกบกัน โดยหันด้านในชนกัน นำตอกมามัดให้แน่นเป็น 2 เปลาะ เก็บปลายตอกให้สวยงาม
    – แล้วนำข้าวต้มผัดไปวางเรียงในซึ้งชุดนึ่งแล้วไฟใช้ไฟแรงต้มจนน้ำเดือดนึ่งโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 2 ชั่วโมง เมื่อสุกแล้ว ก็พักให้เย็น แล้วสามารถรับประทานได้

     

    การขายข้าวต้มมัด

  • สูตรวิธีทำขนมอาลัว พร้อมคำแนะนำในการขายขนมอาลัว

     

    สูตรวิธีการทำขนมอาลัว สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 1 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งถั่วเขียว 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำลอยดอกมะลิ 6 ถ้วยตวง
    – มะพร้าวขูด 350 กรัม
    – น้ำตาลทราย 5 1/2 ถ้วยตวง
    – สีผสมอาหาร หรือสีธรรมชาติเช่น ใบเตย, ดอกอัญชัน

    วิธีการทำขนมอาลัว

    – ให้นำมะพร้าวขูดคั้นกับน้ำลอยดอกมะลิเพื่อให้น้ำกะทิมีกลิ่นหอม
    – เตรียมแป้งโดยให้นำแป้งสาลี , แป้งถั่วเขียว,แป้งมันร่อนผสมกันประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อให้แป้งละเอียดมากขึ้น
    – ผสมแป้งและน้ำกะทิเข้าด้วยกันเติมน้ำตาลลงไปคนจนน้ำตาลละลายแล้วนำไปกรองด้วยผ้าขาวบางให้กรอง 2-3 ครั้งแล้วจึงนำแป้งที่ผสมแล้วไปตั้งไฟใช้ไฟแรงปานกลาง (หากต้องการเติมสีให้แบ่งส่วนผสมไว้และนำมาต้มที่ละส่วนและเติมสีในตอนที่กวน ) และให้กวนไปเรื่อยๆจนสุกโดยเนื้อแป้งจะมีลักษณะเหนียวใสโดนทดสอบในการตักแป้งไปหยอดใส่น้ำหากแป้งไม่ละลายเป็นอันว่าใช้ได้
    – นำแป้งที่กวนได้ที่แล้วมาหยอดใส่ถาด หรือใช้ถุงบีบ หรือ ใช้ที่บีบเค้กก็ได้เพื่อความรวดเร็วและสวยงาม บีบใส่ถาดที่ทาเนยขาวได้ ทำไปจนหมดแป้งที่เตรียมไว้
    – นำแป้งขนมที่หยอดใส่ถาดไว้ไปตากแดดแรงๆประมาณ 2-3 แดด(ประมาณ 3 วันหากแดดจัดๆ ) เพื่อให้ขนมแห้งและขึ้นเงา โดยลักษณะขนมนั้นเนื้อขนมด้านนอกจะแห้งกรอบด้านในจะนุ่ม รสชาดจะออกหวานมัน
    – นำขนมอาลัวที่ตากแดดจนแห้งสนิทแล้วมาอบควันเทียนในภาชนะที่ปิดสนิทประมาณ 15 นาทีเป็นอันเสร็จสามารถนำออกมาขายหรือรับประทานได้

    สูตรวิธีการทำขนมอาลัว สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 1 1/4 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
    – น้ำกะทิ 2 1/2 ถ้วย
    – สีผสมอาหาร
    – เทียนอบขนม

    ธีการทำขนมอาลัว

    – ผสมแป้งสาลีและน้ำตาลเข้าด้วยกันก่อนแล้วจึงนำมาร่อนให้เข้ากันอีกครั้ง
    – เติมน้ำกะทิทีละนิดลงไปในแป้งที่ร่อนไว้และนวดหรือคนไปเรื่อยๆจนน้ำกะทิหมด
    – นำส่วนผสมที่เข้ากันแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบางจนกว่าจะไม่มีตะกอน (ประมาณสองครั้ง)
    – น้ำส่วนผสมที่กรองแล้วมาวนในกระทะทองเหลือง (หากไม่มีใช้กระทะที่มีหรือหม้อก็ได้ ) กวนไปเรื่อยๆใช้ไฟปานกลางสังเกตว่าแป้งมีเนื้อใสข้นเหนียวหรือไม่หากไม่ใส่และเหนียวก็กวนไปเรื่อยๆเนื้อแป้งที่สุกจะมีความใสเหนียว (หากทำหลายๆสีให้แบ่งมากวนทีละสี
    – นำแป้งที่กวนเสร็จแล้วมาใส่ที่บีบ แล้วบีบลงในถาดที่เตรียมไว้ เมื่อบีบจนหมดแป้งก็ให้นำไปตากแดดจนขนมแห้งและแข็ง แล้วจึงนำมาอบควันเทียนเพื่อให้มีกลิ่นหอมก่อนนำไปรับประทาน และควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อให้ขนมกรอบและหอมอร่อย

    สูตรวิธีการทำขนมอาลัว สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ ½ ถ้วยตวง (สามารถใช้แป้งเค้กได้)
    – น้ำกะทิ 1 ¼ – 1 ½ถ้วยตวง (สามารถเพิ่มเป็น ๒ ถ้วยได้ แต่ใช้เวลากวนนานขึ้นเพื่อให้ขนมข้นมากขึ้น)
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง (สามารถเพิ่มหรือลดได้)
    – น้ำใบเตยเข้มข้น 1 ช้อนโต๊ะ หรือผงโกโก้ , ไมโล , โอวัลติน , กาแฟ ฯลฯ 1 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มลดได้) หรือใช้สีผสมอาหารก็ได้

    วิธีการทำขนมอาลัว

    – ให้ตวงแป้ง น้ำตาลและกะทิ ใส่ภาชนะแล้วคนให้เข้ากันไม่จับเป็นเม็ดหรือก้อน และให้นำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
    – หลังจากรองแล้วให้แบ่งแป้งออกเป็นส่วนๆหากต้องการทำหลายสี หากผสมกาแฟ หรือ โกโก้ ให้นำไปกรองอีกครั้งก่อนกวน เมื่อได้แป้งที่ผสมสีแล้วก็นำไปกวนใช้ไฟกลางๆ คนไปเรื่อยพอแป้งเริ่มเหนียวให้คนเร็วๆจนแป้งเป็นสีใสแล้วกวนต่อไปเรื่อยๆจนสุกเนื้อแป้งจะใสไม่มีขุ่น
    – นำแป้งที่กวนได้ที่มาใส่ที่บีบและบีบใส่ถาดที่เตรียมไว้ เมื่อเต็มถาดก็ให้นำไปตากแดดประมาณ 2-3 วัน แต่หากต้องการความรวดเร็วให้นำไปอบที่อุณหภูมิ 170-180 องศาฟาเรนไฮต์หรือจะใช้ไฟต่ำกว่านี้ได้หากกลัวขนมไหมหรือจะแง้มเตาอบไว้ก็ได้และแนะนำให้ใช้แต่ไฟบน ระยะเวลาให้ดูจากเนื้อนอกของขนมถ้าแห้งก็เป็นอันใช้ได้ นำไปอบควันเทียนเพิ่มความหอมอีกครั้ง

    เคล็ดลับการทำขนมอาลัว

    – ความยากจะอยู่ที่การกวนแป้ง ต้องใช้แรงเพราะเมื่อแป้งใสจะเหนียวช่วงนี้ต้องออกแรงกวนเร็วๆแรงๆให้เนื้อแป้งเข้ากันให้ได้
    – หากต้องการให้เนื้อขนมด้านในมีความนุ่มมากๆต้องผสมแป้งให้ข้นและกวนให้เหนียว เพราะหากได้แป้งที่เหนียวขนมจะแห้งไวและเนื้อในจะนุ่มมากๆ
    – การผสมแป้งกับกะทิให้ค่อยผสมดูความข้นความเหลวและหากกรองและร่อนแป้งหลายๆครั้งเนื้อขนมจะเนียนขึ้นด้วยและควรคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันก่อนกวนจะทำให้ข้นเร็วขึ้นกว่าเดิม
    – การบีบขนมนั้นควรบีบตอนร้อนๆ จะง่ายที่สุดและการบีบนั้นใช้ที่บีบเค้กจะทำได้เร็วและสวยงาม ควรทำทีละสีคือกวนสีไหนเสร็จก็นำมาบีบตากแดดเลยเพราะหากปล่อยให้อุ่นหรือเย็นจะเหนียวและบีบไม่ได้ต้องเปลี่ยนไปปั้นแทนซึ่งจะไม่สวยและเสียเวลามากกว่า

  • สูตรวิธีทำข้าวโป่ง พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวโป่ง

     

    สูตรวิธีการทำข้าวโป่ง สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – น้ำตาล
    – ข้าวเหนียวหรือข้าวเหนียวดำแช่น้ำประมาณ4-5ชั่วโมง
    – ไข่ไก่
    – ไข่ต้มเอาเฉพาะไข่แดง
    – น้ำมันพืช

    วิธีการทำข้าวโป่ง

    – ขั้นตอนของการทำข้าวโป่งขั้นตอนแรก เราจะนำข้าวเหนียวที่แช่น้ำประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงหรือจะทำการแช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้เอาข้าวเหนียวนั้นมานึ่งให้สุก จากนั้นก็นำมาเทลงในกระด้งแล้ว จากนั้นให้คนไปมาให้ไอน้ำออก
    – ขั้นตอนต่อมาเราจะนำข้าวเหนียวที่ที่นึ่งสุกใหม่เอาไปโขลกให้ละเอียดด้วยครกมอง
    – หลังจากนั้นพอข้าวเหนียวละเอียดพอประมาณ ก็จะนำไปโขลกกับโดยการใส่ไข่โขลกให้เข้ากันกับข้าวเหนียว แล้วค่อย ๆ เติมน้ำตาลโขลกให้เข้ากับข้าวเหนียว โขลกไปเรื่อย ๆ จนกว่าส่วนผสมทุกอย่างจะเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
    – จากนั้นก็จะนำข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำตาลกับไข่ จากนั้นแล้วก็จะนำไปปั้นเป็นก้อนกลมๆขนาดพอประมาณ แล้วก็นำไข่แดงที่ต้มสุกแล้วมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็ทามือและทาแผ่นพลาสติก และเพื่อเวลาวางแป้งลงบนพลาสติกแป้งจะไม่ติดกับแผ่นพลาสติก นอกจากนั้นไข่แดงจะช่วยให้ข่าวโป่งพองเวลาย่างไฟอีกด้วย จากนั้นแล้วใช้ถุงพลาสติกที่ตัดไว้เอามาวางบนแผ่นกระเบื้องที่ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ให้นำข้าวเหนียวที่ปั้นไว้วางบนแผ่นพลาสติก
    – จากนั้นก็ให้นำแผ่นถุงพลาสติกวางทับแล้วก็นำกระเบื้องวางทับอีกที เสร็จแล้วก็กดให้แป้งกระจายออกเป็นแผ่นวงกลม
    – แล้วให้นำแป้งที่กดเป็นวงกลมวางบนเสื่อที่ทำความสะอาดแล้ว แล้วก็ให้ทำแบบนี้เรื่อยๆจนแป้งหมด
    – ขั้นตอนต่อมาแล้วนำข้าวโป่งที่ทำเสร็จ เอามาผึ่งแดดไว้ประมาณ3-4วันแล้วเก็บใส่กล่องปิดฝาให้สนิท
    – แล้วต้องการรับประทาน ก็ให้นำไปย่างไฟให้พองขึ้นพอเหลืองก็สามารถรับประทานได้

    สูตรวิธีการทำข้าวโป่ง สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียวสุก (ข้าวใหม่)
    – น้ำตาลทราย
    – ไข่ไก่ต้มสุก
    – น้ำมันหมู
    – งาดำ

    วิธีการทำข้าวโป่ง

    • อันดับแรกให้นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำทิ้งไว้ก่อนประมาณ 4 -5 ชั่วโมง หรือจะแช่ทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้ พอได้ข้าวเหนียวที่แช่ไว้แล้วก็นำไปนึ่งจนสุกแล้วเอาข้าวเหนียวมาใส่ครกกระเดื่องแล้วก็ตำให้ละเอียด จากนั้นให้ผสมน้ำตาลทราย และงาดำ ตำต่อไปเรื่อย ๆ จนข้าวเหนียวสุกผสมกับน้ำตาลทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็ให้พักไว้
    • ขั้นตอนต่อก็ให้นำไข่ไก่ต้มสุกเลือกเอาเฉพาะไข่แดงมาผสมกับน้ำมันหมูจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็นำไปทาบาง ๆ บนแผ่นพลาสติก จากนั้นก็นำแป้งที่จากข้าวเหนียวผสมน้ำตาลมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ประมาณไข่ไก่ จากนั้นก็วางลงบนแผ่นพลาสติกแล้วก็ใช้ไม้รีดแป้งทำให้เป็นแผ่นบาง ๆ มน ๆ แป้งจะได้ส่วนผสมของไข่ไก่ที่ทาไว้บนพลาสติก ที่จะทำให้ข้าวโป่งพองออกเวลานำไปย่างนั้นเอง เมื่อรีดแป้งจนได้แผ่นบางพอดีแล้วก็ให้ลอกออกจากแผ่นพลาสติก นำไปผึ่งแดดประมาณ 1 วัน จะสามารถเก็บไว้รับประทานได้ 3 สัปดาห์
    • เวลาจะรับประทานให้นำแป้งที่เตรียมไว้ มาย่างด้วยไฟอ่อน ๆ แป้งข้าวโป่งที่ย่างจะค่อย ๆ พองออก มีลักษณะสีน้ำตาลอ่อนผสมสีขาว ให้รสชาติหอมหวาน

    สูตรวิธีการทำข้าวโป่ง สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว 3 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – ไข่แดงสุก 2 ฟอง
    – น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
    – น้ำแช่ข้าวสารพอประมาณ
    – ใบเตย 1 กำมือ

    วิธีการทำข้าวโป่ง

    – เริ่มต้นการทำข้าวโป่งด้วยการเตรียมทำแป้งจากข้าวเหนียวก่อนเป็นอันดับแรก เราจะแช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง หรือจะข้ามคืนก็ได้ จากนั้นก็นำข้าวเหนียวไปนึ่งจนสุก
    – หลังจากนั้นก็ไปเตรียมนำต้มใบเตย ด้วยการหั่นใบเตยเป็นท่อนยาวประมาณ 1 เซนติเมตรแล้วนำมา โขลกพอแตก แล้วนำไปคั้นด้วยน้ำแช่ข้าวสาร
    – ต่อมาเราจะทำการตำข้าวเหนียวที่เรานึ่งสุกแล้ว โดยการนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกกำลังร้อน ๆ มาตำด้วยครกกระเดื่อง
    – ให้จนละเอียดจนไม่เห็นเมล็ดข้าว ระหว่างนั้นค่อย ๆ ตำข้าวเหนียวแล้วใส่น้ำแช่ข้าวที่ผสมใบเตยทีละน้อย การทำแบบนี้เพื่อจะไม่ให้ข้าวติดครก หลังจากนั้นให้หมั่นพลิกข้าวที่ตำแล้วตำอีกจนเหนียวนุ่ม อาจจะทดสอบโดยแผ่ก้อนแป้งดู ถ้าตัวแป้งหดตัวต้องเติมน้ำแช่ใบเตยอีก แล้วตำต่อไปเรื่อย ๆ ให้แป้งจับตัวจนเหนียว
    – ขั้นตอนต่อไปของการทำข้าวโป่ง จะนำแป้งที่ตำจนเหนียวแล้วมาปั้นก้อนข้าวแล้วคลึงแป้งให้กลม เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณ 1-1 ½ นิ้ว เมื่อได้ก้อนแป้งที่กลมที่แล้วก็นำมาวางระหว่างพลาสติกที่ทาด้วยไข่แดงสุกผสมน้ำมันพืช ซึ่งจะทำให้แป้งไม่ติดแผ่นพลาสติก แล้ววางบนไม้หรือโต๊ะ ใช้ไม้อีกแผ่นกดให้แบนออกแผ่เป็นลักษณะวงกลม
    – จากนั้นเราก็จะทำการลอกแผ่นแป้งออกตากในที่ร่มจนแห้งสนิท ขอแนะนำว่าไม่ควรตากแดด เพราะอาจจะทำให้แผ่นแป้งแตก
    – เวลาจะรับประทานข้าวโป่งนั้น เราจะเอาไปย่างให้สุกด้วยไฟแรงพอดีและหมั่นพลิกไปมาระวังอย่าให้ไหม้ ข้าวโป่งพอง หอม รับประทานได้

  • สูตรวิธีทำข้าวตูมะพร้าวอ่อน พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวตูมะพร้าวอ่อน

     

    สูตรวิธีทำข้าวตูมะพร้าวอ่อน สูตรที่ 1

    ส่วนผสมข้าวตูมะพร้าวอ่อน

    – ข้าวสุกตากแห้ง 250 กรัม
    – น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม
    – น้ำกะทิ 50 กรัม
    – มะพร้าวขูดฝอย 300 กรัม
    – เนื้อมะพร้าวอ่อน 120 กรัม
    – น้ำมะพร้าวอ่อน 200 กรัม
    – เทียนอบ

    วิธีการทำข้าวตูมะพร้าวอ่อน

    – อันดับแรกให้นำข้าวสวยสุกที่เตรียมไว้ไปตากให้แห้ง ถ้าแดดมีไม่มากพอหรือเวลาในการตากมีน้อย จนข้าวสุกไม่ค่อยแห้งดี จะนำข้าวสวยสุกไปอบก็ได้ จนได้ข้าวสุกที่แห้งดีแล้ว ก็นำไปคั่ว โดยค่อย ๆ คั่วทีละน้อย ต้องใช้ไฟอ่อน จนข้าวสุกที่ตากแห้งมีสีเหลืองทั่วกันแล้ว ก็ให้นำไปโม่บดให้ละเอียด
    – หลังจากนั้นก็ทำการตั้งกระทะโดยใช้กระทะทองเหลือง หรือ จะใช้กระทะเทฟลอนก็ได้ จะเป็นกระทะที่นำความร้อนได้ดี ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน แล้วใส่กะทิ ตามด้วยน้ำตาลมะพร้าว มะพร้าวขูดฝอย น้ำมะพร้าวและเนื้อมะพร้าว ที่เตรียมไว้ ทั้งหมดนี้ให้เคี่ยวไปเรื่อยๆจะใช้เวลาสักหน่อย ระหว่างเคี่ยวให้คนไปทางเดียวกัน คนเบา ๆ จนกระส่วนผสมทั้งหมดข้นเหนียว
    – เมื่อส่วนผสมทั้งหมดข้นเหนียวได้ที่แล้วให้ใส่ผงข้าวสวยสุกที่คั่วจนเหลืองสวยแล้วโม่จนละเอียดลงไปแล้วทำการกวนส่วนผสมทั้งหมดต่อจนเหนียวพอที่จะปั้นได้ หลังจากนั้นแล้วให้ปิดไฟ ทิ้งส่วนผสมในกระทะไว้สักพักให้พอหายร้อน
    – นำส่วนผสมทั้งหมดไปอัดในแบบที่ได้เตรียมไว้ กดขนมลงในแบบให้แน่น และเพื่อให้ขนมหอมน่ารับประทานให้เอาขนมที่อัดเรียบร้อยแล้ว ไปอบควันเทียนทิ้งไว้ 1 คืน แล้วสามารถนำข้าวตูมะพร้าวอ่อนมารับประทานได้เลย หรือจะเก็บใส่กล่องหรือภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดแล้วจะนำมารับประทานภายหลังก็ได้

    สูตรวิธีทำข้าวตูมะพร้าวอ่อน สูตรที่ 2

    ส่วนผสมข้าวตูมะพร้าวอ่อน

    – ข้าวหอมมะลิสุกตากแห้ง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลปี๊บแท้ 1 ถ้วยตวง
    – มะพร้าวน้ำหอมขูดละเอียด 1 ถ้วยตวง
    – มะพร้าวน้ำหอมอ่อนหั่นฝอย 1 ถ้วยตวง
    – น้ำดอกไม้ 1/2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำข้าวตูมะพร้าวอ่อน

    – เริ่มทำด้วยการนำข้าวหอมมะลิสุกไปตากแห้ง เมื่อข้าวสุกแห้งดีแล้ว ก็นำไปข้าวที่ได้ไปคั่ว โดยทำการคั่วจนข้าวมีสีเหลืองทั่วและมีความกรอบได้ที่
    – เมื่อได้ข้าวคั่วแล้ว ก็ให้นำข้าวไปป่นให้ละเอียด เมื่อป่นแล้ว เอาร่อนส่วนที่หยาบออกมา แล้วนำส่วนที่หยาบที่ได้ไปป่นใหม่อีกครั้ง ให้ได้ข้าวคั่วที่ป่นละเอียดทั่วกัน
    – หลังจากนั้น ให้นำกระทะไปตั้งไฟอ่อนแล้วใส่น้ำดอกไม้ ใส่น้ำตาลตามลงไปแล้วก็กวนส่วนผสมไปเรื่อย ๆ สักพักแล้วจึงใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นฝอยรวมทั้งมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้ด้วย ลงไปกวนให้น้ำตาลกับมะพร้าวจับตัวกันจนเหนียวได้ที่
    – เมื่อกวนส่วนผสมทั้งหมดจนเกือบจะแห้งแล้วให้ใส่ข้าวตากแห้งป่นละเอียดที่เตรียมไว้ ไปผัดจนสุกได้ที่แล้วก็ยกลง ทิ้งไว้ให้คลายความร้อน
    – ขนมที่วางทิ้งไว้จนความร้อนคลายลงแล้ว ต่อไปก็นำขนมมาตักด้วยช้อนเพื่อใส่ลงแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ กดเนื้อขนมให้แน่น เมื่อเนื้อขนมแน่นดีแล้วก็เอาเคาะขนมออกจากแม่พิมพ์
    – เพื่อให้ขนมข้าวตูมะพร้าวอ่อนมีความหอมน่ารับประทาน ให้เอาขนมใส่โหล แล้วใส่ดอกมะลิอบขนมไว้ 1 คืน ก็สามารถนำมารับประทานได้

    สูตรวิธีทำข้าวตูมะพร้าวอ่อน สูตรที่ 3

    ส่วนผสมข้าวตูมะพร้าวอ่อน

    – ข้าวคั่ว ป่นละเอียด 300 กรัม
    – น้ำมะพร้าวน้ำหอม 1/3 ถ้วย
    – มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 500 กรัม
    – น้ำตาลปีบ 250-300 กรัม
    – แบะแซ 200 กรัม
    – หัวกะทิ 100 กรัม
    – เนื้อมะพร้าวอ่อน 2 ผล

    วิธีการทำข้าวตูมะพร้าวอ่อน

    – ขั้นตอนแรกให้นำข้าวสวยไปตากจนแห้ง เมื่อแห้งดีแล้ว ก็นำไปคั่ว การคั่วนั้นให้ใช้ไฟอ่อน คั่วจนมีสีเหลืองสม่ำเสมอ แล้วก็จนข้าวสวยที่คั่วจนหอมสีเหลืองสวยไปปั่นให้ละเอียด
    – ต่อจากนั้นให้นำกระทะตั้งไฟ ใช้ไฟอ่อน ๆ เพื่อจะเคี่ยวน้ำตาล น้ำมะพร้าวอ่อน หัวกะทิและแบะแซ การเคี่ยวนั้นให้เคี่ยวจนส่วนผสมทั้งหมดเหนียวจนเป็นยางมะตูม
    – หลังจากนั้นก็ใส่มะพร้าวทึนทึกขูดฝอยที่เตรียมไว้ โดยการเลือกมะพร้าวทึนทึกให้เลือกที่ไม่แข็งมาก จะทำให้ขนมออกมานุ่มอร่อย การกวนมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยต้องกวนจนเนื้อมะพร้าวฉ่ำดีแล้วถึงจะพอ
    – เมื่อส่วนผสมทั้งหมดเหนียวได้ที่แล้ว ให้ใส่ข้าวคั่วที่ป่นละเอียด แล้วจัดการกวนให้เข้ากัน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ยกลงแล้วทิ้งไว้ให้อุ่น ถ้ารู้สึกว่าเนื้อขนมแข็งไปให้เติมน้ำหรือกะทิแล้วไปตั้งไฟกวนใหม่
    – เมื่อขนมที่ทิ้งไว้เย็นลงจนอุ่นดีให้ตักขนมลงไปอัดในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ กดขนมลงในแม่พิมพ์ให้แน่น เพื่อให้ได้รูปและลายพิมพ์ที่สวยงาม
    – เมื่อเคาะขนมออกจากแม่พิมพ์แล้ว ก็นำขนมไปใส่โหลหรือภาชนะที่มีฝาปิด ทำการอบด้วยควันเทียนหรือดอกมะลิ ขนมข้าวตูมะพร้าวอ่อนที่ได้จะมีความเหนียว นุ่ม หวาน ทั้งยังหอมด้วยกลิ่นข้าวคั่ว และดอกมะลิหรือควันเทียนที่อบไว้ นำไปจัดใส่จานพร้อมรับประทานได้

  • สูตรวิธีทำข้าวเหนียวมูน พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวเหนียวมูน

     

    สูตรข้าวเหนียวมูน สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียวขาว 500 กรัม
    – สารส้มโขลกละเอียด 1 ช้อนชา
    – น้ำสำหรับแช่ข้าวเหนียว
    – ใบเตยฉีกแล้วมัดประมาณ 10 ใบ
    – หัวกะทิคั้นสด 350 มิลลิลิตร
    – น้ำตาลทราย 200 กรัม
    – เกลือป่น 2 ช้อนชา

    วิธีการทำข้าวเหนียวมูน

    – นำข้าวเหนียวมาซาวให้สะอาด ระหว่างซาวให้ใส่สารส้มลงไป ให้เติมน้ำเปล่าให้ท่วมข้าวเหนียว แล้วใช้ไม้พายหรือมือคนข้าวเหนียวให้เข้ากัน แช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง
    – หลังจากนั้นให้ล้างข้าวเหนียวที่แช่ไว้กับสารส้มเมื่อสะอาดดีแล้ว ล้างข้าวเหนียวให้สะเด็ดน้ำแล้วพักทิ้งไว้
    – ใส่ข้าวเหนียวลงไปในหวดนึ่งข้าว แล้วใส่ใบเตยตามลงไป ให้นำหวดนึ่งข้าวไปวางลงในน้ำเดือด ทำการนึ่งข้าวเหนียวไว้นานประมาณ 20 นาที จนข้าวเหนียวสุก
    – ทำการผสมหัวกะทิกับน้ำตาลทราย และเกลือป่นลงในอ่างผสมแล้วทำการคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นเทข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วลงไป คนส่วนผสมทุกอย่างจนเข้ากัน ให้พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จนข้าวเหนียวระอุ พร้อมรับประทานกับมะม่วงน้ำสุก หรือ ตักข้าวเหนียวมูนร้อนๆ ใส่จาน แล้วรับประทานกับสังขยา หน้ากุ้ง หน้าปลาก็ได้

    สูตรข้าวเหนียวมูน สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
    – หัวกะทิ 450 กรัม
    – เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
    – น้ำตาลทราย 550 กรัม
    – ใบเตย 3-5 ใบ
    – ถั่วทอง 5 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำใบเตย, น้ำแครอท, น้ำดอกอัญชัญหรือสีผสมอาหารตามชอบ

    วิธีการทำข้าวเหนียวมูน

    – นำข้าวเหนียวไปซาวล้างทำความสะอาดให้จนสะอาดดีแล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หลังจากนั้นนำไปสะเด็ดน้ำ ถ้ากรณีต้องการทำข้าวเหนียวที่มีสีต่างๆ ก็ให้ใส่สีลงไปในน้ำที่แช่ค้างคืนไว้ด้วย
    – เมื่อได้ข้าวเหนียวที่แช่ค้างคืนไว้ 1 คืนแล้ว ให้นำผ้าขาวบางมารองไว้ในซึ้งหรือหม้อนึ่ง แล้วให้นำข้าวเหนียวมาวางลงบนผ้าขาวบาง แล้วตั้งไฟเพื่อนึ่งจนข้าวเหนียวสุก
    – ใส่น้ำตาล, เกลือป่น (3/4 ช้อนชา) และหัวกะทิ ลงในหม้อคนทุกอย่างให้เข้ากัน หลังจากนั้นทำการนำหม้อไปตั้งบนไฟอ่อนๆ คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี แล้วจึงใส่ใบเตยลงไปในหม้อ ทิ้งไว้สักพักจึงปิดไฟ
    – ใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งไว้จนสุกดีแล้วลงไปในจานหรือชาม แล้วให้เอาน้ำกะทิที่เคี่ยวไว้ราดลงบนข้าวเหนียวทำการคนจนส่วนผสมเข้ากันทั่ว แล้วทิ้งไว้อย่างน้อยประมาณ 15 นาที ก็จะสามารถนำไปรับประทานได้ เวลารับประทานอาจจะโรยหน้าด้วยถั่วทอง
    – ข้าวเหนียวมูนสามารถนำไปรับประทานคู่กับมะม่วงสุก หรือทานกับสังขยา, หรือทานเป็นข้าวเหนียวมูนหน้ากุ้ง, หน้าปลาแห้งก็ได้

    สูตรข้าวเหนียวมูน สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียวนึ่งสุก 1/2 กิโลกรัม
    – กะทิ 300 กรัม
    – เกลือป่น 2 ช้อนชา
    – น้ำตาลทราย 100 กรัม
    – ใบเตย 5-10 ใบ
    – กะทิ
    – เกลือป่น
    – น้ำตาลทราย

    วิธีการทำข้าวเหนียวมูน

    – เลือกข้าวเหนียวพันธ์ดี ซาวทำความสะอาดข้าวเหนียวสะอาดดีแล้วก็แช่ข้าวเหนียวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นก็นำข้าวเหนียวไปสะเด็ดน้ำ
    – ขั้นตอนต่อมาให้นำผ้าขาวบางรองไว้ในซึ้งหรือในหม้อนึ่ง จากนั้นก็นำข้าวเหนียวมาวางลงผ้าขาว แล้วนำข้าวเหนียวไปนึ่งจนข้าวเหนียวสุก
    – ต่อมาก็เอากะทิมาแบ่งครึ่งไปตั้งบนไฟอ่อนๆ แล้วใส่เกลือป่น น้ำตาลคนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี แล้วให้ใส่ใบเตยที่คั้นน้ำไว้แล้วลงไป แล้วก็ตั้งไปต่อทิ้งไว้สักพักแล้วจึงปิดไฟ ส่วนกะทิอีกครึ่งให้แบ่งไว้ตั้งไฟเพื่อเคี่ยวกับเกลือ เอาไว้สำหรับราดหน้า
    – เสร็จแล้ว ใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งไว้จนสุกดีแล้วลงไปในจานหรือชาม ต่อจากนั้นก็เอาน้ำกะทิที่เคี่ยวไว้ใส่ตามลงไป แล้วให้คนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันทั่ว แล้วก็ทิ้งไว้อย่างน้อยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็สามารถนำไปรับประทานกับมะม่วงได้

    สูตรข้าวเหนียวมูน สูตรที่ 4

    ส่วนผสม

    – น้ำกะทิราดหน้าข้าวเหนียวมูน
    (กะทิ 50 มล เกลือ 1/2 ช้อนชา แป้งข้าวโพด 1/2 ช้อนโต๊ะ ละลายน้ำ 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟอ่อนพอเดือดเล็กน้อย )
    – ข้าวเหนียว 1 1/2 กก. (แช่น้ำไว้ 1 คืน)
    – เกลือ 3 ช้อนชา
    – น้ำตาลทราย 400 กรัม
    – กะทิ 500 มล.
    – ใบเตย 3 ใบ
    – สารส้ม 1 ก้อน

    วิธีการทำข้าวเหนียวมูน

    – เริ่มต้นแช่ข้าวเหนียวในน้ำสะอาดทิ้งไว้ 10 นาที แล้วให้นำสารส้มไปแกว่งในข้าวเหนียว แล้วนำข้าวเหนียวไปล้างน้ำสะอาดทิ้ง 1 รอบ
    – ขั้นตอนต่อมาให้เตรียมซึ้งสำหรับนึ่งใส่น้ำให้เดือดแล้วรองด้วยผ้าขาวบาง นำข้าวเหนียวลงนึ่งใช้เวลาประมาณ 40 นาทีจนสุก
    – หลังจากเมื่อนึ่งข้าวเหนียวจนครบ 30 นาทีแล้วให้เทกะทิ , น้ำตาลทราย ,เกลือ , ใบเตย ส่วนผสมทั้งหมดนี้ ลงหม้อต้มให้เดือดเล็กน้อย ต้มทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
    – เมื่อครบตามเวลาแล้วให้นำข้าวเหนียวเทลงหม้อ แล้วตามด้วยส่วนผสมของน้ำกะทิร้อนๆ แล้วคนข้าวเหนียวกับน้ำกะทิให้เข้ากัน ปิดฝาทำการอบไว้ 10 นาที
    – จากนั้นให้คนข้าวเหนียวมูนอีกครั้ง ทำการตลบข้าวเหนียวด้านล่างขึ้นมา แล้วปิดฝาอบทอ้งไว้อีก 10 นาที
    – เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ตักข้าวเหนียวใส่จานหรือชาม พร้อมราดหน้าด้วยกะทิ พร้อมรับประทาน

  • สูตรวิธีทำข้าวเหนียวสังขยา พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวเหนียวสังขยา

     

    สูตรข้าวเหนียวสังขยา สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – ไข่เป็ด 3 ฟอง
    – น้ำตาลปึก 4 ก้อน
    – กะทิ (1/2 กระป๋อง)
    – ใบเตย 3-4 ใบ
    – ข้าวเหนียว
    – สารส้ม
    – กะทิ
    – น้ำตาลทราย
    – เกลือป่น
    – ใบเตย

    วิธีการทำข้าวเหนียวสังขยา

    – เริ่มจากทำการผสมส่วนผสมต่าง ๆ โดยใส่ไข่เป็ดและน้ำตาลปึกลงในอ่างผสม เอาใบเตยหอมไปล้างให้สะอาด ใส่ลงไปในอ่างผสมจากนั้นก็ ใช้มือขยำไข่เป็ดกับน้ำตาลปึกจนกว่าน้ำตาลกับไข่เป็ดละลายเข้าด้วยกัน ในการขยำนั้นจะใช้ใบเตยช่วยให้ขยำได้สะดวก
    – จากนั้นก็ให้เติมกะทิลงไปคนในอ่างผสมแล้วคนให้เข้ากันแล้วใช้ผ้าขาวบางกรองใส่ลงในภาชนะที่มีลักษณะก้นลึก อย่างชาม อ่าง
    – ต่อมาก็นำส่วนผสมที่เตรียมไว้ไปนึ่งในหม้อที่มีน้ำเดือด โดยต้องใช้ไฟแรงและ เปิดฝาทิ้งไว้ขณะนึ่งจนสุกจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที แต่ระยะเวลาของการนึ่งนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของภาชนะ เตรียมไว้
    – เมื่อได้สังขยาแล้ว เราจะมาทำข้าวเหนียวมูนเพื่อรับประทานคู่กับสังขยา ให้นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำแล้วกวนด้วยน้ำกวนสารส้มประมาณ 5 นาที จากนั้นเทน้ำออกแล้วให้แช่น้ำทิ้งไว้อีก 3 ชั่วโมง หรือค้างคืน รอจนเวลาแล้วให้เทน้ำออก แล้วนำข้าวเหนียวไปนึ่ง โดยตั้งไฟแรงนึ่งจนข้าวเหนียวสุกแล้วเทพักไว้
    – ตั้งไฟแล้วตั้งหม้อใส่กะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น และใบเตยลงไปในหม้อแล้วต้มพอเดือด จากนั้นเอาน้ำกะทิที่ได้มาเทใส่ข้าวเหนียวแล้วคนกันให้ทั่ว แล้วปิดฝาภาชนะพักไว้สักประมาณ 10-15 นาที และคนข้าวเหนียวอีกครั้ง
    – เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วให้ตักข้าวเหนรยวใส่จาน พร้อมสังขยา

    สูตรข้าวเหนียวสังขยา สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว ๑ ๑/๒ ถ้วยตวง
    – กะทิ ๑ ถ้วยตวง (ถ้าใครใช้กะทิกระป๋องก็ ๑ กระป๋อง ถ้าใช้กะทิซองก็ ๑ ซอง ผสมน้ำอุ่น ๓/๔ ถ้วย)
    – น้ำตาลทราย ๓/๔ ถ้วย ถ้าชอบหวานก็เพิ่มได้
    – เกลือป่น ๑ ช้อนชา
    – ไข่ไก่ ๓ ฟอง ใครจะใช้ไข่เป็ดก็ได้ถ้าหาได้
    – กะทิ ๑ ถ้วย
    – น้ำตาล ๑ ถ้วย
    – น้ำใบเตย ๑/๘ ถ้วย ใครมีใบเตยสดก็ใช้ใบเตยสด

    วิธีการทำข้าวเหนียวสังขยา

    – ขั้นตอนแรกจะทำข้าวเหนียวก่อน โดยนำข้าวเหนียวไปแช่ในน้ำให้นิ่ม เพื่อให้ข้าวเหนียวสวยเป็นเงางาม ให้แช่ข้าวเหนียวในน้ำกวนสารส้มโดยทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีจากนั้น แล้วล้างออก แล้วแช่น้ำธรรมดาต่อสัก 3 ชั่วโมงหรือจะแช่ค้างคืนก็ได้
    – พอได้ข้าวเหนียวที่แช่ทิ้งไว้เรียบร้อย ให้แช่น้ำนั้นให้ใส่น้ำในชามอ่างแล้ว ใส่สารส้มลงไปกวนเบา ๆ จากนั้นลองชิมน้ำดูถ้ามีรสฝาดก็ใช้ได้ แล้วให้ใส่ข้าวเหนียวลงไปแช่ เทน้ำสารส้มออกแล้วใส่น้ำใหม่แช่ข้าวไว้จนนิ่ม
    – รอจนข้าวเหนียวนิ่มใช้ได้ ก็ให้รินน้ำออก จากนั้นนำข้าวเหนียวไปนึ่ง โดยใช้ซึ้งนึ่ง ด้วยการปูผ้าขาวบางลงไป แล้วให้เทข้าวเหนียวใส่ลงไป ให้ใช้ไฟแรงนึ่งจนข้าวเหนียวสุก
    – เมื่อข้าวเหนียวใกล้จะสุกแล้ว จะต้องเตรียมทำกะทิไว้มูนข้าวเหนียว โดยให้ เทน้ำใส่หม้อ ใส่น้ำตาลทรายและเกลือลงไปในหม้อ แล้วนำไปตั้่งไฟใช้ไฟปานกลาง จากนั้นน้ำเริ่มจะอุ่น แล้วให้ใส่กะทิไปพร้อมน้ำตาลและเกลือเลย
    – ระหว่างต้มน้ำกะทิ ให้คนๆให้กะทิจนเดือดสักพักก็ ปิดไฟยกลงได้ก็จะได้ ข้าวเหนียวสุกพอดี ก็เทข้าวเหนียวร้อนๆที่เตรียไว้ ลงไปในกะทิได้ ทำการคนให้กะทิและข้าวเหนียวเข้ากันทั่วๆ เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ปิดฝาหม้อให้มิดชิดเพื่อให้ข้าวเหนียวอบ
    – ทำการอบข้าวเหนียวไว้สัก 10 นาที ก็ให้เปิดฝาหม้อทำการคนข้าวเหนียวอีกรอบ การคนรอบนี้คนให้ด้านล่างกลับขึ้นข้างบน แล้วปิดฝาหม้อทิ้งไว้อีกสัก 10 นาที ก็จะเรียบร้อยสำหรับข้าวเหนียวมูน
    – แล้วก็มาทำสังขยากัน เริ่มจากตอกไข่ที่เตรียมไว้ใส่ชามลงไป แล้วก็ตีให้ไข่แตกและขึ้นฟู จากนั้นให้ ใส่น้ำใบเตยและน้ำตาลลงไป โดยจะใช้น้ำตาลปี๊บหรือน้ำตาลทรายก็ได้
    – เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ตีให้ส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน สามารถใช้ใบเตยสดช่วยส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
    – หลังจากนั้นก็ใส่กะทิลงไป ตั้งไฟจนน้ำเดือด แฃ้วคนให้กะทิละลายเข้ากันดีกับน้ำ เทกะทิใส่ในชามไข่ ตีให้กะทิเข้ากันกับส่วนผสมทั้งหมด
    – แล้วนำส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว นำไปนึ่งไฟแรงจนสุก ก็จะได้สังขยา โดยรับประทานข้าวเหนียวมูนตักเสิร์ฟพร้อมสังยา

    สูตรข้าวเหนียวสังขยา สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว ใช้ประมาณ ครึ่งกิโลกรัม
    – หัวกะทิ ใช้ประมาณ 1 ถ้วย กับอีก 1/4 ถ้วย
    – เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำตาลทราย ครึ่งถ้วย
    – กะทิ ถ้วยครึ่ง
    – น้ำตาลปิ๊บ หนึ่งถ้วย กับ 1/4 ถ้วย
    – ไข่เป็ด 4 ฟอง

    วิธีการทำข้าวเหนียวสังขยา

    – ก่อนอื่นจะทำข้าวเหนียวก่อน เอาข้าวเหนียวไปแช่ทิ้งไว้ 1 คืน พอวันต่อมาก็นำไปนึ่งให้สุก โดยจะใช้เวลานึ่งประมาณ 20 -30 นาที
    – จากนั้นให้เอาส่วนผสมทั้งหมดใส่ในหม้อ น้ำหัวกะทอ เกลือป่น น้ำตาล คนทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วนำไปตั้งไฟใช้ไฟปานกลาง ทำการคนไปเรื่อย เพื่อให้น้ำตาลทรายละลาย เมื่อเรียบร้อยแล้วปิดไฟ ทิ้งไว้
    – แล้วให้นำข้าวเหนียวที่นึ่งไว้แล้ว นำลงใส่หม้อกะทิที่เตรียมไว้แล้ว ใช้ไม้พายคลุกเคล้าข้าวเหนียว กับน้ำกะทิให้เข้ากัน จากนั้นก็ปิดฝาหม้อไว้ ก็จะได้ข้าวเหนียวมูนไว้รอสังขยา
    – ส่วนสังขยานั้นให้เริ่มจากเอาน้ำตาลปิ๊บมาขยำให้เข้ากับกะทิ การขยำนั้นจะทำโดยค่อยๆ เทกะทิลงไป แล้วขยำกับน้ำตาลปิ๊บ ให้ละลาย อย่าให้มีเม็ด ๆ ที่เป็นเศษน้ำตาลปิ๊บ
    – เมื่อน้ำตาลปิ๊บที่ละลายเรียบร้อย แล้วก็เอาไข่เป็ดมาตี ให้น้ำตาลกับไข่เป็นเนื้อเดียวกัน
    – แล้วช้อนฟองด้านบนออก เทส่วนผสมั้งหมดลงใส่แบบพิมพ์ แล้วเอาไปนึ่งซึ้ง โดยตั้งหม้อนึ่งไฟแรงให้น้ำเดือดจัด ใช้เวลานึ่งประมาณ 20 นาที สังขยาก็จะสุกพร้อมรับประทาน สามารถตักใส่จานรับประมานคู่กับข้าวเหนียวมูนได้

  • สูตรวิธีทำตะโก้ พร้อมคำแนะนำในการขายตะโก้


    สูตรขนมตะโก้ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมสำหรับตัวตะโก้

    – แป้งถั่วเขียว 1 ถ้วยตวง
    – น้ำกลิ่นมะลิ 3 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
    – น้ำใบเตยคั้น 1/2 ถ้วยตวง
    – แห้วต้มหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/2 ถ้วยตวง
    – กระทงหรือแบบสำหรับใส่ขนม

    ส่วนผสมสำหรับหน้าตะโก้

    – แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
    – กะทิ 2 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีการทำขนมตะโก้

    – อย่างแรกเลยในการทำขนมตะโก้ เราจะทำตัวตะโก้ก่อน เริ่มด้วยการผสมส่วนผสมลงในหม้อทั้งแป้งถั่วเขียว, น้ำตาลทราย, น้ำใบเตยและ น้ำกลิ่นมะลิ ทั้งหมดให้เข้าด้วยกัน แล้วนำไปตั้งบนไฟให้ใช้ร้อนปานกลาง จากนั้นก็คนผสมในหม้อมเบา ๆ กวนจนส่วนผสมสุกและมีความข้น
    – ให้นำแห้วจีนมาปลอกเปลือกแล้วเตรียมไว้มาต้มเมื่อต้มแห้วจีนจนสุกก็หั่นเป็นลูกเต๋า แล้วไปใส่ในหม้อที่กวนส่วนผสมที่กวนไว้จนสุกและจากนั้นก็ให้ กวนต่ออีกสักครู่ใช้ประมาณประมาณ 10 นาทีแล้วปิดไฟ ทิ้งไว้สักครู่แล้วให้ ตักตัวตะโก้หยอดในกระทงหรือในแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้ให้หยอดประมาณครึ่งนึงของแบบ
    – ต่อมาเราจะเตรียมทำหน้าตะโก้ ด้วยการผสมแป้งข้าวเจ้า, กะทิ และเกลือป่น เข้าด้วยกันในหม้อขนาดเล็กแล้วก็นำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลาง แล้วก็กวนจนข้นพอดี จึงปิดไฟ
    – แล้วเราจะหยอดหน้าตะโก้ลงบนกระทงหรือแบบให้เต็มแล้วก็ ทิ้งไว้ให้เย็น จัดใส่จานพร้อมรับประทานเป็นของว่าง

    สูตรขนมตะโก้ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งถั่วเขียว 3 ช้อนโต๊ะ
    – แป้งข้าวเจ้า300 กรัม
    – น้ำตาลทราย 300 กรัม
    – หัวกะทิ 200 กรัม
    – น้ำสะอาด 1.5 กิโลกรัม
    – หางกะทิ 300 กรัม
    – เกลือ
    – ใบเตยหอม
    – แห้ว

    วิธีการทำขนมตะโก้

    – เราจะเตรียมกระทงใบเตยสำหรับไว้หยอดขนมก่อน ให้นำใบเตยหอมล้างน้ำให้สะอาดจากนั้นก็เช็ดให้แห้ง เราจะใช้ใบเตยยาวประมาณ 5 นิ้ว แบ่งใบเตยออกเป็นขนาดละ 1 นิ้ว แต่ละนิ้วใช้มีดตัดแค่ครึ่งใบ แล้วให้ซ้อนก้นเป็นรูปกระทง จากนั้นก็ใช้ด้ายเย็บ หรือจะใช้ไม้กลัดเล็กกลัดใบเตยที่ซ้อนกันสี่ด้าน ก็จะปิดตรงก้นกระทงพอดี ซึ่งอาจมีรูตรงกลางนิดเดียวก็สามารถนำมาใช้ใส่ขนมได้
    – เราจะเริ่มจากการเตรียวแห้ว ให้นำแห้วมาปอกเปลือกแล้วล้างน้ำให้สะอาด หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็ก อาจจะเป็นลูกเต๋าก็ได้ ฝอยๆ ใส่หม้อเก็บไว้
    – ขั้นตอนต่อมาเราจะทำตัวตะโก้กัน โดยนำแป้งถั่วเขียวมาละลายในน้ำสะอาด 1 กิโลกรัม หลังจากนั้นให้นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง แล้วยกขึ้นตั้งไฟโดยจะใช้ไฟปานกลาง ใช้ไม้พายผลักไปข้างหน้ากลับไปกลับจนเมื่อพอแป้งเริ่มใส ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วจึงใส่น้ำตาล แล้วก็กวนต่อไปจนใสและมีความข้น แล้วให้ใส่แห้วที่หั่นไว้ ลงไปใช้เวลาอีกสัก 10 – 15 นาที กะให้แป้งสุกก็สามารถยกลง แล้วตักใส่กระทงใบเตยที่เตรียมไว้ ให้หยอดแค่ประมาณครึ่งกระทง
    – ขั้นตอนต่อไปเราจะทำหน้าตะโก้กัน ให้ละลายแป้งข้าวเจ้ากับน้ำสะอาด 500 กรัม จากนั้นก็เติมหัวกะทิและหางกะทิลงไปแล้วใส่เกลือเล็กน้อย คนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลาย จากนั้นก็นำไปตั้งไฟให้ใช้อ่อนจนข้นและเดือด ก็จะสามารถยกลง ได้ทิ้งไว้สักครู่ให้พออุ่นก็ ใช้ช้อนตักใส่บนแป้งถั่วที่อยู่ในกระทงให้เต็มกระทง ตั้งพักไว้รอจนกว่ากะทิเย็น
    – เมื่อขนมตะโก้เย็นแล้ว ก็สามารถจัดใส่จานพร้อมรับประทาน ถ้ารับประทานไม่หมดก็สามารถเก็บใส่ในตู้เย็นได้

    สูตรขนมตะโก้ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมสำหรับหน้าตะโก้ (ประมาณ 20 ถ้วยใบเตย)

    – สาคูเม็ดเล็ก 125 กรัม
    – น้ำใบเตย 1 1/2 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 100 กรัม
    – ข้าวโพดหวานต้มสุกฝาน 120 กรัม

    ส่วนผสมสำหรับหน้าตะโก้

    – กะทิ 2 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
    – แป้งข้าวโพด 1/4 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 1/4 ช้อนชา

    วิธีการทำขนมตะโก้

    – ขั้นแรกเราจะเริ่มด้วยการทำกระทง เราจะใช้ใบเตยมาทพกระทง ให้เลือกใบเตยขนาดพอดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป เอามาล้างและเช็ดให้แห้ง ให้ใช้กรรไกรตัดใบเตยเป็นท่อน ไม่ต้องตัดจนขาด แต่ตัดแค่ครึ่งเดียวพอแบ่งเป็น 5 ท่อน แต่ละท่อนให้ห่างกัน 1.5 นิ้ว แล้วให้จับใบเตยที่เราตัดแล้วขึ้นมาพับซ้อนเพื่อให้ได้ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ส่วนท่อนสุดท้ายนั้น เราจะสอดทับเข้าไปด้านใน ด้วยการสลับบนล่างจากนั้นก็จะใช้ลูกแม๊กเย็บติด ก็จะกระทงใบเตยไว้สำหรับทำตะโก้
    – ส่วนตัวขนมนั้น เรามาทำจะเริ่มจากทำตัวตะโก้สาคูก่อน ให้นำสาคูมาใส่ตะแกรงหรือกระชอน ล้างผ่านน้ำจากนั้นพักในตะแกรงหรือกระชอนให้สะเด็ดน้ำ แล้วพักไส้
    – แล้วหันไปต้มน้ำใบเตยให้เดือด พอน้ำเดือดแล้ว ให้ใส่เม็ดสาคูลงไป แล้วให้กวนแบบเร็วๆ จนสาคูเริ่มสุกใส ถ้ารู้สึกสาคูหนืดมากไป ก็สามารถเติมน้ำเปล่าได้เล็กน้อย แล้วให้ใส่น้ำตาลทรายลงไปกวนพอให้น้ำตาลละลาย แล้วก็ใส่ข้าวโพดลงไปกวนจนสาคูเหนียว แล้วก็สามารถยกลงจากเตาได้
    – เมื่อได้สาคูที่เหนียวกำลังดีแล้ว ให้ตักสาคูใส่กระทงที่เตรียมไว้ โดยไม่ต้องใส่ให้เต็มกระทง ใส่ไปประมาณ3/4 ของถ้วยก็พอ
    – ต่อไปเราจะมาทำหน้าตะโก้กัน นำกะทิ น้ำตาลทราย แป้งข้าวโพด เกลือป่น ทั้งหมดมาใส่หม้อรวมกัน คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันดี
    – แล้วก็นำไปตั้งไฟใช้ไฟปานกลางค่อนมาทางอ่อน แล้วต้องใช้ตะกร้อมือคนตลอดเวลาเพราะต้อง ระวังอย่าให้กะทิไหม้และแตกมัน
    – พอหน้าตะโก้เริ่มข้นก็ให้ปรับไฟเป็นไฟอ่อน แล้วทำการกวนต่อจนได้แป้งสุก สักครู่ก็สามารถปิดไฟได้
    – ให้ตักหน้าตะโก้ทั้งร้อนๆ หยอดลงไปบนตัวสาคูให้เต็มกระทงใบเตย สามารถหยอดตอนร้อนๆ ได้เลย เพราะจะทำให้หน้าตะโก้เรียบเนียนและสามารถหยอดง่ายกว่าทิ้งไว้ให้เย็น แล้วทิ้งไว้จนส่วนผสมอยู่ตัว ถ้าต้องการตกแต่งเพิ่มเติมอาจจะหยอดข้าวโพดลงบนตะโก้ได้
    – จัดใส่พร้อมรับประทานได้

  • สูตรวิธีทำข้าวเหนียวแดง พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวเหนียวแดง

     

    สูตรข้าวเหนียวแดง สูตรที่ 1

    ส่วนผสมข้าวเหนียวแดง

    – ข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลปี๊บมิตรผล 3/4 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิคั้นข้นๆ 1 ถ้วยตวง
    – แบะแซะ 1 ช้อนชา
    – งาขาวคั่ว 3 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำข้าวเหนียวแดง

    – นำข้าวเหนียวมาซาวน้ำข้าว 3 รอบ จากนั้น ก็ใส่น้ำพอท่วมข้าวเหนียว แล้วก็แช่ทิ้งไว้ 1 คืน
    – เมื่อทำการแช่ข้าวเหนียวครบ 1 คืนแล้ว แล้ว นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้มาทำการเทข้าวเหนียวใส่กระชอน พักให้สะเด็ดน้ำก่อนนำไปนึ่ง
    – นำข้าวเหนียวที่สะเด็ดไปนึ่งให้แค่พอสุกแต่ไม่ต้องสุกมาก ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เพราะเอกลักษณ์ของข้าวเหนียวแดงคือ เวลาเคี้ยวจะต้องสัมผัสได้ถึงความกรุบๆ ของเม็ดข้าวเหนียวนั่นเองครับ
    – พอข้าวเหนียวสุกแล้ว ก็นำมาเทใส่ถาดที่ต้องรองด้วยใบตองทุกครั้งหรือจะใช้ถาดพลาสติกแทนก็ได้ ไม่ควรใช้ถาดอลูมิเนียมหรือถาดสังกะสีโดยตรงเพราะถาดแบบนี้จะทำให้ข้าวเหนียวติดถาดได้ เกลี่ยให้ข้าวเหนียวกระจายๆ แล้วพักไว้ให้หายเย็น
    – ระหว่างรอข้าวเหนียวที่พักไว้นั้น ให้นำหัวกะทิเทตั้งไฟด้วยกระทะทองเหลือง (ถ้าไม่มีใช้กระทะธรรมดาแทนได้ครับ) นำขึ้นตั้งไฟ ใช้ไฟกลาง เมื่อกะทิเดือดแตกมันเล็กน้อย ให้ใส่น้ำตาลปี๊บและแบะแซลงไปและคนเรื่อยๆ
    – ลดไฟลงเป็นไฟอ่อน เคี่ยวน้ำตาลกับกะทิไปเรื่อย ๆ (คนตลอด) จนน้ำตาลเปลี่ยนเป็นสีเข้ม และเมื่อยกพายขึ้นจะไหลเป็นเส้นยาวต่อเนื่องไม่เป็นหยดน้ำ(ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที) ก็ให้นำข้าวเหนียวมาเทใส่ลงไป แล้วกวนตลอดอย่าหยุดมือไม่เช่นนั้นอาจจะไหม้ กวนจนข้าวเหนียวเริ่มจับกันเป็นก้อนแต่ยังมีความเหลวอยู่ ก็เป็นอันใช้ได้ (ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาที)
    – เทใส่ถาดที่รองด้วยใบตองหรือพลาสติกเพื่อไม่ให้ข้าวเหนียวแดงติดถาดที่เป็นโลหะโดยตรง เกลี่ยให้เสมอกัน
    – ใช้พายยางหรือไม้ตัดให้เป็นชิ้น โรยด้วยงาขาวคั่วนิดหน่อยแค่พอทั่วหน้าข้าวเหนียวเพื่อความสวยงามแล้วพักไว้ให้เย็นสนิท เสร็จการทำครับ

    สูตรข้าวเหนียวแดง สูตรที่ 2

    ส่วนผสมข้าวเหนียวแดง

    – ข้าวเหนียว 6 ถ้วย
    – น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม
    – มะพร้าวขูดขาว 800 กรัม
    – งาขาวคั่วพอเหลือง 1/2 ถ้วย

    วิธีการทำข้าวเหนียวแดง

    – ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด และแช่น้ำทิ้งไว้หนึ่งคืน
    – นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้มาล้างน้ำอีกครั้งเทใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำ นำไปนึ่งให้พอสุกปานกลางไม่ต้องสุกมาก คอยจับดูเวลาข้าวเหนียวใกล้สุกจะกึ่งนุ่มกึ่งแข็ง ให้มีความนุ่มมากกว่าแข็งนิดนึง แล้วจึงนำมาเทใส่ตะแกรง หรือถาดที่รองด้วยใบตอง หากไม่มีใบตองควรใช้ถาดพลาสติกนะครับ เกลี่ยข้าวเหนียวให้กระจายแล้วผึ่งให้แห้งหมาดๆ
    คั้นมะพร้าวน้ำอุ่นให้ได้กะทิ 4 ถ้วยตวง เพื่อเอาน้ำหัวกะทิครับ
    – นำกะทิไปเคี่ยวในกระทะทองเหลืองบนไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปเคี่ยว ซึ่งการเคี่ยวนี้ต้องคนอยู่ตลอดเรื่อยๆด้วย เพื่อให้ส่วนผสมดังกล่าวเข้าเนื้อกัน เคียวจนกว่าน้ำตาลละลายเข้ากันดีกับน้ำกะทิ โดยสังเกตุว่าน้ำกะทิที่ได้นั้นเหนียวข้นจนกระทั่งได้ความเหนียวเป็นยางมะตูม
    – ให้นำข้าวเหนียวที่ผึ่งไว้ลงไปกวนกับกะทิและน้ำตาลปี๊บที่กวนไว้จนเป็นยางมะตูมแล้วนั้น โดยให้ส่วนผสมทั้งสามอย่างให้เข้ากันดี เคี่ยวจนน้ำแห้งครับ ยกลง
    – เทใส่ถาด เกลี่ยให้กระจายในถาดและหน้าให้เรียบ แล้วจึงตัดเป็นชิ้นๆ สี่เหลี่ยมพอคำ โรย
    ด้วยงาขาวคั่ว รับประทานได้ครับ

    สูตรข้าวเหนียวแดง สูตรที่ 3

    ส่วนผสมข้าวเหนียวแดง

    – ข้าวเหนียว 5 ถ้วย
    – กะทิคั้นใช้แต่หัวกะทิ 3 ถ้วย
    – งาขาวคั่ว ½ ถ้วย
    – น้ำตาลปีบ 500 กรัม

    วิธีการทำข้าวเหนียวแดง

    – ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด หากใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำไว้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้
    – นำไปนึ่งให้พอสุก อย่าสุกมาก ลองหยิบขึ้นมาชิมเล็กน้อยพอกรุบๆก็ใช้ได้ แล้วเทใส่ภาชนะหรือตะแกรงผึ่งให้เย็น (ขั้นตอนการนึ่งข้าวนี้ไม่ควรนึ่งนานจนทำให้เม็ดข้าวบานเพราะจะทำให้ข้าวเหนียวแดงแฉะ อาจทำให้ได้ข้าวเหนียวเปียกมาแทน แต่ข้าวเหนียวแดงที่อร่อยเมล็ดข้าวก็ต้องไม่แข็งเกินไปอีกเช่นกันเพราะจะกลายเป็นทานข้าวเหนียวดิบ ซึ่งการที่จะไม่ทำให้ข้าวเหนียวแข็งเกินไปนั้นนอกจากการนึ่งแล้วก็ยังขึ้นอยู่กับขั้นตอนการเคี่ยวน้ำตาลกับข้าวเหนียวที่ต้องเคี่ยวรวมกันอีกด้วย นั่นก็คือต้องไม่เคี่ยวน้ำตาลกับข้าวเหนียวนานเกินไปเช่นเดียวกับที่ไม่นึ่งขาวเหนียวนานเกินไป เพราะถ้าเคี่ยวนานแล้วแห้งน้ำตาลจะรัดตัวทำให้ข้าวเหนียวแข็งได้)
    – ผสมน้ำหัวกะทิและน้ำตาลปีบแล้วนำไปตั้งไฟเพื่อเคี่ยว ซึ่งควรใช้กระทะทองเหลืองในการเคี่ยว โดยใช้ไฟปานกลางจนเป็นสีน้ำตาลแดง ลักษณะเหนียวเป็นยางมะตูม แต่ถ้าไม่มีกระทะทองเหลืองก็อาจใช้กระทะธรรมดาได้ แต่ถ้าใช้กระทะทองเหลืองได้จะดีมากเพราะจะได้ความร้อนที่สม่ำเสมอ
    – ใส่ข้าวเหนียวที่ผึ่งไว้ลงไปกวนเข้ากับส่วนผสมในข้อที่2 กวนไปเรื่อยๆ ให้ข้าวเหนียวและกะทิน้ำตาลที่ผสมคลุกเคล้ากน ค่อยๆแห้ง อย่าลืมว่าต้องไม่แห้งจนแข็งเกินไปนะครับ แค่พอมือเรายังกวนไหวอยู่ไม่หนักและไม่ติดก็ใช้ได้ครับ แล้วยกลงจากเตาเทใส่ในถาดที่รองด้วยใบตองหรือถาดพลาสติกก็ได้ เกลี่ยให้หน้าเรียบแล้วโรยหน้าด้วยงาที่คั่วไว้แล้วตัดเป็นชิ้น เสร็จขั้นตอนการทำข้าวเหนียวแดงครับ

  • สูตรวิธีทำเต้าส่วน พร้อมคำแนะนำในการขายเต้าส่วน

     

    สูตรการทำขนมเต้าส่วน สูตรที่ 1

    ส่วนผสมเต้าส่วน

    – แป้งมัน 50 กรัม
    – ถั่วเขียวเลาะเปลือก 250 กรัม
    – น้ำเปล่า 900 กรัม
    – หัวกะทิ 200 กรัม
    – เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
    – แป้งข้าวเจ้า 1/2 ช้อนชา

    วิธีการทำขนมเต้าส่วน

    – นำถั่วเขียวเลาะเปลือกเรียบร้อยแล้ว มาล้างทำความสะอาด และนำไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ถั่วอ่อนนิ่ม เสร็จแล้วนำถั่วใส่ผ้าขาวบางและไปนึ่งจนสุกดี
    – ทำการเตรียมน้ำกะทิราดหน้าเต้าส่วน โดยนำหัวกะทิที่คั้นหรือกะทิสำเร็จรูปไปผสมกับเกลือเล็กน้อยและนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆ คนจนกะทิแตกมัน จึงทำการใส่แป้งข้าวเจ้าลงไปกวนจนแป้งสุกปิดไฟและพักทิ้งไว้
    – ตั้งไฟร้อนปานกลางนำน้ำเปล่าใส่หม้อ ตั้งบนเตา จากนั้นจึงใส่น้ำตาลทรายลงไปคนจนน้ำตาลละลาย เสร็จแล้วใส่แป้งมันลงไป ทำการคนต่อไปเรื่อยๆจนแป้งมันสุก หนืดค้นเล็กน้อย
    – ใส่ถั่วเขียวนึ่งที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ลงไป คนจนถั่วกระจายทั่วพร้อมกับความข้นของแป้งมัน จึงปิดไฟ ยกลงจากเตา
    – ตักเต้าส่วนใส่ถ้วย ราดหน้าด้วยน้ำกะทิที่เตรียมไว้
    – พร้อมเสิร์ฟได้ทันที สามารถทานได้ทั้งร้อนหรือนำไปแช่ตู้ให้เกิดความเย็นก็ได้เช่นกัน

    สูตรการทำขนมเต้าส่วน สูตรที่ 2

    ส่วนผสมเต้าส่วน

    – แป้งมัน 50 กรัม
    – ถั่วเขียวหรือถั่วเขียวเลาะเปลือก 2 ถ้วย
    – น้ำเปล่า 6 ถ้วย
    – หัวกะทิ 1 ½ ถ้วย
    – เกลือ ½ ช้อนชา
    – น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำขนมเต้าส่วน

    – นำถั่วเขียวที่เลาะเปลือกแล้วมาแช่น้ำไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงหรือหากไม่มีถั่วเขียวแบบเลาะเปลือกก็สามารถนำมาเลาะเปลือกเองได้และทำการแช่น้ำไว้เช่นกัน แช่เสร็จจนถั่วนิ่ม จากนั้นพักไว้เพื่อให้สะเด็ดน้ำ
    – นำถั่วเขียวที่ได้มาห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปนึ่งในซึ้งจนถั่วสุกได้ที่
    – ตั้งไฟจนน้ำเดือด ใส่น้ำตาลลงไป คนจนละลาย จากนั้นใส่แป้งมันตามลงไป เคี่ยวจนแป้งสุกหรือเป็นสีใส ๆ เหนียวๆ
    – จากนั้นทำการใส่ถั่วเขียวที่นึ่งแล้วลงไปในหม้อที่คนแป้งมัน และคนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี แล้วจึงทำการตักใส่ถ้วย
    – นำหัวกะทิมาตั้งไฟ เติมเกลือลงไปเล็กน้อย คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ไม่ต้องรอจนกะทิแตกมัน เพราะจะทำให้ไม่เข้มข้นเวลานำไปราดบนเต้าส่วน
    – เมื่อกวนกะทิเสร็จแล้ว นำน้ำกะทิที่ได้มาราดลงในถ้วยขนมหรืออาจจะทำการแยกกะทิออกใส่ถ้วยไว้ ราดที่หลังก็ได้เช่นกัน แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล
    – ตักใส่ถ้วย พร้อมสำหรับการรับประทานหรือแช่ตู้เย็นไว้ทานแบบเย็นๆก็ได้เช่นกัน

    สูตรการทำขนมเต้าส่วน สูตรที่ 3

    ส่วนผสมเต้าส่วน (สำหรับผู้รับประทาน 2 คน)

    – ถั่วเขียวกระเทาะเปลือก 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
    – กะทิ 1 ถ้วยตวง
    – น้ำ 3 1/4 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
    – แป้งมัน 3 1/2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำขนมเต้าส่วน

    – นำถั่วเขียวที่กะเทาะเปลือกแล้ว แช่น้ำร้อนไว้ประมาณ 2-3 ชม.ให้ถั่วนิ่ม หากจะแช่น้ำธรรมดาก็ได้เช่นกัน แต่จะใช้เวลาในการแช่ 1 คืน สำหรับคนที่ไม่รีบร้อนในการทำ
    – แช่ถั่วจนได้ที่ ก็ทำการต้มให้สุกหรือนึ่งก็ได้เช่นกัน
    – ต้มน้ำเปล่าจำนวน 3 ถ้วยตวงให้เดือด ทำการใส่น้ำตาลทรายลงไป จากนั้นคนจนน้ำตาลละลายดี
    – ทำการละลายแป้งมันกับน้ำที่เตรียมไว้ 1/4 ถ้วย จากนั้นใส่ในหม้อที่ต้มน้ำตาลจนเดือด เทลงไปและคนให้แป้งมันสุกจนแป้งเริ่มยืดๆ
    – ใส่ถั่วเขียวที่นึ่งแล้วลงไป คนให้เข้ากันอีกสักเล็กน้อย แล้วจึงยกลงจากเตา
    – นำกะทิที่เตรียมไว้มาใส่เกลือลงไปเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติเค็มๆตัดกับความหวานของถั่วเขียว จากนั้นก็ยกขึ้นตั้งไฟอีกประมาณ 3 นาที คนพอให้ส่วนผสมเดือด จากนั้นยกลงจากเตา
    – เมื่อถึงเวลารับประทาน ก็ตักขนมเต้าส่วนใส่ถ้วย หยอดน้ำกะทิลงไปเป็นหน้าของขนมเต้าส่วน
    – จะได้รสชาติอร่อยที่ตัดกันระหว่าง ความหวานของถั่วเขียวกับความมันของกะทิและเกลือ เป็นรสชาติที่อร่อยอย่างลงตัว

  • สูตรวิธีทำข้าวเหนียวถั่วดำ พร้อมคำแนะนำในการขาย

     

    สูตรข้าวเหนียวถั่วดำ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมถั่วดำต้มกะทิ

    – ถั่วดำ 1 ถ้วย
    – น้ำตาลปึก 1/3 ถ้วย
    – น้ำกะทิ 2 ถ้วย
    – น้ำ 4 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
    – เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

    วิธีการทำถั่วดำต้มกะทิ

    – แช่ถั่วดำไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง หรือถ้าไม่รีบจะแช่ค้างคืนก็ได้จะยิ่งทำให้ถั่วนิ่มต้มง่าย
    – นำถั่วดำที่ล้างสะอาดแล้วต้มกับน้ำโดยตั้งไฟกลาง
    – เติมส่วนผสม ทั้ง กะทิ น้ำตาล และเกลือ ลงไป แล้วรอให้เดือดดีจึงยกลง
    – เมื่อจะทานสามารถทานได้เลย หรือจะทานกับข้าวเหนียมมูนก็อร่อยครับ

    ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน

    – ข้าวเหนียว 1 ลิตร (ประมาณ 1.2 กิโลกรัม)
    – กะทิ 3 1/2 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีมูนข้าวเหนียว

    – ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วแช่ไว้ 1 คืน
    – นำหัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ใส่หม้อตั้งไฟพอเดือดแล้วจึงยกลง
    – นึ่งข้าวเหนียวในหวดหรือซึ้งรองด้วยผ้าขาวบางรอจนสุกดี
    – นำข้าวเหนียวที่สุกแล้วมาผสมรวมกันกับกะทิที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน และพักไว้30นาทีขึ้นไปเพราะจะทำให้กะทิเข้าเนื้อข้าวเหนียวได้เป็นอย่างดี เสร็จแล้วครับ

    สูตรข้าวเหนียวถั่วดำ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมถั่วดำต้มกะทิ

    – ถั่วดำ 1/2 กิโล
    – กะทิ 1 ลิตร
    – น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต้ะ
    – น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต้ะ
    – เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
    – ข้าวเหนียวมูน 1 กิโล ดูวิธีการทำข้าวเหนียวมูน

    วิธีการทำถั่วดำต้มกะทิ

    – นำถั่วดำแช่น้ำอุ่น 3 ชั่วโมง เพื่อให้ถั่วนิ่ม
    – ต้มกะทิ ใส่น้ำตาลปี๊บ ใส่น้ำตาลทรายและเกลือ ลงไป คนพอเข้ากันจึงนำถั่วมาใส่ลงไป ต้มจนสุก ยกลงจากเตาพร้อมเสริฟครับ

    ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน

    – ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
    – หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาล 1/2 กิโลกรัม
    – เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
    – น้ำใบเตย 2 ช้อนโต้ะ

    วิธีการทำข้าวเหนียวมูน

    – ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วนำข้าวเหนียวไปแช่น้ำ 6 ชั่วโมง หรือ 1 คืน
    – นำข้าวเหนียวไปนึ่งให้สุกแต่อย่าให้แฉะหรือเละเกินไป เพราะต้องนำไปผสมกับน้ำกะทิอีกขั้นตอนหนึ่งนั่นเอง
    – นำหัวกะทิไปต้ม ผสมน้ำตาลและเกลือ และน้ำใบเตย คนให้ส่วนผสมละลายเข้ากันจากนั้นพัก
    ไว้ก่อน
    – เมื่อข้าวเหนียวสุก ให้นำข้าวเหนียวร้อนๆลงไปใส่ในน้ำกะทิที่เตรียมไว้เลย คลุกเคล้าให้ข้าว
    เหนียวเข้าเนื้อกับน้ำกะทิ แล้วตั้งพักไว้ อย่างน้อย 30 นาที จึงค่อยนำมารับประทานครับ

    สูตรข้าวเหนียวถั่วดำ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมถั่วดำต้มกะทิ

    – ถั่วดำ ใช้ครึ่งถุงที่ซื้อมา
    – ข้าวเหนียว 2 ลิตร
    – เกลือเล็กน้อย
    – น้ำตาลปิ๊บ
    – น้ำตาลทราย
    – กะทิ 2 กระป๋อง
    – ใบเตย 1-3ใบ

    วิธีการทำถั่วดำต้มกะทิ

    – ถั่วดำ แช่น้ำค้างคืนไว้เลย แล้วนำมาล้างให้สะอาดก่อนต้มถัว
    – นำถั่วไปต้มใส่เกลือนิดหน่อยสัก ¼ ช้อนชา เคี่ยวไปเรื่อยๆจนถั่วดำสุกใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมง เมื่อถั่วดำสุกแล้วเทน้ำทิ้งและล้างความเค็มของเกลือด้วยน้ำเปล่า
    – นำถั่วมาต้มกับน้ำกะทิและใบเตยมัดใส่ลงไป นำกลับไปตั้งบนเตาไฟ ใช้ไฟอ่อน
    – ระหว่างเคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อน เติมน้ำตาลปี๊บไป1ช้อนโต๊ะ และน้ำตาลทรายไป4ช้อนโต๊ะ ชิมดูก็ได้ว่าหวานพอรึยังสามารถเพิ่มหวานได้ถ้าชอบหวานมาก เคี่ยวต่อไปอีกประมาณ 30 นาที เป็นอันเสร็จ

    วิธีการทำข้าวเหนียวมูน

    – แช่ข้าวเหนียว 1 คืน นำข้าวเหนียวมานึ่งให้สุก ระหว่างรอข้าวเหนียวสุก เราไปทำน้ำกะทิกันก่อน คอยดูข้าวเหนียวไปด้วยนะครับ
    – กะทิกระป๋องเขย่าเบาๆ เทลงหม้อต้มไฟอ่อน ใส่เกลือลงไปนิดหน่อย
    ใส่น้ำตาลทรายไป4ช้อนโต๊ะแล้วแต่ว่าเราชอบหวานมาก หวานน้อยเพิ่มตามความชอบได้เลย
    คนให้พอให้กะทิร้อนและน้ำตาลละลายแค่นั้นก็พอ ไม่ต้องรอให้แตกมัน
    – พอข้าวเหนียวสุก ก็จัดการตักใส่ชามใหญ่ เทกะทิราดลงไปในข้าวเหนียว คนเร็วๆคลุกเคล้าให้น้ำกะทิซึมเข้าไปในข้าว ปิดฝาทิ้งไว้ก่อนเพื่อให้ซึมเข้าเนื้อกันดี แล้วค่อยนำมาทานกับถั่วดำกะทิได้ครับ

    สูตรข้าวเหนียวถั่วดำ สูตรที่ 4

    ส่วนผสมข้าวเหนียวถั่วดำ

    – ข้าวเหนียว 2 ลิตร
    – มะพร้าวขูด 1 ½ กิโลกรัม
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – ถั่วดำ 1 ลิตร
    – แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น
    – น้ำลอยดอกมะลิ
    – สารส้ม

    วิธีการทำข้าวเหนียวถั่วดำ

    – ซาวข้าวเหนียว แล้วแช่น้ำไว้ 1-2 ชั่วโมง โดยต้องแกว่งสารส้มในน้ำที่แช่4-5รอบ
    – มะพร้าวขูด 1 กิโลกรัม คั้นกะทิข้นๆ กับน้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วย
    – นำน้ำกะทิที่ได้ มาผสมเกลือป่น ครึ่งช้อนชา น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย
    – นึ่งข้าวเหนียวจนสุก นำข้าวเหนียวและกะทิใส่ชามใหญ่คนกันให้ทั่ว พักไว้ให้กะทิและข้าวเหนียวเข้ากันดี

    ถั่วดำ

    – ซาวถั่วดำให้สะอาด ต้มกับน้ำพอสุกใส่เหลือเล็กน้อยเพื่อทำให้ถั่วสุกง่ายแล้วยกลง รินน้ำทิ้ง ล้างถั่วให้หมดเค็ม
    – มะพร้าวประมาณ 3 ขีด คั้นกะทิพอท่วมถั่วดำ ตั้งไฟแล้วคน.พอกะทิเริ่มเดือด ใส่น้ำตาลทราย เกลือป่น 1/4 ช้อนชาก่อนอย่าเพิ่มใส่เกลือเยอะควรปรุงเพิ่มภายหลังถ้าต้องการ คนให้ละลายทั่ว ชิมรสตามที่ชอบสามารถเพิ่มหวานหรือเพิ่มเค็มได้แล้วแต่ต้องการ พอเดือดยกลง

    หัวกะทิ

    มะพร้าวที่เหลือ คั้นหัวกะทิกับน้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย ละลายแป้งมันลงไปในหัวกะทิ และเกลือป่น 1/4 ช้อนชาก่อน ชิมแล้วค่อยเพิ่มเกลือได้ถ้าได้ต้องการ ตั้งไฟคนจนกว่าจะเดือด ยกลง เพื่อใช้ไว้ราดกับข้าวเหนียวถั่วดำเพิ่มความเข้มข้นครับ

  • สูตรวิธีทำข้าวเหนียวทุเรียน พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวเหนียวทุเรียน

    สูตรข้าวเหนียวทุเรียน สูตรที่ 1

    ส่วนผสมและสัดส่วน

    1.หัวน้ำกะทิ 2 ถ้วย
    2. น้ำตาลปี๊บ ½ ถ้วย
    3.ทุเรียนฉีก 1 ถ้วย หรือมากกว่าได้ถ้าชอบ
    4.เกลือ ¼ ช้อนชา

    วิธีทำ

    1. นำน้ำกะทิมาอุ่นให้พอร้อน ห้ามเดือดนะครับ ยกลง
    2. ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปคนให้ละลาย แล้วใส่เนื้อทุเรียนตามลงไป คนเบาๆให้เข้ากัน
    3.เติมเกลือ และชิมดูว่าหวานเค็มพอหรือยัง เมื่อได้รสชาติตามชอบจึงยกลงจากเตา

    ส่วนผสม ข้าวเหนียวมูน

    1. ข้าวเหนียวขาว 250 กรัม
    2. สารส้มโขลกละเอียด 1/2 ช้อนชา
    3. น้ำสำหรับแช่ข้าวเหนียว
    5. หัวกะทิคั้นสด180 มิลลิลิตร
    6. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    7.เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีทำข้าวเหนียวมูน

    1. ล้างข้าวเหนียวแล้วแช่ไว้ 1 คืน
    3. นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้มาล้างอีกรอบแล้วนำไปนึ่งให้สุก
    4. ระหว่างรอข้าวเหนียว ให้ทำน้ำกะทิ
    5. ผสม หัวกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่นในหม้อนำไปตั้งไฟเบาให้พออุ่น ไม่ต้องเดือด เสร็จแล้วยกลง
    6.เทข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วลงไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันพักทิ้งไว้5นาทีคลุกเคล้าอีกรอบแล้วพักไว้
    อีก5นาที เสร็จการทำครับ

    สูตรข้าวเหนียวทุเรียน สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    1.ทุเรียน 1 ลูก หรือ 2-3 พลู หรือมากกว่าได้แล้วแต่ชอบ
    2.น้ำกะทิ 3-4 ถ้วย
    3.น้ำตาลโตนดตามชอบ

    ขั้นตอนการทำ

    1. แกะทุเรียนเอาเม็ดออก ฉีกทุเรียนใส่จานชามรอไว้
    2. นำน้ำกะทิตั้งไฟให้พอร้อน ห้ามเดือด ห้ามแตกมัน
    3. บี้น้ำตาลโตนดใส่ลงไปในกะทิ คนให้ละลาย
    4. จากนั้นก็บี้ทุเรียนใส่ลงในน้ำกะทิที่ได้ตั้งไฟไว้แล้วคนเบาๆให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีเดียวกับทุเรียนก็ยกลงจากเตาได้ ถือเป็นอันเสร็จครับ

    ส่วนผสมข้าวเหนียมมูน

    1. ข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม
    2. หัวกะทิ 450 กรัม
    3. เกลือป่น 3/4 ช้อนชา
    4. น้ำตาลทราย 550 กรัม
    5. ใบเตย 3-5 ใบ
    6. ถั่วทอง 5 ช้อนโต๊ะ
    7. น้ำใบเตย, น้ำแครอท, น้ำดอกอัญชัญหรือสีผสมอาหารตามชอบ

    วิธีมูนข้าวเหนียว

    1. ล้างข้าวเหนียว แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน หากต้องการให้ข้าวเหนียวมีสีสวยๆ ให้ใส่สีลงไปในน้ำที่แช่ค้างคืนได้เลย
    2. นำข้าวหนียวไปนึ่ง โดยต้องวางผ้าขาวบางรองข้าวเหนียวไว้ รอข้าวเหนียวสุก
    3. ใส่น้ำตาล, เกลือป่น (3/4 ช้อนชา) หัวกะทิ ใบเตย ในหม้อ นำไปตั้งไฟอ่อนๆห้ามเดือด แค่พออุ่นหน่อยเท่านั้น ยกลง
    4. นำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้ว ใส่ลงชามใหญ่ ใส่น้ำกะทิจากขั้นตอนที่3 ลงไป คนจนส่วนผสมเข้ากันทั่ว พักไว้ 20 เพื่อให้กะทิและข้าวเหนียวเข้าเนื้อกัน จึงนำมารับประทาน

    สูตรข้าวเหนียวทุเรียน สูตรที่ 3

    วัตถุดิบสำหรับทุเรียนกะทิ

    1. ทุเรียนหมอนทอง 400 ก.
    2. กะทิ 1000 มล.
    3. น้ำตาลทราย 50 มล.
    4. เกลือป่น 1/2 ชช.
    5. น้ำตาลปี๊ป 50 ก.

    วิธีทำทุเรียนกะทิ

    1. นำกะทิ น้ำตาลทราย น้ำตาลปี๊ป เกลือ ผสมในหม้อทั้งหมด ตั้งไฟอ่อน คนเบาๆ
    2. พอน้ำกะทิเริ่มเดือด ฉีกทุเรียนใส่ตามลงไป คนให้เข้ากันดูว่าเข้าเนื้อกันดีแล้วยกลง

    ส่วนผสม ข้าวเหนียวมูน

    1. ข้าวเหนียวขาว 500 กรัม
    2. สารส้ม
    3. ใบเตยฉีกแล้วมัดประมาณ 10 ใบ
    4. หัวกะทิคั้นสด 350 มิลลิลิตร
    5. น้ำตาลทราย 200 กรัม
    6.เกลือป่น 2 ช้อนชา

    วิธีทำข้าวเหนียวมูน

    1. ล้างข้าวเหนียว ตั้งพักไว้ แล้วนำน้ำที่จะแช่ข้าวเหนียวแกว่งสารส้มวนๆสัก 4-5 รอบ แล้วจึงนำข้าวเหนียวลงไปแช่ในน้ำที่แกว่งสารส้มได้ โดยแช่ไว้สัก 3 ชั่วโมง
    2. เสร็จแล้วนำข้าวเหนียวที่แช่ไว้มาล้างแล้วพักไว้สักครู่
    3. นำข้าวเหนียวไปนึ่งพร้อมใบเตยจนข้าวเหนียวสุก
    4. ผสม หัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือป่น ในหม้อหรือชามใบใหญ่คนให้เข้ากัน เทข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วลงไป คนคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน พักไว้ 20 นาที ก็ทานได้ครับ

    สูตรข้าวเหนียวทุเรียน สูตรที่ 4

    ส่วนผสม

    1.ทุเรียนหมอนทองสุก 350 กรัม
    2. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    3. กะทิ 350 มล.
    4.น้ำตาลปี๊บ 80 กรัม

    วิธีการและขั้นตอนการทำ

    1.นำเนื้อทุเรียนมาฉีกเตรียมไว้
    2.เตรียมส่วนผสมทำน้ำกะทิทุเรียน ได้แก่ กะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือป่น มาผสมรวมกันในหม้อ
    ตั้งบนไฟอ่อน คนให้เข้ากันดี อย่าเพิ่งให้น้ำกะทิเดือดมากนะครับ
    6.จากนั้นนำทุเรียนหมอนทองสุกที่ฉีกรอไว้แล้วนั้นมาบี้เบาๆ ใส่ลงไปในหม้อกะทิที่ตั้งไฟนั้น
    7. คนทุเรียนและน้ำกะทิเบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วรอให้พอเดือด จากนั้นยกลงพักไว้

    เครื่องปรุงข้าวเหนียวมูน

    1. ข้าวเหนียว 2 ถ้วย แช่น้ำไว้ 1 คืน
    2. กะทิหนึ่งกล่อง ผสมน้ำนิดหน่อยประมาณ1ทัพพีก็พอ
    3. น้ำตาลทราย 12 ช้อนโต๊ะ
    4. เกลือ ¼ ช้อนชา

    วิธีทำข้าวเหนียวมูน

    1. นำกะทิตั้งไฟ ใส่น้ำตาลกับเกลือลงไป เคี่ยวส่วนผสมกะทิทั้งหมดด้วยไฟอ่อน พอส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีก็ปิดไฟแล้วยกลงพักรอไว้ก่อนครับ
    2. นำข้าวเหนียวมานึ่งในซึ้งหรือในหวดโดยรองด้วยผ้าขาวบาง พอข้าวเหนียวสุกพักไว้ให้อุ่นๆสักครู่ จึงค่อยนำข้าวเหนียวนั้นมาคลุกเคล้ากับน้ำกะทิที่ผสมไว้แล้ว แล้วพักไว้ 10นาที แล้วจึงคลุกเคล้าอีกรอบหนึ่ง ตั้งพักไว้เพื่อให้ทั้งข้าวเหนียวและกะทิดูดซึมเข้าเนื้อกันเป็นอย่างดี จึงทานได้ครับ

  • สูตรวิธีทำข้าวเหนียวปิ้ง พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวเหนียวปิ้ง

    สูตรข้าวเหนียวปิ้ง สูตรที่ 1

    สิ่งที่ต้องเตรียม

    1. ข้าวเหนียวขาว 1 กิโลกรัม
    2. กะทิ 3 ถ้วย
    3. น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย
    4. เกลือป่น 1 ช้อนชา
    5. กล้วยน้ำว้าสุก ผ่าครึ่งตามยาว 5 ลูก (หรือไส้เผือก)
    6. ใบตองสำหรับห่อขนม
    7. ไม้จิ้มฟัน สำหรับกลัดใบตอง

    วิธีทำ
    1. นำข้าวเหนียวมาล้างและทำการแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน
    2. นำน้ำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ทั้งสามอย่างมาคนผสมให้เข้ากัน และคนจนกว่าน้ำตาทรายจะละลาย เสร็จแล้วตั้งพักรอเตรียมไว้
    3. นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้แล้วไปนึ่งจนสุก เมื่อข้าวเหนียมสุกแล้วให้นำส่วนผสมกะทิที่ทำการ ผสมรอไว้แล้วนั้น นำมาใส่ลงไปที่ข้าวเหนียว แล้วทำการมูนข้าวเหนียมและส่วนผสมให้เข้ากัน
    4. ตักข้าวเหนียวมูน 2 ช้อนโต๊ะ พอดี วางลงบนใบตอง ตามด้วยกล้วย 1 ชิ้น หรือส่วนผสม
    ไส้เผือก 1 ช้อนโต๊ะ ตักข้าวข้าวเหนียวอีก 1 ช้อนโต๊ะมาปิดทับไส้ พับใบตองเข้าหากันให้สวยงามอย่าให้ใบตองแตก กลัดหัวและท้ายด้วยไม้กลับหรือไม้จิ้มฟัน เตรียมไว้
    5. นำข้าวเหนียวไปย่างบนเตาด้วยไฟอ่อนจนสุกแค่พอเหลืองนวลสวยอย่าให้ไหม้ดำ
    จนเกินไป ถือเป็นการเสร็จวิธีทำ

    ส่วนผสมของไส้เผือก

    เผือกนึ่งสุกบดละเอียด 1 หัว
    น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
    นมข้นจืด 1/4 ถ้วย
    เกลือป่น เล็กน้อย

    วิธีทำไส้เผือก

    ใส่เผือกบด น้ำตาลปี๊บ นมข้นจืด และเกลือป่นลงในกระทะ ตั้งไฟกลาง กวนจนส่วนผสมเหนียว พักทิ้งไว้จนเย็น เตรียมไว้สำหรับทำเป็นไส้ขนม

    สูตรข้าวเหนียวปิ้ง สูตรที่ 2

    ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน

    1.ข้าวเหนียว 1 กก.
    2.น้ำกะทิ 3 ถ้วยตวง
    3.น้ำตาลทราย 300 กรัม
    4.เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีทำข้าวเหนียวมูน

    1.ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แล้วแช่น้ำไว้ 1 คืน
    2.นำไปนึ่งในรังนึ่งจนสุก จับเวลาดูประมาณ 25-30 นาที
    3.ระหว่างที่รอข้าวเหนียว ให้เตรียมน้ำกะทิเพื่อมูนข้าวเหนียว นำส่วนผสม กะทิ น้ำตาลทราย และ
    เกลือป่นคนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี แล้วตั้งพักรอข้าวเหนียวไว้ก่อน
    4.เมื่อข้าวเหนียวสุกนำมาใส่ภาชนะ แล้วเทกะทิที่ทำการผสมเตรียมไว้ นำมาเทใส่ลงไปในข้าว
    เหนียว คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วปิดฝาตั้งพักไว้ให้ข้าวเหนียมซึมน้ำกะทิดีก่อน

    ส่วนผสมไส้เผือก

    1.เผือกนึ่งสุก นำมาบด 500 กรัม
    2.นมข้นจืด 1 ถ้วยตวง
    3.น้ำตาลทราย 250 กรัม
    4.เนยสด 30 กรัม
    5.น้ำมันพืช 50 กรัม
    6.เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีทำไส้เผือก

    นำส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นเนยสดใส่ในกระทะโดยกวนด้วยใช้ไฟกลาง
    กวนจนส่วนผสมเหนียว ต้องไม่ติดกระทะนะครับ ให้ทำการใส่เนยสดลงไป แล้วกวนต่ออีกนิดหน่อยให้เนยเข้ากันดีกับเผือกจนเป็นเนื้อเดียวกัน
    (หากเป็นไส้กล้วยสามารถนำกล้วยมารอตักหรือผ่าเป็นชิ้นเพื่อนำมาใส่ข้าวเหนียวได้เลย)

    วิธีห่อข้าวเหนียวปิ้ง

    อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

    1.ใบตองเช็ดให้สะอาด ฉีกประมาณให้ใหญ่หว่าฝ่ามือเล็กน้อย
    2.ไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟัน

    วิธีห่อ

    1. ใช้ใบตอง 2 แผ่น ให้ด้านสีอ่อนวางประกบกัน
    2. ตักข้าวเหนียวมูลวางใบตอง1-2ช้อนโต๊ะ
    3. ตักไส้เผือกหรือไส้กล้วยใส่ข้าวเหนียว
    4. เมื่อใส่ไส้แล้วให้ตักข้าวเหนียวปิดทับ1/2-1 ช้อนโต๊ะ
    3.ม้วนใบตองแล้วกลัดหัวท้ายด้วยไม้จิ้มฟัน ตัดแต่งหัวท้ายให้สวยงามด้วยกรรไกร
    4.นำไปปิ้งหรือย่างบนเตาถ่านใช่ไฟอ่อน ถ้าไม่มีเตาถ่านก็ปิ้งเตาไฟฟ้าได้ ปิ้งจนข้าวเหนียวมีสีเหลืองอ่อนๆ ก็นำมารับประทานได้ครับ

    สูตรข้าวเหนียวปิ้ง สูตรที่ 3

    ส่วนผสมข้าวเหนียว

    1. ข้าวเหนียว 4 ถ้วยตวง แช่น้ำประมาณ 6 ชั่วโมง – คืน
    2. กะทิข้นปานกลาง 3 ถ้วย
    3. เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
    4. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

    ไส้กล้วย

    กล้วยน้ำว้าห่ามปอกเปลือกผ่าเป็น 4 ชิ้น/1 ลูก จะใช้กี่ลูกก็คำนวณจากข้าวเหนียวได้เลย

    ไส้เผือก

    1.เผือกนึ่งบดละเอียด 1 ถ้วย
    2.น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
    3.เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
    4.น้ำสะอาด 3 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1.นำ ข้าวเหนียว กะทิ เกลือป่นและน้ำตาลทราย มาใส่กระทะทอง แล้วทำการกวนบน
    ไฟอ่อนเรื่อยๆ จนค่อยๆแห้ง แล้วพักลงรอให้เย็น
    2.นำใบตองที่เช็ดทำความสะอาด และตัดไว้แล้ว นำมาพับเป็นกรวยแหลม
    3.ใส่ข้าวเหนียวลงไปเล็กน้อย ใส่กล้วย 1 ชิ้น ( หรือ เผือกกวนประมาณ ครึ่ง-1 ช้อนโต๊ะ ) ใส่ข้าวเหนียวทับลงไปไม่ต้องเต็มชั้นบนนะครับ แล้วพับใบตองลงมาปิด กลัดด้วยไม้กลัด
    4.นำไปปิ้งไฟอ่อนให้ข้าวเหนียว มีสีเหลือง มีกลิ่นหอม รับประทานได้

    สูตรข้าวเหนียวปิ้ง สูตรที่ 4

    ส่วนผสมข้าวเหนียวมูน

    1.ข้าวเหนียว 2 ถ้วย (แช่น้ำก่อนนึ่ง 4 ชม.)
    2.น้ำกะทิ 1ถ้วยครึ่ง
    3.น้ำตาลทราย 1/2ถ้วย
    4.เกลือป่น 1/3 ช้อนชา
    5.ใบเตย 3 ใบ

    วิธีทำ
    1.นึ่งข้าวเหนียวให้สุก ใส่ใบเตยลงไปนึ่งด้วยพร้อมกัน
    2.ระหว่างรอข้าวเหนียว ให้ทำการ ผสมกะทิ น้ำตาล เกลือ มาทำการปรุงส่วนผสมให้เข้ากัน นำขึ้นตั้งไฟอ่อนถึงกลางพอเดือด ยกลงพักไว้สักครู่
    3.ใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วในส่วนผสมของกะทิที่กวนไว้ คนให้เข้ากัน ปิดฝาพักไว้ 15นาที แล้วคนอีกครั้ง พักไว้

    ไส้กล้วย
    ใช้กล้วยน้ำว้านำมาตักใส่ข้าวเหนียวเวลาห่อได้เลย หรือผ่าซีกให้สวยงาม หรือจะบี้ด้วยช้อนก่อนก็ได้แล้วค่อยตักใส่ห่อก็ได้แต่ไม่ค่อยนิยม

    ไส้ถัวเหลืองหรือถัวเขียว
    ถั่ว 1 ถ้วย นำไปต้มให้สุกจนนิ่มมาก หลังจากนั้นนำมา เทน้ำทิ้งพักไว้เย็นๆหน่อยแค่เพียงครู่
    จากนั้นก็ทำการบี้ข้าวเหนียวด้วยช้อนหรือทัพพี หรือจะไช้เครื่องบดอย่างไรก็ได้เพื่อให้ได้ถั่วกวน

    ส่วนผสมไส้เผือก

    1.เผือกนึ่งบด 3 ถ้วย
    2.น้ำกะทิ 1ถ้วย
    3.น้ำตาลทราย ½ ถ้วย
    4.เกลือป่นปลายช้อน
    5.น้ำเปล่า ½ ถ้วย

    วิธีทำ

    ผสมน้ำกะทิ น้ำตาล เกลือ น้ำเปล่า ตั้งคนบนเตาด้วยไฟอ่อนพอเข้ากัน เปลี่ยนเป็นไฟกลาง
    ใส่เผือกบดลงไปกวน กวนจนเผือกจับตัวเหนียวได้ที่ ยกลง

    วิธีห่อข้าวเหนียว

    1. ฉีกใบต้องตามขนาดที่ต้องการ ใช้ 2 แผ่นวางประกบกัน
    2. ตักข้าวเหนียวใส่ใบตอง
    3. ตักไส้ใส่
    4. ปิดทับไส้ด้วยข้าวเหนียวบางๆอีกครั้ง
    5. ม้วนใบตอง กลัดหัวท้ายด้วยไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟัน
    6. ปิ้งไฟกลางให้ข้าวเหนียวมีสีเหลือง เสร็จรับประทานได้ครับ

error: Content is protected !!