Category: สูตรอาหาร

  • สูตรวิธีทำน้ำงาดำ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำงาดำ

    สูตรน้ำงาดำ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำงาดำ

    – งาดำคั่ว 150 กรัม
    – น้ำสะอาด 2 ถ้วย
    – น้ำตาลทรายแดง 60 กรัม

    วิธีการทำน้ำงาดำ

    – ปั่นงาดำคั่วด้วยเครื่องปั่น โดยใส่น้ำสะอาด ลงไปปั่นรวมกันให้ละเอียด
    – กรองงาดำปั่นเพื่อคั้นเอาเฉพาะน้ำงาดำเท่านั้น
    – นำน้ำงาดำไปต้ม ใส่น้ำตาลลงไป พอเดือดยกลง ตักใส่แก้วเสิร์ฟ หรือแช่เย็นไว้ก่อนแล้วค่อยนำมาดื่มเย็นๆ ก็ชื่นใจ

    สูตรน้ำงาดำ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำงาดำ

    – งาดำ 100 กรัม
    – ถั่วแดง หรือ ถั่วดำก็ได้ครับ 50 กรัม
    – น้ำสะอาด 2 ถ้วย
    – นำตาลไม่ขัดสี 60 กรัม

    วิธีการทำน้ำงาดำ

    – นำถั่วแช่น้ำ 1 คืน เมื่อแช่แล้วล้างให้สะอาด
    – น้ำงาดำและถั่วแดงหรือถั่วดำ ใส่น้ำเครื่องปั่น แล้วใส่น้ำสะอาดลงไป แล้งทำการปั่นให้ละเอียด
    – นำไปกรองเพื่อแยกกากออก แล้วนำน้ำงาดำถั่วแดง หรือถั่วดำนั้น ไปต้มไฟกลาง ใส่น้ำตาลลงไป
    – เมื่อน้ำงาดำ ถั่วดำ หรือถั่วแดง เดือดแล้ว ให้ปิดไฟ ตักเสิร์ฟร้อนๆ อร่อยมากครับ หรือสามารถแช่เย็นไว้ดื่มภายหลังก็ได้เช่นกันครับ

    สูตรน้ำงาดำ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำงาดำ

    – งาดำ 110 กรัม
    – น้ำสะอาด 100 กรัม
    – นมสดรสจืด 200 กรัม
    – นำตาลทราย 250 กรัม หรือตามชอบ ถ้าชอบหวานก็สามรถเพิ่มได้ครับ

    วิธีการทำน้ำงาดำ

    – ปั่นงาดำ กับน้ำสะอาด ในเครื่อง ปั่นให้ละเอียด แล้วนำมากรองเอาแต่น้ำงำดำ
    – นำงาดำไปต้ม ใส่น้ำตาลลงไป เมื่อน้ำตาลละลาย เมื่อน้ำตาลละลายและงาดำเดือด เทนมสดลงไปแล้วปิดไฟทันที
    – จัดเสิร์ฟโดยการ ดื่มร้อนๆ หรือแช่ในตู้เย็นให้เย็น แล้วนำมาดื่มภายหลังก็ได้ครับ

  • สูตรวิธีทำน้ำทับทิม พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำทับทิม

    สูตรน้ำทับทิม สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำทับทิม

    – เมล็ดทับทิม 1 ½ ถ้วย
    – น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำ 1 ถ้วย
    – น้ำแข็งบดละเอียด 2 ถ้วย

    วิธีการทำน้ำทับทิม

    – น้ำและทับทิม ปั่นรวมกันให้ละเอียด กรองเอาเฉพาะน้ำ
    – ล้างเครื่องปั่น นำน้ำทับทิมใส่เครื่องปั่น และใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไปปั่นทั้งหมด
    ปั่นเสร็จแล้ว เทใส่แก้วดื่มได้เลยครับ

    สูตรน้ำทับทิม สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำทับทิม

    – เมล็ดทับทิม 1 ½ ถ้วย
    – น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
    – โยเกิร์ต รสธรรมชาติ 1 แก้ว
    – น้ำ 1 ถ้วย
    – น้ำแข็งบดละเอียด 2 ถ้วย

    วิธีการทำน้ำทับทิม

    – ปั่นเมล็ดทับทิมกับน้ำแล้วกรองเอาเฉพาะน้ำ คัดกากทิ้งครับ
    – ปั่นส่วนผสมทั้งหมดรวมกันอีกครั้ง ได้น้ำทับทิมโยเกิร์ตปั่น ดื่มเปรี้ยวอมหวานชื่นใจดีครับ

    สูตรน้ำทับทิม สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำทับทิม

    – เมล็ดทับทิม 5 ถ้วย
    – น้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ หรือตามชอบ
    – เกลือป่น ¼ ช้อนชา หรือตามชอบ
    – น้ำต้มสุก 5 ถ้วย

    วิธีการทำน้ำทับทิม

    – ปั่นเมล็ดทับทิมและน้ำต้มสุก กรองเอาเฉพาะน้ำเชื่อมและเกลือป่น
    – คนผสมให้เข้ากัน แล้วแช่ในตู้เย็นรอให้เย็นแล้วนำมาดื่มได้ครับ

  • สูตรวิธีทำน้ำเงาะ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำเงาะ

    สูตรน้ำเงาะ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำเงาะ

    – เนื้อเงาะ 1 ถ้วย
    – น้ำต้มสุก 1 ถ้วย
    – น้ำเชื่อม 1/4 ถ้วย
    – เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีการทำน้ำเงาะ

    – แกะเปลือกเงาะ แล้วล้างให้สะอาด คว้านเอาเฉพาะเนื้อเงาะ
    – ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงปั่นรวมกันในเครื่องปั่นให้ละเอียด ดื่มได้ทันที หรือแช่เย็นไว้ก่อนก็ได้ครับ

    สูตรน้ำเงาะ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำเงาะ

    – เนื้อเงาะ 1 ถ้วย
    – น้ำเชื่อม ½ ถ้วย (หรือตามชอบ)
    – เกลือป่นเล็กน้อย
    – น้ำแข็ง 1 ถ้วย

    วิธีการทำน้ำเงาะ

    – แกะเปลือกเงาะแล้วล้างให้สะอาด
    – คว้านเนื้อเงาะ แล้วหั่นชิ้น
    – นำส่วนผสมใส่ในเครื่องปั่นแล้วปั่นให้ละเอียด เทใส่แก้ว ดื่มได้เลยครับ

    สูตรน้ำเงาะ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำเงาะ

    – เนื้อเงาะ 5 ลูก
    – น้ำเชื่อม 150 มล.
    – โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 150 มล.
    – เกลือป่นเล็กน้อย
    – น้ำแข็ง 300 มล.

    วิธีการทำน้ำเงาะ

    – แกะเปลือกเงาะ แล้วล้างเนื้อเงาะให้สะอาด หั่นเงาะเป็นชิ้นเล็กๆ
    – ใส่เงาะในเครื่องปั่น ตามด้วยใส่น้ำแข็ง น้ำเชื่อม โยเกิร์ต และเกลือป่น ลงไป
    – แล้วทำการปั่นให้ละเอียด เสร็จแล้วเทใส่แก้ว ยกเสิร์ฟได้ครับ

  • สูตรวิธีทำน้ำคะน้า พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำคะน้า

    สูตรน้ำคะน้า สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำคะน้า

    – ใบคะน้า ใบใหญ่ หรือกลาง 2 ใบ
    – น้ำเชื่อม หรือน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
    – น้ำร้อน 200 กรัม
    – เกลือเสริมไอโอดีน 1/5 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำคะน้า

    – นำใบคะน้ามาล้าง
    – หั่นใบค่ะน้า
    – ใส่ใบคะน้า และ น้ำต้มสุก ในเครื่องปั่น 100 กรัม แล้วกรองเอาเฉพาะน้ำที่กรองแล้ว
    – เติมน้ำร้อนที่เหลือ 100 กรัม น้ำเชื่อม เกลือ มะนาว
    – เสิร์ฟร้อน หรือเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มเย็นโดยการ นำไปแช่เย็นไว้ดื่มภายหลัง หรือ เติมน้ำแข็งดื่มเลย ก็ได้ครับ

    สูตรน้ำคะน้า สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำคะน้า

    – ใบคะน้า ใบใหญ่ 2 ใบ
    – น้ำเชื่อม หรือน้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
    – สับปะรด ซีกเล็ก 1 ซีก (หน้า 1-3 นิ้ว )
    – น้ำอุ่น 200 กรัม
    – เกลือเสริมไอโอดีน 1/4 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำคะน้า

    – นำใบคะน้ามาล้าง
    – นำเครื่องปั่นมาเตรียม ใส่ใบค้าน้า และสับปะรด และน้ำอุ่นลงไป ปั่นให้ละเอียด แล้วกรองเอาแต่น้ำ
    – ใส่เกลือ และน้ำเชื่อม คนให้เข้ากันในแก้ว จะดื่มเลย หรือเสิร์ฟโดยใส่น้ำแข็งก็ได้ครับ

    สูตรน้ำคะน้า สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำคะน้า

    – ใบคะน้า ใบใหญ่ 3 ใบ
    – น้ำหวานเฮลบลูบอยสีเขียว 200 กรัม (หรือตามต้องการ)
    – น้ำอุ่น 200 กรัม
    – เกลือ 1/4 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำน้ำคะน้า

    – ล้างใบคะน้า
    – หั่นใบคะน้าใส่เครื่องปั่นพร้อมใส่น้ำอุ่นแล้วปั่น
    – เมื่อปั่นคะน้าแล้ว กรองน้ำคะน้า แล้วใส่น้ำหวานเฮลบลูบอย สีเขียว และเกลือ คนผสม
    – เทใส่แก้ว เสิร์ฟพร้อมน้ำแข็งครับ

    สูตรน้ำคะน้า สูตรที่ 4

    ส่วนผสมน้ำคะน้า

    – ใบคะน้าหั่นฝอย 1 ถ้วยตวง
    – น้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น ¼ ช้อนชา
    – น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำคะน้า

    – นำคะน้า และน้ำสะอาด ปั่นในเครื่องปั่น แล้วกรองเอาแต่น้ำ
    – อุ่นน้ำคะน้าเล็กน้อยด้วยไฟอ่อน ให้น้ำคะน้าเดือกเล็กน้อย แล้วยกลง
    – ปรุงรสด้วย น้ำผึ้ง น้ำมะนาว เกลือป่น แล้วใส่แก้วเสิร์ฟ หรือแช่ในตู้เย็นให้เย็นแล้วค่อยนำออกมาใส่แก้วดื่มก็ได้ครับ

    สูตรน้ำคะน้า สูตรที่ 5

    ส่วนผสมน้ำคะน้า

    – ใบคะน้าใบใหญ่หั่นฝอย 2 ใบ
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น ¼ ช้อนชา
    – น้ำเชื่อม 200 ซีซี
    – น้ำแข็งป่น 300 ซีซี

    วิธีการทำน้ำคะน้า

    – นำทุกอย่างปั่นรวมกันในเครื่องปั่นให้ละเอียด
    – เทใส่แก้วใหญ่ ดื่มได้เลยครับ

    สูตรน้ำคะน้า สูตรที่ 6

    ส่วนผสมน้ำคะน้า

    – ใบคะน้าใบใหญ่หั่นฝอย 3 ใบ
    – นมข้น 50 ซีซี
    – น้ำเชื่อม 50 ซีซี
    – นมสดจืด 100 ซีซี
    – น้ำแข็งป่น 300 ซีซี

    วิธีการทำน้ำคะน้า

    – ใส่คะน้าหั่นฝอย และเครื่องปรุงทุกอย่างในเครื่องปั่น
    – แล้วทำการปั่นให้ละเอียด เทใส่แก้วดื่มได้เลยครับ

  • สูตรวิธีทำน้ำฟักเขียว พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำฟักเขียว

    สูตรน้ำฟักเขียว

    ส่วนผสมน้ำฟักเขียว

    – ฟักเขียว (ฟักแฟง) 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทรายแดง 145 กรัม (5 ออนซ์)
    – น้ำตาลกรวด 145 กรัม (5 ออนซ์)
    – น้ำดื่ม

    วิธีการทำน้ำฟักเขียว

    – ขั้นตอนแรกของการทำ น้ำฟักเขียว เราจะทำความสะอาดลูกฟักก่อน ด้วยการล้างทำความสะอาดฟักเขียวทั้งเปลือกให้สะอาด แล้วจะหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ โดยให้หั่นทั้งเปลือกและเม็ด จากนั้นก็ใส่ลงในหม้อ พักไว้
    – หลังจากนั้นให้ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป คนผสมกับฟักเขียวที่หั่นไว้ให้เข้ากัน แล้วหมักทิ้งไว้ 30 นาที สังเกตดูจะมีน้ำจากฟักเริ่มออกมา แล้วให้ตั้งไฟพอร้อนนิดๆ ก็ใส่น้ำตาลกรวดลงไป
    – แล้วเราจะปรับไฟเป็นไฟแรงต้มจนเดือดจัด จากนั้นก็ลดเป็นไฟอ่อน แล้วต้มต่อทิ้งไว้ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
    – เมื่อได้เวลาเราจะ กรองส่วนผสมเอาเฉพาะน้ำ โดยจะใช้ตะแกรงมากรอง จากนั้นก็พักทิ้งไว้จนอุ่น
    – สามารถดื่มได้ทั้งแบบร้อนและเย็น ถ้าจะดื่มแบบร้อนก็ใส่น้ำฟักเขียว 1 ส่วน น้ำเปล่า 3 ส่วนคนให้เข้ากัน หรือถ้าจะดื่มแบบเย็น ให้ใส่น้ำฟักเขียว 2 ส่วน น้ำเปล่า 2 ส่วน แล้วใส่น้ำแข็งคนให้เข้ากัน ก็สามารถดื่มแบบเย็นได้

  • สูตรวิธีทำน้ำผักโขม พร้อมคำแนะนำในการขายผักโขม

    สูตรน้ำผักโขม สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำผักโขม

    – ผักโขม 1 ถุง (10 ออนซ์หรือ 283 กรัม)
    – น้ำเชื่อม 1 1/4 ถ้วย หรือน้ำผึ้งตามชอบ
    – น้ำมะนาวสด 1/2 ถ้วย
    – เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำน้ำผักโขม

    – ขั้นตอนแรกให้ล้างผักโขมให้สะอาด จากนั้นก็หั่นใบผักโขมให้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วก็นำไปปั่น โดยใส่ลงในโถเครื่องปั่น แล้วใส่น้ำลงไปประมาณ 3/4 ของปริมาณผักที่ใส่ลงการปั่นนั้นให้ปั่นให้ละเอียดจนเป็นเนื้อเดียวกัน
    – เมื่อปั่นเรียบร้อยแล้ว ให้เอาผ้าขาวบางมากรอง ให้กรองจนเหลือแต่น้ำ เอากากใยของผ้าโขมออกไป
    – เสร็จแล้วเทน้ำที่ได้จากการกรอง ไปตั้งไฟให้ใช้ไฟปานกลาง ตั้งจนเดือด ใช้ระยะเวลาสั้นๆ พอเดือดสัก 2-3 นาที ก็ยกลง
    – ทำการปรุงรสด้วยความหวานและความเปรี้ยว โดยให้ใส่น้ำเชื่อม 1 1/4 ถ้วย หรือน้ำผึ้งตามชอบ,น้ำมะนาวสด 1/2 ถ้วย เเละเกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ ลงไป คนให้ละลายจนเข้ากันดี
    – รินน้ำผักโขมที่ได้ลงแก้ว อาจจะใส่น้ำแข็งเพื่อเพิ่มความสดชื่น สามารถดื่มได้ทันที

    สูตรน้ำผักโขม สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำผักโขม

    – ผักโขม 250 กรัม
    – แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก
    – น้ำมะนาว
    – น้ำต้มสุก 1 ถ้วย
    – น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง
    – เกลือป่นเล็กน้อย
    – น้ำแข็ง

    วิธีการทำน้ำผักโขม

    – เริ่มจากทำความสะอาดผักโขมก่อน ด้วยการนำผักโขมมาล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือดจนสุก
    – เมื่อได้ผักโขมสุกแล้ว ให้นำมาหั่นเป็นชิ้นๆ เตรียมไว้
    – จากนั้น ก็นำแอปเปิ้ลเขียวมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่น เป็นลูกเต๋า ไม่ต้องเล็กเล็กหรือใหญ่ไป เอาแค่พอได้ง่าย
    – เสร็จแล้วใส่ผักโขมต้มสุกกับแอปเปิ้ลลงเครื่องปั่น แล้วทำการปั่นให้ละเอียด
    – เมื่อปั่นจนละเอียดดีแล้ว ให้นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง จนได้แต่น้ำผักโขมที่ไม่มีกาก
    – แล้วเอาไปปั่นกับน้ำแข็งอีกรอบ เติมน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง และเกลือป่นเล็กน้อย กดปั่นให้น้ำแข็งละเอียด อาจจะต้องใช้เครื่องปั่นที่มีกำลังแรงมากหน่อย
    – เรียบร้อยแล้วก็เทใส่แก้วพร้อมดื่มทันที

  • สูตรวิธีทำน้ำถั่ว พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำถั่ว

    น้ำถั่ว
     

    สูตรน้ำถั่ว สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำถั่ว

    – ถั่วดำ 50 กรัม
    – ถั่วขาว 50 กรัม
    – ถั่วแดง 50 กรัม
    – ถั่วเหลือง 50 กรัม
    – ถั่วดำ 50 กรัม
    – ลูกเดือย 50 กรัม
    – ใบเตย 5 ต้น
    – น้ำเปล่า 1 ½ ลิตร

    ส่วนผสมน้ำเชื่อมและวิธีทำ

    – น้ำสะอาด 200 กรัม
    – น้ำตาลทรายแดง 500 กรัม
    – ทำน้ำเชื่อมโดย นำน้ำสะอาดและน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวรวมกัน ให้น้ำตาลละลายกลายเป็นน้ำเชื่อม

    วิธีการทำน้ำถั่ว

    – ล้างถั่วแล้วนำไปแช่น้ำ 1 คืน
    – นำถั่วที่แช่น้ำแล้ว มาล้างให้สะอาด พักไว้ในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
    – นำใบเตยใส่เครื่องปั่นใส่น้ำลงไป ½ ลิตร ถ้าใส่ไม่พอแบ่ง 2 ครั้งได้ เสร็จแล้ว เทใส่ผ้าขาวบางบนกระชอนในภาชนะ ได้น้ำใบเตยแล้วครับ
    – ล้างเครื่องปั่น ใส่ถั่วทั้งหมดลงไป ค่อยๆ เติมน้ำที่เหลือ แล้วปั่นให้ละเอียด กรองในผ้าขาวบางเดิมภาชนะเดียวกับน้ำใบเตยครับ ปั่นจนน้ำสะอาดหมด
    – นำน้ำถั่วใบเตยไปต้ม แค่เดือดเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม้ต้องเดือดแรง
    – ตักใส่ถ้วยดื่มร้อนๆ หรือ ใส่น้ำแข็ง ก็ได้ครับ เติมน้ำเชื่อมตามชอบครับ

    สูตรน้ำถั่ว สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำถั่ว

    – ถั่วดำ 50 กรัม
    – ถั่วขาว 50 กรัม
    – ถั่วแดง 50 กรัม
    – ถั่วเหลือง 50 กรัม
    – ถั่วดำ 50 กรัม
    – ลูกเดือย 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 1 ½ ลิตร
    – ใบเตย 1 ใบ (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
    – น้ำเชื่อม

    วิธีการทำน้ำถั่ว

    – ล้างถั่วให้สะอาด แล้วแช่น้ำไว้ 1 คืน
    – นำถั่วที่แช่มาล้าง แล้วสะเด็ดน้ำในกระชอน
    – นำถั่วมาใส่เครื่องปั่น ค่อยๆ ใส่น้ำสะอาด แล้วปั่นให้ละเอียด
    – เทน้ำถั่ว ใส่ในผ้าขาวบาง กรองใส่ภาชนะ
    – นำถั่วในผ้าขาวบางมาปั่นซ้ำได้จนกว่าน้ำสะอาดจะหมด
    – นำน้ำถั่วที่กรองแล้วไปต้ม ถ้าต้องการใส่ใบเตยให้มัดแล้วใส่ลงไปต้มได้ครับ ต้มให้เดือดปานกลางแล้วปิดไฟ เทใส่เหยือกสวยๆ ไว้ก็ได้ครับ นำใบเตยออก
    – ตักหรือรินน้ำถั่ว ใส่แก้ว สามารถเติมน้ำเชื่อมได้ตามต้องการแล้วดื่มได้ครับ

    สูตรน้ำถั่ว สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำถั่ว

    – ถั่วแดง 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเชื่อม 50 ซีซี
    – นมสดรสจืด 100 ซีซี
    – น้ำสะอาด 50 ซีซี
    – น้ำแข็งป่น 1 แก้ว

    วิธีการทำน้ำถั่ว

    – แช่ถั่วทั้งหมดในน้ำสะอาดไว้ 1 คืน
    – นำถั่วที่แช่น้ำไปล้างทำความสะอาด เทใส่กระชอน พักถั่วไว้ให้เย็น
    นำถั่วมาเทใส่โถปั่น ตามด้วยใส่ น้ำเชื่อม นมสด น้ำสะอาด น้ำแข็งป่น ลงไป แล้วทำการปั่นละเอียดเสร็จแล้ว เทใส่แก้วดื่มได้ค่ะ

    สูตรน้ำถั่ว สูตรที่ 4

    ส่วนผสมน้ำถั่ว

    – ถั่วแดง 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
    – ถั่วเหลือง 1 ช้อนโต๊ะ
    – ลูกเดือย 1 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำหวานเฮลบลูบอย 50 ซีซี (สีเขียวหรือแดงก็ได้)
    – นมสดรสจืด 100 ซีซี
    – น้ำสะอาด 50 ซีซี
    – น้ำแข็งป่น 1 แก้ว

    วิธีการทำน้ำถั่ว

    – ล้างถั่วทั้งหมด แล้วแช่ไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง
    – นำถั่วมาล้างอีกครั้ง
    – เทถั่วทั้งหมดใส่เครื่องปั่น และใส่ เฮลบลูบอย น้ำสะอาด น้ำแข็งป่น นมสด ตามไป ปั่นทั้งหมดให้ละเอียด เทใส่แก้วดื่มได้เลยค่ะ

  • สูตรวิธีทำผักกาดขาว พร้อมคำแนะนำในการขายผักกาดขาว

    สูตรน้ำผักกาดขาว

    ส่วนผสมน้ำผักกาดขาว

    – ผักกาดขาว 200 กรัม
    – แอปเปิ้ลแดง 50 กรัม
    – น้ำสับปะรด ½ ถ้วย
    – น้ำแข็งก้อน

    วิธีการทำน้ำผักกาดขาว

    – เราจะเริ่มกันด้วยการทำความสะอาดผักกาดขาว ให้แกะผักกาดขาวเป็นใบ ๆ แล้วล้างทีละใบ ให้ล้างให้สะอาด ใส่ตะกร้า สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นแบบหยาบ ๆ
    – จากนั้นก็จะมาเตรียมแอปเปิ้ลแดง โดยล้างแอปเปิ้ลแดงก่อน เมื่อล้างสะอาดแล้ว ก็ให้หั่นแอปเปิ้ลแดงเป็นชิ้นๆ เอาส่วนที่แกนกลางออก
    – เตรียมเครื่องปั่น ควรจะใช้เครื่องปั่นที่แยกกากได้ แล้วใส่ผักกาดขาวแล้วตามด้วยแอปเปิ้ลลงในเครื่องปั่นแบบแยกกาก พอได้น้ำที่มาจากการปั่น ก็ปิดเครื่องได้
    – เมื่อได้น้ำผักกาดขาวแล้วให้เทใส่แก้ว แล้วใส่น้ำสับปะรดลงไปผสม จากนั้นก็คนให้เข้ากัน ใส่น้ำแข็งไปพอประมาณ กะให้เย็น แล้วสามารถดื่มได้ทันที

  • สูตรวิธีทำน้ำว่านหางจระเข้ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำว่านหางจระเข้

    น้ำว่านหางจระเข้ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    1. ว่านหางจระเข้ 1 ถ้วย
    2. ใบเตยสด 5 ใบ
    3. น้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ หรือตามชอบ
    4. น้ำสะอาด

    วิธีการทำ

    1. ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ แล้วล้างยางออกด้วยน้ำอาด
    2. ต้มน้ำด้วยไฟกลาง ใส่ว่านหางจระเข้ลงไปต้ม เมื่อว่านหางจระเข้สุก ให้นำขึ้นหั่นเป็นชื้นเล็กๆ พักไว้ก่อนครับ
    3. ปั่นใบเตยกับน้ำสะอาด 600 ลิตร กรองเอาแต่น้ำใบเตยไว้
    4. นำน้ำใบเตยไปต้มให้เดือด เมื่อเดือดแล้วปิดไฟ ใส่วานหางจระเข้ ใส่น้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน
    5. ตักน้ำแข็งใส่แก้ว ตักว่านหางจระเข้ ใส่แก้วน้ำแข็ง จัดเสิร์ฟได้ครับ

    น้ำว่านหางจระเข้ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม
    1. ว่านหางจระเข้ 1 หาง
    2. น้ำเชื่อม 200 มล.
    3. นมสดรสจืด 100 มล.
    4. เกลือ 1/5 ช้อนชา
    5. น้ำแข็งบด 300 มล.

    วิธีการทำ

    1. ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ แล้วล้างยางจากว่านออกให้หมด
    2. หั่นว่านหางจระเข้เป็นชิ้นเล็กๆ
    3. นำว่านหางจระเข้ใส่โถปั่น และใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงไป ปั่นรวมกันให้ละเอียด แล้วเทใส่แก้ว ยกเสิร์ฟได้ครับ

  • สูตรวิธีทำน้ำแครอท พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำแครอท

    สูตรน้ำแครอท สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำแครอท

    – แครอท 2 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – น้ำสะอาด 4 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำแครอท

    – เราจะเริ่มจากการทำความสะอาดหัวแครอท ด้วยน้ำสะอาดให้ล้างทั้งเปลือกก่อน 1 รอบ จากนั้นก็ปอกเปลือกออก แล้วล้างให้สะอาดอีกรอบ
    – ตั้งไฟแล้วนำแครอทที่ล้างแล้วต้มกับน้ำ จนสุก แล้วจะนิ่ม จากนั้นก็ตักพักไว้ก่อน
    – ให้นำแครอทต้มสุกมาหั่นเป็นแว่นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใส่เครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด
    – จากนั้นก็นำไปต้มอีกครั้ง สามารถปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ แล้วรอให้น้ำเดือดสักพัก ก็ปิดไฟแล้วทิ้งให้เย็น
    – เมื่อน้ำแครอทที่ได้เย็นแล้ว ก็นำมากรองด้วย ผ้าขาวบาง เพื่อจะแยกกากออก ให้เหลือแต่น้ำ
    – เวลาดื่มให้ใส่แก้วใส่น้ำแข็ง บีบมะนาวเล็กน้อย คนให้เข้ากัน ก็สามารถดื่มได้ทันที

    สูตรน้ำแครอท สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำแครอท

    – แครอทปลอกเปลือกล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ 200 กรัม
    – น้ำต้มสุก 3 ถ้วยตวง
    – ข่าอ่อนหั่นแว่น ตะไคร้หั่นเฉียง ใบมะกรูดฉีก
    – น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – น้ำแข็งยูนิต

    วิธีการทำน้ำแครอท

    – ให้นำส่วนผสม มาล้างให้สะอาดก่อน ทั้งแครอท ข่าอ่อน ตะไคร้ ใบมะกรูด แล้วใส่ตะกร้าสะเด็ดน้ำ ก่อนจะหั่นทุกอย่างเป็นชิ้น แครอท ข่าอ่อน นั้นให้หั่นแว่น ตะไคร้ให้หั่นเฉียง ส่วนใบมะกรูด ก็ฉีก เอาแกนกลางของใบออก
    – จากนั้นก็ไปต้มน้ำให้เดือด แล้วพักไว้ให้เย็น
    – เตรียมเครื่องปั่น นำส่วนผสมทั้งหมด แครอท ข่าออ่อน ตะไคร้ ใบมะกรูดที่เตรียมไว้ ใส่เครื่องปั่น แล้วเติมน้ำต้มสุก ปั่นส่วนผสมให้ละเอียด
    – เมื่อได้น้ำแครอทที่ปั่นละเอียด ก็มาใช้ผ้าขาวบางแยกกากออกให้เลือกแต่น้ำ
    – เทใส่แก้ว ใส่น้ำแข็ง พร้อมดื่มได้ทันที

  • สูตรวิธีทำน้ำมะเขือเทศ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำมะเขือเทศ

    สูตรน้ำมะเขือเทศ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำมะเขือเทศ

    – มะเขือเทศท้อ 2 กิโลกรัม
    – สับปะรด 1 ลูก
    – มะนาว 1 ลูก
    – น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำมะเขือเทศ

    – อันดับแรกเราจะนำมะเขือเทศมาล้างให้สะอาด จากนั้นก็จะหั่นเป็นชิ้นๆ
    – แล้วก็นำมะเขือเทศที่หั่นแล้วมาใส่หม้อตั้งไฟ ซึ่งจะใช้ไฟกลาง คนมะเขือเทศอยู่เรื่อย ๆ จนสุก ช่วงที่ต้มนั้นอาจจะใช้ทัพพีช่วยบี้จะช่วยทำให้ได้ปริมาณน้ำมะเขือเทศมากขึ้น โดยจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที โดยที่ไม่ต้องเติมน้ำเปล่า หรือเกลือป่นลงไป
    – เมื่อต้มมะเขือเทศจนสุกแล้ว ก็นำมะเขือเทศต้มสุกมากรองเอาด้วยตะแกรง หรือกระชอน เพื่อจะให้ได้น้ำสีแดง
    – ขั้นตอนต่อไปเราจะเตรียมสัปปะรดเพื่อจะมาผสมกับน้ำมะเขือเทศให้ได้รสชาติที่ดี ให้ปอกเปลือกสับปะรด แล้วนำล้างน้ำให้สะอาด หั่นสัปปะรดเป็นชิ้น ๆตั้งไฟเติมน้ำเปล่า 2 ถ้วยตวงใส่สัปปะรดที่หั่นไว้ลงหม้อ ต้มจนสุก จากนั้นก็ใช้ตะแกรงหรือกระชอนกรองเอาแต่น้ำพักไว้
    – จากนั้นให้นำมะนาวสดบีบใส่น้ำสัปปะรด 1 ลูกคนให้เข้าคน แล้วนำไปผสมกับน้ำมะเขือเทศอีก คนอีกรอบให้ทั้งหมดเข้ากันดี
    – นำมาเทใส่แก้วดื่มได้ หรือจะใส่ภาชนะที่มีฝาปิดแล้วนำไปแช่เย็นก็ได้

    สูตรน้ำมะเขือเทศ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำมะเขือเทศ

    – มะเขือเทศ 900 กรัม
    – น้ำตาล เกลือ และพริกไทยในปริมาณตามชอบ

    วิธีการทำน้ำมะเขือเทศ

    – ให้เริ่มต้นให้ล้างมะเขือเทศให้สะอาด ด้วยการให้น้ำประปาไหลผ่านผลของมะเขือเทศ จากนั้นใช้ผ้าขนหนูสะอาดหรือกระดาษทิชชู่ซับผิวมะเขือเทศเบา ๆ ให้แห้ง จากนั้นก็จะหั่นมะเขืดเทศด้วยการตัดขั้วออกแล้วแบ่งออกเป็นสี่ส่วน
    – ใส่มะเขือเทศที่หั่นแล้วลงไปในหม้อ แนะนำให้ใช้ใช้หม้อสเตนเลสหรือหม้อเคลือบดินเผา เพราะจะไม่ทำให้สีมะเมือเทศรวมทั้งรสชาติเปลี่ยน ใช้ที่บดมันฝรั่งหรือช้อนที่ทำจากไม้กดลงไปที่มะเขือเทศเพื่อบีบน้ำออกมา เพื่อตะได้น้ำมะเขือเทศและชิ้นส่วนมะเขือเทศผสมกันอยู่ในหม้อ
    – ตั้งหม้อใส่น้ำลงไปพอท่วมมะเขือเทศใช้ไฟปานกลาง แล้วต้มจนเดือด ระหว่างต้มให้คนเนื้อและน้ำมะเขือเทศอย่างสม่ำเสมอ คอยระวังอย่าให้ไหม้ ให้ต้มไปเรื่อยๆ จนกว่าส่วนผสมในหม้อจะเป็นเนื้อเดียวกันโดยจะใช้เวลาประมาณ 25 -30 นาที
    – สามารถปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ เพื่อจะลดความเปรี้ยวของมะเขือเทศ อาจจะค่อยๆ เติมแล้วชิมว่าได้รสชาติที่ต้องการหรือไม่
    – เมื่อปรุงรสได้รสชาติที่ชอบแล้ว ก็ให้ยกลงได้ แล้วทิ้งไว้สักครู่ให้พอเย็นลงนิด จากนั้นก็สามารถกรองน้ำมะเขือเทศ เพื่อเอาเนื้อออกให้เหลือแต่น้ำ แล้วนำไปใส่ภาชนะที่มีฝาปิด ไปแช่ในตู้เย็นสัก 30 นาทีก็นำมาดื่มได้ น้ำมะเขือเทศคั้นสดนั้นจะเก็บไว้ได้ประมาณ 1 สัปดาห์

  • สูตรวิธีทำน้ำบลูเบอรี่ปั่น พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำบลูเบอรี่ปั่น

    น้ำบลูเบอรี่ปั่น
     

    สูตรน้ำบลูเบอรี่ปั่น สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำบลูเบอรี่ปั่น

    – บลูเบอรี่แช่แข็ง 2 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่าสะอาด ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำตาลทรายขาว ครึ่งถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – กลิ่นบลูเบอรี่ 4 หยด
    – น้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตรครึ่ง

    วิธีการทำน้ำบลูเบอรี่ปั่น

    – นำบลูเบอรี่แช่แข็งจำนวน 2 ถ้วยตวงใส่ลงหม้อ
    – จากนั้นให้เติมน้ำเปล่าสะอาดลงไป แล้วนำไปต้มให้เดือดด้วยความร้อนปานกลาง
    – ต้มจนเนื้อบลูเบอรี่นิ่ม ประมาณ 15 นาที
    – หลังจากนั้นก็ปิดไฟแล้วยกหม้อบลูเบอรี่ลงมาพักไว้ให้คลายความร้อน
    – เตรียมเครื่องปั่นอาหาร แล้วทยอยตักบลูเบอรี่ลงไปปั่นให้ละเอียด โดยใส่เนื้อบลูเบอรี่ลงไปทีละน้อย หรือประมาณครึ่งนึงของโถปั่น
    – เมื่อได้เนื้อบลูเบอรี่ที่ปั่นละเอียดแล้ว ให้เทใส่ลงในหม้อ
    – แล้วเติมน้ำตาลทราย เกลือป่น และน้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตรครึ่งตามลงไป
    – คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้วนำไปต้มให้เดือด ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
    – พอน้ำที่ต้มเดือดได้ที่แล้ว ก็พักน้ำบลูเบอรี่ที่ต้มเสร็จแล้วเอาไว้ก่อน แล้วหยดกลิ่นบลูเบอรี่ลงไป คนให้เข้ากัน
    – เมื่อน้ำบลูเบอรี่เย็นตัวลงแล้ว ให้กรองบนผ้าขาวบางเพื่อเอาส่วนที่เป็นกากของบลูเบอรี่ออกไป
    – เท่านี้ก็จะได้น้ำบลูเบอรี่ที่หอมหวาน พร้อมดื่มกับน้ำแข็งเย็นๆ แล้วครับ

    สูตรน้ำบลูเบอรี่ปั่น สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำบลูเบอรี่ปั่น

    – บลูเบอรี่แช่แข็ง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่าสะอาดต้มสุกแล้ว ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำบลูเบอรี่สำเร็จรูป ครึ่งถ้วยตวง
    – เกลือป่น
    – น้ำแข็งป่น

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทรายขาว 10 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำบลูเบอรี่ปั่น

    – ในขั้นตอนแรกให้เราเตรียมทำส่วนผสมของน้ำเชื่อมไว้ก่อนครับ
    – เริ่มจากเทน้ำเปล่าสะอาดลงในหม้อ แล้วใส่น้ำตาลทรายลงไปตามอัตราส่วน
    – จากนั้นก็ยกขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนระดับปานกลาง แล้วต้มให้น้ำตาลทรายละลายจนหมดประมาณ 20 นาที
    – เมื่อน้ำตาลทรายละลายจนหมดแล้ว ก็ยกน้ำเชื่อมลงมาพักไว้ให้เย็นตัวลงก่อน แล้วค่อยนำไปทำน้ำปั่นครับ
    – เตรียมเครื่องปั่นน้ำผลไม้ แล้วเทน้ำแข็งป่นลงไปประมาณครึ่งตัวโถปั่น
    – แล้วตามด้วยใส่น้ำเชื่อม 4 ช้อนโต๊ะ
    – เติมตามเปล่าสะอาดที่ต้มสุกจนเย็นตัวลงแล้ว 2 ช้อนโต๊ะ
    – ตามด้วยเกลือป่นเล็กน้อย และผลบลูเบอรี่แช่แข็ง 3-4 ช้อนโต๊ะ ซึ่งเพิ่มปริมาณได้อีกเล็กน้อย ตามความชื่นชอบ
    – และเติมน้ำบลูเบอรี่สำเร็จรูปลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ
    – กดปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน โดยต้องปั่นให้เนื้อบลูเบอรี่เนียนละเอียด
    – เมื่อปั่นน้ำบลูเบอรี่เสร็จแล้ว ก็เทใส่ลงในแก้วรูปทรงสวยงามแล้วตกแต่งด้วยใบมิ้นท์เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความสวยงามครับ

    การขายน้ำบลูเบอรี่ปั่น

error: Content is protected !!