Category: สูตรอาหาร

  • สูตรวิธีทำน้ำกีวี่ปั่น พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำกีวี่ปั่น

    น้ำกีวี่ปั่น
     

    สูตรน้ำกีวี่ปั่น สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำกีวี่ปั่น

    – ผลกีวี่ 3 ผล
    – น้ำเชื่อม 4 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบด ½ แก้ว
    – น้ำหวานกลิ่นกีวี่ 2 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำกีวี่ปั่น

    – นำกีวี่มาคว้านด้วยช้อน เพื่อเอาแต่เนื้อเขียวๆหรือจะปอกเปลือกก็ได้เช่นกัน จากนั้นนำมาหั่นเป็นแว่นๆ ให้ได้ตามที่ต้องการ
    – เตรียมทุบน้ำแข็งให้ละเอียด ใส่ลงในเครื่องปั่น แล้วตามด้วยเนื้อกีวี่ จากนั้นทำการปั่นให้ละเอียด
    – ใส่น้ำเชื่อม และน้ำหวานกลิ่นกีวี่ลงไป พร้อมกับปั่นให้ส่วนผสมเข้ากันอีกรอบ
    – ชิมรสชาติให้ได้ตามที่ต้องการ แล้วเทใส่แก้ว
    – จะได้น้ำกีวี่ปั่นที่แสนอร่อย สามารถทำทานได้ในวันหยุด

    สูตรน้ำกีวี่ปั่น สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำกีวี่ปั่น

    – เนื้อกีวี 2 ลูก
    – น้ำเชื่อม 4 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบด 1 แก้ว
    – ไซรัปกลิ่นกีวี 1ช้อนชา
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำกีวี่ปั่น

    – ปอกเปลือกกีวี่แล้วหั่นให้เป็นชิ้นๆ เตรียมสำหรับการปั่น
    – นำน้ำแข็งมาทุบให้ละเอียด แล้วเทใส่เครื่องปั่น พร้อมด้วยเนื้อกีวี่ น้ำเชื่อม เกลือป่นพร้อมด้วยไซรัปกลิ่นกีวี่เพื่อเพิ่มรสชาติและกลิ่นที่เป็นธรรมชาติ
    – ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนได้ที่
    – เทน้ำกีวี่ปั่นที่ได้ลงในแก้ว ตกแต่งขอบแก้วด้วยเนื้อกีวี่หั่นแว่นๆ
    – ได้น้ำกีวี่ปั่นที่แสนอร่ย พร้อมด้วยเนื้อกีวี่ 100% ที่หาทานที่ไหนไม่ได้แล้ว

    สูตรน้ำกีวี่ปั่น สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำกีวี่ปั่น

    – กีวี 3 ผล
    – น้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำแข็งเกล็ด 1 แก้ว
    – น้ำแอปเปิ้ลเขียว 1 ฝา
    – น้ำกีวี 1 ฝา

    วิธีการทำน้ำกีวี่ปั่น

    – หั่นลูกกีวี่ให้ได้ตามที่ต้องการ แยกไว้เป็นกีวีสำหรับปั่นและกีวีหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆสำหรับผสมในแก้ว
    – เตรียมน้ำแข็งเกล็ดที่ทุบจนละเอียดแล้วมาเทลงในเครื่องปั่น ตามน้ำเนื้อกีวี่ที่แบ่งไว้ น้ำเชื่อม น้ำแอปเปิ้ล น้ำกีวี่และเกลือป่น ส่วนผสมทั้งหมด สามารถใส่ได้ตามที่ต้องการ ไม่จำเป็นต้องตามสูตรมากเกินไป
    – ปั่นส่วนผสมที่เทลงไปให้เข้ากัน การปั่นไม่ควรปั่นนานเกินไป แต่ควรค่อยกดเครื่องปั่นทีละนิด เพื่อคอยดูว่าเนื้อกีวี่ละเอียดเกินไปหรือไม่ เพราะถ้าละเอียดเกินไปจะทำให้ไม่อร่อยเวลารับประทาน
    – ชิมรสชาติให้ได้ตามที่ต้องการ หากขาดส่วนผสมใดอีก ก็สามารถเทลงไปเพิ่มได้ แล้วทำการปั่นต่อจนได้ที
    – ก่อนเทส่วนผสมลงแก้ว นำเนื้อกีวี่ที่หั่นเป็นลูกเต๋ามาวางไว้ก้นแก้ว แล้วเทน้ำกีวี่ลงไป
    – ตกแต่งน้ำกีวี่ให้สวยงามด้วยเนื้อกีวี่และของตกแต่งอื่นๆตามใจชอบ
    – พร้อมสำหรับเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มผลไม้สดปั่น ที่สามารถทำเองได้แบบง่าย ไว้ดื่มในช่วงหน้าร้อน

     

    การขายน้ำกีวี่ปั่น

  • สูตรวิธีทำน้ำสตอเบอรี่ปั่น พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำสตอเบอรี่ปั่น

    น้ำสตอเบอรี่ปั่น
     

    สูตรน้ำสตอเบอรี่ปั่น สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำสตอเบอรี่ปั่น

    – สตอเบอรี่แช่เข็ง 2 ถ้วยตวง
    – น้ำสะอาดต้มสุก 10 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – น้ำมะนาวคั้นสด 4 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตรครึ่ง
    – เนื้อสตอเบอรี่สดหั่นชิ้นเล็ก ครึ่งถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำสตอเบอรี่ปั่น

    – นำสตอเบอรี่แช่แข็งใส่ลงในหม้อ แล้วเติมน้ำเปล่าสะอาดลงไปประมาณ 10 ช้อนโต๊ะ
    – ยกหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อน ค่อยๆ ต้มสตอเบอรี่ เพื่อละลายความเย็นออกไปให้หมดประมาณ 15 นาที
    – หรือจะนำสตอเบอรี่ใส่ในภาชนะที่เข้าไมโครเวฟได้ แล้วเติมน้ำเปล่าลงไป ใส่ในไมโครเวฟประมาณ 7 นาที เพื่อให้สตอเบอรี่ละลายความเย็นออกมา
    – เมื่อสตอเบอรี่ละลายความเย็นแล้ว ก็พักไว้ให้ส่วนผสมคลายความร้อนประมาณ 20 นาที
    – จากนั้นนำสตอเบอรี่ใส่ลงในเครื่องปั่นอาหาร แล้วกดปั่นให้ละเอียด
    – เทส่วนผสมที่ปั่นลงในหม้อ แล้วเติมน้ำตาลทรายขาว คนให้เข้ากัน
    – จากนั้นเติมเกลือป่นและน้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตรครึ่งลงไป คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง
    – ยกหม้อขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนปานกลาง แล้วต้มส่วนผสมทั้งหมดให้เดือด โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที
    – พอส่วนผสมเดือดได้ที่ ก็ปิดไฟแล้วยกลงจากเตา พักให้ส่วนผสมเย็นตัวลงอีก 30 นาที
    – ก่อนจัดเสิร์ฟให้เติมน้ำมะนาวคั้นสด และเนื้อสตอเบอรี่สดหั่นชิ้นเล็กๆ ลงไป แล้วคนให้เข้ากัน
    – ตักน้ำแข็งใส่ลงในแก้วให้เต็ม แล้วตักน้ำสตอเบอรี่ตามลงไป โดยตักให้เนื้อสตอเบอรี่อยู่ด้านบนแก้วเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความสวยงาม ชวนรับประทาน

    สูตรน้ำสตอเบอรี่ปั่น สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำสตอเบอรี่ปั่น

    -สตอเบอรี่แช่แข็ง 1 ถ้วยตวง
    -น้ำสะอาด 10 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำสตอเบอรี่เข้มข้น ครึ่งถ้วยตวง
    -น้ำมะนาวคั้นสด
    -น้ำแข็งป่น

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำเปล่าสะอาด ครึ่งลิตร
    – น้ำตาลทรายขาวครึ่งถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำสตอเบอรี่ปั่น

    – นำสตอเบอรี่แช่แข็งใส่ลงในหม้อ แล้วเติมน้ำเปล่าสะอาด 10 ช้อนโต๊ะ
    – จากนั้นก็เติมน้ำตาลทรายลงไป ยกขึ้นตั้งไฟร้อนปานกลาง ต้มให้สตอเบอรี่ละลายความเย็นออกมา ประมาณ 15 นาที
    – เมื่อสตอเบอรี่เดือดได้ที่แล้ว ให้พักทิ้งไว้ รอจนเย็นตัวลง
    – เตรียมทำส่วนผสมน้ำเชื่อม ด้วยการเทน้ำเปล่าสะอาดลงในหม้อ แล้วเติมน้ำตาลทรายกับเกลือป่น
    – คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน และยกหม้อขึ้นตั้งไฟ ต้มให้น้ำตาลทรายละลาย ประมาณ 30 นาที รอจนได้น้ำเชื่อมที่หวาน เข้มข้น
    – หลังจากนั้นก็ปิดไฟ แล้วยกส่วนผสมน้ำเชื่อมลงมาพักไว้ให้คลายความร้อน
    – และเราก็จะมาเตรียมพร้อมสำหรับปั่นน้ำสตอเบอรี่เข้มข้นกัน
    – เริ่มจากใส่น้ำแข็งป่นลงในโถปั่น ประมาณครึ่งโถปั่น ตามด้วยตักเนื้อสตอเบอรี่ที่ละลายไว้ลงไป 3 ช้อนโต๊ะ
    – ตามด้วยน้ำสตอเบอรี่เข้มข้น 2 ช้อนโต๊ะ
    – จากนั้นก็เติมน้ำเชื่อมที่ทำเตรียมไว้ลงไปอีก 5 ช้อนโต๊ะ
    – เติมน้ำมะนาวคั้นสดลงไปเล็กน้อย กดปั่นให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียด จนได้เนื้อเนียนเข้ากัน
    – เมื่อปั่นน้ำสตอเบอรี่เสร็จแล้ว ก็เทลงแก้ว แล้วตกแต่งด้วยเยลลี่หรือใบมิ้นท์เพื่อเพิ่มความสวยงาม
    – และถ้าหากใช้เนื้อสตอเบอรี่ไม่หมด ให้ตักใส่ถุงพลาสติกแล้วมัดให้แน่นเก็บใส่ช่องฟรีชในตู้เย็นไว้ เพื่อใช้ทำน้ำสตอเบอรี่ปั่นในรอบต่อไป

    การขายน้ำสตอเบอรี่ปั่น

  • สูตรวิธีทำน้ำลูกพรุน พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำลูกพรุน

    สูตรน้ำลูกพรุน สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    -ลูกพรุนแห้งแกะเมล็ด ครึ่งกิโลกรัม
    -น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
    -เกลือป่น 1 ช้อนชา
    -น้ำเปล่าสะอาด 2 ถ้วยตวง

    วิธีทำ

    -เลือกเนื้อลูกพรุนแห้งคุณภาพดี โดยเลือกใช้แบบที่แกะเมล็ดแล้วจำนวนครึ่งกิโลกรัม
    -จากนั้นก็เทน้ำเปล่าสะอาดลงในหม้อ 2 ถ้วยตวง
    -ตามด้วยใส่น้ำตาลทรายขาวและเกลือป่นลงไป
    -นำน้ำในหม้อยกขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนระดับปานกลางแล้วต้มให้เดือด
    -ระหว่างที่น้ำกำลังเดือดนั้น ให้ใส่ลูกพรุนแห้งลงไป แล้วต้มจนเนื้อลูกพรุนนิ่ม โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
    -เมื่อลูกพรุนเริ่มมีเนื้อนิ่มได้ที่แล้ว ให้ปิดไฟแล้วยกหม้อน้ำลูกพรุนลงมาพักไว้ให้เย็นตัวลงก่อน
    -พอน้ำลูกพรุนเย็นสนิทแล้ว ให้นำไปกรองบนผ้าขาวบาง 1-2 รอบ เพื่อแยกกากลูกพรุนกับน้ำออกจากกัน
    -นำน้ำลูกพรุนที่กรองเสร็จแล้ว เทใส่แก้วแล้วนำไปแช่เย็นจึงค่อยรับประทาน หรือจะตักน้ำแข็งป่นใส่แก้ว แล้วเติมน้ำลูกพรุนลงไป ก็จะรับประทานได้ทันที

    สูตรน้ำลูกพรุน สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำลูกพรุน+น้ำผึ้งและมะนาว

    -ลูกพรุนแห้ง ครึ่งกิโลกรัม
    -น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
    -เกลือป่น 1 ช้อนชา
    -น้ำเปล่าสะอาด 2 ถ้วยตวง
    -น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    -ขั้นตอนแรกให้เติมน้ำเปล่าสะอาดใส่ลงในหม้อ แล้วยกขึ้นต้มให้น้ำเดือดจัด
    -ใส่ลูกพรุนแห้งลงไปต้มประมาณ 30 นาที ให้เนื้อนิ่ม
    -จากนั้นก็ค่อยตักเลือกเฉพาะเนื้อลูกพรุน นำมาใส่ลงในเครื่องปั่นผลไม้
    -กดปั่นเนื้อลูกพรุนให้ละเอียด แล้วเทใส่ลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือดอยู่ตามเดิม
    -เติมน้ำตาลทรายขาว เกลือป่น แล้วคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ต้มต่อไปจนกว่าน้ำตาลทรายจะละลาย
    -เมื่อน้ำตาลทรายละลายจนหมดแล้ว ก็ปิดไฟแล้วยกหม้อลงมาพักไว้ให้คลายความร้อน ประมาณ 30 นาที
    -พอน้ำลูกพรุนเริ่มเย็นตัวลงแล้ว ให้นำผ้าขาวบางมารองไว้บนหม้ออีกใบ แล้วเทน้ำลูกพรุนกรองเอาเศษกากเล็กๆ ออกให้หมด ประมาณ 1-2 รอบ
    -จากนั้นก็ค่อยเติมน้ำผึ้งและน้ำมะนาวคั้นสดใส่ลงไปในหม้อ แล้วคนส่วนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง
    -ตักน้ำลูกพรุนใส่แก้วหรือขวด แล้วนำไปแช่เย็นก่อนรับประทาน
    -หรือจะจัดเสิร์ฟโดยตักน้ำใส่แก้ว แล้วเติมน้ำลูกพรุนลงไป
    -โดยน้ำลูกพรุนสูตรใส่น้ำผึ้งและมะนาว จะช่วยเพิ่มรสชาติของลูกพรุนให้อร่อยยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก และต้องการทำน้ำดื่มสุขภาพไว้รับประทาน ทั้งนี้สามารถปรับลดปริมาณน้ำตาลและน้ำผึ้งลงได้

  • สูตรวิธีทำน้ำแตงกวา พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำแตงกวา

    สูตรน้ำแตงกวา สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำแตงกวา

    – แตงกวาขนาดกลาง 1 ลูก
    – น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
    – น้ำผึ้ง 500 มิลลิลตร
    – ใบสะระแหน่ 3 ใบ

    วิธีการทำน้ำแตงกวา

    – เตรียมแตงกวาขนาดพอดี ล้างดินโคลนที่ติดอยู่ให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้เหลือเปลือกอยู่นิดหน่อย เพื่อเพิ่มสีสันให้แต่น้ำแตงกวา
    – หั่นแตงกวาตามแนวขวางออกเป็น 2 ซีก แล้วคว้านเอาส่วนตรงกลางที่มีเมล็ดออกให้หมด
    – แช่แตงกวาในเหยือกพร้อมกับเทน้ำและน้ำแข็งลงในแตงกวา แล้วแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง
    – เมื่อแช่ในตู้เย็นครบ 1 ชั่วโมง จึงนำน้ำผึ้งมาใส่ในเหยือกที่มีแตงกวาเพื่อเพิ่มรสชาติ
    – เทใส่แก้ว ตกแต่งให้สวยงามด้วยใบสะระแหน่
    – ได้น้ำแตงกวาผสมน้ำผึ้งที่รสชาติหวานหอม ได้กลิ่นของแตงกวาสดอย่างดี

    สูตรน้ำแตงกวา สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำแตงกวา

    – แตงกวา 1 ลูก
    – น้ำเย็น 1 แก้ว
    – น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งก้อน 4 ก้อน

    วิธีการทำน้ำแตงกวา

    – นำแตงกวามาล้างให้สะอาดเพื่อเอาดินออก จากนั้นทำการปอกเปลือกออกให้หมดจนเป็นเนื้อสีขาวๆ
    – หั่นเป็นแว่นๆแล้วเอาเมล็ดออกหรือจะไม่เอาออกก็ได้ตามความชอบ หั่นแล้วพักไว้สักครู่
    – เตรียมตั้งไฟเติมน้ำลงบนหม้อ รอน้ำเดือด นำน้ำทรายเทลงไป พร้อมแตงกวา ต้มสัก 10 นาที จึงยกลงจากเตา พักไว้ให้เย็น
    – เมื่อแตงกวาเย็นตัว จึงนำไปปั่นในเครื่องปั่น พร้อมกับกากจนได้น้ำแตงกวาเข้มข้น
    – สามารถเติมส่วนผสมอื่นๆเพิ่มได้ตามความต้องการ
    – นำน้ำแตงกวาเข้มข้นพร้อมกากมากรองในผ้าขาวบาง เพื่อเอาแต่ส่วนที่เป็นน้ำ
    – ใส่น้ำแข็งก้อนลงในแก้วแล้วตามด้วยน้ำแตงกวาเข้มข้นที่กรองกากเรียบร้อยแล้ว
    – เสร็จแล้วจะได้น้ำแตงกวาเข้มข้นที่หวานอร่อย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสารอาหารจากผลไม้

    สูตรน้ำแตงกวา สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำแตงกวา

    – แตงกวา 4 ผล
    – น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
    – น้ำต้มสุก1/2 ถ้วยตวง
    – น้ำผึ้ง 1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่นหยิบมือ

    วิธีการทำน้ำแตงกวา

    – ล้างแตงกวาให้สะอาด ปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นๆยาวๆ
    – ใส่โถปั่น เติมน้ำต้มสุกลงไป พร้อมน้ำเชื่อมลงไปตามด้วยน้ำผึ้ง เพื่อกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ กับน้ำแข็งทุบละเอียด เติมเกลือเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสชาติ
    – ปั่นแตงกวาและส่วนผสมอื่นๆให้เข้ากันจนเนื้อละเอียด
    – สามารถเติมน้ำแข็งและส่วนผสมอื่นๆเพิ่มเติมได้ หากต้องการ
    – ปั่นส่วนผสมของแตงกวาจนเสร็จ จะได้น้ำแตงกวาพร้อมเนื้อแตงกวาที่หอมอร่อย
    – เป็นน้ำแตงกวาที่มีเนื้อแตงกวาปั่นกับน้ำแข็งรสชาตินุ่มลิ้น หอมหวานชื่นใจ

  • สูตรวิธีการทำน้ำแก้วมังกร พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำแก้วมังกร

    สูตรน้ำแก้วมังกร สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำแก้วมังกร

    – เนื้อแก้วมังกร 1 ถ้วย
    – น้ำเชื่อม 2 ถ้วยตวง
    – เกลือป่นเล็กน้อย
    – น้ำต้มสุก 2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำแก้วมังกร

    – ปอกแก้วมังกรออก เอาแต่ส่วนที่เป็นเนื้อขาวๆ จากนั้นหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆแล้วพักไว้
    – เตรียมสวนผสมอื่นๆ สำหรับปั่น โดยการนำเนื้อแก้วมังกรหั่นเทลงไปในโถพร้อมด้วยน้ำเชื่อม น้ำต้มสุกและเกลือป่นเล็กน้อย
    – ทำการปั่นจนเนื้อแก้วมังกรผสมกับน้ำเชื่อมจนเข้ากันดี จึงเทใส่แก้ว
    – รับประทานได้เลยหลังจากทำการปั่นเสร็จ หรือหากต้องการดื่มแบบเย็นๆ สามารถนำไปแช่ตู้เย็นก่อนได้

    สูตรน้ำแก้วมังกร สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำแก้วมังกร

    – เนื้อแก้วมังกร 200 กรัม
    – เนื้อแอปเปิ้ล 200 กรัม
    – มะนาว 1ถ้วย
    – น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
    – น้ำต้มสุก ½ ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำแก้วมังกร

    – นำแก้วมังกรมาปอกเปลือก พร้อมด้วยแอปเปิ้ล กะปริมาณของแก้วมังกรและแอปเปิ้ลให้เท่าๆกัน
    – หั่นแก้วมังกรและแอปเปิ้ลเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ เพื่อง่ายต่อการปั่นและให้ได้เนื้อที่ละเอียด
    – นำเนื้อแก้วมังกรและแอปเปิ้ลใส่ลงไปในเครื่องปั่นหรือเครื่องสกัดเย็น แล้วตามด้วยน้ำมะนาวลงไป เพิ่มความหอมหวานด้วยน้ำผึ้ง
    – ปั่นส่วนผสมต่างๆ ให้เข้ากัน หรือหากใช้เครื่องสกัดเย็น ก็ทำการสกัดจนเนื้อแก้วมังกรเข้ากัน แล้วเติมน้ำต้มสุกลงไปเล็กน้อย
    – ชิมรสชาติ ให้ได้ที่แก้วเทน้ำแก้วมังกรใส่แก้ว
    – สามารถทำดื่มได้ในทันที แช่ตู้เย็นเก็บไว้ก็ได้เช่นกัน เก็บไว้ทานได้หลายวัน

    สูตรน้ำแก้วมังกร สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำแก้วมังกร

    – เนื้อแก้วมังกร 2 ถ้วย
    – น้ำเชื่อม 2 ถ้วยตวง
    – น้ำหวานกลิ่นสละสีแดง 1 ถ้วย
    – นมข้นหวาน 2 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็ง ½ แก้ว
    – นมสด 1 ขวด
    – ใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง

    วิธีการทำน้ำแก้วมังกร

    – หั่นเนื้อแก้วมังกรให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ
    – นำเนื้อแก้วมังกรที่ได้ใส่ลงไปในโถปั่น ตามด้วยน้ำเชื่อม น้ำแข็ง นมสดและน้ำหวานกลิ่นสละตามจำนวนของผู้รับประทาน
    – ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน สามารถเพิ่มเติมน้ำแข็ง รสชาติความหวานหรือสีแดงจากน้ำหวานได้ ตามต้องการ
    – ปั่นอีกหนึ่งครั้งหลังจากเพิ่มเติมส่วนผสม แล้วทำการชิมรสชาติ
    – ได้เป็นน้ำแก้วมังกรปั่นสีชมพู พร้อมด้วยกลิ่นหอมของน้ำหวานและความหวานจากน้ำเชื่อม
    – เทใส่แก้วแล้วตกแต่งด้วยใบสะระแหน่เพื่อความสวยงาม
    – น้ำแก้วมังกรปั่นสีชมพู เหมาะกับการเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ทานได้ทุกเพศทุกวัย

  • สูตรวิธีทำน้ำเชอรี่ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำเชอรี่

    สูตรน้ำเชอรี่ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำเชอรี่

    – เชอรี่สด 1 กิโลกรัม
    – น้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตร
    – น้ำตาลทรายขาว 10 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำเชอรี่

    – นำผลเชอรี่สด 1 กิโลกรัมแช่ในน้ำเปล่าสะอาดทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
    – จากนั้นล้างให้สะอาดอีก 1-2 รอบ แล้วพักไว้บนกระชอน ทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำเล็กน้อย
    – เมื่อพักผลเชอรี่ทิ้งไว้จนสะเด็ดน้ำดีแล้ว ให้เด็ดก้านออกให้หมด แล้วใช้มีดแกะเมล็ดด้านในออก
    – นำเนื้อเชอรี่ที่แกะได้ใส่ลงในหม้อ แล้วเติมน้ำตาลทราย เกลือป่นและน้ำเปล่าสะอาดลงไป
    – คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วยกขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนระดับปานกลาง
    – ต้มน้ำเชอรี่ประมาณ 40 นาที ให้เนื้อเชอรี่นิ่ม จากนั้นก็ปิดไฟแล้วยกหม้อลงมาพักให้คลายความร้อนประมาณ 30 นาที
    – นำผ้าขาวบางมาวางบนกระชอนตาถี่บนหม้ออีกใบ แล้วเทน้ำเชอรี่ลงไปกรองเอาแต่น้ำ
    – จากนั้นก็บีบกากเนื้อเชอรี่ให้หมดน้ำ แล้วนำกากทิ้งไป
    – สำหรับการรับประทานน้ำเชอรี่นั้นจะตักรับประทานพร้อมน้ำแข็ง หรือจะกรอกใส่ขวดแล้วแช่เย็นก็ได้ตามความชื่นชอบเลยครับ

    สูตรน้ำเชอรี่ สูตรที่ 2 (น้ำเชอรี่คั้นสด)

    ส่วนผสมน้ำเชอรี่คั้นสด

    – ผลเชอรี่ 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทราย 5 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
    – น้าผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาวคั้นสด
    – เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีการทำน้ำเชอรี่คั้นสด

    – สำหรับน้ำเชอรี่สูตรนี้จะเหมาะกับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก และอยากทำน้ำผลไม้ไว้รับประทานเองนะครับ โดยจะใส่น้ำตาลที่น้อยลงกว่าปริมาณปกติ
    – เริ่มจากล้างผลเชอรี่ให้สะอาดแล้วดึงก้านออกให้หมด
    – จากนั้นก็ใช้มีดแกะเมล็ดออกให้หมดเลือกเอาแต่เนื้อ และเมื่อแกะเมล็ดออกจนหมดก็พักเนื้อใส่ถ้วยรอไว้ก่อนครับ
    – ต่อมาก็ต้มน้ำเชื่อม โดยผสมน้ำตาลทรายขาวกับน้ำให้เข้ากันแล้วยกขึ้นตั้งไฟ ต้มให้น้ำตาลทรายละลาย
    – พักน้ำเชื่อมไว้ให้คลายความร้อนลงก่อนแล้วเตรียมเครื่องปั่นน้ำผลไม้
    – ใส่เนื้อเชอรี่ลงในเครื่องปั่นอาหาร แล้วเติมน้ำเชื่อมลงไปประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ
    – ตามด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ
    – เติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อยประมาณหยิบมือ ระวังอย่าให้มีรสชาติเค็มมากเกินไป
    – จากนั้นก็กดปั่นส่วนผสมทุกอย่างให้ละเอียด จนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
    – เทน้ำเชอรี่ที่ปั่นเสร็จแล้วใส่ขวดแก้ว และนำไปแช่เย็นก่อนรับประทาน
    – โดยน้ำเชอรี่สูตรนี้สามารถนำไปรับประทานเป็นน้ำผลไม้ในมื้อเย็นเพื่อควบคุมน้ำหนัก หรือรับประทานหลังออกกำลังกายได้ครับ จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

  • สูตรวิธีทำน้ำข้าวโพด พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำข้าวโพด

    สูตรน้ำข้าวโพด สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำข้าวโพด

    – ข้าวโพด 2 ฝัก
    – น้ำนมข้าวโพด 1 ขวด
    – น้ำตาลทราย 200 กรัม
    – เกลือป่นเล็กน้อย
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำข้าวโพด

    – ปอกข้าวโพดที่อยู่ในฝักออกมาเป็นเมล็ดๆ เพื่อเตรียมสำหรับนำไปนึ่งให้สุก
    – นำน้ำข้าวโพดสำเร็จรูปที่เตรียมไว้ มาต้มให้พอเดือด แล้วใส่น้ำตาลทรายเพิ่มไปอีกนิดหน่อย เพื่อปรับรสชาติ
    – น้ำข้าวโพดที่นึ่งจนสุกแล้วมาสับให้ละเอียด แล้วนำลงไปต้มพร้อมกับน้ำข้าวโพดสำเร็จรูป
    – ต้มให้ส่วนผสมเดือดจนได้ที่ รอให้ส่วนผสมเย็นแล้วจึงนำไปใส่ในภาชนะบรรจุ
    – แช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้แก่น้ำข้าวโพด
    – เทใส่แก้ว เพื่อดื่มเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ

    สูตรน้ำข้าวโพด สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำข้าวโพด

    – ข้าวโพด 10 ฝัก
    – น้ำตาลทราย 2 กิโลกรัม
    – น้ำเปล่า 4 ลิตร
    – ใบเตย 1 มัดใหญ่ๆ

    วิธีการทำน้ำข้าวโพด

    – นำข้าวโพดดิบมาผ่านให้เมล็ดหลุดออกจากฝัก แล้วพักทิ้งไว้ เพื่อเตรียมต้มน้ำ โดยต้มน้ำให้เดือด แล้วใส่เมล็ดข้าวโพดลงไปต้มพร้อมใบเตย ปรุงด้วยน้ำตาลทรายเพิ่มความหวาน
    – เมื่อข้าวโพดเดือดแล้ว นำข้าวโพดที่ได้ลงในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียว จากนั้นนำไปคั้นเอาแต่น้ำ ทิ้งกากออก
    – นำส่วนที่เป็นน้ำมาต้มอีกรอบโดยใส่เกลือป่นลงไปเล็กน้อย ต้มให้เดือด
    – พักน้ำข้าวโพดที่ต้มจนเดือดไว้ให้เย็น
    – เมื่อน้ำข้าวโพดเย็นแล้ว นำไปแช่ตู้เย็น 30 นาทีจนเย็นได้ที่
    – นำมาเทใส่แก้วพร้อมสำหรับการเสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มแสนอร่อย

    สูตรน้ำข้าวโพด สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำข้าวโพด

    – ข้าวโพดฝัก 3 ฝัก
    – น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่า 400 มิลลิลิตร
    – เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีการทำน้ำข้าวโพด

    – ต้มข้าวโพดทั้งฝักให้สุก แล้วนำข้าวโพดที่สักมาฝานเอาแต่เนื้อ แล้วนำไปต้มกับน้ำตาลทรายจนได้ที่
    – จากนั้นนำเนื้อข้าวโพดต้มกับน้ำตาลทรายพักไว้ให้เย็น แล้วนำไปใส่เครื่องปั่น ปั่นให้เนื้อข้าวโพดเหลวเป็นน้ำ
    – ปั่นเสร็จจนละเอียดก็ทำการเติมน้ำต้มสุกและน้ำตาลทรายลงเล็กน้อย แล้วปั่นต่อให้ละเอียด เติมเกลือลงไปเล็กน้อย ชิมรสชาติ
    – เมื่อได้ที่แล้ว นำน้ำข้าวโพดที่ปั่นได้มาเทใส่แก้วหรือขวดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นจนเย็น
    – เมื่อเย็นแล้ว นำมาเทใส่แก้วพร้อมสำหรับรับประทาน
    – น้ำข้าวโพดปั่นที่ให้ความรู้สึกอิ่มท้องเวลาทาน บวกกับความหอมหวานของข้าวโพด แถมเนื้อที่สามารถเคี้ยวได้อีก ทำให้น้ำข้าวโพดเป็นอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจ เหมาะแก่การลองทำไปทำยามว่าง

  • สูตรวิธีทำน้ำพั้นซ์ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำพั้นซ์

    น้ำพั้นซ์
     

    สูตรน้ำพั้นซ์ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำพั้นซ์

    – น้ำหวานสีแดง ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำส้มสำเร็จรูป ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำเปล่าเย็นจัด 2 ถ้วยตวง
    – น้ำสัปปะรดสำเร็จรูป 6 ช้อนโต๊ะ
    – แคปตาลูปหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แอปเปิ้ลเขียว-แดงหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แตงโมหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำแข็งป่น
    – ใบมิ้นท์ (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีการทำน้ำพั้นซ์

    – ขั้นตอนแรกให้เตรียมโหลแก้ว หรือภาชนะที่จะใช้ผสมน้ำพั้นซ์ครับ
    – แล้วก็เริ่มเทน้ำหวานสีแดงลงไปในโหลก่อนเลย แล้วตามด้วยน้ำส้มสำเร็จรูป
    – จากนั้นก็เติมน้ำสัปปะรด น้ำเปล่าเย็นจัดลงไป แล้วคนส่วนผสมน้ำทั้งหมดให้เข้ากัน
    – หั่นแคนตาลูปเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ
    – และหั่นแอปเปิ้ลสีเขียวและสีแดงเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ โดยที่ไม่ต้องปอกเปลือกออก เพื่อเพิ่มสีสัน
    – ต่อมาก็หั่นแตงโมเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ เช่นกัน
    – เมื่อได้ผลไม้หั่นเต๋าจนครบแล้ว ก็ใส่ลงไปในน้ำพั้นซ์ที่ผสมรอไว้แล้วได้เลยครับ
    – ซึ่งถ้าชอบผลไม้ชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง สัปปะรด ลูกพีชสด ก็สามารถหั่นเต๋าชิ้นเล็กๆ แล้วใส่เพิ่มเข้ามาในเครื่องดื่มได้นะครับ
    – ขั้นตอนการจัดเสิร์ฟ ให้ตักน้ำแข็งใส่แก้วสวยงาม แล้วเติมน้ำพั้นซ์ลงไป โดยตักให้เนื้อผลไม้ลอยอยู่บนหน้าแก้ว แล้วตกแต่งด้วยใบมิ้นท์ เพิ่มความสวยงามชวนให้รับประทาน

    สูตรน้ำพั้นซ์ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำพั้นซ์

    – น้ำหวานสีแดง ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำส้มสำเร็จรูป ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำเปล่าเย็นจัด 2 ถ้วยตวง
    – น้ำสัปปะรดสำเร็จรูป 6 ช้อนโต๊ะ
    – แคปตาลูปหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แอปเปิ้ลเขียว-แดงหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แตงโมหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 3 ช้อนโต๊ะ
    – เยลลี่สีฟ้า 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำแข็งป่น
    – ใบมิ้นท์ (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีการทำน้ำพั้นซ์

    – ในขั้นตอนแรกให้เตรียมภาชนะที่จะใช้ผสม เช่น โหลแก้ว
    – จากนั้นก็เทน้ำหวานสีแดง น้ำส้ม น้ำสัปปะรดและน้ำเปล่าที่เย็นจัดใส่ลงไปในโหล
    – คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันก่อน แล้วนำไปพักรอในตู้เย็น
    – ระหว่างที่รอก็หั่นผลไม้ต่างๆ เริ่มจากหั่นแคนตาลูปให้เป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กแล้วพักไว้ถ้วย
    – หั่นแอปเปิ้ลสีเขียวและสีแดง โดยไม่ต้องปอกเปลือกออก แต่ก่อนหั่นต้องล้างผลแอปเปิ้ลให้สะอาด หั่นแอปเปิ้ลทั้ง 2 ชนิด เป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กแล้วพักใส่ถ้วยรอไว้
    – ตามด้วยหั่นแตงโมเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กเช่นกัน
    – หลังจากนั้นก็นำน้ำพั้นซ์ที่ผสมรอไว้ในตู้เย็นออกมา คนให้เข้ากัน
    – และใส่ผลไม้ที่หั่นชนิดต่างๆ ตามลงไป
    – เติมเยลลี่สีฟ้า เพิ่มความสดใสใส่ลงไป แล้วคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
    – ใส่น้ำแข็งป่นลงไปพอประมาณ เพื่อให้น้ำพั้นซ์มีความเย็นอยู่ตลอดเวลา
    – สำหรับการจัดเสิร์ฟให้ตักน้ำพั้นซ์ใส่แก้วสวยงาม แล้วตกแต่งด้วยใบมิ้นท์

    การขายน้ำพั้นซ์

  • สูตรวิธีทำน้ำใบเตย พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำใบเตย

    สูตรน้ำใบเตย สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำใบเตย

    – ใบเตยสด 10 ใบ
    – น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
    – น้ำตาลทราย 500 กรัม

    วิธีการทำน้ำใบเตย

    – นำใบเตยที่เตรียมไว้ล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำเกลือไว้ประมาณ 10 นาที
    – หั่นใบเตยตามแนวขวางออกเป็น 2 ส่วน แล้วทำการหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ
    – นำใบเตยส่วนแรกใบโขลกให้ละเอียดหรือปั่นก็ได้ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำใบเตยด้วยผ้าขาวบาง
    – ตั้งหม้อบนเตาไฟ เทน้ำและน้ำตาลทรายลงไป ขนจนส่วนผสมต่างๆเข้ากันจึงเทใบเตยคั้นน้ำลงไป ตามด้วยใบเตยอีกหนึ่งส่วนที่แยกไว้ เพื่อให้ได้ความหอมของกลิ่นใบเตย
    – เมื่อส่วนผสมเดือดได้ที่ เทส่วนผสมลงผ้าขาวบางและกรองเอาแต่น้ำ
    – ทิ้งน้ำใบเตยที่ได้ไว้ให้เย็น ก่อนนำเข้าแช่ตู้เย็น
    – ก่อนรับประทาน สามารถนำน้ำแข็งก้อนมาใส่แล้วเทน้ำใบเตยลงไปได้
    – สามารถทานน้ำใบเตยได้ทุกเวลา สามารถดับกระหายได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สดชื่นจากกลบิ่นและรสชาติของใบเตย

    สูตรน้ำใบเตย สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำใบเตย

    – ใบเตย 1 มัด
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำใบเตย

    – ล้างใบเตยให้สะอาด มัดเป็นกำแล้วยีใบเตยให้แตกหรือทุบก็ได้
    – เตรียมตั้งเตาไฟ ต้มน้ำให้เดือด ใส่ใบเตยยีลงไป 1 มัด ปิดฝาต้มจนใบเตยสุก
    – ใส่น้ำตาลลงไป ใส่แบบไม่ต้องมาก เพราะน้ำใบเตยที่อร่อยจะไม่หวานมาก เน้นความหอมของใบเตย
    – ต้มจนได้กลิ่นหอมของใบเตยลอยออกมาจากหม้อ จึงทำการปิดไฟ ยกลงจากเตา
    – นำน้ำใบเตยไปกรอง เอากากที่หลงเหลือออก แล้วพักไว้ให้เย็น
    – นำน้ำใบเตยที่ได้ใส่น้ำแข็ง ทานได้ในทันที จะได้ความหอมของใบเตยแท้ๆ

    สูตรน้ำใบเตย สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำใบเตย

    – ใบเตย 15 ใบ
    – อัญชัน 10 ดอก
    – น้ำเปล่า 1 ลิตร
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    – น้ำแข็งทุบ 500 กรัม

    วิธีการทำน้ำใบเตย

    – ล้างใบเตยให้สะอาด ตำใบเตยที่ล้างให้ละเอียด แล้วนำลงไปต้มรอจนเดือด
    – ระหว่างที่รอใบเตยเดือด ทำการคั้นน้ำอัญชันให้ได้สีน้ำเงิน จากนั้นนำน้ำมะนาวเทลงไป อัญชันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
    – เมื่อต้มใบเตยจนเดือด จึงนำไปกรองกับผ้าขาวบาง แล้วพักไว้
    – นำอัญชันที่คั้นผสมกับน้ำมะนาว ไปกรองกับผ้าขาวบาง เอาแต่น้ำ
    – นำใบเตยที่คั้นลงไปในหม้อแล้วเทน้ำอัญชันลงไป ต้มพอเดือดประมาณ 3 นาที
    – รอจนน้ำใบเตยเย็น
    – นำน้ำแข็งไปทุบใส่แก้ว และเทน้ำใบเตยผสมอัญชันลงไป
    – จะได้น้ำใบเตยผสมอัญชันสีออกม่วงๆที่น่ารับประทาน

  • สูตรวิธีทำน้ำกระเจี๊ยบ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำกระเจี๊ยบ

    น้ำกระเจี๊ยบ
     

    ส่วนผสมน้ำกระเจี๊ยบ

    – กระเจี๊ยบ 10 ผล
    – น้ำตาลทราย 500 กรัม
    – น้ำเปล่า 2 ลิตร

    วิธีการทำน้ำกระเจี๊ยบ

    – นำผลกระเจี๊ยบที่เตรียมๆตากแดดไว้สัก 2 วัน เพื่อให้กระเจี๊ยบแห้ง จากนั้นนำมาเด็ดผลกระเจี๊ยบออกเป็นชิ้นๆ แล้วพักไว้
    – เตรียมต้มน้ำ โดยเทน้ำลงหม้อต้ม ใช้ไฟปานกลาง รอจนน้ำเดือด ทำการใส่กระเจี๊ยบแห้งลงไป แล้วปิดฝาหม้อ รอให้น้ำเดือด
    – ในน้ำตาลทรายลงไป แล้วคนให้ละลาย จากนั้นต้มไปอีกสักพักจนได้กลิ่นกระเจี๊ยบหอมๆ
    – นำน้ำกระเจี๊ยบที่ๆได้เทลงบนผ้าขาวบาง เพื่อกรองเอาเนื้อกระเจี๊ยบที่ต้มออก
    – จากนั้น เทน้ำกระเจี๊ยบใส่ขวด แช่ตู้เย็นไว้จนเย็น
    – เมื่อต้องการรับประทาน สามารถนำมาใส่กับน้ำแข็งทานคู่กันได้

    สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำกระเจี๊ยบ

    – กระเจี๊ยบแห้ง 10 ผล
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – น้ำเปล่า 1 ลิตร

    วิธีการทำน้ำกระเจี๊ยบ

    – นำกระเจี๊ยบแห้ง 10 ผล มาใส่ลงในหม้อที่มีน้ำ 1 ลิตร แล้วตั้งบนเตาไฟที่เปิดไฟปานกลาง จากนั้นเทน้ำตาลทรายลงไป
    – ต้มให้เดือดโดยการคนส่วนผสมสักพัก ก่อนที่จะนำฝาหม้อมาปิดไว้ รอจนกระเจี๊ยบที่ต้มทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงๆ จึงเปิดฝาหม้อ แล้วคนอีกสักพัก
    – ยกหม้อลงจากเตา รอให้น้ำกระเจี๊ยบเย็น จึงทำการกรองเอากากออก จนเหลือแต่น้ำกระเจี๊ยบ
    – เวลาดื่มสามารถหาน้ำแข็งมาใส่ลงในแก้วแล้วเทน้ำกระเจี๊ยบลงไป เพื่อให้ได้ความเย็นและเพิ่มรสชาติ
    – เหมาะกับเป็นเครื่องดื่มคลายร้อน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี

    สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำกระเจี๊ยบ

    – กระเจี๊ยบผงสำเร็จรูป 1 ซอง
    – น้ำตาลทราย 300 กรัม
    – น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร

    วิธีการทำน้ำกระเจี๊ยบ

    – เป็นการทำน้ำกระเจี๊ยบแบบง่ายๆ โดยการนำกระเจี๊ยบผงสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไปมาใช้แทนกระเจี๊ยบแห้ง ที่อาจจะหาได้ยากในปัจจุบัน
    – นำผงกระเจี๊ยบมาเทลงในภาชนะที่ใส่ โดยกะปริมาณว่าต้องการชงมากน้อยเพียงใด สำหรับใช้ดื่มจำนวนกี่คน
    – ทำการต้มน้ำให้ร้อนจนเดือด เทผงกระเจี๊ยบลงไป คนให้ละลาย ตามด้วยน้ำตาลทราย แล้วคนให้ละลาย ปิดฝารอจนเดือด ทำการชิมรสชาติ หากชอบหวานสามารถเติมน้ำตาลทรายลงไปได้อีก เพราะกระเจี๊ยบจะมีรสชาติออกเปรี้ยวๆนำ
    – เมื่อต้มจนน้ำกระเจี๊ยบเดือดได้ที่แล้ว ยกหม้อลงจากเตา ทิ้งไว้จนน้ำอยู่ในอุณหภูมิปกติ
    – นำน้ำกระเจี๊ยบที่ได้กรอกใส่ขวด เตรียมแช่ตู้เย็น หรือหากต้องการดื่มแบบทันใจ สามารถใส่น้ำกระเจี๊ยบกับน้ำแข็งได้ทันที

    การขายน้ำกระเจี๊ยบ

  • สูตรวิธีทำน้ำมะม่วง พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำมะม่วง

    สูตรน้ำมะม่วง สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำมะม่วง

    – มะม่วงสุก 1 ผล
    – น้ำต้มสุกที่แช่เย็นแล้ว 1 ถ้วยตวง
    – น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำมะม่วง

    – ปอกเปลือกมะม่วงสุกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ จะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ เพราะเนื้อมะม่วงนิ่ม ไม่ลำบากต่อการปั่น
    – นำมะม่วงที่หั่นเทลงไปพร้อมกับน้ำเชื่อมและน้ำต้มสุกที่แช่เย็นแล้ว ใช้น้ำต้มจะเป็นการช่วยฆ่าเชื่อโรคก่อนนำมาทำการปั่น
    – ปั่นส่วนผสมต่างๆให้เข้ากัน
    – ใส่เกลือกป่นลงไป แล้วปั่นต่อ จากนั้นทำการชิมรสชาติให้ได้ที่
    – เทน้ำมะม่วงปั่นที่ได้ลงในแก้วแล้วแช่ตู้เย็นต่อ เพื่อความอร่อยหรือจะรับประทานเลยก็ได้
    – เสร็จสิ้น เสิร์ฟได้ทันที ง่ายๆกับขั้นตอนการทำน้ำมะม่วงปั่นที่แสนง่ายดาย

    สูตรน้ำมะม่วง สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำมะม่วง

    – มะม่วงสุก 1 ผล
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
    – น้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง
    – เกลือ ¼ ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำมะม่วง

    – นำมะม่วงสุกที่คัดเลือกมาปอกเปลือก แล้วล้างน้ำเปล่า พยายามล้างแบบให้น้ำไหลผ่าน อย่าถูเนื้อมะม่วงแรงเกินไป และอย่าล้างนาน เพราะจะทำให้เนื้อมะม่วงจืด
    – หั่นมะม่วงเอาแต่ส่วนที่เป็นเนื้อให้หมด แล้วเอาเมล็ดทิ้ง
    – เทมะม่วงหั่นกับน้ำอุ่น น้ำตาลทรายและเกลือลงไป ปั่นส่วนผสมไปจนเข้ากัน ลองดูว่าเนื้อมะม่วงเหลวมากน้อยเพียงใด ถ้าข้นเกินก็สามารถใส่น้ำลงไปได้ ถ้าน้ำมะม่วงเหลวเกินไป สามารถใส่เนื้อมะม่วงเพิ่มได้อีก
    – ชิมรสชาติแล้วเทใส่แก้ว
    – แช่ตู้เย็นให้เย็นน่าทาน เสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มเย็นๆแก้ร้อนได้ แถมได้ประโยชน์จากมะม่วงอีกด้วย

    สูตรน้ำมะม่วง สูตรที่ 3 (น้ำมะม่วงปั่น)

    ส่วนผสมน้ำมะม่วงปั่น

    – มะม่วงสุก 1 ลูก
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    – โยเกิร์ต 1 ถ้วย
    – น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำแข็งบด 1 ถ้วย
    – เกลือป่น

    วิธีการทำน้ำมะม่วงปั่น

    – ปอกเปลือกและหั่นมะม่วงสุกลงไปในโถปั่น ตามด้วยน้ำเชื่อมมากน้อยตามต้องการ น้ำแข็งบด เกลือป่น แล้วปั่นให้ละเอียด
    – ใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป 1 ถ้วยแล้วใส่น้ำมะนาวลงไป ทำการปั่นส่วนผสมอีกรอบ
    – ดูว่าเนื้อของมะม่วงละเอียดได้ที่หรือยัง หากยังทำการเติมส่วนผสมที่ขาดลงไปตามความเหมาะสม
    – ปั่นอีกรอบเพื่อให้เข้ากัน แล้วเทใส่แก้วหรือภาชนะที่เป็นโถใหญ่ๆ
    – ได้เป็นน้ำมะม่วงที่ปั่นเสร็จแล้ว เพิ่มความอร่อยด้วยการนำไปแช่ตู้เย็นเป็นเวลา 15 นาที
    – นำน้ำมะม่วงที่ได้เทใส่แก้ว ตกแต่งด้วยชิ้นเนื้อมะม่วงสุกที่เหลือไว้บนหน้าก็ได้
    – สามารถทานน้ำมะม่วงปั่นแสนอร่อยได้ในหน้าร้อนนี้ พร้อมยังสามารถเคี้ยวเนื้อมะม่วงหอม อร่อยที่มีในแก้วได้อีกด้วย

  • สูตรวิธีทำน้ำลิ้นจี่ปั่น พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำลิ้นจี่ปั่น

    น้ำลิ้นจี่ปั่น
     

    สูตรน้ำลิ้นจี่ปั่น สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – เนื้อลิ้นจี่ 500 กรัม
    – น้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร
    – สีผสมอาหารสีชมพู 1 ซอง
    – น้ำตาลทราย 200 กรัม
    – กรดมะนาว 1 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – แกะเนื้อลิ้นจี่ออกมาแล้วทำการปั่นให้ละเอียด แล้วนำไปต้มกับน้ำสะอาด รอจนน้ำเดือด
    – ใส่น้ำตาลทรายลงไป พร้อมกับกรดมะนาวและสีผสมอาหารลงไป ต้มให้เนื้อลิ้นจี่ส่งกลิ่นหอม จากนั้นนำน้ำลิ้นจี่ที่ต้มไปกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาเนื้อออก
    – จะได้เป็นน้ำลิ่นจี่สีออกชมพูๆ นำไปพักให้เย็น
    – บรรจุน้ำลิ้นจี่ใส่ขวดหรือเทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งแล้วดื่มได้ทันที
    – หากต้องการทานเนื้อลิ้นจี่ สามารถนำเนื้อลิ้นจี่ที่ทำการกรองในขั้นตอนต้นๆมาใส่กับน้ำลิ้นจี่ที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เช่นกัน

    สูตรน้ำลิ้นจี่ปั่น สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – เนื้อลิ้นจี่กระป๋อง 1 กระป๋อง
    – น้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่ 3 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบด 1 แก้ว
    – น้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร

    วิธีการทำน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – เปิดฝากระป๋องลิ้นจี่ออก เอาแต่เนื้อลิ้นจี่ แล้วเตรียมน้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่ 2 ถ้วยตวง
    – นำน้ำแข็งบดเทใส่เครื่องปั่น แล้วตามด้วยน้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่และเนื้อลิ้นจี่ จากนั้นทำการปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน
    – เทน้ำเชื่อมลงไป เพื่อเพิ่มรสชาติ แล้วปั่นต่อสักพัก
    – เทน้ำลิ้นจี่ใส่แก้วที่เตรียม จากนั้นนำเนื้อลิ้นจี่มาตกแต่งให้สวยงาม
    – ได้น้ำลิ้นจี่ที่แสนอร่อยด้วยขั้นตอนการทำที่ง่ายดาย

    สูตรน้ำลิ้นจี่ สูตรที่ 3 (ไม่ปั่น)

    ส่วนผสมน้ำลิ้นจี่

    – ลิ้นจี่ 15 ผล
    – น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม
    – น้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร
    – น้ำแข็งทุบ 2 ถ้วย

    วิธีการทำน้ำลิ้นจี่

    – ปอกลิ้นจี่ทั้ง 15 ผล โดยหั่นลิ้นจี่ให้เป็นชิ้น 5 ผล เพื่อใส่ลงไปในน้ำลิ้นจี่ อีก 10 ผลไว้สำหรับต้มเอาน้ำ
    – ตั้งหม้อใส่น้ำตามที่ต้องการ รอจนน้ำเดือด ทำการใส่น้ำตาลทรายขาวลงไป คนจนน้ำตาลละลาย ใส่ลิ้นจี่ลงไปแล้วคนไปพร้อมๆ กับน้ำตาลที่ละลายดี
    – ระหว่างคน สามารถใช้ทัพพีกดน้ำลิ้นจี่ให้แตกออก เพื่อให้น้ำลิ้นจี่ออกมาผสมกับน้ำตาลทรายที่ละลายดีแล้ว
    – เมื่อน้ำเดือดจนได้กลิ่นลิ้นจี่แล้ว ยกน้ำลิ้นจี่ที่ได้ลงจากเตา รอให้เย็น แล้วกรองเอาเนื้อลิ้นจี่ออกด้วยผ้าขาวบาง
    – ระหว่างที่กรอง สามารถบีบผ้าขาวบางที่มีเนื้อลิ้นจี่อยู่ เพื่อคั้นเอาน้ำที่มีอยู่ในเนื้อลิ้นจี่ พักไว้สักครู่
    – นำน้ำแข็งก้อนมาทุบให้ละเอียด แล้วเทใส่แก้ว ตามด้วยน้ำลิ้นจี่ที่พักไว้
    – ใส่เนื้อลิ้นจี่ที่หั่นลงไปตบท้าย พร้อมสำหรับเสิร์ฟเป็นน้ำผลไม้ที่น่าทาน

     

    การขายน้ำลิ้นจี่ปั่น

error: Content is protected !!