Author: admin

  • สูตรวิธีทำขนมเสน่ห์จันทร์ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมเสน่ห์จันทร์

     

    สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
    – แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
    – ผงจันทน์เทศป่น 1/2 ช้อนชา
    – หัวกะทิ 4 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
    – ไข่ไก่ 4 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)
    – น้ำตาลปี๊บสำหรับทำขั้วผลจันทน์
    – เทียนอบขนม

    วิธีการทำขนมเสน่ห์จันทร์

    – ขั้นตอนแรก เราจะเริ่มจากการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และผงจันทน์เทศป่นเข้า ด้วยกัน นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าดี จากนั้นก็พักไว้
    – เปิดไฟตั้งหม้อใช้ไฟอ่อน แล้วใส่หัวกะทิและน้ำตาลทรายใส่หม้อ ค่อย ๆ คนจนน้ำตาลละลายไปในน้ำกะทิจนไม่มีเกล็ดน้ำตาล เสร็จแล้วก็เอาน้ำกะทิมากรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำกะทิที่ใสไม่มีเกล็ดน้ำตาล นำน้ำกะทิที่ได้ไปผสมกับแป้ง ที่เตรียมไว้
    – แล้วนำส่วนผสมที่ได้ ไปตั้งบนไฟอีกครั้งให้ใช้ไฟอ่อน แล้วค่อยๆกวนจนส่วนผสมข้นดีแล้วจึงยกลง
    – ต่อมาเราจะทำการใส่ไข่แดงทีละฟอง คือเราต้องตอกไข่แล้วเลือกเฉพาะไข่แดงไม่เอาไข่ขาว โดยใส่ไข่แดงลงไปในส่วนผสมแป้งน้ำตาลกะทิแล้วคนทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วก็ไปตั้งไฟโดยใช้ไฟอ่อนอีกครั้ง ทำการกวนต่อจนส่วนผสมทั้งหมดมีการจับตัวเหนียวให้พอปั้นได้ แล้วจึงปิดไฟ
    – จากนั้นเราจะปั้นส่วนผสมที่ได้มาเป็นทรงกลม ลักษณะจะคล้ายผลจันทน์ แล้วแต่งจุกด้วย น้ำตาลปี๊บเคี่ยวเสร็จแล้วจึงนำมาหยอด ให้มีลักษณะคล้ายจุกบนผลจันทน์
    – เมื่อได้ขนมที่ปั้นและแต่งลักษณะคล้ายผลจันทน์แล้ว เราจะนำขนมไปอบควันเทียน เสร็จแล้วสามารถนำไปรับประทานได้ทันที หรือจะเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อจะรับประทานภายหลังก็ได้

    สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
    – ไข่ไก่ 2 ฟอง
    – ผงจันป่น 1/2 ช้อนชา
    – สีผสมอาหารสีเหลือง

    วิธีการทำ ขนมเสน่ห์จันทน์

    – เราจะเริ่มทำขนมเสน่ห์จันทน์ด้วยการผสมแป้งทั้งสองชนิด คือแป้งข้าวเจ้ากับแป้งข้าวเหนียวเข้าด้วยกัน เมื่อผสมจนแป้งทั้งสองชนิดเข้ากันดีแล้ว ก็ทิ้งไว้ก่อน
    – จากนั้นก็ตั้งไฟโดยให้ใช้ไฟแบบอ่อน ๆ แล้วผสมหัวกะทิกับน้ำตาลลงในหม้อ ค่อย ๆ กวนน้ำตาลให้ละลาย ต้องระวังอย่าให้น้ำตาลไหม้ เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้วเราก็จะกรองหัวกะทอด้วยผ้าขาวบาง แล้วจะนำกะทิที่ไปผสมกับแป้งและผงจันป่นสีเหลือง
    – จากนั้นเราก็จะนำส่วนผสมที่ได้ไปตั้งไฟอ่อน แล้วค่อย ๆ กวนจนส่วนผสมทั้งหมดจับตัวเป็นก้อน อย่าลืมต้องค่อย ๆ กวนและไฟต้องอ่อน เพื่อไม่ให้ส่วนผสมไหม้ติดหม้อ เมื่อกวนเสร็จแล้วก็ปิดไฟพักไว้
    – แล้วให้นำไข่ไก่หรือไข่เป็ดมาตอกเอาแต่ไข่แดง โดยไข่เป็ดสีของขนมจะสวยกว่าไข่ไก่ แต่จะมีกลิ่นคาวมากกว่าไข่ไก่ นำไข่แดงที่ได้ไปใส่ในหม้อที่มีส่วนผสมอยู่ ให้ใส่ขณะที่ส่วนผสมทั้งหมดยังร้อน รีบคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันแล้วยกลง
    – เมื่อทิ้งขนมจนคลายร้อน พอให้ขนมอุ่นปั้นได้ ให้ปั้นเป็นทรงกลมคล้ายรูปผลจันทน์ ตรงขั้วผลใช้น้ำตาลเคี่ยวสีน้ำตาลหยอดเป็นจุก โดยลักษณะที่ดีของขนมเสน่ห์จันทน์นั้นจะมีสีเหลืองทอง สวยงาม ขนมจะแห้งแต่ไม่ควรแข็งและเหนียว รสชาติของขนมหวาน หอม และมัน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รับประทานได้

    สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – แป้งข้าวเหนียว 1/4 ถ้วย
    – แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
    – กะทิ-กล่อง (แยก 1/2 ถ้วยไปผสมไข่แดง) 1 1/2 ถ้วย
    – ไข่แดงไข่ไก่ (ผสมกะทิ 1/2 ถ้วย) 1 ฟอง
    – ผงลูกจันทน์ป่น 1 ช้อนชา
    – ผงโกโก้ 1 ช้อนชา
    – ผ้าขาวบาง ถาดใส่ผ้าชุมน้ำวางข้างกระทะที่กวนขนม

    วิธีการทำขนมเสน่ห์จันทน์

    – นำอ่างมาใส่ส่วนผสมทั้งแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ผงจันทน์ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นให้ค่อย ๆ ใส่กะทิ 1 ถ้วย แล้วทำการคนส่วนผสมให้เข้ากันด้วยพายยาง ค่อย ๆ เพื่อให้น้ำตาลละลาย
    – จากนั้นให้ตอกไข่ไก่แล้วเลือกใช้เฉพาะไข่แดง นำไข่แดงที่ได้มาผสมกะทิ 1/2 ถ้วย แล้วคนไข่แดงกับกะทิให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมากรองด้วยผ้าข้าวบาง
    – นำกะทิที่ผสมไข่แดงมาเทใส่กระทะทอง ให้ใช้ไฟอ่อน ๆ ทำการกวนช้าๆ เป็นวงกลม เมื่อส่วนผสมทั้งหมกเริ่มข้นขึ้น ให้กวนอีกแบบคือแบบชักไปขึ้นลงช้าๆ แต่ไม่กระชาก
    – ระหว่างการกวนขนมนั้น ให้ลองใช้มือแตะข้างกระทะทองเพื่อทำการตรวจดูอุณหภูมิ ถ้ากระทะร้อนเกินมือจับได้ ให้ยกลงวางบนถาดที่มีผ้าเปียกน้ำ แล้วก็กวนขนมต่อไป จนเมื่อกระทะเริ่มเย็นตัวลง แล้วถึงยกขึ้นตั้งไฟใหม่ ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต้องใช้เวลากวนประมาณ 1 1/2 ชม
    – จากนั้นเราจะได้แป้งข้นเหนียว แบ่งแป้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อผสมผงโกโก้ แล้วมาทำเป็นขั้วจุก แล้วนำส่วนที่เหลือไปกวนต่อเล็กน้อย แล้วถึงยกลงจากเตาได้
    – ให้ปั้นขนมเป็นก้อนกลม ทำให้เป็นรอยบุ๋มเล็กน้อยตรงกลาง ส่วนที่ผสมโกโก้นั้นจะเป็นขั้วจุกสามแฉกใส่ตรงกลางลูก หรือปั้นเป็นเส้นเล็กๆ แล้วขดเป็นวงกลมแปะด้านบนก็ได้ อาจอบควันเทียนเพื่อให้ขนมมีความหอม ลักษณะขนมที่ได้นั้น ลักษณะเนื้อขนมด้านๆ เป็นเนื้อทราย เรียบร้อยแล้วก็จัดใส่จานพร้อมรับประทาน

  • สูตรวิธีทำขนมสามเกลอ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมสามเกลอ

     

    สูตรขนมสามเกลอ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – มะพร้าวทึนทึกขูด 2 ถ้วยตวง
    – ถั่วทอง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ
    – ผงฟู 1 ช้อนชา
    – น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ
    – กะทิข้น 3/4-1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    – น้ำมันสำหรับทอด 3 ถ้วยตวง

    วิธีการทำ

    – นำถั่วทองใส่รังถึงนึ่งประมาณ 50 นาที จากนั้นจึงนำมาการบดให้ละเอียด
    – นำกระทะทองเหลืองมา แล้วใส่มะพร้าวทึนทึกขูดและน้ำตาลปี๊บลงไปทำการคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งสอง โดยเติมน้ำสะอาดลงไปประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ ยกขึ้นตั้งไฟกวนให้เข้ากันจนเหนียวข้นแล้วใส่ถั่วลงไป กวนอีกครั้งให้ถั่วเข้ากับส่วนผสม จนหมดเหนียวหนืด ยกลงมาพักให้เย็น
    – ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดประมาณหัวแม่มือ จับวางให้ติดกันแน่น 3 ลูก ทำไปเรื่อยๆ จนแป้งครบทั้งหมด
    – จากนั้น นำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว ผงฟู มาผสมรวมกันแล้วร่อนส่วนผสมทั้งหมด 2 ครั้ง แล้วคลุกเคล้าด้วยมืออีกรอบ เมื่อเสร็จขั้นตอนการคลุกเคล้า ให้โกยแป้งออกมารอบๆ เพื่อทำหลุมกลางชาม
    – ผสมน้ำปูนใส กะทิ เกลือ ให้เข้ากันแล้วเทลงในหลุมแป้ง กลบแป้งรอบๆลงมาปิดแล้วคนคลุกเคล้าให้เข้ากันดีหมดทุกอย่าง อย่าให้แป้งเหลว
    – ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน นำขนมที่ปั้นติดกัน 3ลูก มาชุบแป้งให้ทั่ว ควรให้แป้งหนาและหุ้มให้มิดไส้ขนมแล้วทอดในน้ำมัน จนขนมมีสีเหลือง ตักขึ้นใส่ถาด เสร็จวิธีการทำค่ะ

    สูตรขนมสามเกลอ สูตรที่ 2

    แบ่งส่วนผสมออกเป็น 4 ส่วน

    – ตัวไส้
    – แป้งหุ้ม
    – แป้งชุบทอด
    – ร่างแหสำหรับหุ้มขนม

    ส่วนผสมไส้ขนม

    – มะพร้าวทึนทึกขูด 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วยตวง
    – ถั่วทองคั่วบด 1/2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำ

    – นำมะพร้าวทึนทึกขูดและน้ำตาลมะพร้าวมากวนรวมกันให้เหนียว ถ้าส่วนผสมแห้งให้ค่อยใส่น้ำประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะได้
    – กวนให้เหนียวเป็นยางมะตูม ใส่ถั่วทองลงไป กวนให้เข้ากัน ยกลงพักไว้รอให้ส่วนผสมไส้ขนมเย็นลงก่อน จึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดนิ้วหัวแม่มือวางเรียงไว้ในถาด

    ส่วนผสมแป้งหุ้ม

    – แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง

    วิธีการนวดแป้ง

    – นำชามมาแป้งข้าวเหนียวแล้วเติมน้ำทีละนิด หรือประมาณทีครึ่งช้อนโต๊ะ แล้วนวดแป้งให้เป็นก้อนจนล่อนไม่ติดมือ
    – ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมใหญ่แล้วแผ่แป้งออกให้แบนและหนา นำไส้วางลงบนแป้งแล้วห่อให้มิดชิดทั้งหมดห้ามมีรอยรั่วเด็ดขาด เพราะถ้ามีรอยรั่วรอยแตกเวลานำไปทอดไส้ขนมจะระเบิดออกมา เมื่อทำจนครบแล้วนำขนม 3 ลูก มาประกบเข้าหากันบีบเบาๆให้ขนมติดกันให้ดีเวลาทอดจะได้ไม่หลุดออกจากกัน เสร็จแล้วให้นำผ้าขาวบางมาคลุมปิดไว้

    – หมายเหตุ : ขั้นตอนดังกล่าวถือว่าเป็นการเสร็จสิ้นการทำขนมสามเกลอ แต่จะขอเพิ่มเติมอีกกระบวนการทำอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการห่อขนมด้วยแหหรือตาข่ายที่ทำจากไข่ ซึ่งจะประดับเพื่อความสวยงาม ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่จะขอแนะนำเอาไว้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ดังนี้

    ส่วนผสมตาข่ายหรือแหห่อขนมสามเกลอ

    – ไข่เป็ดหรือไข่ไก่ 6 ฟอง
    – น้ำมันพืช 1/4 ถ.
    – สีอ่อนๆตามชอบ สัก 3-4 สี เช่น ชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน ส่วนสีเหลืองจะได้จากสีของไข่อยู่แล้ว ใช้แค่สีละ 1-2 หยดเท่านั้น

    วิธีการทำ

    – นำถ้วยมา 3 ใบ ตีไข่ในถ้วย ใช้ไข่ 2 ฟองต่อถ้วย 1 ใบ ใส่สี1-2หยด ต่อถ้วย แยกไว้
    – ทาน้ำมันเคลือบให้ทั่วกระทะนำขึ้นตั้งไฟอ่อน
    – ใช้มือจุ่มไข่ขึ้นมานำไข่โรยในกระทะโรยไปมาทำให้เป็นตารางสี่เหลี่ยมเหมือนตาข่ายหรือแห ให้เต็มกระทะ มือใหม่ควรใช้กระทะทรงแบน นะคะ
    – เมื่อไข่สุกแล้ว แซะขึ้นมาวางเรียงซ้อนกันไว้ก่อน ขั้นตอนนี้ห้ามทอดไข่ให้กรอบเพราะเวลานำไปหุ้มขนมแหหรือตาข่ายนี้อาจแตกหมด

    วิธีการหุ้มขนม

    – การหุ้มขนมวิธีแรก นำแหหรือตาข่ายมาห่อขนมโดยห่อให้เป็นทรงสูงเหมือนถุงเงินโบราณ รัดด้วยตอกเบาหรือไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟัน แทงในรูตาข่าย ที่ปากถุง ต้องทำอย่างเบามือ เหลือปลายส่วนบนไว้นิดหน่อย จะได้ถุงห่อขนมสวยๆ ครับ

    สูตรขนมสามเกลอ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแป้งสำหรับชุบทอด

    – แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – ไข่แดง 1 ฟอง
    – น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วยตวง
    – กะทิคั้นด้วยน้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง

    วิธีการทอดขนม

    – นำน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อน ให้เปลี่ยนเป็นไฟอ่อน
    – นำขนมที่ปั้นและประกบเป็น 3 ก้อนติดกัน ชุบลงในแป้งให้ทั่ว แล้วนำไปทอดในน้ำมันให้สุกมีเหลืองทองตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

    ส่วนผสมร่างแหสำหรับหุ้มขนม

    – ไข่เป็ด หรือไข่ไก่ 5 ฟอง
    – น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย

    วิธีการทำ

    – ตีไข่ กรองด้วยประชอน วางพักไว้ก่อน
    – ทาน้ำมันให้ทั่วกระทะ ลักษณะให้น้ำมันเคลือบหน้ากระทะ แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน
    – ใช้มือและนิ้วทั้ง 5 นิ้วคือ จุ่มไข่แล้วโรยในกระทะ ซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ขึ้นและลง ไปมา ให้เป็นตารางสี่เหลี่ยมให้เต็มกระทะ
    – พอไข่สุกรีบแซะขึ้นอย่าให้กรอบเพราะจะนำไปหุ้มขนมไม่ได้

    วิธีการหุ้มขนม

    – ใช้ไม้จิ้มฟันเสียบที่ขนมทั้งสามลูกที่เป็นแพติดกัน ให้ไม้จิ้มฟังมีลักษณะตั้งเป็นเสาสามเหลี่ยม
    – นำไข่ที่เป็นร่างแหแล้วมาหุ้มขนมที่เสียบไม้ ใช้ส่วนกลางของร่างแหเสียบไปบนปลายไม้ แล้วห่อหุ้มขนม โดยการให้ร่างแหคลุมขนมลงมาทั้งหมด ควรทำสัก 2-3 ชั้น จนกว่าจะไม่เห็นไม้
    – เก็บร่างแหโดยสอดส่วนปลายลงเก็บไว้ใต้ขนมให้หมด ทำให้เรียบสวย

  • สูตรวิธีทำขนมสาลี่ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมสาลี่

     

    สูตรวิธีการทำขนมสาลี่ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 300 กรัม
    – ไข่เป็ด 10 ฟอง
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
    – มะนาว
    – เกลือ
    – สีผสมอาหาร สีที่เจ้าตัวเล็กชื่นชอบ
    – ลูกเกด หรือผลไม้เชื่อมชิ้นเล็กๆ
    – ถาดสำหรับนึ่งขนม
    – แม่พิมพ์ขนม

    วิธีการทำขนมสาลี

    – ตีไข่เป็ดทั้ง 10 ฟองให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวงลงไปแล้วตีพร้อมๆกับไข่เป็ด ตีไปสักประมาณ 10 – 15 นาที จนไข่ฟูขึ้นเป็นสีขาวนวล ขากนั้นเติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และเกลือ ¼ ช้อนชา ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
    – ทำการร่อนแป้งสาลีให้ละเอียด จากนั้นใส่แป้งลงไปในส่วนผสมที่ตีไว้ ทำการคนส่วนผสมทั้งหมดเบาๆ จนเข้ากัน
    – เติมสีผสมอาหารลงไปตามความชอบ ยิ่งเป็นสีผสมอาหารจากธรรมชาติยิ่งปลอดภัยต่อร่างกาย จากนั้นคนเบาๆ จนเนื้อแป้งเป็นสีเดียวกัน
    – ทำการวางแม่พิมพ์เรียงกันในถาดนึ่งขนม แล้วเทแป้งที่ผสมเรียบร้อย ลงในแม่พิมพ์แต่ละอัน ทำการตกแต่งหน้าขนมสาลีด้วยการเติมลูกเกดหรือผลไม้เชื่อมลงบนแป้งขนมตามใจชอบ หรืออาจจะไม่ใส่เลยก็ได้
    – ต้มน้ำในหม้อนึ่งให้เดือด แล้วนำถาดขนมลงไปนึ่ง ประมาณ 15-20 นาที สามารถใช้ลังถึงนึ่งขนมก็ได้เช่นกัน
    – เมื่อผ่านไป 20 นาที ลองเอาไม้ หรือส้อมจิ้มๆดู เพื่อสังเกตุว่าขนมสุกได้ที่หรือยัง จากนั้นก็เอาขึ้นจากหม้อนึ่ง มาพักไว้สักครู่
    – เตรียมการจัดขนมใส่ภาชนะให้สวยงาม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรับประทาน

    สูตรวิธีการทำขนมสาลี่ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง
    – ไข่เป็ด 10 ฟอง
    – สีผสมอาหารตามใจชอบ เช่น สีเขียว – ใบเตย, สีม่วง – ดอกอัญชัญ
    – ลูกเกด (สำหรับแต่งหน้าขนม)

    วิธีการทำขนมสาลี่

    – ตอกไข่เป็ดใส่ชาม แล้วใช้ส้อมตีแรงๆ ระหว่างตีนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายลงไปด้วย ตีไข่จนขึ้นเป็นสีขาวนวลแล้วพักไว้

    – ร่อนแป้งสาลี แล้วนำไปผสมในไข่ที่ตีไว้แล้ว จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากันเบาๆจนแป้งละลายดีจึงใส่สีผสมอาหารลงไป การใส่สีผสมอาหารไม่ควรใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้ขนมดูสีเข้มเกินไปน่ารับประทานและควรผสมให้เป็นสีโทนอ่อน เช่น สีชมพู สีเขียวอ่อน สีขาว ฯลฯ จะทำให้ขนมดูน่ารับประทานมากกว่าสีเข้ม

    – นำกระดาษปูลงในถาดที่จะใช้นึ่งขนม จากนั้นเทแป้งลงในถาดหรือแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้ก็ได้ และแต่งหน้าด้วยลูกเกด แต่งมากน้อยได้ตามความชื่นชอบ

    – ตั้งหม้อนึ่งรอจนน้ำเดือด จึงนำถาดหรือแบบพิมพ์ ที่ใส่แป้งลงไปนึ่ง ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หากใส่แป้งหนาเกินไปอาจจะต้องใช้เวลาในการนึ่งนานขึ้นประมาณ 20-25 นาที เมื่อสุกดีแล้วจึงยกลง

    – ทิ้งไว้ให้ขนมเย็นสักพัก จากนั้นทำการตัดเป็นชิ้นๆ จัดใส่จานเสิร์ฟ สามารถรับประทานได้เลย ระวังอย่าให้ขนมสัมผัสอากาศนานๆ เพราะจะทำให้ขนมสาลีแข็ง

    สูตรวิธีการทำขนมสาลี่ สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ไข่ไก่ 3 ฟอง
    – แป้งสาลีตราบัวแดง 400 กรัม
    – น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
    – ครีมสด 1ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    – สีผสมอาหารตามความชอบ
    – กลิ่นน้ำหอมผสมอาหาร
    – น้ำเย็น 1/2 ถ้วย
    – เม็ดมะม่วงหิมะพานต์
    – แบบพิมพ์รองขนม(ถ้ามี)

    วิธีการทำขนมสาลี่

    – นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้ น้ำเย็น น้ำตาลทรายมาผสมพร้อมๆกัน ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนมีลักษณะขึ้นฟู จากนั้นจึงนำครีมสด สีผสมอาหารและแต่งกลิ่นผสมอาหาร ตีจนไข่ไก่ขึ้นฟูเป็นสีขาวนวล แล้วพักไว้
    – ร่อนแป้งสาลีตราบัวแดงเพื่อให้สิ่งสกปรกออก จากนั้นก็ผสมแป้งสาลีที่ร่อนเสร็จแล้วลงไปในส่วนผสมไข่ไก่ที่ตีจนขึ้นฟูจนแป้งเข้ากันดี
    – นำส่วนผสมที่เข้ากันใส่ลงไปในหม้อนึ่งแล้วนำไปนึ่ง การเทส่วนผสมควรเทไม่ให้หนาเกินไป เพราะจะทำให้ต้องใช้เวลานึ่งนาน สามารถเทส่วนผสมที่เข้ากันแล้วลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ก็ได้ หากมี เพื่อให้ได้รูปทรงขนมสาลี่ที่สวยงาม
    – นึ่งแป้งเป็นเวลาประมาณ 15 นาที เมื่อแป้งเริ่มสุก ให้ใช้ส้อมเขี่ยๆดูว่าแป้งแตกฟูหรือยัง ถ้าแป้งสุกแตกฟูแล้วก็นำขึ้นมาพักไว้ให้คลายความร้อน แต่อย่าพักแป้งนานจนเกินไป เพราะจะทำให้ขนมสาลี่แข็ง ไม่อร่อย
    – ตกแต่งหน้าตาของขนมสาลีให้สวยงามด้วยเม็ดมะม่วงหิมะพานต์
    – ตัดขนมสาลีที่ตกแต่งเรียบร้อยให้สวยงาม จัดใส่จานเตรียมพร้อมเสิร์ฟ ทานเป็นขนมทานเล่นได้ทุกเวลา

  • สูตรวิธีทำขนมหน้านวล พร้อมคำแนะนำในการขายขนมหน้านวล

     

    ขนมหน้านวล หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าขนมทองโปร่ง

    สูตรวิธีการทำขนมหน้านวล สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – ไข่ไก่เลือกเอาเฉพาะไข่แดง 4 ฟอง
    – น้ำตาลทรายป่น 3/4 ถ้วยตวง
    – แป้งสาลีที่ร่อนแล้ว 2 ช้อนโต๊ะ
    – แม่พิมพ์หรือแบบใส่ขนมอบรูปทรงใดก็ได้ตามใจชอบแต่ต้องทำจากโลหะเท่านั้น
    – น้ำมันพืชสำหรับทาแบบพิมพ์
    – สีผสมอาหารสีเหลืองนวลเน้นสีที่มาจากสีธรรมชาติ
    – เกลือป่น

    วิธีการทำขนมหน้านวล

    – นำไข่ที่แยกไข่แดงแล้วไปตีให้ขึ้นฟู โดยผสมน้ำตาลป่นลงไปทีละนิด ตีให้เข้ากันจนน้ำตาลหมด
    – จากนั้นจึงค่อยๆ ใส่แป้งลงไป คนแบบเบาๆ ให้เข้ากันกับส่วนผสมน้ำตาล ไข่ไก่ เกลือป่นเพื่อเพิ่มรสชาติและสีผสมอาหารสีเหลืองนวลๆเน้นสีผสมอาหารที่มาจากธรรมชาติจะปลอดภัยต่อร่างกาย เช่นสีเหลืองจากขมิ้นชัน
    – เสร็จแล้วทำการพักแป้งไว้
    – เตรียมแบบสำหรับใส่ขนม ส่วนใหญ่จะเลือกใช้แบบพิมพ์ที่เป็นรูปทรงเรือ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ของขนมหน้านวล จากนั้นนำน้ำมันพืชทาลงไปที่ตัวแบบเล็กน้อย พอไม่ให้แป้งขนมติดแบบ จากนั้นจึงเอาไปอบในเตา ด้วยความร้อนประมาณ 200-250 องศาฟาเรนไฮต์ ใช้เวลาอบ ประมาณ 3 นาที ให้พิมพ์เกิดความร้อน
    – เมื่อแม่พิมพ์ร้อนดีแล้ว จึงนำออกมาจากเตาอบ และทำการหยดส่วนผสมขนมที่เตรียมไว้ลงไปในแบบพิมพ์ โดยเติมเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของแม่พิมพ์เท่านั้น เมื่อนำไปอบแล้วตัวขนม จะพองฟูขึ้นเอง แต่หากตักตัวแป้งเต็มแบบพิมพ์ จะทำให้ขนมฟูล้นออกมาดูไม่น่ารับประทานนั้นเอง
    – นำแบบที่หยอดส่วนผสมลงไปเรียบร้อย ใส่ไปในเตาอบอีกครั้ง โดยอบที่อุณหภูมิ 250 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลาประมาณ 15 นาที หรือจนสุกเหลืองดี จากนั้นนำออกจากเตาอบ
    – รอให้ขนมที่อบเย็น จากนั้นจึงนำขนมออกจากแบบพิมพ์
    – จัดใส่จานเสิร์ฟเป็นของว่างได้ หรืออาจจะหาภาชนะที่เป็นขวดโหลเก็บขนมหน้านวลไว้รับประทานในโอกาสต่อๆไปได้

    สูตรวิธีการทำขนมหน้านวล สูตรที่ 2

    ส่วนผสม (สำหรับรับประทาน 3 คน)

    – ไข่แดง 9 ฟอง
    – น้ำตาลทราย 1 1/3 ถ้วย
    – แป้งเค้ก 1/4 ถ้วย
    – น้ำมันพืชสำหรับทาพิมพ์ และแม่พิมพ์ขนมรูปเรือ
    – สีผสมอาหารสีเหลือง

    วิธีการทำขนมหน้านวล

    – นำพิมพ์รูปเรือทาบางๆด้วยน้ำมันพืช จากนั้นนำเข้าเตาอบ ที่อุณหภูมิประมาณ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที
    – ทำการเตรียมเครื่องตีส่วนผสมใส่ไข่แดง โดยการผสมน้ำตาลทราย โดยใช้ความเร็วปานกลาง ตีจนไข่แดงขึ้นฟู ใส่สีผสมอาหารลงไปตามความต้องการ จากนั้นก็ตีพอเข้ากันแล้วยกลงเตา
    – ค่อยๆร่อนแป้งเค้กใส่ ตะล่อมแป้งเบาๆจนเข้ากันดี จากนั้นนำส่วนผสมใส่ที่ได้ ใส่ถุงบีบหรือตักหยอดตามความถนัด ใส่ในแม่พิมพ์รูปเรือที่เตรียมไว้ 3/4 ของขนาดแม่พิมรูปเรือ
    – นำเข้าเตาอบใช้อุณหภูมิเดิมเท่ากับตอนที่เตรีนมแม่พิมพ์รูปเรือ จากนั้นทำการอบเป็นระยะเวลาประมาณ 10-15 นาที เมื่อครบกำหนด ปิดเตา ทิ้งขนมไว้ในเตาอบอีกสัก 10-15 นาที เพื่อให้ขนมแข็งตัว
    – นำออกจากแม่พิมพ์ แล้วจัดใส่จานเสิร์ฟ รับประทานเป็นของว่าง

    สูตรวิธีการทำขนมหน้านวล สูตรที่ 3

    ส่วนผสม (สามารถทำสำหรับรับประทาน 4-5 คน)

    – แป้งสาลีร่อน 2 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่ใช้แต่ไข่แดง 2 ฟอง
    – น้ำตาลทรายป่นละเอียด 6 ช้อนโต๊ะ
    – นํ้ามันพืช 1 ถ้วยตวง
    – สีผสมอาหารสีเหลือง

    วิธีการทำขนมหน้านวล

    – ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูตั้งขึ้น แล้วค่อย ๆ ใส่นํ้าตาลทีละน้อยๆลงไปจากนั้นก็ตีไข่สลับกับเทน้ำตาลลงไปจนกว่าน้ำตาลจะหมด
    – เมื่อเข้ากันดีแล้วจึงใส่แป้งลงไป โดยค่อย ๆคนแบบเบา ๆ ให้ไปทางเดียวกันจนหมด
    – ใส่สีผสมอาหารสีเหลืองลงไป หากต้องการสีที่สดใส
    – ทาพิมพ์รูปเรือด้วยนํ้ามันพืชบางๆ การทาน้ำมันลงแม่พิมพ์เพื่อไม่ให้แป้งติดกับแม่พิมพ์และเพื่อให้ขนมแกะออกง่าย เมื่อทาทั่วแล้วจึงหยอดนํ้ามันลงในพิมพ์ประมาณ 2 ช้อนชาหรือมากกว่านั้น ตามแต่ขนาดของแม่พิมพ์ว่าจะเล็กหรือใหญ่
    – เรียงพิมพ์ใส่ถาดอบ แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟประมาณ 200-250 ฟาเรนไฮต์ พอแม่พิมพ์ร้อนประมาณ 3-5 นาที
    – จากนั้นนำพิมพ์ออกจากเตา หยอดแป้งที่ผสมแล้ว ลงไปประมาณ 3/4 ของพิมพ์ จึงนำขนมอบในเตาอีกประมาณ 10-15 นาที การอบสามารถอบได้นานกว่านี้ก็ได้ตามแต่ขนาดของพิมพ์
    – พอขนมเป็นสีเหลืองนวล นำออกจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็นสักครู่ จึงนำออกจากแม่พิมพ์
    – เก็บใส่ภาชนะที่มิดชิด อย่าให้ถูกอากาศ เพราะจะทำให้ขนมจะไม่กรอบอร่อย
    – เวลารับประทาน จะรับประทานเฉพาะตัวขนมก็ได้ หรือถ้าจะรับประทานคู่กับมะพร้าวก็ได้เช่นกัน โดยใช้มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย จัดคนละด้านกับขนม

  • สูตรวิธีทำขนมหม้อตาล พร้อมคำแนะนำในการขายขนมหม้อตาล

     

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – ไข่ไก่ (ใช้แต่ไข่แดง ) 3 ฟอง
    – เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    – น้ำสะอาด 500 มล.
    (หรือประมาณขวดน้ำดื่มขวดเล็ก แต่ไม่ต้องใช้หมด เตรียมเผื่อไว้เฉยๆพร้อมช้อนโต๊ะใช้ตวงน้ำ)
    – น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
    – เทียนสำหรับอบควันเทียน
    – แบบพิมพ์ สำหรับกดทำหม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
    – น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทำน้ำตาลหยอด)
    – สีผสมอาหาร

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมแป้ง,ไข่แดง, น้ำมันพืช ,น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ แล้ว นวดไปเรื่อยๆ จนเข้ากันดี ถ้าแป้งแห้งเกินไปเติมน้ำเพิ่มได้นิดหน่อย นวดผสมจนเข้าที่ นำผ้าขาวบางชุบน้ำให้น้ำพอหมาดมาคลุมแป้งไว้ รอปั้น
    – นำแป้งที่รอปั้นมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ และนำไปกดใส่ในแบบ ใช้ไม้กดรูตรงกลาง เพื่อให้เป็นช่อง สำหรับไว้หยอดน้ำตาลภายหลัง ค่อยๆ แกะแบบแป้งที่เป็นรูปทรงของหม้อออกจากแบบ ตัดแต่งขอบและทำหูจับหม้อ ทำทีละอัน ทำไปเรื่อยๆที่ละชิ้นครับ
    – นำแป้งรูปทรงหม้อ ไปเข้าเตาอบในอุณหภูมิประมาณ 350 องศา ฟาเรนไฮต์ ให้สุกซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณ 10-20 นาที
    – นำขนมที่อบแล้วใส่ในภาชนะปิด เพื่ออบควันเทียน 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการให้ขนมหอมมาก ควรอบควันเทียนทิ้งไว้ทั้งคืน
    – การทำน้ำตาลสำหรับหยอดในขนม ให้นำน้ำตาลผสมกับน้ำ 1-2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวไฟอ่อน เคี่ยวจนเป็นยางมะตูมพอยกลง รีบแบ่งแยกใส่ถ้วยให้เท่าๆกันเพื่อใส่สี คนให้เข้าสีเข้ากับน้ำตาล ใช้หยอดในตัวขนมรูปทรงหม้อ ที่อบควันเทียนแล้ว ทิ้งให้น้ำตาลเย็นและแข็งตัว รับประทานทันทีหรือเก็บในภาชนะที่มอดชิดเพื่อเอาไว้นำมารับประทานภายหลังได้ครับ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 2

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่ ใช้เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วยและเตรียมช้อนโต๊ะไว้ตักน้ำ
    – แบบพิมพ์หม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
    – สีผสมอาหาร ที่ชอบ ลายสีได้ ใส่สีละ 1 – 2 หยด
    – น้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ทำแป้งขนมหม้อตาล โดยผสม แป้ง น้ำมันพืช ไข่แดง เกลือ และน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวด ในขณะที่กำลังนวดแป้ง ถ้าหากรู้สึกว่าแป้งแห้งและแข้งมากจนเกินไปให้เติมน้ำได้อีกทีละน้อย นวดจนล่อนไม่แข็งเกินไปไม่เหลวเกินไป ใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำเปียกหมาดๆ คลุมแป้งเพื่อไม่ให้แห้งและรอให้แป้งเซ็ทตัว 15-20 นาที
    – แบ่งแป้งเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าขนาดที่สามารถใส่แบบแม่พิมพ์ นำแป้งมากดพิมพ์ในแม่แบบให้เป็นรูปหม้อ โดยตัดแต่งขอบให้สวย ทำหูจับหม้อเล็กๆทั้งสองข้างโดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับจีบเบาๆทั้งสองข้างก็ได้หูแล้ว เสร็จแล้วอบด้วยไฟ 350 องค์ศา ฟาเรนไฮน์ เมื่อสุกแล้วนำออกมาพักไว้ในถาด
    – นำชามมาผสม น้ำตาลไอซิ่ง และน้ำเย็นทีละ 1 ช้อนโต๊ะ คนจนเหนียว แล้วนำไปเคี่ยวไฟอ่อนพอเริ่มหนืดก็ยกลง ทำการแบ่งน้ำตาลเคียวออกใส่ถ้วย เพื่อหยอดสีถ้วยละสี ขั้นตอนนี้ต้องรีบทำห้ามทิ้งน้ำตาลไว้นาน
    พอผสมสีแล้วจึงจะทิ้งน้ำตาลไว้ให้พออุ่นๆได้ แล้วจึงตักน้ำตาลหยอดลงในหม้อของขนมหม้อตาลที่เราอบไว้แล้ว เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้น้ำตาลที่หยอดไว้ในขนมแข็งตัวจึงรับประทานได้หรือเก็บไว้ในภาชนะปิดฝาอย่างดีเพื่อเก็บเอาไว้รับประทานค่ะ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วย เตรียมไว้พร้อมช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำผสมขนมกลิ่นนมแมว หรือกลิ่นดอกไม้ตามที่ชอบ 1 กลิ่น) 1-2 หยด
    – สีผสมอาหาร สัก3สี สีละ1-2 หยด
    – น้ำเย็น 1-2 ช้อนโต๊ะ
    – พิมพ์หม้อตาล

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมน้ำมัน ไข่แดง เกลือ และน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวดแป้ง ถ้าแป้งแห้งค่อยเติมน้ำเพิ่มได้อีกแล้วค่อยๆนวดไปเรื่อยๆให้แป้งล่อน เสร็จแล้วใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ คลุมพักไว้ 15นาที เพื่อที่จะทำให้แป้งขึ้นตัว
    – แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็กๆ กดลงในพิมพ์ให้เป็นรูปหม้อตาล ทำหูหรือไม่ทำหูก็ได้แล้วแต่สะดวก
    – นำเข้าอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เสร็จแล้วนำออกมาพักใส่ถาดไว้

    วิธีการทำน้ำตาลหยอด

    – นำชามมาใส่ส่วนผสมเพื่อทำน้ำตาลหยอด ใส่น้ำเปล่า 1ช้อนโต๊ะ น้ำตาลไอซิ่ง หยดน้ำกลิ่นนมแมว ผสมให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไปค่อยๆเติมน้ำ พอเริ่มเป็นยางมะตูม ให้ตักแยกแบ่งใส่ถ้วยไว้ 3 ถ้วย ตามจำนวนสีที่จะทำ
    – ใส่สีที่ต้องการลงไปในถ้วย1-2หยด สีละถ้วย คนให้เข้ากัน
    – ตักน้ำตาลหยอดที่เตรียมเสร็จเรียนร้อยแล้วหยอดลงในขนมหม้อตาลที่อบเสร็จแล้ว และพักไว้ให้น้ำตาลที่หยอดเย็นและแข็งตัว จึงรับประทานได้และสามารถเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันขนมนิ่มหรือเสียรสชาติ เพื่อเก็บเอาไว้ทานในวันอื่นได้ค่ะ

  • สูตรวิธีทำขนมเหนียว พร้อมคำแนะนำในการขายขนมเหนียว

     

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – ไข่ไก่ (ใช้แต่ไข่แดง ) 3 ฟอง
    – เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    – น้ำสะอาด 500 มล.
    (หรือประมาณขวดน้ำดื่มขวดเล็ก แต่ไม่ต้องใช้หมด เตรียมเผื่อไว้เฉยๆพร้อมช้อนโต๊ะใช้ตวงน้ำ)
    – น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
    – เทียนสำหรับอบควันเทียน
    – แบบพิมพ์ สำหรับกดทำหม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
    – น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทำน้ำตาลหยอด)
    – สีผสมอาหาร

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมแป้ง,ไข่แดง, น้ำมันพืช ,น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ แล้ว นวดไปเรื่อยๆ จนเข้ากันดี ถ้าแป้งแห้งเกินไปเติมน้ำเพิ่มได้นิดหน่อย นวดผสมจนเข้าที่ นำผ้าขาวบางชุบน้ำให้น้ำพอหมาดมาคลุมแป้งไว้ รอปั้น
    – นำแป้งที่รอปั้นมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ และนำไปกดใส่ในแบบ ใช้ไม้กดรูตรงกลาง เพื่อให้เป็นช่อง สำหรับไว้หยอดน้ำตาลภายหลัง ค่อยๆ แกะแบบแป้งที่เป็นรูปทรงของหม้อออกจากแบบ ตัดแต่งขอบและทำหูจับหม้อ ทำทีละอัน ทำไปเรื่อยๆที่ละชิ้นครับ
    – นำแป้งรูปทรงหม้อ ไปเข้าเตาอบในอุณหภูมิประมาณ 350 องศา ฟาเรนไฮต์ ให้สุกซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณ 10-20 นาที
    – นำขนมที่อบแล้วใส่ในภาชนะปิด เพื่ออบควันเทียน 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการให้ขนมหอมมาก ควรอบควันเทียนทิ้งไว้ทั้งคืน
    – การทำน้ำตาลสำหรับหยอดในขนม ให้นำน้ำตาลผสมกับน้ำ 1-2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวไฟอ่อน เคี่ยวจนเป็นยางมะตูมพอยกลง รีบแบ่งแยกใส่ถ้วยให้เท่าๆกันเพื่อใส่สี คนให้เข้าสีเข้ากับน้ำตาล ใช้หยอดในตัวขนมรูปทรงหม้อ ที่อบควันเทียนแล้ว ทิ้งให้น้ำตาลเย็นและแข็งตัว รับประทานทันทีหรือเก็บในภาชนะที่มอดชิดเพื่อเอาไว้นำมารับประทานภายหลังได้ครับ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 2

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่ ใช้เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วยและเตรียมช้อนโต๊ะไว้ตักน้ำ
    – แบบพิมพ์หม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
    – สีผสมอาหาร ที่ชอบ ลายสีได้ ใส่สีละ 1 – 2 หยด
    – น้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ทำแป้งขนมหม้อตาล โดยผสม แป้ง น้ำมันพืช ไข่แดง เกลือ และน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวด ในขณะที่กำลังนวดแป้ง ถ้าหากรู้สึกว่าแป้งแห้งและแข้งมากจนเกินไปให้เติมน้ำได้อีกทีละน้อย นวดจนล่อนไม่แข็งเกินไปไม่เหลวเกินไป ใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำเปียกหมาดๆ คลุมแป้งเพื่อไม่ให้แห้งและรอให้แป้งเซ็ทตัว 15-20 นาที
    – แบ่งแป้งเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าขนาดที่สามารถใส่แบบแม่พิมพ์ นำแป้งมากดพิมพ์ในแม่แบบให้เป็นรูปหม้อ โดยตัดแต่งขอบให้สวย ทำหูจับหม้อเล็กๆทั้งสองข้างโดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับจีบเบาๆทั้งสองข้างก็ได้หูแล้ว เสร็จแล้วอบด้วยไฟ 350 องค์ศา ฟาเรนไฮน์ เมื่อสุกแล้วนำออกมาพักไว้ในถาด
    – นำชามมาผสม น้ำตาลไอซิ่ง และน้ำเย็นทีละ 1 ช้อนโต๊ะ คนจนเหนียว แล้วนำไปเคี่ยวไฟอ่อนพอเริ่มหนืดก็ยกลง ทำการแบ่งน้ำตาลเคียวออกใส่ถ้วย เพื่อหยอดสีถ้วยละสี ขั้นตอนนี้ต้องรีบทำห้ามทิ้งน้ำตาลไว้นาน
    พอผสมสีแล้วจึงจะทิ้งน้ำตาลไว้ให้พออุ่นๆได้ แล้วจึงตักน้ำตาลหยอดลงในหม้อของขนมหม้อตาลที่เราอบไว้แล้ว เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้น้ำตาลที่หยอดไว้ในขนมแข็งตัวจึงรับประทานได้หรือเก็บไว้ในภาชนะปิดฝาอย่างดีเพื่อเก็บเอาไว้รับประทานค่ะ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วย เตรียมไว้พร้อมช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำผสมขนมกลิ่นนมแมว หรือกลิ่นดอกไม้ตามที่ชอบ 1 กลิ่น) 1-2 หยด
    – สีผสมอาหาร สัก3สี สีละ1-2 หยด
    – น้ำเย็น 1-2 ช้อนโต๊ะ
    – พิมพ์หม้อตาล

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมน้ำมัน ไข่แดง เกลือ และน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวดแป้ง ถ้าแป้งแห้งค่อยเติมน้ำเพิ่มได้อีกแล้วค่อยๆนวดไปเรื่อยๆให้แป้งล่อน เสร็จแล้วใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ คลุมพักไว้ 15นาที เพื่อที่จะทำให้แป้งขึ้นตัว
    – แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็กๆ กดลงในพิมพ์ให้เป็นรูปหม้อตาล ทำหูหรือไม่ทำหูก็ได้แล้วแต่สะดวก
    – นำเข้าอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เสร็จแล้วนำออกมาพักใส่ถาดไว้

    วิธีการทำน้ำตาลหยอด

    – นำชามมาใส่ส่วนผสมเพื่อทำน้ำตาลหยอด ใส่น้ำเปล่า 1ช้อนโต๊ะ น้ำตาลไอซิ่ง หยดน้ำกลิ่นนมแมว ผสมให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไปค่อยๆเติมน้ำ พอเริ่มเป็นยางมะตูม ให้ตักแยกแบ่งใส่ถ้วยไว้ 3 ถ้วย ตามจำนวนสีที่จะทำ
    – ใส่สีที่ต้องการลงไปในถ้วย1-2หยด สีละถ้วย คนให้เข้ากัน
    – ตักน้ำตาลหยอดที่เตรียมเสร็จเรียนร้อยแล้วหยอดลงในขนมหม้อตาลที่อบเสร็จแล้ว และพักไว้ให้น้ำตาลที่หยอดเย็นและแข็งตัว จึงรับประทานได้และสามารถเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันขนมนิ่มหรือเสียรสชาติ เพื่อเก็บเอาไว้ทานในวันอื่นได้ค่ะ

  • สูตรวิธีทำขนมข้าวต้มน้ำวุ้น พร้อมคำแนะนำในการขายขนมข้าวต้มน้ำวุ้น

    ข้าวต้มน้ำวุ้น
     

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 1

    ส่วนผสมข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ข้าวเหนียว 1/2 กิโลกรัม
    – ใบตอง
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็ง

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย
    – น้ำ 1 1/2 ถ้วย
    – ใบเตย

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้น

    – นำข้าวเหนียวไปทำการซาวน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน
    – ฉีกใบตอง ให้มีความกว้าง 4 ซ.ม ใช้ประมาณ 50-60 ใบ
    – เมื่อฉีกใบตองแล้ว นำใบตองมาทำเป็นกรวย ช่วงปลายก่อน แล้วตักข้าวใส่ในใบตอง ค่อยๆ พับใบยาวลงมาปิด แล้วพันไปมาตามทางบังคับ จะได้เป็นรูปสามเหลี่ยม พอสุดปลาย ใช้เข็มกลัดจิ้มใบตองและข้าวเหนียวจนทะลุไปอีกด้านหนึ่ง ทำจนข้าวเหนียวหมด
    – นำหม้อมาใส่น้ำสะอาด นำขึ้นตั้งไฟกลาง นำข้าวเหนียวที่ห่อใบตองไว้ ใส่ลงไปต้มในน้ำ ประมาณ 1 ชั่วโมง
    – เมื่อใกล้ครบเวลา นำชามมาใส่น้ำสะอาดและน้ำแข็งไว้ รอไว้เลย
    – ใช้กระชอนตักข้าวต้มที่ต้มจนครบเวลาที่กำหนดไว้ นำมาใส่ในชามน้ำสะอาดที่ลอยน้ำแข็งไว้ ทิ้งไว้สักครู่ ให้ความร้อนจากใบตองและข้าวเหนียวหมด แล้วแกะข้าวเหนียวออกจากใบตอง นำข้าวเหนียวใส่ภาชนะรอ

    ทำน้ำเชื่อม

    – นำหม้อมาใส่ ใส่น้ำและน้ำตาล นำใบเตยมามัดแล้วใส่ลงไป นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ค่อยๆ คนให้เข้ากัน พอเริ่มข้นอ่อนๆ ยก ลงแล้วรอให้เย็น
    – ตักข้าวเหนียวต้มใส่ราดด้วยน้ำเชื่อม เสิร์ฟได้ครับ สามารถใส่น้ำแข็งได้ถ้าต้องการ

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 2

    ส่วนผสมข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ข้าวเหนียว 1/2 กิโลกรัม
    – งาดำ 4 ช้อนโต๊ะ
    – ใบตอง
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็ง

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
    – น้ำสะอาด 2 ถ้วย
    – น้ำกลิ่นผสมอาหาร กลิ่นนมแมว

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ซาวข้าวเหนียว แช่น้ำ 6 ชั่วโมง ขึ้นไป
    – ล้างงาดำ พักในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
    – นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้มาเทน้ำออก สะเด็ดน้ำในกระชอนไม่ต้องรอแห้ง ใส่งาดำผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    – เช็ดใบตองให้สะอาดแล้ว ฉีกใบตอง กว้าง 4 ซ.ม สักประมาณ 60 ใบ
    – นำใบตองที่ฉีกมาทำเป็นกรวยช่วงปลายใบตอง ตักข้าวเหนียวงาดำใส่ลงไปในใบตอง พันไปเรื่อยๆให้เป็นสามเหลี่ยมจนสุดปลายใบตอง จึงใช้ไม้กลัดทิ่มกึ่งกลางให้ทะลุตรึงให้แน่น ทำแบบนี้เรื่อยๆ
    จนหมดข้าวเหนียวครับ
    – ใส่น้ำสะอาดในหม้อ ใส่ข้าวเหนียวงาดำพันใบตองลงไป นำไปต้มไฟกลาง ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง
    – เตรียมน้ำใส่น้ำแข็ง ในชาม
    – ใช้กระชอนตักข้าวเหนียวที่สุกมาแช่ในน้ำลอยน้ำแข็ง รอให้ข้าวเหนียวหมดไอร้อน แล้วนำมาแกะใบตอง นำข้าวเหนียวใส่ภาชนะพักไว้ก่อน

    วิธีการทำน้ำเชื่อม

    – นำน้ำสะอาดและน้ำตาล ใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟอ่อน พอน้ำร้อน และน้ำตาลละลาย หยดน้ำกลิ่นผสมอาหาร กลิ่นนมแมว ลงไป เคี่ยวจนเหนียวแต่ไม่ต้องข้นมาก ยกลงจากเตา
    – นำข้าวเหนียวงาดำใส่ถ้วย ตักน้ำเชื่อมราด ถ้าใส่น้ำแข็งจะเพิ่มความ เย็นผสมความหวานและกลิ่นนมแมว ทำให้ชื่นใจมากค่ะ

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 3

    ส่วนผสมข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ข้าวเหนียว ½ กิโลกรัม
    – เผือกซอยเป็นชิ้นเล็กๆ 2 ช้อนโต๊ะ
    – ใบตอง
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็ง

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
    – น้ำสะอาดลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ซาวข้าวเหนียว 2-3 รอบ แล้วแช่น้ำไว้ 1 คืน
    – นำเผือกดิบ มาปลอกเปลือก ทำความสะอาดแล้ว ซอยเป็นชิ้นเล็กที่สุด
    – นำข้าวเหนียวมาล้างน้ำใหม่อีกรอบแล้วนำมาคลุกเคล้ากับเผือกที่ซอยเอาไว้
    – นำใบตองมาทำความสะอาด ฉีกให้มีความกว้าง 3 ซ.ม.
    – ม้วนปลายใบตองให้เป็นกรวย ตักข้าวเหนียวคลุกเผือกใส่ใบตอง แล้วพันใบตองให้เป็น 3 เหลี่ยม จนสุดปลาย ใช้ไม้กลัด กลัดใบตองที่พันจบ อย่าให้ใบตองปริหรือแตกนะครับ
    – นำน้ำใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่ข้าวเหนียวคลุกเผือกที่ห่อใบตองลงไปต้ม ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง
    – น้ำและน้ำแข็ง ใส่ชาม ตักข้าวเหนียวที่ต้มสุก มาใส่แช่ในชามน้ำเย็นลอยน้ำแข็ง พักไว้อย่างน้อย 5 นาทีขึ้นไป
    แล้วแกะใบตองนำข้าวเหนียวออกมาพักในภาชนะ รอน้ำเชื่อม
    – ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำลอยดอกมะลิและน้ำตาล ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อนให้น้ำตาลละลายจนกลายเป็นน้ำเชื่อมเหนียวข้นอ่อนๆ ยกลงจากเตา
    – ตักข้าวเหนียวเผือกใส่ถ้วย นำน้ำเชื่อมมาราดบนข้าวเหนียว รับประทานได้ครับ หรือจะใส่น้ำแข็งป่นก็เย็นชื่นใจครับ

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 4

    ส่วนผสมข้าวเหนียว

    – ข้าวเหนียว ½ กิโลกรัม
    – ใบเตยเพื่อห่อข้าวเหนียว ถ้าไม่สะดวกใช้ใบตองแทนได้ เพราะใช้ค่อนข้างเยอะ ประมาณ 50-60 ใบ
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็งก้อน

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
    – น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง
    – นมสดรสจืด 500 มล.

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้นวิธีทำ

    – ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงหรือ 1 คืน
    – กรณีใช้ใบเตย ให้นำมาเช็ดทำความสะอาด ตัดปลายแหลมออก กรณีใช้ใบตอง ให้เช็คทำความสะอาด แล้วฉีกออก ให้กว้า 4 ซ.ม.
    – นำข้าวเหนียวมาเทน้ำที่แช่ไว้ทิ้ง แล้วล้างอีกครั้ง
    – นำใบเตยหรือใบตอง มาทำกรวยที่ปลายใบ ตักข้าวเหนียวหยอดใส่ แล้วพันใบห่อทบกันให้เป็นสามเหลี่ยม พอสุดปลายกลัดด้วยไม้กลัด ทำเรื่อยๆ จนหมดข้าวเหนียวครับ
    – น้ำสะอาด ใส่หม้อ ตั้งไฟกลาง ใส่ข้าวเหนียวที่ห่อแล้วลงไปต้ม 1 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ
    – น้ำและน้ำแข็งก้อน ใส่ในชามรอไว้
    – ใช้กระชอนตักข้าวเหนียวที่ต้มแล้ว ใส่ลงชามที่ลอยน้ำแข็งในน้ำสะอาด พัก 5 นาทีหรือนานกว่านนั้นก็ได้ครับ
    แล้วแกะข้าวเหนียวที่ห่อไว้ออกมาใส่ภาชนะรอไว้ก่อน
    – นำน้ำตาลทราย และน้ำลอยดอกมะลิ ใส่ลงในหม้อ เคี่ยวไฟกลาง พอเหนียว ยกลง
    – ตักข้าวเหนียวต้มใส่ถ้วย ตักน้ำแข็งใส่ ราดด้วยน้ำเชื่อมและนมสดรสจืด ยกเสิร์ฟได้ครับ

    การขายข้าวต้มน้ำวุ้น

  • สูตรวิธีทำข้าวต้มมัด พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวต้มมัด

    ข้าวต้มมัด
     

    สูตรวิธีการทำข้าวต้มมัด สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียวเก่า 500 กรัม
    – มะพร้าวขูดขาว 600 กรัม
    – น้ำตาลทรายขาว 280 กรัม
    – เกลือป่น 20-25 กรัม
    – ถั่วดำต้มสุก 3/4 ถ้วย
    – กล้วยน้ำว้าสุก งอม 1-2 หวี

    วิธีการทำข้าวต้มผัด

    – ให้นำข้าวเหนียวมาแช่ โดยนำข้าวเหนียวไปซาวในน้ำสะอาด 2-3 ครั้ง แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น ก็เทข้าวเหนียวใส่ตะกร้าโปร่งแล้วให้พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    – ต่อไปจะเตรียมหัวกะทิ ด้วยการนำมะพร้าวขูดมาคั้นให้ได้หัวกะทิ 4 ถ้วย แล้วให้เทน้ำตาลทรายลงไปในหัวกะทิ แล้วใส่เกลือป่นลงไปด้วย แล้วคนนำตาลทราย กับเกลือด้วยทัพพีให้ละลาย หลังจากนั้นใช้ผ้าขาวบางกรองหัวกะทิ 1 ครั้ง
    – แล้วเทน้ำกะทิลงในกระทะทองเหลือง แล้วตั้งไฟ เทข้าวเหนียวลงไปเพื่อจะผัด ให้ใช้ไฟกลางถึงไฟอ่อน ปาดไม้พายไปมา ซ้ายทบขวา ขวาทบซ้ายไปเรื่อย ๆ ผัดไปจนกว่าข้าวเหนียวจะดูดน้ำกะทิจนแห้ง ให้ระวังก้นกระทะไหม้ด้วย แล้วพักข้าวเหนียวเพื่อให้เย็นลง
    – ต่อมาเตรียมไส้กล้วย โดยจะใช้กล้วยน้ำว้าสุก เลือกที่งอม ๆ แล้วนำกล้วยมาผ่าครึ่ง แบ่งออกเป็นสองซีก ดึงที่เป็นเส้น ๆ หรือผงดำ ๆ ที่ติดอยู่กับกล้วยออกให้หมด
    – ส่วนผสมของไส้ข้าวต้มผัดอีกอย่างคือ ถั่วดำ นำ ถั่วดำมาต้มให้สุก เมื่อต้มสุกแล้วให้ล้างน้ำ 3 รอบแล้วเทน้ำทิ้ง พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    – หลังจากนั้นก็นำข้าวเหนียวผัด ไส้กล้วย และถั่วดำ มาห่อใบตอง เหมือนห่อแล้วก็นำข้าวต้มผัดที่ห่อแล้วมามัดประกบกันด้วยตอก
    – นำข้าวต้มผัดไปนึ่ง ใช้ระยะเวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง – 2 ชั่วโมง เมื่อสุกได้ที่แล้ว ก็นำมาพักให้หายร้อน และจัดใส่จานรับประทานได้

    สูตรวิธีการทำข้าวต้มมัด สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว (ใช้ข้าวเหนียวเก่า) ½ กก.
    – หัวกะทิ ½ กก.
    – หางกะทิ 1 กก.
    – น้ำตาลทราย ½ กก.
    – เกลือ ½ ชต.
    – กล้วยน้ำว้าฝานครึ่งลูกสำหรับเป็นไส้ขนม
    – ถั่วดำต้มสุก 2 ถ้วย
    – ใบตองสำหรับห่อ
    – ตอกสำหรับมัดห่อข้าวต้มมัด (แช่น้ำไว้ประมาณ 1 ชม.)

    วิธีการทำข้าวต้มผัด

    – เริ่มจากให้นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำ โดยข้าวเหนียวนั้นจะแช่น้ำไว้ ประมาณ 2-3 ชม. แล้วเทน้ำทิ้ง พักข้าวเหนียวไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    – แล้วมาตั้งกระทะสำหรับกวนข้าวเหนียวให้เทหางกะทิทั้งหมดลงไป ใส่ข้าวเหนียว ตามด้วยเกลือ และน้ำตาลประมาณ 1 ใน 3 ลงไปค่อยๆ กวนอย่างระมัดระวัง อย่าให้ข้าวเหนียวไหม้ติดกระทะ ไฟที่ใช้ต้องเป็นไฟปานกลางค่อนไปทางอ่อน
    – เมื่อทำกวนจนข้าวเหนียวเริ่มแห้งแล้วจึงค่อย ๆ ใส่หัวกะทิลงไปและเทน้ำตาลทรายที่เหลือ กวนจนเม็ดข้าวเหนียวเริ่มบาน แต่ตรงกลางนั้นให้ข้างในยังเป็นไตอยู่ เมื่อเรียบร้อยแล้วยกลงพักให้เย็น
    – ต่อจากนั้นจะห่อข้าวเหนียว ด้วยการตักข้าวเหนียวประมาณ 1 ½ ช้อนโต๊ะแล้วเกลี่ยข้าวเหนียวใส่ในใบตองที่ตัดเตรียมไว้สำหรับห่อ วางกล้วยน้ำว้าสุกที่ผ่าซีกลงไปตรงกลาง แล้วนำข้าวเหนียวมาห่อปิดกล้วยไว้ วางถั่วดำต้มสุกลงไป
    – ทำการห่อข้าวต้มผัด แล้วให้ข้าวต้มผัดสองอันมาประกบเข้าด้วยกัน แล้วมัดด้วยตอก 2 เปลาะ
    – นำข้าวต้มผัดไปนึ่งให้สุกโดยจะใช้เวลาประมาณ 1 ½ ชม. แล้วจึงยกลงได้ พักไว้ให้หายร้อน แล้วนำมารับประทานได้

    สูตรวิธีการทำข้าวต้มมัด สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว 2 ถ้วยตวง
    – ถั่วดำ 1/2 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 2 ช้อนชา
    – ใบเตย
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง + 1/2 ถ้วยตวง
    – กล้วยน้ำว้า 16-18 ลูก (หรือเผือกกวน)

    วิธีการทำข้าวต้มผัด

    – นำข้าวเหนียวไปล้างประมาณ 2 ครั้ง แล้วนำไปแช่น้ำสะอาดท้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมงขึ้นไป หรือแช่ไว้ข้ามคืน แล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักทิ้งไว้
    – นำถั่วดำมาล้างให้สะอาดแล้วแช่น้ำไว้ข้ามคืน หลังจากนั้นเทน้ำที่แช่ไว้ทิ้งแล้วนำถั่วดำไปต้มในน้ำใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักไว้
    – ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่หัวกะทิกับเกลือป่นลงในกระทะ คนไปในทิศทางเดียวกัน จากนั้นใส่ใบเตยลงไป พอกะทิเดือดก็ให้ใส่ข้าวเหนียวแล้วคนไปทิศทางเดียวกันเบา ๆ ด้วยพายยาง หรือพายไม้ ระวังอย่าคนมากจนเกินไปเม็ดข้าวเหนียวอาจจะหักและไม่สวย
    – ผัดข้าวเหนียวต่ออีกประมาณ 5-6 นาที แล้วปรับไฟให้เป็นไฟอ่อน ข้าวเหนียวจะแห้งตัวลงเกือบสุก ใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วคนไปเรื่อยๆ จนข้าวเหนียวขึ้นเงา ปิดไฟ
    – เตรียมไส้ของข้าวต้มผัด ใช้กล้วยน้ำว้าสุก ปอกเปลือกกล้วยแล้วผ่าครึ่ง
    – เริ่มขั้นตอนการห่อ ให้วางใบตอง 2 ใบซ้อนกัน หันด้านที่เป็นมันประกบกัน ตักถั่วดำใส่ลงไป จากนั้นตักข้าวเหนียวลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้ววางกล้วยลงไปกลางข้าวเหนียว ตักข้าวเหนียวอีกหนึ่งช้อนโต๊ะลงไปปิดทับหน้ากล้วย
    – เมื่อห่อได้สองชิ้นก็จับทั้งสองชิ้นมาประกบกัน โดยหันด้านในชนกัน นำตอกมามัดให้แน่นเป็น 2 เปลาะ เก็บปลายตอกให้สวยงาม
    – แล้วนำข้าวต้มผัดไปวางเรียงในซึ้งชุดนึ่งแล้วไฟใช้ไฟแรงต้มจนน้ำเดือดนึ่งโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 2 ชั่วโมง เมื่อสุกแล้ว ก็พักให้เย็น แล้วสามารถรับประทานได้

     

    การขายข้าวต้มมัด

  • สูตรวิธีทำขนมอาลัว พร้อมคำแนะนำในการขายขนมอาลัว

     

    สูตรวิธีการทำขนมอาลัว สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 1 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งถั่วเขียว 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำลอยดอกมะลิ 6 ถ้วยตวง
    – มะพร้าวขูด 350 กรัม
    – น้ำตาลทราย 5 1/2 ถ้วยตวง
    – สีผสมอาหาร หรือสีธรรมชาติเช่น ใบเตย, ดอกอัญชัน

    วิธีการทำขนมอาลัว

    – ให้นำมะพร้าวขูดคั้นกับน้ำลอยดอกมะลิเพื่อให้น้ำกะทิมีกลิ่นหอม
    – เตรียมแป้งโดยให้นำแป้งสาลี , แป้งถั่วเขียว,แป้งมันร่อนผสมกันประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อให้แป้งละเอียดมากขึ้น
    – ผสมแป้งและน้ำกะทิเข้าด้วยกันเติมน้ำตาลลงไปคนจนน้ำตาลละลายแล้วนำไปกรองด้วยผ้าขาวบางให้กรอง 2-3 ครั้งแล้วจึงนำแป้งที่ผสมแล้วไปตั้งไฟใช้ไฟแรงปานกลาง (หากต้องการเติมสีให้แบ่งส่วนผสมไว้และนำมาต้มที่ละส่วนและเติมสีในตอนที่กวน ) และให้กวนไปเรื่อยๆจนสุกโดยเนื้อแป้งจะมีลักษณะเหนียวใสโดนทดสอบในการตักแป้งไปหยอดใส่น้ำหากแป้งไม่ละลายเป็นอันว่าใช้ได้
    – นำแป้งที่กวนได้ที่แล้วมาหยอดใส่ถาด หรือใช้ถุงบีบ หรือ ใช้ที่บีบเค้กก็ได้เพื่อความรวดเร็วและสวยงาม บีบใส่ถาดที่ทาเนยขาวได้ ทำไปจนหมดแป้งที่เตรียมไว้
    – นำแป้งขนมที่หยอดใส่ถาดไว้ไปตากแดดแรงๆประมาณ 2-3 แดด(ประมาณ 3 วันหากแดดจัดๆ ) เพื่อให้ขนมแห้งและขึ้นเงา โดยลักษณะขนมนั้นเนื้อขนมด้านนอกจะแห้งกรอบด้านในจะนุ่ม รสชาดจะออกหวานมัน
    – นำขนมอาลัวที่ตากแดดจนแห้งสนิทแล้วมาอบควันเทียนในภาชนะที่ปิดสนิทประมาณ 15 นาทีเป็นอันเสร็จสามารถนำออกมาขายหรือรับประทานได้

    สูตรวิธีการทำขนมอาลัว สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 1 1/4 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
    – น้ำกะทิ 2 1/2 ถ้วย
    – สีผสมอาหาร
    – เทียนอบขนม

    ธีการทำขนมอาลัว

    – ผสมแป้งสาลีและน้ำตาลเข้าด้วยกันก่อนแล้วจึงนำมาร่อนให้เข้ากันอีกครั้ง
    – เติมน้ำกะทิทีละนิดลงไปในแป้งที่ร่อนไว้และนวดหรือคนไปเรื่อยๆจนน้ำกะทิหมด
    – นำส่วนผสมที่เข้ากันแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบางจนกว่าจะไม่มีตะกอน (ประมาณสองครั้ง)
    – น้ำส่วนผสมที่กรองแล้วมาวนในกระทะทองเหลือง (หากไม่มีใช้กระทะที่มีหรือหม้อก็ได้ ) กวนไปเรื่อยๆใช้ไฟปานกลางสังเกตว่าแป้งมีเนื้อใสข้นเหนียวหรือไม่หากไม่ใส่และเหนียวก็กวนไปเรื่อยๆเนื้อแป้งที่สุกจะมีความใสเหนียว (หากทำหลายๆสีให้แบ่งมากวนทีละสี
    – นำแป้งที่กวนเสร็จแล้วมาใส่ที่บีบ แล้วบีบลงในถาดที่เตรียมไว้ เมื่อบีบจนหมดแป้งก็ให้นำไปตากแดดจนขนมแห้งและแข็ง แล้วจึงนำมาอบควันเทียนเพื่อให้มีกลิ่นหอมก่อนนำไปรับประทาน และควรเก็บในภาชนะที่ปิดสนิทเพื่อให้ขนมกรอบและหอมอร่อย

    สูตรวิธีการทำขนมอาลัว สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ ½ ถ้วยตวง (สามารถใช้แป้งเค้กได้)
    – น้ำกะทิ 1 ¼ – 1 ½ถ้วยตวง (สามารถเพิ่มเป็น ๒ ถ้วยได้ แต่ใช้เวลากวนนานขึ้นเพื่อให้ขนมข้นมากขึ้น)
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง (สามารถเพิ่มหรือลดได้)
    – น้ำใบเตยเข้มข้น 1 ช้อนโต๊ะ หรือผงโกโก้ , ไมโล , โอวัลติน , กาแฟ ฯลฯ 1 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มลดได้) หรือใช้สีผสมอาหารก็ได้

    วิธีการทำขนมอาลัว

    – ให้ตวงแป้ง น้ำตาลและกะทิ ใส่ภาชนะแล้วคนให้เข้ากันไม่จับเป็นเม็ดหรือก้อน และให้นำไปกรองด้วยผ้าขาวบาง
    – หลังจากรองแล้วให้แบ่งแป้งออกเป็นส่วนๆหากต้องการทำหลายสี หากผสมกาแฟ หรือ โกโก้ ให้นำไปกรองอีกครั้งก่อนกวน เมื่อได้แป้งที่ผสมสีแล้วก็นำไปกวนใช้ไฟกลางๆ คนไปเรื่อยพอแป้งเริ่มเหนียวให้คนเร็วๆจนแป้งเป็นสีใสแล้วกวนต่อไปเรื่อยๆจนสุกเนื้อแป้งจะใสไม่มีขุ่น
    – นำแป้งที่กวนได้ที่มาใส่ที่บีบและบีบใส่ถาดที่เตรียมไว้ เมื่อเต็มถาดก็ให้นำไปตากแดดประมาณ 2-3 วัน แต่หากต้องการความรวดเร็วให้นำไปอบที่อุณหภูมิ 170-180 องศาฟาเรนไฮต์หรือจะใช้ไฟต่ำกว่านี้ได้หากกลัวขนมไหมหรือจะแง้มเตาอบไว้ก็ได้และแนะนำให้ใช้แต่ไฟบน ระยะเวลาให้ดูจากเนื้อนอกของขนมถ้าแห้งก็เป็นอันใช้ได้ นำไปอบควันเทียนเพิ่มความหอมอีกครั้ง

    เคล็ดลับการทำขนมอาลัว

    – ความยากจะอยู่ที่การกวนแป้ง ต้องใช้แรงเพราะเมื่อแป้งใสจะเหนียวช่วงนี้ต้องออกแรงกวนเร็วๆแรงๆให้เนื้อแป้งเข้ากันให้ได้
    – หากต้องการให้เนื้อขนมด้านในมีความนุ่มมากๆต้องผสมแป้งให้ข้นและกวนให้เหนียว เพราะหากได้แป้งที่เหนียวขนมจะแห้งไวและเนื้อในจะนุ่มมากๆ
    – การผสมแป้งกับกะทิให้ค่อยผสมดูความข้นความเหลวและหากกรองและร่อนแป้งหลายๆครั้งเนื้อขนมจะเนียนขึ้นด้วยและควรคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันก่อนกวนจะทำให้ข้นเร็วขึ้นกว่าเดิม
    – การบีบขนมนั้นควรบีบตอนร้อนๆ จะง่ายที่สุดและการบีบนั้นใช้ที่บีบเค้กจะทำได้เร็วและสวยงาม ควรทำทีละสีคือกวนสีไหนเสร็จก็นำมาบีบตากแดดเลยเพราะหากปล่อยให้อุ่นหรือเย็นจะเหนียวและบีบไม่ได้ต้องเปลี่ยนไปปั้นแทนซึ่งจะไม่สวยและเสียเวลามากกว่า

  • สูตรวิธีทำข้าวโป่ง พร้อมคำแนะนำในการขายข้าวโป่ง

     

    สูตรวิธีการทำข้าวโป่ง สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – น้ำตาล
    – ข้าวเหนียวหรือข้าวเหนียวดำแช่น้ำประมาณ4-5ชั่วโมง
    – ไข่ไก่
    – ไข่ต้มเอาเฉพาะไข่แดง
    – น้ำมันพืช

    วิธีการทำข้าวโป่ง

    – ขั้นตอนของการทำข้าวโป่งขั้นตอนแรก เราจะนำข้าวเหนียวที่แช่น้ำประมาณ 2 – 3 ชั่วโมงหรือจะทำการแช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้เอาข้าวเหนียวนั้นมานึ่งให้สุก จากนั้นก็นำมาเทลงในกระด้งแล้ว จากนั้นให้คนไปมาให้ไอน้ำออก
    – ขั้นตอนต่อมาเราจะนำข้าวเหนียวที่ที่นึ่งสุกใหม่เอาไปโขลกให้ละเอียดด้วยครกมอง
    – หลังจากนั้นพอข้าวเหนียวละเอียดพอประมาณ ก็จะนำไปโขลกกับโดยการใส่ไข่โขลกให้เข้ากันกับข้าวเหนียว แล้วค่อย ๆ เติมน้ำตาลโขลกให้เข้ากับข้าวเหนียว โขลกไปเรื่อย ๆ จนกว่าส่วนผสมทุกอย่างจะเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
    – จากนั้นก็จะนำข้าวเหนียวที่ผสมกับน้ำตาลกับไข่ จากนั้นแล้วก็จะนำไปปั้นเป็นก้อนกลมๆขนาดพอประมาณ แล้วก็นำไข่แดงที่ต้มสุกแล้วมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นก็ทามือและทาแผ่นพลาสติก และเพื่อเวลาวางแป้งลงบนพลาสติกแป้งจะไม่ติดกับแผ่นพลาสติก นอกจากนั้นไข่แดงจะช่วยให้ข่าวโป่งพองเวลาย่างไฟอีกด้วย จากนั้นแล้วใช้ถุงพลาสติกที่ตัดไว้เอามาวางบนแผ่นกระเบื้องที่ทำความสะอาดเสร็จแล้ว ให้นำข้าวเหนียวที่ปั้นไว้วางบนแผ่นพลาสติก
    – จากนั้นก็ให้นำแผ่นถุงพลาสติกวางทับแล้วก็นำกระเบื้องวางทับอีกที เสร็จแล้วก็กดให้แป้งกระจายออกเป็นแผ่นวงกลม
    – แล้วให้นำแป้งที่กดเป็นวงกลมวางบนเสื่อที่ทำความสะอาดแล้ว แล้วก็ให้ทำแบบนี้เรื่อยๆจนแป้งหมด
    – ขั้นตอนต่อมาแล้วนำข้าวโป่งที่ทำเสร็จ เอามาผึ่งแดดไว้ประมาณ3-4วันแล้วเก็บใส่กล่องปิดฝาให้สนิท
    – แล้วต้องการรับประทาน ก็ให้นำไปย่างไฟให้พองขึ้นพอเหลืองก็สามารถรับประทานได้

    สูตรวิธีการทำข้าวโป่ง สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียวสุก (ข้าวใหม่)
    – น้ำตาลทราย
    – ไข่ไก่ต้มสุก
    – น้ำมันหมู
    – งาดำ

    วิธีการทำข้าวโป่ง

    • อันดับแรกให้นำข้าวเหนียวไปแช่น้ำทิ้งไว้ก่อนประมาณ 4 -5 ชั่วโมง หรือจะแช่ทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้ พอได้ข้าวเหนียวที่แช่ไว้แล้วก็นำไปนึ่งจนสุกแล้วเอาข้าวเหนียวมาใส่ครกกระเดื่องแล้วก็ตำให้ละเอียด จากนั้นให้ผสมน้ำตาลทราย และงาดำ ตำต่อไปเรื่อย ๆ จนข้าวเหนียวสุกผสมกับน้ำตาลทั้งหมดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นก็ให้พักไว้
    • ขั้นตอนต่อก็ให้นำไข่ไก่ต้มสุกเลือกเอาเฉพาะไข่แดงมาผสมกับน้ำมันหมูจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็นำไปทาบาง ๆ บนแผ่นพลาสติก จากนั้นก็นำแป้งที่จากข้าวเหนียวผสมน้ำตาลมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ประมาณไข่ไก่ จากนั้นก็วางลงบนแผ่นพลาสติกแล้วก็ใช้ไม้รีดแป้งทำให้เป็นแผ่นบาง ๆ มน ๆ แป้งจะได้ส่วนผสมของไข่ไก่ที่ทาไว้บนพลาสติก ที่จะทำให้ข้าวโป่งพองออกเวลานำไปย่างนั้นเอง เมื่อรีดแป้งจนได้แผ่นบางพอดีแล้วก็ให้ลอกออกจากแผ่นพลาสติก นำไปผึ่งแดดประมาณ 1 วัน จะสามารถเก็บไว้รับประทานได้ 3 สัปดาห์
    • เวลาจะรับประทานให้นำแป้งที่เตรียมไว้ มาย่างด้วยไฟอ่อน ๆ แป้งข้าวโป่งที่ย่างจะค่อย ๆ พองออก มีลักษณะสีน้ำตาลอ่อนผสมสีขาว ให้รสชาติหอมหวาน

    สูตรวิธีการทำข้าวโป่ง สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ข้าวเหนียว 3 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – ไข่แดงสุก 2 ฟอง
    – น้ำมันพืช 1 ถ้วยตวง
    – น้ำแช่ข้าวสารพอประมาณ
    – ใบเตย 1 กำมือ

    วิธีการทำข้าวโป่ง

    – เริ่มต้นการทำข้าวโป่งด้วยการเตรียมทำแป้งจากข้าวเหนียวก่อนเป็นอันดับแรก เราจะแช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง หรือจะข้ามคืนก็ได้ จากนั้นก็นำข้าวเหนียวไปนึ่งจนสุก
    – หลังจากนั้นก็ไปเตรียมนำต้มใบเตย ด้วยการหั่นใบเตยเป็นท่อนยาวประมาณ 1 เซนติเมตรแล้วนำมา โขลกพอแตก แล้วนำไปคั้นด้วยน้ำแช่ข้าวสาร
    – ต่อมาเราจะทำการตำข้าวเหนียวที่เรานึ่งสุกแล้ว โดยการนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกกำลังร้อน ๆ มาตำด้วยครกกระเดื่อง
    – ให้จนละเอียดจนไม่เห็นเมล็ดข้าว ระหว่างนั้นค่อย ๆ ตำข้าวเหนียวแล้วใส่น้ำแช่ข้าวที่ผสมใบเตยทีละน้อย การทำแบบนี้เพื่อจะไม่ให้ข้าวติดครก หลังจากนั้นให้หมั่นพลิกข้าวที่ตำแล้วตำอีกจนเหนียวนุ่ม อาจจะทดสอบโดยแผ่ก้อนแป้งดู ถ้าตัวแป้งหดตัวต้องเติมน้ำแช่ใบเตยอีก แล้วตำต่อไปเรื่อย ๆ ให้แป้งจับตัวจนเหนียว
    – ขั้นตอนต่อไปของการทำข้าวโป่ง จะนำแป้งที่ตำจนเหนียวแล้วมาปั้นก้อนข้าวแล้วคลึงแป้งให้กลม เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณ 1-1 ½ นิ้ว เมื่อได้ก้อนแป้งที่กลมที่แล้วก็นำมาวางระหว่างพลาสติกที่ทาด้วยไข่แดงสุกผสมน้ำมันพืช ซึ่งจะทำให้แป้งไม่ติดแผ่นพลาสติก แล้ววางบนไม้หรือโต๊ะ ใช้ไม้อีกแผ่นกดให้แบนออกแผ่เป็นลักษณะวงกลม
    – จากนั้นเราก็จะทำการลอกแผ่นแป้งออกตากในที่ร่มจนแห้งสนิท ขอแนะนำว่าไม่ควรตากแดด เพราะอาจจะทำให้แผ่นแป้งแตก
    – เวลาจะรับประทานข้าวโป่งนั้น เราจะเอาไปย่างให้สุกด้วยไฟแรงพอดีและหมั่นพลิกไปมาระวังอย่าให้ไหม้ ข้าวโป่งพอง หอม รับประทานได้

error: Content is protected !!