Author: admin

  • สูตรวิธีทำน้ำพั้นซ์ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำพั้นซ์

    น้ำพั้นซ์
     

    สูตรน้ำพั้นซ์ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำพั้นซ์

    – น้ำหวานสีแดง ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำส้มสำเร็จรูป ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำเปล่าเย็นจัด 2 ถ้วยตวง
    – น้ำสัปปะรดสำเร็จรูป 6 ช้อนโต๊ะ
    – แคปตาลูปหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แอปเปิ้ลเขียว-แดงหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แตงโมหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำแข็งป่น
    – ใบมิ้นท์ (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีการทำน้ำพั้นซ์

    – ขั้นตอนแรกให้เตรียมโหลแก้ว หรือภาชนะที่จะใช้ผสมน้ำพั้นซ์ครับ
    – แล้วก็เริ่มเทน้ำหวานสีแดงลงไปในโหลก่อนเลย แล้วตามด้วยน้ำส้มสำเร็จรูป
    – จากนั้นก็เติมน้ำสัปปะรด น้ำเปล่าเย็นจัดลงไป แล้วคนส่วนผสมน้ำทั้งหมดให้เข้ากัน
    – หั่นแคนตาลูปเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ
    – และหั่นแอปเปิ้ลสีเขียวและสีแดงเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ โดยที่ไม่ต้องปอกเปลือกออก เพื่อเพิ่มสีสัน
    – ต่อมาก็หั่นแตงโมเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กๆ เช่นกัน
    – เมื่อได้ผลไม้หั่นเต๋าจนครบแล้ว ก็ใส่ลงไปในน้ำพั้นซ์ที่ผสมรอไว้แล้วได้เลยครับ
    – ซึ่งถ้าชอบผลไม้ชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝรั่ง สัปปะรด ลูกพีชสด ก็สามารถหั่นเต๋าชิ้นเล็กๆ แล้วใส่เพิ่มเข้ามาในเครื่องดื่มได้นะครับ
    – ขั้นตอนการจัดเสิร์ฟ ให้ตักน้ำแข็งใส่แก้วสวยงาม แล้วเติมน้ำพั้นซ์ลงไป โดยตักให้เนื้อผลไม้ลอยอยู่บนหน้าแก้ว แล้วตกแต่งด้วยใบมิ้นท์ เพิ่มความสวยงามชวนให้รับประทาน

    สูตรน้ำพั้นซ์ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำพั้นซ์

    – น้ำหวานสีแดง ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำส้มสำเร็จรูป ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำเปล่าเย็นจัด 2 ถ้วยตวง
    – น้ำสัปปะรดสำเร็จรูป 6 ช้อนโต๊ะ
    – แคปตาลูปหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แอปเปิ้ลเขียว-แดงหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ
    – แตงโมหั่นเต๋าชิ้นเล็ก 3 ช้อนโต๊ะ
    – เยลลี่สีฟ้า 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำแข็งป่น
    – ใบมิ้นท์ (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีการทำน้ำพั้นซ์

    – ในขั้นตอนแรกให้เตรียมภาชนะที่จะใช้ผสม เช่น โหลแก้ว
    – จากนั้นก็เทน้ำหวานสีแดง น้ำส้ม น้ำสัปปะรดและน้ำเปล่าที่เย็นจัดใส่ลงไปในโหล
    – คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันก่อน แล้วนำไปพักรอในตู้เย็น
    – ระหว่างที่รอก็หั่นผลไม้ต่างๆ เริ่มจากหั่นแคนตาลูปให้เป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กแล้วพักไว้ถ้วย
    – หั่นแอปเปิ้ลสีเขียวและสีแดง โดยไม่ต้องปอกเปลือกออก แต่ก่อนหั่นต้องล้างผลแอปเปิ้ลให้สะอาด หั่นแอปเปิ้ลทั้ง 2 ชนิด เป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กแล้วพักใส่ถ้วยรอไว้
    – ตามด้วยหั่นแตงโมเป็นลูกเต๋าชิ้นเล็กเช่นกัน
    – หลังจากนั้นก็นำน้ำพั้นซ์ที่ผสมรอไว้ในตู้เย็นออกมา คนให้เข้ากัน
    – และใส่ผลไม้ที่หั่นชนิดต่างๆ ตามลงไป
    – เติมเยลลี่สีฟ้า เพิ่มความสดใสใส่ลงไป แล้วคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
    – ใส่น้ำแข็งป่นลงไปพอประมาณ เพื่อให้น้ำพั้นซ์มีความเย็นอยู่ตลอดเวลา
    – สำหรับการจัดเสิร์ฟให้ตักน้ำพั้นซ์ใส่แก้วสวยงาม แล้วตกแต่งด้วยใบมิ้นท์

    การขายน้ำพั้นซ์

  • สูตรวิธีทำน้ำใบเตย พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำใบเตย

    สูตรน้ำใบเตย สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำใบเตย

    – ใบเตยสด 10 ใบ
    – น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
    – น้ำตาลทราย 500 กรัม

    วิธีการทำน้ำใบเตย

    – นำใบเตยที่เตรียมไว้ล้างให้สะอาด แล้วแช่น้ำเกลือไว้ประมาณ 10 นาที
    – หั่นใบเตยตามแนวขวางออกเป็น 2 ส่วน แล้วทำการหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆ
    – นำใบเตยส่วนแรกใบโขลกให้ละเอียดหรือปั่นก็ได้ จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำใบเตยด้วยผ้าขาวบาง
    – ตั้งหม้อบนเตาไฟ เทน้ำและน้ำตาลทรายลงไป ขนจนส่วนผสมต่างๆเข้ากันจึงเทใบเตยคั้นน้ำลงไป ตามด้วยใบเตยอีกหนึ่งส่วนที่แยกไว้ เพื่อให้ได้ความหอมของกลิ่นใบเตย
    – เมื่อส่วนผสมเดือดได้ที่ เทส่วนผสมลงผ้าขาวบางและกรองเอาแต่น้ำ
    – ทิ้งน้ำใบเตยที่ได้ไว้ให้เย็น ก่อนนำเข้าแช่ตู้เย็น
    – ก่อนรับประทาน สามารถนำน้ำแข็งก้อนมาใส่แล้วเทน้ำใบเตยลงไปได้
    – สามารถทานน้ำใบเตยได้ทุกเวลา สามารถดับกระหายได้เป็นอย่างดี ช่วยให้สดชื่นจากกลบิ่นและรสชาติของใบเตย

    สูตรน้ำใบเตย สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำใบเตย

    – ใบเตย 1 มัด
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำใบเตย

    – ล้างใบเตยให้สะอาด มัดเป็นกำแล้วยีใบเตยให้แตกหรือทุบก็ได้
    – เตรียมตั้งเตาไฟ ต้มน้ำให้เดือด ใส่ใบเตยยีลงไป 1 มัด ปิดฝาต้มจนใบเตยสุก
    – ใส่น้ำตาลลงไป ใส่แบบไม่ต้องมาก เพราะน้ำใบเตยที่อร่อยจะไม่หวานมาก เน้นความหอมของใบเตย
    – ต้มจนได้กลิ่นหอมของใบเตยลอยออกมาจากหม้อ จึงทำการปิดไฟ ยกลงจากเตา
    – นำน้ำใบเตยไปกรอง เอากากที่หลงเหลือออก แล้วพักไว้ให้เย็น
    – นำน้ำใบเตยที่ได้ใส่น้ำแข็ง ทานได้ในทันที จะได้ความหอมของใบเตยแท้ๆ

    สูตรน้ำใบเตย สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำใบเตย

    – ใบเตย 15 ใบ
    – อัญชัน 10 ดอก
    – น้ำเปล่า 1 ลิตร
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    – น้ำแข็งทุบ 500 กรัม

    วิธีการทำน้ำใบเตย

    – ล้างใบเตยให้สะอาด ตำใบเตยที่ล้างให้ละเอียด แล้วนำลงไปต้มรอจนเดือด
    – ระหว่างที่รอใบเตยเดือด ทำการคั้นน้ำอัญชันให้ได้สีน้ำเงิน จากนั้นนำน้ำมะนาวเทลงไป อัญชันจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
    – เมื่อต้มใบเตยจนเดือด จึงนำไปกรองกับผ้าขาวบาง แล้วพักไว้
    – นำอัญชันที่คั้นผสมกับน้ำมะนาว ไปกรองกับผ้าขาวบาง เอาแต่น้ำ
    – นำใบเตยที่คั้นลงไปในหม้อแล้วเทน้ำอัญชันลงไป ต้มพอเดือดประมาณ 3 นาที
    – รอจนน้ำใบเตยเย็น
    – นำน้ำแข็งไปทุบใส่แก้ว และเทน้ำใบเตยผสมอัญชันลงไป
    – จะได้น้ำใบเตยผสมอัญชันสีออกม่วงๆที่น่ารับประทาน

  • สูตรวิธีทำน้ำกระเจี๊ยบ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำกระเจี๊ยบ

    น้ำกระเจี๊ยบ
     

    ส่วนผสมน้ำกระเจี๊ยบ

    – กระเจี๊ยบ 10 ผล
    – น้ำตาลทราย 500 กรัม
    – น้ำเปล่า 2 ลิตร

    วิธีการทำน้ำกระเจี๊ยบ

    – นำผลกระเจี๊ยบที่เตรียมๆตากแดดไว้สัก 2 วัน เพื่อให้กระเจี๊ยบแห้ง จากนั้นนำมาเด็ดผลกระเจี๊ยบออกเป็นชิ้นๆ แล้วพักไว้
    – เตรียมต้มน้ำ โดยเทน้ำลงหม้อต้ม ใช้ไฟปานกลาง รอจนน้ำเดือด ทำการใส่กระเจี๊ยบแห้งลงไป แล้วปิดฝาหม้อ รอให้น้ำเดือด
    – ในน้ำตาลทรายลงไป แล้วคนให้ละลาย จากนั้นต้มไปอีกสักพักจนได้กลิ่นกระเจี๊ยบหอมๆ
    – นำน้ำกระเจี๊ยบที่ๆได้เทลงบนผ้าขาวบาง เพื่อกรองเอาเนื้อกระเจี๊ยบที่ต้มออก
    – จากนั้น เทน้ำกระเจี๊ยบใส่ขวด แช่ตู้เย็นไว้จนเย็น
    – เมื่อต้องการรับประทาน สามารถนำมาใส่กับน้ำแข็งทานคู่กันได้

    สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำกระเจี๊ยบ

    – กระเจี๊ยบแห้ง 10 ผล
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – น้ำเปล่า 1 ลิตร

    วิธีการทำน้ำกระเจี๊ยบ

    – นำกระเจี๊ยบแห้ง 10 ผล มาใส่ลงในหม้อที่มีน้ำ 1 ลิตร แล้วตั้งบนเตาไฟที่เปิดไฟปานกลาง จากนั้นเทน้ำตาลทรายลงไป
    – ต้มให้เดือดโดยการคนส่วนผสมสักพัก ก่อนที่จะนำฝาหม้อมาปิดไว้ รอจนกระเจี๊ยบที่ต้มทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงๆ จึงเปิดฝาหม้อ แล้วคนอีกสักพัก
    – ยกหม้อลงจากเตา รอให้น้ำกระเจี๊ยบเย็น จึงทำการกรองเอากากออก จนเหลือแต่น้ำกระเจี๊ยบ
    – เวลาดื่มสามารถหาน้ำแข็งมาใส่ลงในแก้วแล้วเทน้ำกระเจี๊ยบลงไป เพื่อให้ได้ความเย็นและเพิ่มรสชาติ
    – เหมาะกับเป็นเครื่องดื่มคลายร้อน ดับกระหายได้เป็นอย่างดี

    สูตรน้ำกระเจี๊ยบ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำกระเจี๊ยบ

    – กระเจี๊ยบผงสำเร็จรูป 1 ซอง
    – น้ำตาลทราย 300 กรัม
    – น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร

    วิธีการทำน้ำกระเจี๊ยบ

    – เป็นการทำน้ำกระเจี๊ยบแบบง่ายๆ โดยการนำกระเจี๊ยบผงสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไปมาใช้แทนกระเจี๊ยบแห้ง ที่อาจจะหาได้ยากในปัจจุบัน
    – นำผงกระเจี๊ยบมาเทลงในภาชนะที่ใส่ โดยกะปริมาณว่าต้องการชงมากน้อยเพียงใด สำหรับใช้ดื่มจำนวนกี่คน
    – ทำการต้มน้ำให้ร้อนจนเดือด เทผงกระเจี๊ยบลงไป คนให้ละลาย ตามด้วยน้ำตาลทราย แล้วคนให้ละลาย ปิดฝารอจนเดือด ทำการชิมรสชาติ หากชอบหวานสามารถเติมน้ำตาลทรายลงไปได้อีก เพราะกระเจี๊ยบจะมีรสชาติออกเปรี้ยวๆนำ
    – เมื่อต้มจนน้ำกระเจี๊ยบเดือดได้ที่แล้ว ยกหม้อลงจากเตา ทิ้งไว้จนน้ำอยู่ในอุณหภูมิปกติ
    – นำน้ำกระเจี๊ยบที่ได้กรอกใส่ขวด เตรียมแช่ตู้เย็น หรือหากต้องการดื่มแบบทันใจ สามารถใส่น้ำกระเจี๊ยบกับน้ำแข็งได้ทันที

    การขายน้ำกระเจี๊ยบ

  • สูตรวิธีทำน้ำมะม่วง พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำมะม่วง

    สูตรน้ำมะม่วง สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำมะม่วง

    – มะม่วงสุก 1 ผล
    – น้ำต้มสุกที่แช่เย็นแล้ว 1 ถ้วยตวง
    – น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำมะม่วง

    – ปอกเปลือกมะม่วงสุกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ จะเล็กหรือใหญ่ก็ได้ เพราะเนื้อมะม่วงนิ่ม ไม่ลำบากต่อการปั่น
    – นำมะม่วงที่หั่นเทลงไปพร้อมกับน้ำเชื่อมและน้ำต้มสุกที่แช่เย็นแล้ว ใช้น้ำต้มจะเป็นการช่วยฆ่าเชื่อโรคก่อนนำมาทำการปั่น
    – ปั่นส่วนผสมต่างๆให้เข้ากัน
    – ใส่เกลือกป่นลงไป แล้วปั่นต่อ จากนั้นทำการชิมรสชาติให้ได้ที่
    – เทน้ำมะม่วงปั่นที่ได้ลงในแก้วแล้วแช่ตู้เย็นต่อ เพื่อความอร่อยหรือจะรับประทานเลยก็ได้
    – เสร็จสิ้น เสิร์ฟได้ทันที ง่ายๆกับขั้นตอนการทำน้ำมะม่วงปั่นที่แสนง่ายดาย

    สูตรน้ำมะม่วง สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำมะม่วง

    – มะม่วงสุก 1 ผล
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
    – น้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง
    – เกลือ ¼ ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำมะม่วง

    – นำมะม่วงสุกที่คัดเลือกมาปอกเปลือก แล้วล้างน้ำเปล่า พยายามล้างแบบให้น้ำไหลผ่าน อย่าถูเนื้อมะม่วงแรงเกินไป และอย่าล้างนาน เพราะจะทำให้เนื้อมะม่วงจืด
    – หั่นมะม่วงเอาแต่ส่วนที่เป็นเนื้อให้หมด แล้วเอาเมล็ดทิ้ง
    – เทมะม่วงหั่นกับน้ำอุ่น น้ำตาลทรายและเกลือลงไป ปั่นส่วนผสมไปจนเข้ากัน ลองดูว่าเนื้อมะม่วงเหลวมากน้อยเพียงใด ถ้าข้นเกินก็สามารถใส่น้ำลงไปได้ ถ้าน้ำมะม่วงเหลวเกินไป สามารถใส่เนื้อมะม่วงเพิ่มได้อีก
    – ชิมรสชาติแล้วเทใส่แก้ว
    – แช่ตู้เย็นให้เย็นน่าทาน เสิร์ฟเป็นเครื่องดื่มเย็นๆแก้ร้อนได้ แถมได้ประโยชน์จากมะม่วงอีกด้วย

    สูตรน้ำมะม่วง สูตรที่ 3 (น้ำมะม่วงปั่น)

    ส่วนผสมน้ำมะม่วงปั่น

    – มะม่วงสุก 1 ลูก
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    – โยเกิร์ต 1 ถ้วย
    – น้ำเชื่อม 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำแข็งบด 1 ถ้วย
    – เกลือป่น

    วิธีการทำน้ำมะม่วงปั่น

    – ปอกเปลือกและหั่นมะม่วงสุกลงไปในโถปั่น ตามด้วยน้ำเชื่อมมากน้อยตามต้องการ น้ำแข็งบด เกลือป่น แล้วปั่นให้ละเอียด
    – ใส่โยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไป 1 ถ้วยแล้วใส่น้ำมะนาวลงไป ทำการปั่นส่วนผสมอีกรอบ
    – ดูว่าเนื้อของมะม่วงละเอียดได้ที่หรือยัง หากยังทำการเติมส่วนผสมที่ขาดลงไปตามความเหมาะสม
    – ปั่นอีกรอบเพื่อให้เข้ากัน แล้วเทใส่แก้วหรือภาชนะที่เป็นโถใหญ่ๆ
    – ได้เป็นน้ำมะม่วงที่ปั่นเสร็จแล้ว เพิ่มความอร่อยด้วยการนำไปแช่ตู้เย็นเป็นเวลา 15 นาที
    – นำน้ำมะม่วงที่ได้เทใส่แก้ว ตกแต่งด้วยชิ้นเนื้อมะม่วงสุกที่เหลือไว้บนหน้าก็ได้
    – สามารถทานน้ำมะม่วงปั่นแสนอร่อยได้ในหน้าร้อนนี้ พร้อมยังสามารถเคี้ยวเนื้อมะม่วงหอม อร่อยที่มีในแก้วได้อีกด้วย

  • สูตรวิธีทำน้ำลิ้นจี่ปั่น พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำลิ้นจี่ปั่น

    น้ำลิ้นจี่ปั่น
     

    สูตรน้ำลิ้นจี่ปั่น สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – เนื้อลิ้นจี่ 500 กรัม
    – น้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร
    – สีผสมอาหารสีชมพู 1 ซอง
    – น้ำตาลทราย 200 กรัม
    – กรดมะนาว 1 ช้อนชา

    วิธีการทำน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – แกะเนื้อลิ้นจี่ออกมาแล้วทำการปั่นให้ละเอียด แล้วนำไปต้มกับน้ำสะอาด รอจนน้ำเดือด
    – ใส่น้ำตาลทรายลงไป พร้อมกับกรดมะนาวและสีผสมอาหารลงไป ต้มให้เนื้อลิ้นจี่ส่งกลิ่นหอม จากนั้นนำน้ำลิ้นจี่ที่ต้มไปกรองด้วยผ้าขาวบาง เอาเนื้อออก
    – จะได้เป็นน้ำลิ่นจี่สีออกชมพูๆ นำไปพักให้เย็น
    – บรรจุน้ำลิ้นจี่ใส่ขวดหรือเทใส่แก้วที่มีน้ำแข็งแล้วดื่มได้ทันที
    – หากต้องการทานเนื้อลิ้นจี่ สามารถนำเนื้อลิ้นจี่ที่ทำการกรองในขั้นตอนต้นๆมาใส่กับน้ำลิ้นจี่ที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้เช่นกัน

    สูตรน้ำลิ้นจี่ปั่น สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – เนื้อลิ้นจี่กระป๋อง 1 กระป๋อง
    – น้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่ 3 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบด 1 แก้ว
    – น้ำเชื่อม 40 มิลลิลิตร

    วิธีการทำน้ำลิ้นจี่ปั่น

    – เปิดฝากระป๋องลิ้นจี่ออก เอาแต่เนื้อลิ้นจี่ แล้วเตรียมน้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่ 2 ถ้วยตวง
    – นำน้ำแข็งบดเทใส่เครื่องปั่น แล้วตามด้วยน้ำหวานกลิ่นลิ้นจี่และเนื้อลิ้นจี่ จากนั้นทำการปั่นให้ส่วนผสมเข้ากัน
    – เทน้ำเชื่อมลงไป เพื่อเพิ่มรสชาติ แล้วปั่นต่อสักพัก
    – เทน้ำลิ้นจี่ใส่แก้วที่เตรียม จากนั้นนำเนื้อลิ้นจี่มาตกแต่งให้สวยงาม
    – ได้น้ำลิ้นจี่ที่แสนอร่อยด้วยขั้นตอนการทำที่ง่ายดาย

    สูตรน้ำลิ้นจี่ สูตรที่ 3 (ไม่ปั่น)

    ส่วนผสมน้ำลิ้นจี่

    – ลิ้นจี่ 15 ผล
    – น้ำตาลทรายขาว 200 กรัม
    – น้ำสะอาด 500 มิลลิลิตร
    – น้ำแข็งทุบ 2 ถ้วย

    วิธีการทำน้ำลิ้นจี่

    – ปอกลิ้นจี่ทั้ง 15 ผล โดยหั่นลิ้นจี่ให้เป็นชิ้น 5 ผล เพื่อใส่ลงไปในน้ำลิ้นจี่ อีก 10 ผลไว้สำหรับต้มเอาน้ำ
    – ตั้งหม้อใส่น้ำตามที่ต้องการ รอจนน้ำเดือด ทำการใส่น้ำตาลทรายขาวลงไป คนจนน้ำตาลละลาย ใส่ลิ้นจี่ลงไปแล้วคนไปพร้อมๆ กับน้ำตาลที่ละลายดี
    – ระหว่างคน สามารถใช้ทัพพีกดน้ำลิ้นจี่ให้แตกออก เพื่อให้น้ำลิ้นจี่ออกมาผสมกับน้ำตาลทรายที่ละลายดีแล้ว
    – เมื่อน้ำเดือดจนได้กลิ่นลิ้นจี่แล้ว ยกน้ำลิ้นจี่ที่ได้ลงจากเตา รอให้เย็น แล้วกรองเอาเนื้อลิ้นจี่ออกด้วยผ้าขาวบาง
    – ระหว่างที่กรอง สามารถบีบผ้าขาวบางที่มีเนื้อลิ้นจี่อยู่ เพื่อคั้นเอาน้ำที่มีอยู่ในเนื้อลิ้นจี่ พักไว้สักครู่
    – นำน้ำแข็งก้อนมาทุบให้ละเอียด แล้วเทใส่แก้ว ตามด้วยน้ำลิ้นจี่ที่พักไว้
    – ใส่เนื้อลิ้นจี่ที่หั่นลงไปตบท้าย พร้อมสำหรับเสิร์ฟเป็นน้ำผลไม้ที่น่าทาน

     

    การขายน้ำลิ้นจี่ปั่น

  • สูตรวิธีทำน้ำมะละกอ พร้อมคำแนะนำในการขายน้ำมะละกอ

    น้ำมะละกอ
     

    สูตรน้ำมะละกอ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมน้ำมะละกอ

    – มะละกอสุก 3 ชิ้น
    – เกลือป่นเล็กน้อย
    – น้ำมะนาว ½ ช้อนชา
    – น้ำต้มสุก 2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำน้ำมะละกอ

    – นำมะละกอสุกมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเตรียมไว้ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นให้เนื้อมะละกอเย็น
    – เมื่อมะละกอเย็นแล้ว นำมาผสมกับน้ำเชื่อม เกลือป่นและน้ำต้มสุกเล็กน้อยในเครื่องปั่น
    – ทำการปั่นส่วนผสมต่างๆให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้วหรือโถ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นจนน้ำมะละกอเย็น
    – เทน้ำมะละกอที่แช่ตู้เย็นจนเย็นแล้วใส่ในแก้ว
    – อร่อยกับน้ำมะละกอปั่นที่นุ่มละมุนลิ้นทั้งรสชาติและคุณประโยชน์
    – สามารถทำทานเพื่อคลายร้อนในน่าร้อนได้ มะละกอช่วยในเรื่องการขับถ่ายที่ดี

    สูตรน้ำมะละกอ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมน้ำมะละกอ

    – มะละกอสุก 2 ชิ้น
    – น้ำเย็น1/2 ถ้วย
    – น้ำแข็ง ½ ถ้วย
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    – น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
    – มะนาวฝาน 1 ชิ้น
    – ใบสะระแหน่ 2 ต้น

    วิธีการทำน้ำมะละกอ

    – นำมะละกอสุกมาปอกเปลือก อย่าปอกเปลือกเยอะเกินจนกินถึงเนื้อมะละกอ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆให้ได้ 1 ถ้วย
    – ทุบน้ำแข็งให้ละเอียด แล้วนำไปใส่ลงในโถปั่น อย่าใส่น้ำแข็งจนเยอะเกินไป เพราะจะทำให้รสชาติของมะละกอเปลี่ยนและไม่อร่อย ใส่ลงไปพร้อมกับมะละกอ น้ำผึ้งเพื่อเพิ่มรสชาติและความหอมที่ต่างจากการใส่น้ำตาล และใส่น้ำเย็นลงไป
    – ทำการปั่นส่วนผสมต่างๆให้เข้ากันจนกลายเป็นเนื้อสมูทตี้
    – เทน้ำมะละกอปั่นที่เสร็จเรียบร้อยแล้วลงในแก้ว ตกแต่งด้วยมะนาวฝานบางๆและใบสะระแหน่ให้สวยงาม
    – ได้น้ำมะละกอปั่นทำเองได้ ที่แสนอร่อย คลายร้อนในช่วงหน้าร้อน

    สูตรน้ำมะละกอ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมน้ำมะละกอ

    – เนื้อมะละกอสุก 1 ถ้วย
    – น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น ½ ช้อนชา
    – น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
    – น้ำแข็งบดละเอียด

    วิธีการทำน้ำมะละกอ

    – นำเนื้อมะละกอมาปอกเปลือก หั่น แล้วบดด้วยมือเล็กน้อย ทิ้งไว้สักครู่
    – นำเนื้อมะละกอบด น้ำตาลทราย น้ำเชื่อม เกลือป่นลงไป ปั่นให้ละเอียดแล้วชิมรส สามารถใส่น้ำแข็งลงไปได้ขนาดที่ทำการปั่น หากใครต้องการทานน้ำมะละกอแบบเนื้อละมุนลิ้น
    – เมื่อได้ที่แก้ว ให้นำน้ำปั่นมะละกอมารองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อเอากากออก
    – คั้นจนได้น้ำมะละกอที่แสนอร่อย จึงทำการนำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
    – นำน้ำมะละกอออกมา พร้อมกับเทใส่แล้วที่มีน้ำแข็งบดอยู่
    – สามารถทานได้เลยตามแต่สะดวก
    – น้ำมะละกอปั่น เป็นน้ำผลไม้สุขภาพยามว่างที่ทำเองได้แบบง่ายๆ

    การขายน้ำมะละกอ

  • สูตรวิธีทำชาดำเย็น พร้อมคำแนะนำในการขายชาดำเย็น

    สูตรชาดำเย็น สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    -ผงชาดำ ครึ่งถ้วยตวง
    -น้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตร
    -น้ำตาลทรายขาว
    -น้ำแข็งป่น

    วิธีทำ

    -ขั้นตอนแรกให้ตวงส่วนผสมของผงชาครึ่งถ้วยตวง
    -จากนั้นเทผงชาลงในกุงกรองชา แล้ววางใส่ลงไปในหม้อต้มชา
    -ต้มน้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตร ให้เดือดจัด
    -และเติมน้ำร้อนลงไปในหม้อต้มชา ประมาณ ¾ ของหม้อต้ม
    -ใช้ช้อนคนผงชาในถุงกรองให้สีของชาเริ่มละลายออกมา แล้วแช่ทิ้งไว้ในน้ำร้อนประมาณ 20 นาที
    -เมื่อครบ 20 นาที ให้ยกถุงกรองชาออก แล้วทิ้งกากออกไปให้หมด
    -ใช้น้ำร้อนทำความสะอาดถุงกรองชาอีกครั้ง
    -คนน้ำชาในหม้อชงให้เข้ากัน จากนั้นก็เทใส่ลงในแก้วชงกาแฟ โดยเทผ่านถุงกรองชาที่ทำความสะอาดแล้ว
    -เติมน้ำตาลทรายใส่ลงไปในน้ำชาเล็กน้อย เพื่อเพิ่มรสหวานประมาณ 2 ช้อนชา
    -ตักน้ำแข็งป่นใส่แก้วให้เต็ม แล้วเทน้ำชาดำเย็นตามลงไป

  • สูตรวิธีทำชานมไข่มุก พร้อมคำแนะนำในการขายชานมไข่มุก

    สูตรชานมไข่มุก สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    -ผงชาดำเย็น 3 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
    -นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
    -ครีมเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
    -นมสดรสจืด
    -ไข่มุกต้มสุก
    -น้ำเชื่อม
    – น้ำแข็งป่น

    วิธีทำ

    -ขั้นตอนแรกให้ต้มน้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง รอจนน้ำเดือดจัด
    -ตักผงชา 3 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในถุงกรองชา แล้ววางทิ้งไว้ในหม้อต้ม
    -เติมน้ำร้อนลงไป พร้อมกับเขย่าถุงกรองชาเล็กน้อย ให้ชาเริ่มมีสีที่เข้มข้นออกมา
    -พักถุงกรองชาไว้ในน้ำร้อนประมาณ 10 นาที แล้วค่อยทิ้งกากออกไป
    -ต่อมาก็ทำการชงชานม โดยเติมนมข้นหวานและครีมเทียมลงไป คนให้ครีมเทียมละลาย
    -จากนั้นก็ทำการต้มไข่มุกและน้ำเชื่อม เริ่มจากต้มน้ำสะอาดให้เดือด แล้วใส่ไข่มุกในปริมาณตามความต้องการลงไปต้ม
    ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
    -ตักไข่มุกที่ต้มสุกแล้ว มาแช่ในน้ำเย็นจัดอีก 2 นาที แล้วพักไว้บนกระชอนรอให้สะเด็ดน้ำ
    -ทำน้ำเชื่อมสำหรับนำไข่มุกลงไปแช่ โดยผสมน้ำตาลทรายกับน้ำเปล่าสะอาดให้เข้ากัน คำนวณปริมาณตามความเหมาะสม โดยดูจากอัตราส่วนของไข่มุก
    -ต้มน้ำเชื่อมให้เดือด แล้วรอจนน้ำตาลทรายละลายหมด พักไว้ให้เย็นตัวลงและจึงค่อยใส่ไข่มุกลงไปแช่ทิ้งไว้ให้มีรสชาติ
    หวาน
    -วิธีการจัดเสิร์ฟชานมไข่มุก ให้ตักไข่มุกใส่แก้วกาแฟลงไปก่อนเล็กน้อย แล้วเติมน้ำแข็งป่นให้เต็มแก้ว
    -จากนั้นก็เติมชานมที่ชงไว้ลงไปจนเกือบเต็มแก้ว ราดหน้าไข่มุกต้มอีกเล็กน้อย
    -แล้วเทนมสดรสจืดตามลงไปตามความชื่นชอบ

    สูตรชานมไข่มุก สูตรที่ 2

    ส่วนผสมชานมไข่มุกปั่น+วิปปิ้งครีม
    -ผงชาดำเย็น 3 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
    -นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
    -ครีมเทียม 2 ช้อนโต๊ะ
    -นมสดรสจืด 3 ช้อนโต๊ะ
    -ไข่มุกต้มสุก
    -น้ำเชื่อม
    -น้ำแข็งป่น
    -วิปปิ้งครีม (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีทำ

    -ตักผงชาใส่ลงในถุงกรอง แล้ววางรอไว้ในหม้อต้มชา
    -จากนั้นต้มน้ำเปล่าสะอาดให้เดือดจัด แล้วเติมลงไปในหม้อชา
    -คนส่วนผสมในถุงกรองชาเล็กน้อย แล้วพักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จนได้น้ำชาเข้มข้น
    -หลังจากนั้นก็เอาถุงกรองชาออกแล้วเทกากชาทิ้งไป
    -แล้วใส่นมข้นหวาน ครีมเทียมและนมสดรสจืดลงไปในหม้อชา คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
    -เมื่อชงชานมเสร็จแล้ว ก็เตรียมทำน้ำเชื่อมและต้มไข่มุก โดยจะเริ่มทำน้ำเชื่อมรอไว้ก่อน
    -เติมน้ำสะอาดลงในหม้อประมาณครึ่งถ้วยตวง แล้วเติมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย ต้มให้เดือดแล้วพักทิ้งไว้ให้เย็น
    -ต่อมาก็ต้มน้ำให้เดือด แล้วใส่ไข่มุกลงไปต้มให้สุกประมาณ 20-30 นาที แล้วตักออกมาแช่ในน้ำเย็นจัด
    -พักไข่มุกไว้บนกระชอนรอให้สะเด็ดน้ำเล็กน้อย แล้วค่อยแช่ลงไปในน้ำเชื่อมประมาณ 10 นาที ให้มีรสชาติหวาน
    -และขั้นตอนสุดท้ายก็ตักไข่มุกใส่แก้วกาแฟรอไว้ก่อน แล้วนำน้ำแข็งใส่เครื่องปั่น ตามด้วยใส่ชานมลงไป
    -กดปั่นให้ได้ชานมเนื้อเนียน แล้วเทใส่แก้ว ตักไข่มุกราดหน้าตามความชื่นชอบ และตกแต่งด้วยการบีบวิปปิ้งครีม

  • สูตรวิธีทำชาเขียว พร้อมคำแนะนำในการขายชาเขียว

    สูตรชาเขียว สูตรที 1

    ส่วนผสมชาเขียวร้อน

    -ผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นหวาน 2 ช้อนชา
    -น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
    -น้ำเปล่าสะอาด

    วิธีทำ

    -เตรียมแก้วสำหรับชงชาเขียว แล้วตักผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ ใส่รอไว้ก่อน
    -จากนั้นต้มน้ำเปล่าสะอาดให้เดือด แล้วเทลงไปในแก้วชงชาประมาณ ¾ ของขนาดแก้ว
    -เติมน้ำตาลทรายลงไป 2 ช้อนชา และตามด้วยนมข้นหวาน 2 ช้อนชา
    -คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน รอให้น้ำตาลทรายและผงชาเขียวละลายจนหมด
    -เทชาเขียวร้อนใส่แก้วกาแฟ แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที เพื่อไม่ให้ชาเขียวมีอุณหภูมิที่ร้อนจนเกินไป

    สูตรชาเขียว สูตรที 2

    ส่วนผสมชาเขียวเย็น+นมสดตีฟอง
    -ผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นหวาน 2 ช้อนชา
    -น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
    -น้ำเปล่าสะอาด
    -นมรสจืดสำหรับตีฟองนม
    -ผงชาเขียว (สำหรับตกแต่ง)
    -น้ำแข็งป่น

    วิธีทำ

    -ต้มน้ำเปล่าสะอาด แล้วรอให้น้ำเดือดจัด
    -ตักผงชาเขียวแล้วใส่ลงไปในแก้วชงกาแฟ
    -จากนั้นจึงค่อยเติมน้ำร้อนลงไปในแก้วชงกาแฟ ประมาณ ¾ ส่วนของปริมาณแก้ว
    -เติมน้ำตาลทรายและนมข้นหวานลงไป คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
    -ขั้นตอนต่อมาให้ใช้นมรสจืดสำหรับตีฟองนม เทลงไปในชามผสม
    -ใช้เครื่องตีฟองนมไฟฟ้าตีจนนมขึ้นฟอง
    -ตักน้ำแข็งป่นใส่แก้ว แล้วเทน้ำชาเขียวที่ชงไว้เรียบร้อยแล้วลงไป
    -ตักฟองนมประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ ตกแต่งบนเครื่องดื่ม
    -แล้วโรยผงชาเขียวเล็กน้อยบนฟองนม เพื่อเพิ่มความสวยงาม

    สูตรชาเขียว สูตรที 3

    ส่วนผสมชาเขียวปั่น+วิปปิ้งครีม

    -ผงชาเขียว 1 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นหวาน 2 ช้อนชา
    -น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
    -น้ำเปล่าสะอาด
    -น้ำแข็งป่น
    -ผงชาเขียว (สำหรับตกแต่ง)
    -วิปปิ้งครีม (สำหรับตกแต่ง)
    ใบมิ้นท์ (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีทำ

    -ขั้นตอนแรกให้ตวงผงชาเขียว นมข้นหวานและน้ำตาลทราย ใส่รอในแก้วชงกาแฟ
    -จากนั้นเติมน้ำเปล่าสะอาดใส่กาต้มน้ำร้อน แล้วต้มให้น้ำเดือดจัด
    -เติมน้ำร้อนลงในแก้วชงกาแฟ ในปริมาณ ¾ ของแก้ว
    -คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จนน้ำตาลทรายและผงชาเขียวละลายหมด
    -ใส่น้ำแข็งป่นลงในเครื่องปั่นประมาณครึ่งโถปั่น
    -เติมน้ำชาเขียวลงไป แล้วกดปั่นให้ละเอียด จนได้ชาเขียวปั่นเนื้อเนียน
    -เทชาเขียวปั่นใส่แก้วสวยงาม แล้วบีบวิปปิ้งครีมลงไปเล็กน้อย
    -โรยหน้าวิปปิ้งครีมด้วยผงชาเขียวเล็กน้อย
    -ใช้ใบมิ้นท์ 1-2 ใบตกแต่งเพิ่มความสวยงาม

  • สูตรวิธีทำชามะนาว พร้อมคำแนะนำในการขายชามะนาว

    ส่วนผสมชามะนาว

    -ผงชาดำ ครึ่งถ้วยตวง
    -น้ำเปล่าสะอาด 1 ลิตร
    -น้ำตาลทรายขาว
    -น้ำแข็งป่น
    -มะนาว 1 ลูก

    วิธีทำ

    -ขั้นตอนในการทำชามะนาวจะมีวิธีทำที่เหมือนกับชาดำเย็นครับ แต่จะเพิ่มรสเปรี้ยวจากมะนาวที่ทำให้รับประทานแล้วรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น
    -เริ่มแรกตวงผงชาให้ได้ครึ่งถ้วยตวง แล้วใส่ลงไปในถุงกรองชา
    -วางถุงกรองชาลงในหม้อต้มชา พักรอไว้ก่อน
    -จากนั้นให้ต้มน้ำเปล่าสะอาด รอจนน้ำเดือดจัด
    -เทน้ำร้อนที่ต้มเสร็จแล้วลงในหม้อต้มชา แล้วแช่ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
    -หลังจากนั้นคนผงชาให้ละลายออกมาจนหมด แล้วนำถุงกรองชาออกจากหม้อ
    -เทกากชาทิ้งให้หมด แล้วล้างทำความสะอาดถุงกรองชาให้สะอาด
    -เทน้ำชาดำเย็นลงใส่ในแก้วชงกาแฟ โดยเทผ่านถุงกรองชา เพื่อเอาเศษผงชาที่ติดอยู่ออกไปให้หมด
    -แล้วเติมน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย แล้วคนให้เข้ากันจนน้ำตาลทรายละลายหมด
    -ฝ่านมะนาวเป็นซีกเล็กๆ 1-2 ซีก แล้วบีบเอาแต่น้ำใส่ตามลงไปในชาดำเย็น
    -คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
    -เติมน้ำแข็งป่นใส่ลงในแก้วให้เต็ม แล้วเติมน้ำชามะนาวลงไป
    -หั่นมะนาวเป็นชิ้นกลมบางๆ แล้วตกแต่งบริเวณขอบแก้ว เพื่อเพิ่มความสวยงาม
    -และหากใครชอบทานน้ำผึ้งก็สามารถใส่เพิ่มเติมลงไปเพื่อเพิ่มความหวาน หรือใช้แทนน้ำตาลทรายได้ครับ

  • สูตรวิธีทำชาสมุนไพร พร้อมคำแนะนำในการขายชาสมุนไพร

    สูตรชาสมุนไพร สูตรที่ 1

    ส่วนผสมชาสมุนไพรตระไคร้+น้ำผึ้ง

    -ใบชาอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
    -น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
    -ตระไคร้สด
    -น้ำผึ้ง

    วิธีทำ

    -เริ่มจากเทน้ำเปล่าสะอาดใส่ลงในกาต้มชา แล้วต้มน้ำให้เดือดจัด
    -เติมใบชาอบแห้งลงไป แล้วต้มต่อไปอีกประมาณ 5-10 นาที
    -จากนั้นกรองเอากากใบชาออกให้หมด
    -ใส่น้ำตาลทรายลงไป แล้วคนให้น้ำตาลทรายละลายจนหมด
    -ทุบตระไคร้สดพอบุบ แล้วหั่นใส่ลงไปประมาณ 6 ชิ้น
    -ต้มน้ำชาในกาต่อไปอีก 5 นาที จนตระไคร้ส่งกลิ่นหอม
    -ยกกาต้มชาลงจากเตา แล้วพักทิ้งไว้ให้คลายความร้อนเล็กน้อย
    -เทน้ำชาสมุนไพรใส่แก้ว โดยกรองเอาแต่น้ำ แล้วเติมน้ำผึ้งก่อนรับประทานเล็กน้อย
    -หากไม่ชอบรับประทานชาร้อน ให้นำเข้าตู้เย็นก่อน หรือเติมน้ำแข็งเพื่อเพิ่มความสดชื่น

    สูตรชาสมุนไพร สูตรที่ 2

    ส่วนผสมชาสมุนไพรขิง+ใบเตย

    -ใบชาอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
    -น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
    -ใบเตยสด 3 ใบ
    -ขิงสด 2 แง่ง
    -น้ำผึ้ง

    วิธีทำ

    -ขั้นตอนแรกให้เตรียมต้มใบชา โดยใส่ใบชาลงในหม้อแล้วเติมน้ำเปล่าสะอาดลงไป
    -ต้มให้ใบชาส่งกลิ่นหอม แล้วตักกากทิ้งไปให้หมด
    -ล้างใบเตยสดให้สะอาด แล้วมัดรวมกันใส่ตามลงไป
    -จากนั้นให้ล้างขิงแก่ให้สะอาด ทุบพอบุบแล้วใส่ลงไปต้มอีก 10 นาที
    -เมื่อน้ำชาเดือดจนทั่วแล้วให้ตักขิงและใบเตยทิ้งไป
    -รินเอาแต่น้ำเสิร์ฟใส่แก้ว หากอยากได้รสชาติหวานเพิ่มเติมให้หยดน้ำผึ้งใส่ลงไปเล็กน้อยก่อนรับประทาน

    สูตรชาสมุนไพร สูตรที่ 3

    ส่วนผสมชาสมุนไพรกุหลาบ+ใบมิ้นท์

    -ใบชาอบแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ
    -ดอกกุหลาบอบแห้ง 6-7 ดอก
    -น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
    -น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
    -ใบมิ้นท์หรือใบสะระแหน่ 4-5 ใบ

    วิธีทำ

    -เติมน้ำเปล่าสะอาดใส่ลงในหม้อต้มชา แล้วต้มจนได้น้ำเดือดจัด
    -จากนั้นจึงค่อยเติมใบชาอบแห้งและดอกกุหลาบอบแห้งลงไป แล้วต้มต่อไปอีก 10 นาที
    -ตักกากใบชาและดอกกุหลาบทิ้งไป แล้วเติมน้ำตาลทรายตามลงไป คนให้น้ำตาลทรายละลายจนหมด
    -ขั้นตอนในการเสิร์ฟ ให้รินน้ำชาใส่ในแก้ว แล้วใส่ใบมิ้นท์สดลงไป 4-5 ใบ คนให้เข้ากัน ใบมิ้นท์จะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ
    -หากอยากได้รสชาติหวานเพิ่มเติมให้หยดน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย หลังจากนั้นก็คนให้เข้ากันก่อนดื่ม
    -และถ้าใครที่กำลังลดน้ำหนักและอยากจะดื่มชาสมุนไพรเพื่อเพิ่มความสดชื่น ให้งดการเติมน้ำตาลทรายและน้ำผึ้ง

  • สูตรวิธีทำกาแฟลาเต้ พร้อมคำแนะนำในการขายกาแฟลาเต้

    สูตรลาเต้ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมลาเต้ร้อน

    -เมล็ดกาแฟคั่วบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำร้อนสำหรับต้มกาแฟ ครึ่งถ้วยตวง
    -นมสดร้อน ครึ่งแก้วชงกาแฟ
    -นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
    -นมรสจืด (สำหรับตีฟองนม)
    -ผงโกโก้ (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีทำ

    -นำเมล็ดกาแฟคั่วใส่เครื่องบดด้วยมือ แล้วบดให้ได้ผงกาแฟที่ละเอียด จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
    -นำผงกาแฟที่ได้ใส่ลงในหม้อต้ม แล้วเติมน้ำร้อนจัดลงไปครึ่งถ้วยตวง
    -จากนั้นคนให้ผงกาแฟละลายกับน้ำร้อน แล้วนำกาแฟเทใส่ในกาที่มีฝากรอง เพื่อเอากากออกไป
    -เทกาแฟร้อนใส่ลงในแก้วชงกาแฟประมาณ ¾ ของแก้ว แล้วเติมนมสดร้อนตามลงไป
    -ใส่นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ แล้วคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
    -นำนมรสจืดที่ใช้สำหรับตีฟองนมเทลงในถ้วย แล้วใช้เครื่องตีฟองนมไฟฟ้า ตีให้ขึ้นฟอง
    -นำลาเต้ร้อนที่ชงเสร็จเรียบร้อยแล้วใส่ในแก้วกาแฟที่มีรูปทรงสวยงาม แล้วตักฟองนมตกแต่งประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ ตามด้วยโรยผงโกโก้บนฟองนมอีกเล็กน้อย

    สูตรลาเต้ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมลาเต้เย็น+นมสด

    -เมล็ดกาแฟคั่วบดละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำร้อนสำหรับต้มกาแฟ ครึ่งถ้วยตวง
    -นมสดร้อน ครึ่งแก้วชงกาแฟ
    -นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นรสจืด
    -น้ำแข็งป่น
    -นมรสจืด (สำหรับตีฟองนม)
    -ผงโกโก้ (สำหรับตกแต่ง)

    วิธีทำ

    -สำหรับขั้นตอนแรกให้บดเมล็ดกาแฟคั่วให้ละเอียด ด้วยเครื่องบดแบบใช้มือ
    -จากนั้นนำผงกาแฟที่บดเสร็จแล้ว ใส่ลงในกาต้มที่มีช่องกรองกากกาแฟ จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
    -ต้มน้ำเปล่าสะอาดครึ่งถ้วยตวงให้เดือด แล้วเทใส่ลงไปในกาต้มกาแฟ
    -คนกาแฟกับน้ำร้อนให้เข้ากัน แล้วพักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
    -หลังจากนั้นค่อยเทน้ำกาแฟใส่ลงในแก้วชง
    -เติมนมสดร้อนและนมข้นหวาน คนส่วนผสมให้เข้ากัน
    -เทนมรสจืดที่ใช้สำหรับตีฟองลงในภาชนะ แล้วใช้เครื่องตีให้ขึ้นฟอง
    -ตักน้ำแข็งป่นใส่แก้ว แล้วเทลาเต้ที่ชงเสร็จเรียบร้อยลงไป
    -เทนมข้นรสจืดตามลงไปในปริมาณที่เหมาะสม
    -ตักฟองนมที่ตีจนขึ้นฟูลงไปตกแต่งหน้ากาแฟ แล้วโรยผงโกโก้เล็กน้อย
    -โดยการทำลาเต้เย็นนอกจากจะใช้ฟองนมตกแต่งแล้ว ยังสามารถใช้วิปปิ้งครีมสำเร็จรูปบีบลงไปตกแต่งได้ และราดด้วยครีมช็อคโกแลตหน้าหน้าวิปปิ้งครีม นอกจากนี้สูตรการชงลาเต้สามารถประยุกต์ทำเป็นลาเต้ปั่นได้ครับ

error: Content is protected !!