Author: admin

  • สูตรวิธีทำช็อคโกแลตชีสเค้ก พร้อมคำแนะนำในการขายช็อคโกแลตชีสเค้ก

    สูตรช็อคโกแลตชีสเค้ก สูตรที่ 1 ช็อคโกแลตชีสเค้ก (Chocolate Cheese Cake) แบบใช้เตาอบ

    ส่วนผสมฐานชีสเค้ก

    – แครกเกอร์ หรือคุกกี้บดละเอียด 150 กรัม
    (ครั้งนี้ผมใช้ขนมปังฮับเส็งครับ)
    – เนยสดรสจืด 100 กรัม
    – ผงโกโก้(สีเข้ม) 1 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือ ¼ ช้อนชา
    ส่วนผสมครีมชีส
    – ครีมชีสอุณหภูมิห้อง 500 กรัม
    – น้ำตาลทรายบดละเอียด 1 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่เบอร์ 0 3 ฟอง
    – วิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วยตวง
    – กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา.
    – ดาร์กช๊อกโกแลต 250 กรัม
    – (ส่วนตัวผมชอบใช้ดาร์กชอกโกแลตและรสชาติที่ได้จะเข้มข้นมากครับ)

    วิธีทำ

    1. ขั้นตอนแรกเตรียมพิมพ์ปอนด์ทาเนยปูกระดาษไขก้นพิมพ์และรอบ ๆ พิมพ์ แต่ถ้าใครอบในถ้วยฟอยด์ ไม่ต้องทาเนยครับ
    2. ขั้นตอนต่อมาเรามาทำฐานชีสเค้กกันก่อนนะครับ โดยนำ แครกเกอร์ เนยสดรสจืด เกลือและผงโกโก้มาผสมในชามผสมคลุกเค้าให้เข้ากัน แล้วนำไปกรุลงในพิมพ์ที่จะใช้อบเค้ก เอาความสูงประมาณ 0.5 -0.7 เซนติเมตรนะครับ ถ้าหนาไปเดี๋ยวเค้กสุกยากครับ เสร็จแล้วนำเข้าตู้เย็นสัก 5 – 10 นาทีพอครับ
    3. วอร์มเตาที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ไฟล่าง คราวนี้เราจะอบแบบหล่อน้ำนะครับ โดยวางถาดใส่น้ำในเตาอบตั้งแต่เริ่มด้วย
    4. ทีนี้เรามาทำตัวชีสเค้กชอกโกแลตกันนะครับ โดยนำช็อกโกแลตตุ๋นจนบนไอน้ำหรือถ้าใครไม่ถนัดจะใช้ไมโครเวฟละลายก็ได้นะครับ ก็แค่เอาเข้า ไมโครเวฟครั้งละ 10 วินาที่ แล้วเอาออกมาคนๆสลับกันไปจนช็อกโกแลตละลายหมดครับ
    5. นำครีมชีสออกมาตั้งทิ้งไว้ให้คลายความเย็นลงแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ในโถผสมแล้วใช้ที่ตีหัวตระกร้อ เปิดความเร็วของเครื่องตีระดับกลางตีให้ขึ้นฟู ค่อยๆเทน้ำตาลทรายป่นลงไป ตีให้เข้ากัน
    6. เบาสปีดการตีจนต่ำสุด ใส่แป้งข้าวโพดลงไป ตีต่อจนเนียน ปิดเครื่อง (ช่างหลังจากนี้ผมใช้พายยางตะล่อมเอานะครับเนื้อเค้กจะนุ่มเบาฟูกว่า
    7. ใส่ไข่ไก่ที่ละฟอง ตะล่อมจนเข้ากัน จนครบ 3 ฟอง ใส่กลิ่นวานิลา ตามด้วยวิปปิ้งครีม ตะล่อมจนเข้ากันจนเนียนดี
    8. สุดท้ายใส่ช็อกโกแลตตุ๋นลงไป ตะล่อมอย่างเบามือนะครับ พอเข้ากันดีเตรียมเทลงพิมพ์ครับ
    9. เทลงพิมพ์ ประมาณ ¾ ของพิมพ์ นำเข้าเตาอบ อบนานประมาณ 45-50 นะครับแต่ถ้าใครชอบแบบข้างในแข็งหน่อย ก็ 60 นาทีไปเลยก็ได้ครับ
    10. ครบเวลา ปิดไฟเตาอบ อย่าเพิ่งเอาเค้กออกจากเตานะครับ ให้แง้มฝาเตาอบไว้ อุณหภูมิภายในเตาอบจะค่อยๆลดลง ช่วงป้องกันเองหน้าเค้กแตก ไม่สวยได้ครับ
    11. พออุ่นแล้วเอาออกจากเตาอบ ทำเข้าตู้เย็นอีกสัก 4 ชั่วโมง หรือข้ามคืนไปเลยก็ได้ครับเช้าค่อยเอาออกมาตัดรับประทานก็ได้ อร่อยไม่ผิดหวังแน่ๆครับ

    สูตรช็อคโกแลตชีสเค้ก สูตรที่ 2 ช็อคโกแลตชีสเค้ก (Chocolate Cheese Cake) แบบไม่ใช้เตาอบ

    ส่วนครัสท์ (ฐาน)

    – ช็อคโกแล็ตคุกกี้โอริโอ้บดละเอียด 150 กรัม
    – เนยละลาย 4 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
    ส่วนผสมตัวชีสเค้ก
    – ครีมชีส 150 กรัม
    – น้ำตาล 40 กรัม
    – ดาร์กช็อกโกแลต (1) 200 กรัม
    – วิปครีม 120 กรัม
    – โยเกิร์ต 120 กรัม
    – นมจืด 40 กรัม
    – เจลาตินแผ่น 2 แผ่น
    – น้ำเย็นสำหรับแช่เจลาติน 1 ถ้วย
    – แผ่นพลาสติก

    วิธีทำ

    1. เตรียมพิมพ์แบบถอดก้นได้
    2. นำส่วนผสมของฐานครัสท์ มาผสมให้เข้ากัน น้ำเข้าในไมโครเวฟ กรุลงในฐานพิมพ์นำเข้าตู้เย็น 10 นาทีให้เซ็ทตัว นะครับ
    3. ตีวิปครีมที่เตรียมไว้จนตั้งยอดแข็งเสร็จแล้วพักไว้ครับ
    4. นำเจลาตินที่เตรียมไว้แช่น้ำเย็นจนนิ่ม
    5. อุ่นนมจืดให้พออุ่นๆพอนะครับแล้วนำเจลาตินที่แช่น้ำเย็น บีบน้ำออกให้หมดใส่ลงในนำที่อุ่นไว้ คนให้ละลาย แล้วพักไว้
    6. หั่นครีมชีสเป็นชิ้นเล็ก ใส่ชามผสม ใช้ที่ตีหัวตะกร้อ ตีจนขึ้นฟูครับแล้วค่อยๆใส่น้ำตาลป่นลงไป ตีจนเข้ากัน
    7. เติมโยเกิร์ตลงไปนะครับ ตอนนี้เริ่มใช้พายยางตะล่อมเอาครับ ผสมจนเข้ากันแล้วพักไว้
    8. ขั้นต่อไปเราก็นำวิปปิ้งครีมที่เราพักไว้มาผสมกับครีมชีส ตะล่อมจนให้เข้ากัน
    9. เติมนมอุ่นผสมเจลาตินลงไป ตะล่อมให้เข้ากันแล้วพักไว้
    10. นำช็อกโกแลตไปตุ๋นจนละลาย ทิ้งไว้คลายความร้อนลงเล็กน้อยนะครับ แล้วนำมาผสมกับครีมชีสตะล่อมจนเข้ากันดี เทใส่พิมพ์แช่ตู้เย็นให้เซ็ทตัว ประมาน 40-60 นาทีนครับ ครบเวลาแล้วนำออกจากพิมพ์ (เวลาถอดพิมพ์ ใช้มีดปลายแหลงเลาะเค้กออกจากพิมพ์ก่อนถอดพิมพ์ออก) ตักเสิร์ฟได้เลยครับ เวลาเสิร์ฟ ใครจะทานคู่กับชอกโกแลตซอส หรือ ผลไม้ลดก็ได้แล้วแต่ความชอบเลยครับ

  • สูตรวิธีทำบลูเบอรี่ชีสเค้ก พร้อมคำแนะนำในการขายบลูเบอรี่ชีสเค้ก

    สูตรบลูเบอรี่ชีสเค้ก (บลูเบอรี่ชีสเค้กแบบอบ)

    ส่วนผสมฐานชีสเค้ก

    – เครกเกอร์ 1 แถว
    – น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อนโต๊ะ
    – เนยละลาย 5-6 ช้อนโต้ะ

    ส่วนผสมชีสเค้ก

    – ครีมชีส 500 กรัม
    – น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
    – นม 6 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่ 2 ฟอง
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    – ซาวด์ครีม 1/2 ถ้วย
    – กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
    – แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ

    1. วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียสนะครับ ใส่ถาดน้ำไปในเตาอบตั้งแต่เริ่มวอร์มเตาเลยครับ
    2. เตรียมฐานชีสเค้กโดยนำขนมปังมาบดละเอียด ผสมกับแป้งและน้ำตาลทรายแดงจนเข้ากัน เอากรุลงก้มพิมพ์
    3. เอฟอยด์หุ้ม รอบๆพิมพ์ เค้กไว้
    4. เอาครีมชีสมาไว้ที่อุณภูมิห้องจนคลายความเย็นและอ่อนตัวลงแล้วนำไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    5. ผสมครีมชีสกับน้ำตาลในเครื่องผสมตีจนเนียนและขึ้นฟูแล้วเทนมที่เตรียมไว้ผสมให้เข้ากัน
    6. เบาความเร็วของเครื่องตีเป็นต่ำสุดค่อยๆใส่ไข่ลงไปทีละใบ ผสมให้เข้ากันดี เติมซาวด์ครีม กลิ่นวานิลลาปิดเครื่องได้เลยครับ
    7. ใช้พายยางตะล่อมอีกครั้งที่ก้นอ่าง เทแป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไป ตะล่อมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
    8. เติมน้ำมะนาวลงไป ตะล่อมจนเข้ากันเป็นครั้งสุดท้ายครับ
    9. เทเนื้อชีสเค้กลงในพิมพ์ที่กรุด้วยขนมปังกรอบไว้
    10. เอาเข้าเตา เปิดไฟล่างอย่างเดียวและหล่อน้ำไว้ด้วยนะครับเวลาอบ อบเป็นเวลา 45-50 นาทีแต่ถ้าชอบเนื้อแข็งๆลากยาวถึง 60 นาทีได้เลยครับ เมื่ออบเสร็จให้ปิดเตาอบ แล้วทิ้งเค้กใว้ในเตาอบ แง้มฝาเตาอบไว้ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อกันไม่ให้เค้กหน้าแตก เมื่อครบเวลาแล้วนำเข้าแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืนนะครับ ก่อนเสิร์ฟอย่าลืมราดด้วยบลูเบอรี่อีกทีนะครับ

  • สูตรวิธีทำทาร์ตไข่ พร้อมคำแนะนำในการขายทาร์ตไข่

    สูตรทาร์ตไข่ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแป้งพาย

    1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1.5 ถ้วยตวง (แป้งว่าว)
    2. น้ำมันพืช 1/4 ถ้วยตวง
    3. เนยสด (เย็น) 1/4 ถ้วยตวง
    4. เกลือ 1/2 ชช
    5. น้ำตาลไอซิ่ง 2 ชต.
    6. ไข่แดง 1 ฟอง
    7. น้ำเปล่า 1-2 ชต.

    ส่วนผสมไส้คัสตาร์ด

    1. ไข่ไก่ 3 ฟอง
    2. นมข้นจืด 2/3 ถ้วยตวง ( ถ้วยตวงของแห้ง)
    3. นมสด (ยี่ห้ออะไรก็ได้ครับ) 2/3 ถ้วยตวง ( ถ้วยตวงของแห้ง)
    4.น้ำตาลทราย 2/3 ถ้วยตวง
    5. เกลือ 1/4 ช้อนชา
    6.วานิลา 1 ช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมน้ำเชื่อมคาราเมล

    1. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    2. น้ำสะอาด 50 กรัม
    วิธีทำ
    3. นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ เกลือ และน้ำตาลไอซิ่ง ผสมจนเข้ากันครับเสร็จแล้วทำเป็นหลุมตรงกลางคล้ายปล่องภูเขาไฟไว้เลยนะครับ
    4. นำน้ำมันพืช เทลงในหลุมแป้งที่เราทำไว้ครับแล้วนำเนยสดเย็นใส่ตามลงไปเลยครับ ใช้ที่ตัดแป้งโดว์ สับๆเนยเคล้าๆกันกับแป้งให้เนยเป็นก้อนเล็กๆขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวนะครับ
    5. ใส่ไข่แดงตามลงไปครับผสมให้เข้ากัน อย่านวดนะครับเดี๋ยวแป้งจะเหนียวยืดขึ้นรูปไม่ได้ หลังจากนั้นค่อยๆเทน้ำเย็นลงไปผสมให้เข้ากัน อย่าใส่พรวดเดียวหมดนะครับ เดี๋ยวแป้งจะเหลวไป นำแป้งที่ได้ไปพักไว้ในตู้เย็นสัก 20-30 นาทีนะครับ
    6. ขั้นตอนต่อไปเรามาทำคัสตาร์ดกันนะครับโดยผสม ไข่และน้ำตาลทราย ชามผสม
    7. นำขึ้นตุ๋นแบบดับเบิ้ลโบ ในกะละมังน้ำร้อนจัด คนเรื่อยนะครับจนน้ำตาลละลาย เติมนมสด นมข้นจืด เกลือและกลิ่นวนิลาตามลงไป ปิดไฟแล้วนำมากรองครับ เนื้อคัสตาร์ดจะได้เนียนๆ พักไว้ก่อนนะครับ
    8. นำแป้งที่เราเตรียมไว้มากรุลงพิมพ์ครับ เวลากรุ เอาให้แป้งเลยพ้นขอบพิมพ์มาหน่อยนะครับ เวลาอบขอบจะบานออกอีกสวยดีครับ
    9. หลังจากกรุแป้งจนครบพิมพ์ทาร์ตไข่ทุกถ้วยแล้ว นำเนื้อคัสตาร์ที่เราเตรียมไว้มาเทลงในพิมพ์ครับ
    10. วอร์มเตาเอา ไฟบนล่าง ที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียสนะครับ
    11. ระหว่างรอเตาอบเรามาทำน้ำเชื่อมคาราเมลเอาไว้ทาหน้าทาร์ตไข่นะครับ
    โดยนำน้ำตาลผสมน้ำตามส่วน ตั้งไฟคนจนเหนียวได้ที่ ( สังเกตง่ายๆ แค่เห็นฟอง
    หยาบๆ เริ่มกลายเป็นฟองละเอียดเล็กลงฟูขึ้นมาถือว่าน้ำเชื่อมเหนียวได้ที่ )พักไว้จนเย็น
    12. ทีนี้เราหันกลับไปที่ตัวทาร์ตกันดีกว่าครับ เช็คอุณหภูมิว่าได้ที่แล้วนำตัวทาร์ ต
    เข้าอบ ได้เลยครับ อบนานประมาณ 20 นาทีนะครับ เอาออกจากเตาอบ เช็คดูว่า
    เนื้อคัสตาร์ดสุกรึยัง ถ้าสุกแล้วนำน้ำเชื่อยมคาราเมลที่เตรียมไว้ ทาที่หน้าทาร์ไข่ได้
    เลยครับ
    13. นำเข้าเตาอบอีกครั้ง อบต่อจนหน้าทาร์ตดูสีเกรียมเป็นอันใช้ได้ครับ ปิดเตายกออกได้
    เลยครับ

    เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

    สูตรนี้ถ้าใครจะดัดแปลงให้เป็นทาร์ตไข่ช็อกโกแลตก็ไม่ยากครับแค่ใส่ผงโกโก้ลงไป จากสูตรนี้ ก็ใส่ประมาณ 20 กรัม แล้วแต่ใครชอบเข้มมาก เข้มน้อยนะครับ ใส่ไปตั้งแต่ตอนที่ผสมไข่กับน้ำตาลได้เลยครับ แค่นี้ก็เป็นทาร์ตไข่ช็อกโกแลตได้แล้วนะครับ

    สูตรทาร์ตไข่ สูตรที่ 2 ทาร์ตไข่สูตรง่าย (สูตรฐานขนมปัง)

    ส่วนผสม

    – ขนมปังตัดขอบ 8 แผ่น
    – ไข่ 3 ฟอง
    – กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
    – วิปปิ้งครีม (Daily Cream) 1 ถ้วย
    – น้ำตาล 1/4 ถ้วย
    – น้ำเชื่อมคาราเมล

    วิธีทำ

    1. เตรียมฐานทาร์ตโดยนะขนมปังมาตัดขอบออก แล้วคลึงให้แบด้วยที่นวดแป้งนะครับ แต่เวลาคลึง อย่ากดแรงเกินไปนะครับ เดี๋ยวขนมปังขาดหมด เรียบร้อยแล้วนำขนมปังที่ได้ไปกรุใส่พิมพ์เลยนะครับ พอเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตัดขอบขนมปังที่เกินพิมพ์ออกให้เรียบร้อย พักไว้ก่อนครับ
    2. นำไข่ไก่ใส่ลงในชามผสมครับแล้วดีเอาแค่พอแตกออกแล้วค่อยๆน้ำตาลลงไป ตีจนเข้ากัน แต่ไม่ต้องให้ฟูนะครับ
    3. เติมวิปปิ้งครีมลงไปค่อยเติมทีละน้อยนะครับ ผสมจนเข้ากัน ทำสลับกันจนวิปปิ้งครีมหมดแล้วเติมกลิ่นวนิลาลงไป ผสมจนเข้ากันนำมากรองอีกที เนื้อขนมจะได้เนียนๆครับ
    4. . วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาไฟบนล่างนะครับ
    5. นำส่วนของคัสตาร์ดที่เตรียมเทใส่แป้งทาร์ตขนมปังได้เลยครับ
    6. นำเข้าเตาอบ อบนานประมาณ 20 นาที พอครบเวลา ก็เอาออกมาทาน้ำเชื่อมคาราเมลแล้วอบต่อจนหน้าขนมเป็นเกรียมๆเป็นอันใช้ได้ครับ ยกออกตากเตาพักไว้ครับรอให้เย็นลงนิดนึงแล้วยกเสิร์ฟได้เลยครับ สูตรนี้เหมาะกับคนที่เร่งรีบ ไม่ค่อยมีเวลา แต่อยากทำทานเองก็ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

  • สูตรวิธีทำครัวซองต์เนยสด พร้อมคำแนะนำในการขายครัวซองต์เนยสด

    สูตรครัวซองต์เนยสด

    ส่วนผสม

    – แป้งขนมปัง 500 กรัม
    – นมผง 100 กรัม
    – น้ำตาลทราย 40 กรัม
    – ยีสต์ 10 กรัม
    – เกลือ 7 กรัม
    – สารเสริมคุณภาพ (Bread Improver) 5 กรัม
    ( จะไม่ใส่ก็ได้นะครับผมใช้ KS505 ของอมพีเรียล ใครจะใช้ยี้ออื่นก็ได้นะครับ )
    – น้ำเย็น 275 มิลลิลิตร
    – เนยสดชนิดจืด 250 กรัม

    วิธีทำ

    1. ขั้นตอนแรกเตรียมส่วนผสมของแห้งครับ โดยนำแป้งขนมปัง นมผง ยีสต์ และสารเสริม ผสมรวมกันในอ่างผสมครับใช้มือหรือพายยางคนๆให้เข้ากันก่อนครับ
    2. ใส่เกลือและน้ำตาลตามลงไปในอ่างผสมคนให้เข้ากันอีกที (ที่ผมไม่ใส่เกลือกับน้ำตาลลงไปตอนแรกเพราะถ้าเกลือและน้ำตาลสัมผัสกับยีสต์โดยตรงจะทำให้ยีสต์เสื่อมคุณภาพครับ ผมเลยเลี่ยงดีกว่า )
    3. เติมน้ำเย็นลงไปนวดจนแป้งเข้ากัน หยาบๆแต่จะต้องไม่มียีสต์,น้ำตาลและเกลือจับตัวกันเป็นก้อนและไม่เนียนเกินไปครับ เพราะถ้าเนียนมากเวลาที่เรารีดแป้งโดว์กับเนยแป้งจะขาดแล้วเนยจะทะลุออกมาไม่เป็นเนื้อเดียวกับแป้งครัวซองต์ของเราครับ
    4. รีดแป้งโดว์ที่ได้เป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้า แล้วนำเข้าแช่ช่องฟรีซของตู้เย็น จนแป้งเย็นทั้งแผ่นประมาณ 1-2 ชั่วโมง(บางคนแนะนำให้แช่ข้ามคืน แต่ผมว่าแค่นี้พอแล้วครับ)ครบเวลาเอาออกมาไว้ช่องธรรมดาเพื่อให้แป้งคลายตัวลงสักหน่อยครับ
    5. นำเนยที่เตรียมไว้ ถุงพลาสติก หรือ พลาสติกแรปอาหารก็ได้นะครับเสร็จแล้วนำมาทุบหรือรีด( แล้วแต่ใครถนัดแบบไหนไม่จำกัดครับ )ให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดเล็กกว่าแป้งที่เตรียมไว้สัก 1ใน 3ของแป้งนะครับ
    6. เอาแป้งที่เตรียมไว้ออกจากตู้เย็นนำเนยมาวางทับบนแป้งตรงกลางแล้วพับแป้งลงมา2ข้างให้มาบรรจบกันตรงกลางแล้วรีดแป้งตามนาวตั้งได้เลยครับ
    7. เมื่อรีดได้ตามขนาดที่ต้องการให้กลับแป้งเป็นแนวนอนแล้วพับเข้าหากันเป็น 3 ทบครับ (พับด้านขวามาแล้วพับด้านซ้ายทับอีกที่ จะได้แป้ง 3 ทบครับ)
    8. ทำซ้ำขั้นตอนเดิมอีกครั้งคือรีดแป้งแล้วพับ 3 ทบอีกครั้ง (การพับแบบนี้ทำให้เนื้อครัวซองต์จะเป็นชั้นๆเมื่ออบเสร็จครับ) เสร็จแล้วนำเข้าตู้เย็น ช่องธรรมดานะครับ เวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อให้แป้งและเนยไม่ละลาย
    9. เมื่อครบเวลา 30 นาทีให้นำแป้งโดว์ออกจากตู้เย็น เช็คดูว่าแป้งไม่นิ่มหรือแข็งเกินไป นำแป้งมารีดรีดตามแนวตั้งเพื่อให้แป้งขยายออก เสร็จแล้วขยับรีดแป้งตามแนวนอน ให้ได้ขนาดยาวกว่าเดิม เพื่อเมื่อพับ 3 ทบครั้งสุดท้ายนี้แป้งจะต้องบางกว่า 2 ครั้งแรก เพื่อให้ง่ายต่อการรีดเพื่อขึ้นรูปครัวซองต์นะครับ
    10. รีดเสร็จเรียบร้อยแล้วนำแป้งเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาอีก 1 คืน
    11. ครบ 1 คืนแล้วนำแป้งมารีดตามแนวยาว ให้ได้แป้งที่มีความบางประมาณ 2-3 มิลลิเมตร เมื่อบางได้ที่แล้วนะแป้งโดว์มาตัด โดยวางแผ่นครีวซองต์เป็นแนวนอน ตัดเป็นแผ่น 3 เหลี่ยมแบบสลับฟันปลา โดยให้ฐานครัวซองต์ กว้างเป็น 1 ส่วน ความสูงของยอดเป็น 2 ส่วน (เช่นความสูงของครัวซองต์เท่ากับ 6 นิ้ว ฐานต้องมีขนาด 3 นิ้ว โดยประมาณครับ) เมื่อตัดเป็นแผ่นแล้ว หากแป้วนิ่มไป ให้เอาไปแช่ตู้เย็นก่อนนะครับ
    12. ทีนี้เรามาขึ้นรูปครัวซองต์กันครับ โดย นำแป้งเป็นแผ่นสามเหลี่ยม วางบนถาด ใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งกดที่ฐานสามเหลี่ยมเอาไว้นะครับ แล้วใช้มือข้างที่เหลือให้ดึงแป้งด้านยอดของสามเหลี่ยมให้ยาวออกไป จากนั้นให้ยืดมุมแป้งของฐานสามเหลี่ยมทั้งสองข้างออกเล็กน้อย แล้วใช้ปลายนิ้วทั้งสองข้างม้วนแป้งจากฐานขึ้นไปจนสุดให้ปลายยอดแหลมและให้ทับอยู่ด้านล่าง
    13. พักแป้ง เพื่อให้แป้งขึ้น อันนี้ระยะเวลาไม่แน่นอนนะครับแล้วแต่ความร้อนของอุณภูมิของห้องที่พักแป้งไว้ สังเกตุดูว่าครัวซองต์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นชั้นที่ม้วนไว้ก็จะขยายออกมาเป็นชั้นๆอย่างชัดเจนก็เป็นอันไช้ได้ครับ
    14. ระหว่างที่เราพักแป้งนั้นเราก็มาวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส
    15. พอแป้งขึ้นได้ที่ นำแป้งมาวางเรียงที่ถาดที่มีกระดาษไขรองอบอยู่ นำไข่มาทาที่ผิวของครัวซองต์ที่ขึ้นได้ที่แล้ว
    16. นำเข้าเตาอบ อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส อบนาน 20 นาที่ โดย อบ 10 นาทีแรก เอาออกมากลับถาดเพื่อให้สุกทั่วเสมอกัน แล้วอบต่ออีก 10 นาทีครับ
    17. เมื่อครัวซองต์ครบเวลา ให้เอาออกมาพักไว้แล้วเอาออกจากถาดครับ ตัวผมชอบรับประทานตอนอบเสร็จใหม่เลยครับ หอมเนย อร่อยสุดๆเลยครับ

    เกร็ดเล็กเกล็ดน้อย

    ใครไม่ชอบนมผงสามารถใช้นมสดแทนได้ครับ เช่น ในสูตรใช้นมผง 100 กรัม ก็ให้ใช้นมสด 100 กรัมแทน แล้วลดปริมาณน้ำเย็นลง 100 กรัมด้วยนะครับ และอย่าเทนมสดใส่ลงไปหมดภายในครั้งเดียวนะครับ ให้ผสมนมลงไปซักประมาณ 50 กรัมก่อน นวดไปซักพักแล้วค่อยเติมที่เหลือไปทีละนิดจนกว่าแป้งจะได้ที่ครับ

  • สูตรวิธีทำขนมปังปอนด์ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังปอนด์

    สูตรขนมปังปอนด์ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังปอนด์

    1. แป้งขนมปัง 480 กรัม
    2. แป้งเค้ก 120 กรัม
    3. ยีสต์ 10 กรัม
    4. น้ำเปล่า 310 กรัม
    5. เกลือ 1 ช้อนชา
    6. น้ำตาลทราย 150 กรัม
    7. ไข่ไก่ 1 ฟอง (เบอร์ 0)
    8. เนยสดจืดนุ่ม 90 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังปอนด์

    1. นำแป้งขนมปังและแป้งเค้ก ผสมให้เข้ากันในอ่างผสม จากนั้นใส่ยีสต์ลงไป แล้วผสมให้เข้ากัน พักไว้ก่อน
    2. เทเกลือ น้ำตาลทราย และไข่ไก่ ลงในน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน พยายามให้ไข่ไก่ละลายให้หมด เพราะหากว่าเป็นก้อนอยู่จะทำให้ขนมปังไม่สวย เมื่อเห็นว่าเข้ากันดีแล้ว ให้เทลงในส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ในข้อ 1 แล้วใช้หัวตีตะขอดีไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วปานกลาง ให้แป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน หรือจะใช้มือนวดก็ได้
    3. เติมเนยลงไป แล้วตีด้วยความเร็วปานกลางเท่าเดิม จนกระทั้งแป้งเนียนเป็นเนื้อสวย ให้เทลงในภาชนะที่ผิดฝาได้ หรือใช้พลาสติกแลปไว้ ก่อนจะเทลงในชามอะไรให้ใช้เนยขาวทาที่ชามเพื่อไม่ให้แป้งติดที่ก้นชาม หมักแป้งทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที แป้งจะฟูขึ้นเป็น 2 เท่า
    4. เมื่อครบตามเวลากำหนดให้นำแป้งโดออกมาชกไล่ลม แล้วตัดแบ่งแป้งโดออกมาประมาณ 600 กรัม แล้วนำมาคลึงให้เป็นก้อนตามขนาดพิมพ์ที่เราเตรียมไว้ พยายามม้วนแป้งให้แน่นอย่างให้เป็นช่องว่าง เพราะจะทำให้ขนมปังเป็นรูปได้
    5. นำพิมพ์ที่จะใช้มาทาเนยขาวให้เรียบร้อย แล้วนำแป้งโดใส่ลงไปในพิมพ์ แล้วปิดฝาตั้งทิ้งไว้อีก 40-60 นาที
    6. แล้วนำไปอบที่ไฟบนล่าง อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 25-30 นาที
    7. เมื่อสุกแล้วให้นำออกจากเตา แล้วทิ้งไว้ให้เย็นก่อนค่อยตัดเป็นแผ่นๆ

    สูตรขนมปังปอนด์ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังปอนด์

    ส่วนผสมที่ 1

    – แป้งขนมปัง 750 กรัม
    – ยีสต์ 3 ช้อนโต๊ะ
    – นมสด 600 กรัม

    ส่วนผสมที่ 2

    – แป้งขนมปัง 350 กรัม
    – นมผง 70 กรัม
    – สารเสริมเคเอส 505 จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ
    – เลชิเท็กช์ (ผงนุ่ม) 1 ½ ช้อนชา

    ส่วนผสมที่ 3

    – นมสด 430 กรัม
    – เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำตาลทราย 120 กรัม
    – แป้งโฮลวีท 200 กรัม
    – ข้าวโอ๊ต 200 กรัม
    – ไข่ไก่ 3 ฟอง
    – วานิลลา 1 ช้อนชา
    – เนยสด 130 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังปอนด์

    1. นำส่วนผสมที่ 1 ที่มีแป้งขนมปัง ยีสต์ นมสด มาผสมและนวดให้เข้ากัน จากนั้นหมักทิ้งไว้ในภาชนะปิดฝาได้ หรือพลาสติกแลปไว้ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง
    2. นำส่วนผสมที่ 2 ที่มีแป้งขนมปัง นมผง สารเสริม 505 และเลชิเท็กช์ ผสมรวมกันพักรอไว้
    3. แล้วนำส่วนผสมที่ 3 ที่มี น้ำตาลทราย เกลือป่น นมสด เทรวมกันในอ่างผสม จากนั้นเทข้าวโอ๊ต และแป้งโฮลวีทลงไป นวดให้เข้าที่แล้วหมักปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 1 ½ ชั่วโมง ก็จะได้เวลาที่พอดีกับส่วนผสมที่ 1
    4. เมื่อส่วนผสมที่ 3 ครบเวลา 1 ½ ชั่วโมง ให้ใส่ไข่และวานิลลาลงไป ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปเทใส่ในอ่างแป้งของส่วนที่ 2 แล้วผสมให้เข้ากันอีกครั้ง พอเข้ากันดีให้เติมเนยสด หากใช้เครื่องนวดให้ใช้หัวตะขอความเร็วต่ำ
    5. จากนั้นให้นำส่วนผสมที่ 1 ที่หมักครบเวลาแล้วเทลงไป แล้วเพิ่มความเร็วเป็นปานกลาง นวดต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าแป้งจะเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
    6. เมื่อแป้งเนียนได้ที่แล้ว ให้นำมาตัดแบ่งเป็นก้อนๆ ละ 500 กรัม ซึ่งจะได้จำนวน 6 ก้อน แล้วคลึงให้กลม ตั้งพักไว้อีก 15 นาที
    7. จากนั้นนำแป้งที่ฟูได้ที่มารีดเป็นแผ่นบางๆ ยาวประมาณ 15 นิ้ว หนา 7 นิ้ว แล้วม้วนกลมๆ ยาวๆ พร้อมบีบตะเข็บให้แน่น แล้ววางลงในพิมพ์ที่ทาไขมันแล้ว ควรใช้พิมพ์ขนาด 4×9×4 นิ้ว แล้วหมักไว้ให้ขึ้นฟูเป็น 2 เท่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
    8. นำเข้าเตาอบด้วยไฟ 170 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30-35 นาที หรือดูจนกว่าขนมปังจะหน้าเหลืองสวยกำลังดี
    9. เมื่อสุกดีแล้ว ค่อยนำออกมาจากพิมพ์ แล้วตั้งพักไว้ให้เย็นก่อน แล้วนำใส่ถุงแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน แล้วจึงนำมาหั่นเป็นชิ้นๆ ตามที่ต้องการ

    สูตรขนมปังปอนด์ สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังปอนด์

    1. แป้งขนมปัง 200 กรัม
    2. ยีสต์ 4 กรัม
    3. น้ำ 128 หรือ 2/3 ถ้วย
    4. เกลือ ¼ ช้อนชา
    5. เนยขาว 1 ช้อนโต๊ะ
    6. น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำขนมปังปอนด์

    1. จัดการเอาแป้ง ยีสต์ และเกลือ ผสมเข้าด้วยกันในอ่างผสม
    2. ละลายน้ำตาลในน้ำที่เตรียมไว้ แล้วเทลงในส่วนผสมข้อ 1 แล้วใส่เนย.ตามลงไป จากนั้นนวดไปเรื่อยจนกว่าแป้งจะไม่ติดมือ สามารถเทส่วนผสมลงบนโต๊ะแล้วนวดได้
    3. แล้วทำเป็นก้อนทรงกลม ใส่ในภาชนะที่ปิดฝาได้ หรือคลุมด้วยผ่าขาวบางบิดหมาดๆ แล้วตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง เพื่อให้แป้งขึ้นตัวประมาณ 45 นาที
    4. เมื่อครบเวลาแป้งจะฟูขึ้นมาเป็น 2 เท่า ให้นำแป้งออกมาแล้วกดไล่อากาศ จากนั้นคลึงให้กลมอีกครั้ง แล้วตั้งพักไว้อีก 15 นาที
    5. นำแป้งที่พักไว้มารีดเป็นแผ่น แล้วพับจากด้านบนลงล่าง จากนั้นวางลงในพิมพ์ที่ทาเนยขาวเอาไว้ โดยควรจะวางชิดด้านใดด้านหนึ่งของพิมพ์ แล้วหมักไว้จนแป้งฟูขึ้นเต็มพิมพ์
    6. นำเข้าเตาอบอุณหภูมิไฟ 200 องศาเซลเซียส เมื่อสุกดีแล้ว ให้นำออกจากพิมพ์แล้วพักไว้ให้เย็นก่อนที่จะนำมาสไลด์เป็นชิ้นตามที่ต้องการ

  • สูตรวิธีทำขนมปังฮอกไกโด พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังฮอกไกโด

    สูตรขนมปังฮอกไกโด สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังฮอกไกโด

    1. ส่วนผสมของ Tangzhong หรือจะเรียกว่าแป้งเปียกที่จะช่วยให้ขนมปังนิ่มอร่อย
    – แป้งขนมปัง 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 200 กรัม
    2. ส่วนผสมของขนมปังฮอกไกโด
    – แป้งขนมปัง 540 กรัม
    – ผงฟู 1 ช้อนชา
    – ไข่ไก่ 2 ฟอง
    – นมผง 20 กรัม
    – Tangzhong 184 กรัม
    – เนยละลาย 100 กรัม
    – น้ำตาลทราย 86 กรัม
    – นมอุ่น อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียล จำนวน 100 กรัม
    – ยีสต์ 11 กรัม
    – เกลือป่น 8 กรัม
    – ไข่ไก่ผสมน้ำ สำหรับทาหน้าขนมปัง

    วิธีทำขนมปังฮอกไกโด

    1. ให้เริ่มต้นที่ทำ Tangzhong กันก่อน ด้วยการนำเอาแป้งขนมปัง 50 กรัม ผสมกับน้ำเปล่า ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ กวนไปเรื่อยๆ จนกว่าแป้งจะข้นเหนียว มีลักษณะคล้ายแป้งเปียก จากนั้นนำใส่ภาชนะที่ปิดฝาได้ หรือแรปด้วยพลาสติก แล้วตั้งพักไว้
    2. นำแป้ง และผงฟู มาร่อนให้เข้ากัน พักเตรียมไว้
    3. จากนั้นนำเอานมผง ไข่ไก่ เนย และ Tangzhong ตามสัดส่วนที่บอกไว้ข้างต้น มาผสมให้เข้ากัน เตรียมเอาไว้
    4. นำนมอุ่นๆ ที่เราเตรียมไว้ ใส่น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ลงไป คนให้น้ำตาลละลายดี แล้วใส่ยีสต์ลงไป ปิดฝาตั้งพักไว้เพื่อให้ยีสต์ได้ทำงาน
    5. นำส่วนผสมแป้งที่เราร่อนเตรียมไว้ในข้อ 2 มาเทลงในโถตี ซึ่งควรใช้หัวตีตะขอสำหรับแป้งขนมปัง แล้วเปิดเครื่องด้วยความเร็วที่ต่ำสุด เพื่อให้ผงฟูขึ้นตัว จากนั้นทยอยใส่เกลือและน้ำตาลทรายที่เหลือลงไป เปิดเครื่องไว้ตลอด
    6. จากนั้นเทส่วนผสมที่ 3 ที่เราทำไว้ลงไป ตีให้เข้ากัน ซึ่งต้องเพิ่มความเร็วเป็นเบอร์ 3
    7. เมื่อเห็นว่าเข้ากันดีแล้ว ให้นำส่วนผสมนมที่เราทำไว้ในข้อ 4 มาเทลงไป ซึ่งนมที่เราผสมไว้ตอนนี้จะต้องมีฟองแล้ว เพราะเป็นผลมาจากยีสต์ หากไม่มีฟองขึ้นแสดงว่ายีสต์ของเราเสียแล้ว ใช่ไม่ได้
    8. พอเห็นว่าส่วนผสมเข้ากันดีให้ลดความเร็วเครื่องเป็นเบอร์ 2 และตีต่อไปเรื่อยๆ ประมาณ 20 นาที
    9. ช่วงนี้ให้หันมาเตรียมทาเนยในกะละมังที่เราจะใช้ใส่แป้งโดว์ที่เราทำ เพราะเมื่อครบเวลา 20 นาทีแล้ว ให้นำแป้งที่ได้เทออกมาแล้วคลึงให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วใส่ไว้ในกะละมังที่เราเตรียมไว้ จากนั้นคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดให้แห้ง ตั้งทิ้งไว้ในที่อุ่นๆ จนแป้งโดว์ขึ้นเป็น 2 เท่า หรือประมาณ 30 นาที จะสังเกตได้เลยว่าแป้งจะพองขึ้นเป็น 2 เท่า
    10. เมื่อแป้งโดว์ขึ้นตัวดี ให้นำออกมาแล้วตบ หรือเอานิ้วจิ้มๆ ไล่ฟองอากาศออก จากนั้นแบ่งแป้งเป็นก้อนเท่าๆ กัน
    11. จากนั้นนำแป้งที่เราแบ่งไว้มาคลึงให้กลม แล้วเอาใส่ลงพิมพ์ที่ทาเนยเอาไว้ แล้วนำผ้าขาวบางชื่นๆ มาคลุมอีกครั้ง พักทิ้งไว้อีก 15-20 นาที สังเกตได้ว่าแป้งจะขึ้นฟู
    12. ก่อนนำเข้าตู้อบให้ทาหน้าขนมปังด้วย ไข่ไก่ผสมน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วนำเข้าตู้อบใช้ไฟ 170 องศาเซลเซียล ประมาณ 20-25 นาที
    13. เมื่อขนมปักสุกให้นำออกจากเตามาทาหน้าด้วยเนยอีกครั้ง เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

    สูตรขนมปังฮอกไกโด สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังฮอกไกโด

    1. ส่วนผสม Tangzhong
    – แป้งขนมปัง 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
    2. ส่วนผสมขนมปังฮอกไกโด
    – นมสด 54 กรัม (อุ่นในไมโครเวฟ 30 วินาที)
    – ไข่ไก่ 2 ฟอง
    – วิปปิ้งครีม 59 กรัม
    – Tangzhong 184 กรัม
    – แป้งขนมปัง 500 กรัม
    – แป้งขนมปัง 500 กรัม
    – แป้งสปันจ์เค้ก 40 กรัม
    – น้ำตาลทราย 86 กรัม
    – ยีสต์แห้ง 86 กรัม
    – สารเสริมขนมปัง 5 กรัม
    – เนยเค็ม 49 กรัม
    – นมผง 9 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังฮอกไกโด

    1. ทำแป้ง Tangzhong เตรียมเอาไว้ ด้วยการนำแป้งขนมปังมาผสมกับน้ำที่เตรียมเอาไว้ แล้วนำไปตั้งไฟระดับกลาง กวนไปเรื่อยๆ จนเห็นว่าเหนียวข้นดี ให้ตักใส่ชามแล้วพักไว้ให้เย็น แล้วค่อยใส่ภาชนะที่ปิดฝาได้ตั้งพักไว้
    2. นำ นมสด ไข่ไก่ วิปปิ้งครีม แป้ง Tangzhong มาผสมกันให้เข้ากันดี จากนั้นเติมแป้งขนมปัง แป้งสปันจ์เค้ก น้ำตาลทราย ยีสต์ และสารเสริมขนมปัง นำไปนวดด้วยเครื่องผสมอาหาร เมื่อเห็นว่าเริ่มเข้ากันดีแล้ว ให้เติมเนยเค็มลงไป แล้วนวดต่อ รวมแล้วทั้งหมดใช้เวลานวดประมาณ 40 นาที
    3. นำแป้งที่นวดได้ที่แล้วมาใส่ในภาชนะพลาสติกถนอมอาหารปิดฝาตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง แป้งที่ได้จะฟูขึ้นเป็น 2 เท่า
    4. นำแป้งที่ขึ้นฟูดีมาไล่อากาศ แล้วปั้นเป็นก้อนตามที่เราต้องการ แล้วพักแป้งไว้ในภาชนะที่เตรียมจะเข้าอบอีกประมาณ 30 นาที เมื่อครบ 30 นาที แป้งจะฟูเต็มที่ให้นำเข้าอบโดยการใช้ไฟล่าง 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30-35 นาที แค่นี้ก็ได้ขนมปังฮอกไกโดที่นุ่มละมุนลิ้นแล้วครับ

  • สูตรวิธีทำขนมปังโฮลวีท พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังโฮลวีท

    สูตรขนมปังโฮลวีท สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังโฮลวีท

    1. แป้งขนมปัง 310 กรัม
    2. แป้งโฮลวีท 80 กรัม
    3. นมสดอุ่น 240 กรัม
    4. น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
    5. เนยจืดนิ่ม (อุณหภูมิห้อง) 75 กรัม
    6. ยีสต์แห้ง 1 ½ ช้อนชา
    7. เกลือป่น ¾ ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังโฮลวีท

    1. เริ่มต้นการทำขนมปังโฮลวีทของเราวันนี้ด้วยการ นำแป้ง กับเกลือ มาร่อนร่วมกัน ประมาณ 3 ครั้ง แล้วเทลงไปในชามผสมใช้หัวตะขอก้วยตีด้วยความเร็วต่ำ ดูแค่พอเข้ากันก็ใช้ได้
    2. จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดง และยีสต์ลงไป ตีด้วยความเร็วเท่าเดิม
    3. แล้วเดิมนมอุ่นๆ ลงไป รอจนผงแป้งหมด ค่อยใส่เนยนิ่มๆ ตามลงไป ตีต่อไปด้วยความเร็วต่ำอีก 2 นาที แล้วเพิ่มความเร็วเป็นความเร็วกลาง ตีต่อไปอีกประมาณ 15 นาที หรือสังเกตว่าแป้งเริ่มเข้าที่เป็นเนื้อโดที่เนียนนุ่ม
    4. เมื่อแป้งโดได้ที่แล้ว ให้เทออกมาลงบนพื้นโต๊ะ แล้วนวดด้วยมือต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นคลึงให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วนำไปใส่ชามที่ทาเนยขาวไว้แล้ว หาผ้าชุบน้ำหมาดหรือพลาสติกแลปมาปิดไว้ วางไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง หรือ 1 ½ ชั่วโมง โดยการดูที่ตัวแป้งเป็นหลักหากโดขึ้นมาเป็น 2 เท่าแล้ว ก็ใช้ได้
    5. เมื่อครบเวลาที่กำหนดให้นำแป้งโดออกมาเทสต์ดู หากจิ้มลงไปแล้วแป้งไม่เด้งกลับขึ้นมา แสดงว่าได้ที่แล้ว ให้ทำการชกไล่ลม แล้วแบ่งเป็นก้อนๆ ตามที่ต้องการ แล้วปิดด้วยผ้าชื่นๆ หรือพลาสติกอีกครั้ง เป็นเวลา 45 นาที
    6. ในระหว่างที่เราพักแป้งรอบ 2 ไปได้ 25 นาที ให้ไปเปิดเตาอบวอร์มไว้ที่ 175 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟล่าง
    7. เมื่อแป้งครบเวลาแล้ว ก็นำเข้าเตาอบได้เลย โดยใช้ไฟล่างก่อน 15 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นไฟบนล่างต่อไปเรื่อยๆ ดูที่ความเหลืองสวยของขนมปังเป็นหลัก หากขนมปังก้อนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
    8. เมื่อขนมปังสุกแล้วให้นำออกมาพักที่ตะแกรงจากนั้นให้ทาเนยที่หน้าขนมปัง แล้วปล่อยให้เย็นและตัดเป็นชิ้นได้ตามชอบใจ

    สูตรขนมปังโฮลวีท สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังโฮลวีท

    1. แป้งโฮลวีทชนิดหยาบ 1 ถ้วย
    2. แป้งสาลีทำขนมปัง 1 ½ ถ้วย
    3. ยีสต์ 2 ช้อนโต๊ะ
    4. แพ็ตโก้ 3 ½ ช้อนชา
    5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
    6. น้ำอุ่น ¼ ถ้วย
    7. นมสดรสจืด ¾ ถ้วย
    8. น้ำผึ้ง 1/3 ถ้วย
    9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
    10. เกลือป่น 2 ช้อนชา
    11. เนยสดชนิดเค็ม ½ ถ้วย

    วิธีทำ ขนมปังโฮลวีท

    1. นำแป้งโฮลวีท แป้งขนมปัง แพ็ตโก้ 3 มาร่อนรวมกันในอ่างผสม แล้วพักไว้ก่อน
    2. เทยีสต์ น้ำตาลทราย เกลือ รวมกันแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปเทลงในส่วนผสมที่ 1 ที่เตรียมไว้ แล้วคนให้พอเข้ากัน แล้วทำแป้งให้เป็นหลุมตรงกลาง เพื่อที่จะได้เทน้ำอุ่น นมสด น้ำผึ้ง และไข่ไก่ลงไป (ไข่ไก่ควรตีให้แตกก่อน) แล้วนวดให้เนื้อแป้งเนียนดี หากใช้เครื่องให้ตีที่ความเร็วต่ำ
    3. เมื่อแป้งเริ่มเข้าที่ให้ใสเนยลงไปนวดต่อ เมื่อเนยคลุกเคล้าในแป้งดีแล้ว ให้โรยแป้งบนโต๊ะสะอาด แล้วเทแป้งออกมานวดด้วยมือบนโต๊ะ นวดไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที หากแป้งเละไปสามารถใส่แป้งขนมปังเพิ่มได้เล็กน้อย
    4. เมื่อแป้งเนียนดีเป็นฟิล์มดีแล้ว ให้ใส่ลงในกะละมัง แล้วเอาผ้าจุ่มน้ำบิดหมาดๆ หรือพลาสติกแลปมาคลุมไว้ ตั้งทิ้งไว้ให้ฟูขึ้นตัวเป็น 2 เท่าประมาณ 30-1 ชั่วโมง อย่าปล่อยไว้นานเกินไปเพราะจะทำให้แป้งมีกลิ่นแอลกอฮอล์
    5. เมื่อเห็นว่าแป้งขึ้นดีแล้ว ให้ลองเอานิ้วจิ้มแป้งดู หาแป้งไม่เด้งกลับตามนิ้วขึ้นมาถือว่าใช้ได้แล้ว ให้เอาแป้งมานวดไล่ลมอีกครั้ง หากต้องการใส่ไส้ ให้ใส่ได้เลยตามที่ต้องการ แล้วนำวางลงบนพิมพ์ที่ทาเนยไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้ตั้งทิ้งไว้อีก 15 นาที
    6. ระหว่างพักแป้งโด 15 นาทีให้เปิดเตาอบวอร์มได้เลยที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
    7. เมื่อแป้งโดครบกำหนดเวลา ให้นำแป้งโดทานมสดให้ทั่วทั้งหน้า แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศา หากอบก้อนใหญ่ ให้อบ 50 นาที แต่ถ้าหากแบ่งเป็นก้อนเล็กๆ ให้อบ 10-15 นาทีพอ
    8. เมื่อขนมปังสุกดีให้ทาเนยให้ทั่วหน้าขนม แล้วแกะออกจากพิมพ์ ตั้งพักไว้ให้เย็นแล้วค่อยสไลด์เป็นชิ้นตามชอบใจ

    สูตรขนมปังโฮลวีท สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังโฮลวีท

    1. แป้งโฮลวีท 3 ถ้วยตวง
    2. น้ำ 1 ¼ ถ้วยตวง
    3. ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
    4. น้ำผึ้ง 1/6 ถ้วยตวง
    5. น้ำมันมะกอก 1/6 ถ้วยตวง
    6. เกลือ ½ ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังโฮลวีท

    1. นำแป้งโฮลวีท 1 ถ้วยตวง ผสมกับยีสต์ แล้วคนให้ผสมกัน จากนั้นตั้งพักไว้
    2. แป้งที่เหลืออีก 2 ถ้วยตวง ให้ใส่เกลือ น้ำมันมะกอก และน้ำผึ้งลงไป แล้วคนให้พอเข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่ทำในข้อ 1 มาเทลงไป นำเครื่องดีหัวตะกร้อมาตีให้ส่วนผสมเข้ากันดี หากไม่มีสามารถใช้มือนวดได้ โดยนวดจนกว่าแป้งจะขึ้นรูปสวยไม่ติดมือ
    3. เมื่อแป้งได้ที่แล้วให้นำมาใส่ในกะละมังแล้วคลุมด้วยผ้าบิดพอหมาดหรือพลาสติกแลป ตั้งทิ้งไว้ในที่อุณหภูมิสูงๆ ประมาณ 20 นาที เมื่อแป้งฟูเป็น 2 เท่าแล้ว ให้นำออกมานวดไล่ลม ซึ่งในขั้นตอนนี้ให้ใส่ธัญพืชหรือไส้ตามที่ต้องการได้เลย
    4. ปั้นแป้งให้เป็นขนาดตามที่ต้องการ แล้วนำใส่ไว้ในพิมพ์ ปิดด้วยพลาสติกแลปหลวมๆ ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30-1 ชั่วโมง เมื่อแป้งโดขยายตัวดี ให้นำเข้าตู้อบไฟบนล่าง 170 องศาเซลเซียล ประมาณ 45 นาที
    5. เมื่อขนมปังสุกให้นำออกจากพิมพ์ แล้วตั้งพักไว้ที่ตะแกรงจนเย็นสนิทแล้วค่อยสไลด์เป็นขนาดตามต้องการ

  • สูตรวิธีทำขนมปังกรอบ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังกรอบ

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. ขนมปัง 1 แถว
    2. เนยเค็ม 1 ก้อน
    3. น้ำตาลทราย 200 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. นำขนมปังมาตัดแบ่งเป็น 2 ชิ้น หรือจะตัดเป็นขนาดตามที่เราต้องการ จากนั้นนำไปผึ่งลมไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
    2. นำเนยที่เตรียมไว้มาตีให้อ่อนตัว จะได้ทาง่าย จากนั้นทาลงขนมปังที่ตัดไว้ให้ทั่วแผ่น ไม่ควรทาเนยหนาเกินไป เพราะจะขนมปังไม่กรอบ และทาเพียงแค่ด้านเดียวก็เพียงพอแล้ว
    3. โรยน้ำตาลลงบนขนมปังที่ทาเนยไว้แล้วให้ทั่ว
    4. นำไปเข้าเตาอบไฟ 180 องศา บนล่า ประมาณ 10 นาที เมื่ออบครั้งที่ 2 ต้องควบคุมความร้อนให้ดี เพราะขนมปังอาจจะไหม้ได้
    5. เมื่อขนมปังเหลือดี ให้นำออกจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็น แล้วใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เก็บไว้ทานได้นาน

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. ขนมปัง 10 แผ่น
    2. เนยสดรสเค็ม 100 กรัม
    3. ไอซิ่ง 50 กรัม
    4. น้ำตาลทราย 10 กรัม
    5. เกลือป่น เล็กน้อย

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. นำขนมปังมาตัดแบ่งตามขนาดที่ต้องการ แล้วพักเตรียมไว้
    2. เตรียมเนยเทใส่ในเครื่องตี แล้วใส่ไอซิ่งลงไป ตีด้วยตะกร้อให้ขึ้นฟู สังเกตว่าเริ่มเป็นสีขาวนวลๆ แล้ว ให้ใส่น้ำตาล และเกลือนิดหน่อย ตีให้เข้ากันดี
    3. นำเนยทีตีเรียบร้อยแล้วมาทาลงบนขนมปังให้ทั่วทั้งแผ่น แล้วโรยด้วยน้ำตาลอีกนิดหน่อย วางเรียงใส่ถาดอบ แล้วนำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาอบประมาณ 20 นาที ดูให้ขนมปังเหลืองสวยก็ให้นำออกจากเตาได้
    4. หยิบขนมปังวางลงตะแกรง แล้วตั้งพักไว้ให้เย็น แล้วค่อยจัดเสิร์ฟ หรือใส่กล่องที่มีฝาปิดสนิท

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังกรอบ หน้าเนยกระเทียม

    1. ขนมปัง 1 แถว
    2. เนยสดอ่อนตัวรสเค็ม 150 กรัม
    3. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    4. กระเทียมไทยโขลกละเอียด 40 กรัม
    5. ผงปรุงรสไก่ ¾ ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
    6. ใบผักชีฝรั่งสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ หน้าเนยกระเทียม

    1. ตัดแบ่งขนมปังให้เป็นขนาดตามที่คุณต้องการ แล้วนำไปผึ่งลมหรือตากแดด ประมาณ 2 ชั่วโมง
    2. ตีเนยกับน้ำตาลทรายให้พอฟู แล้วนำกระเทียมที่เราโขลกไว้ลงไปผสมกัน เทผักชีลงไป ตีให้ส่วนผสมเข้ากันดี
    3. เมื่อขนมปังแห้งได้ที่ ให้นำมาทาเนยที่เราผสมไว้ ทาบางๆ ด้านเดียว แล้วจัดวางลงบนถาดเตาอบ
    4. แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส นานประมาณ 20-25 นาที หรือสังเกตให้ขนมปังเหลืองกำลังดี จากนั้นนำออกจากเตา แล้วตั้งพักไว้ให้เย็นก่อน จึงจะแพ็คใส่ภาชนะที่เราเตรียมไว้

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 4

    ส่วนผสมขนมปังกรอบขาไก่

    1. น้ำอุ่น 1 ถ้วย
    2. ยีสต์ ¼ ช้อนชา
    3. แป้งขนมปัง 2 ถ้วย
    4. เกลือ 1 ช้อนชา
    5. ผงกระเทียม 1 ช้อนชา
    6. ผักชีฝรั่งแห้ง 1 ช้อนตะ
    7. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ ขาไก่

    1. เริ่มต้นด้วยการนำน้ำและยีสต์ผสมให้เข้ากัน ตั้งพักไว้สักครู่ แล้วเติมแป้งขนมปัง แล้วเปิดเครื่องตีโดยใช้ตะข้อตีจนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยเติมเกลือ ผงกระเทียม ผักชีฝรั่งแห้ง น้ำมันมะกอก แล้วเปิดเครื่องนวดต่อไปจนทุกอย่างผสมเข้ากันเป็นเนื้อเนียนดี ให้นำออกมาคลึงเป็นก้อนกลม แล้วใส่ในภาชนะที่ปิดด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ หรือพลาสติก วางตั้งไว้ประมาณ 45 นาที
    2. เมื่อครบเวลาตามกำหนด ให้นำแป้งออกมานวดคลึงให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ พยายามให้หนาเท่ากัน จากนั้นม้วนให้เป็นเกลียวตามขนาดที่คุณต้องการ เมื่อม้วนแล้วให้ใช้มือยืดออกให้สวยงาม
    3. นำขนมปังที่ปั้นเป็นแท่งแล้วเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 300 องษาเซลเซียส นานประมาณ 40 นาที หรือดูให้ขนมปังสีสวยตามที่ต้องการ
    4. เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาพักที่ตะแกรงให้เย็นสนิทก่อน จึงจัดใส่ภาชนะที่ปิดฝาได้

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 5

    ส่วนผสม ขนมปังกรอบ คาราเมล

    1. ขนมปังไม่มีขอบตัดเป็นชิ้นเล็ก 5 แผ่น
    2. เนยเค็ม 90 กรัม
    3. น้ำตาลทราย 75 กรัม
    4. นมอุ่นให้ร้อนก่อนใช้ 30 มิลลิลิตร

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ คาราเมล

    1. วางกระดาษลงบนถาดรอง แล้วเปิดเตาอบวอร์มไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส
    2. นำขนมปังที่ตัดไว้แล้ว เข้าอบ 15 นาที จนเป็นสีทองสวย
    3. จากนั้นให้ตั้งกระทะบนไฟอ่อนๆ ใส่เนยและน้ำตาลลงไป เคี้ยวจนน้ำตาลเริ่มเป็นสีคาราเมลอ่อนๆ แล้วค่อยๆ เทนมร้อนลงไป จากนั้นให้ใส่ขนมปังที่เราอบเรียบร้อยแล้วลงไป คนให้เข้ากันดี
    4. แล้วเทลงในถาดอบอีกครั้ง นำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส นานประมาณ 25-30 นาที จนขนมปังแห้งดีและเป็นสีน้ำตาล
    5. นำออกจากเตาแล้วพักไว้ให้เย็นก่อน จึงนำไปเสิร์ฟ หรือเก็บใส่กล่องที่มีฝาปิด

  • สูตรวิธีทำขนมปังมันฝรั่ง พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังมันฝรั่ง

    สูตรขนมปังมันฝรั่ง สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังมันฝรั่ง

    1. แป้งขนมปัง 250 กรัม
    2. ยีสต์ 1 ช้อนชา+1/4 ช้อนชา
    3. เนยสด 50 กรัม
    4. มันฝรั่งต้มสุก 180 กรัม
    5. ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 1 ฟอง
    6. นมผง 40 กรัม
    7. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    8. เกลือหยิบมือ

    วิธีทำขนมปังมันฝรั่ง

    1. ขั้นตอนแรกให้นำฝรั่งที่ต้มสุกแล้วมาปลอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก พักเตรียมไว้
    2. เตรียมอ่างผสมแล้วร่อนแป้งขนมปังกับยีสต์ผสมกัน ร่อนประมาณ 2-3 รอบ ให้ยีสต์และแป้งผสมกันอย่างทั่วถึง แล้วพักเตรียมไว้
    3. นำมันฝรั่งที่เตรียมไว้ มาโรยน้ำตาลทราย แล้วบดให้ละเอียด เมื่อเห็นว่ามั่นฝรั่งเริ่มละเอียดแล้ว ให้ใส่เนยลงไป แล้วคนให้เข้ากัน
    4. เตรียมส่วนผสมของแป้งที่เราร่อนไว้ในอ่างผสมขึ้นมา แล้วทำให้เป็นหลุมตรงกลาง จากนั้นเทมันฝรั่งบดที่เราเตรียมไว้ ไข่ไก่และนมผงลงไป ใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน คลึงให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วนำพลาสติกแลปมาปิดไว้ เพื่อให้แป้งฟูเป็น 2 เท่าตัว โดยตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง
    5. เมื่อแป้งโดว์ได้ที่ ให้นำมาแบ่งเป็นก้อนเล็กๆ ก้อนละ 100 กรัม แล้วพักไว้ให้แป้งขึ้นตัวเป็น 2 เท่าอีกครั้ง
    6. แล้วนำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟล่าง นานประมาณ 15-20 นาที แล้วนำออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟได้ทันที

    สูตรขนมปังมันฝรั่ง สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังมันฝรั่ง

    1. แป้งสาลี 250 กรัม
    2. ยีนส์ 1 ¼ ช้อนชา
    3. นมสด 40 กรัม
    4. เนยสด 50 กรัม
    5. มันฝรั่งต้มสุก 180 กรัม
    6. ไข่ 1 ฟอง
    7. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    8. เกลือ 1 ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังมันฝรั่ง

    1. นำเอาแป้งสาลี ยีสต์ น้ำตาลทราย และนมสด ผสมให้เข้าด้วยกันแล้วพักไว้ก่อน
    2. จัดการมันฝรั่งที่เราต้มสุกแล้ว มาปลอกเปลือก หั่นให้มีขนาดเล็ก ชั่งให้ได้ปริมาณ 180 กรัม แล้วบดให้ละเอียด เมื่อมันฝรั่งละเอียดดีแล้ว ให้เอาเนยลงไปนวดกับมันฝรั่ง ผสมให้เข้ากันดี
    3. เทส่วนผสมมันฝรั่งที่บดไว้ลงในแป้งที่เตรียมไว้ในข้อ 1 จากนวดนวดด้วยเครื่องหรือมือก็ได้ ซึ่งจะใช้เวลานวดค่อนข้างนาน เพราะมีส่วนผสมของมันฝรั่งด้วย การสังเกตว่าแป้งที่นวดได้ที่แล้วให้ดูที่ความเนียน คือเนื้อของแป้งจะต้องไม่ติดมือ
    4. นำแป้งที่นวดเรียบร้อยแล้วใส่โถ ปิดด้วยพลาสติกแล็ป วางไว้ในที่อุ่นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งโดขึ้นเป็น 2 เท่า
    5. เมื่อครบ 1 ชั่วโมง ให้นำแป้งออกมาตบไล่ลม แล้วแบ่งแป้งออกเป็นก้อนๆ ตามขนาดที่เราต้องการ แล้วพักแป้งโดไว้อีกครั้ง ประมาณ 30 นาที เพื่อให้แป้งขยายตัวเป็น 2 เท่าอีก
    6. จากนั้นนำเข้าเตาอบที่ 165 องศาเซลเซียส 10 นาทีแรกให้ใช้ไฟล่างก่อน แล้วจากนั้นอีก 5-10 นาทีต่อมาค่อยใช้ทั้งไหล่างและไฟบน ให้สังเกตที่ผิวของขนมปัง หากมีสีน้ำตาลสวยงามตามที่ต้องการแล้ว ให้นำออกจากเตาอบได้เลย
    7. นำจัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมชาร้อนๆ ได้เลย

    สูตรขนมปังมันฝรั่ง สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังมันฝรั่ง

    1. แป้งขนมปังขาว 350 กรัม
    2. แป้งโฮลวีท 115 กรัม (แบ่งเอาไว้โรยหน้าก่อนอบเล็กน้อย)
    3. ยีสต์แห้ง 7 กรัม
    4. มันฝรั่ง 225 ปลอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    5. เนยสด 25 กรัม
    6. เกลือ 2 ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังมันฝรั่ง

    1. สูตรนี้เริ่มต้นด้วยการนำมันฝรั่งที่เราปลอกเปลือกและหั่นไว้มาต้มให้สุกก่อน แล้วนำไปบี้ไปบดให้เละ แต่ว่าน้ำที่ใช้ต้มมันฝรั่งห้ามทิ้ง ให้เก็บไว้ 150 มล.
    2. นำอ่างผสมมาเทแป้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่ยีสต์และเนยลงไป บี้และผสมให้ส่วนผสมเข้ากันดี
    3. ค่อยๆ เติมน้ำต้มฝรั่งลงไปในแป้งในข้อ 2 แล้วใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งค่อยๆ นวดไปเรื่อย นวดจนว่าแป้งจะโดเป็นก้อนไม่มีติดมือ การนวดด้วยมืออาจต้องใช้เวลานาน ดังนั้นแนะนำว่าควรใช้เครืองนวดจะสะดวกมากกว่า
    4. นำแป้งที่นวดได้ที่แล้วใส่ลงในภาชนะที่มีฝาปิด หรือจะใช้พลาสติกแล็ปอาหารหรือผ้าขาวบางบิดพอหมาดคลุมไว้ก็ได้ ว่าไว้ในที่อุ่นๆ หรืออุณหภูมิห้อง จากนั้นวางพักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อครบ 1 ชั่วโมงแล้วเห็นว่าแป้งโดขึ้นดี ให้นำออกมาตบไล่ลม แล้วนวดขึ้นรูปหรือแบ่งเป็นก้อนตามที่เราต้องการ แล้วพักแป้งไว้อีก 30 นาที โดยระหว่างที่พักแป้งครั้งที่ 2 นี้ให้วอร์มเตาอบไว้ได้เลยที 200 องศาเซลเซียส
    5. เมื่อขนมปังโดขึ้นอีกครั้ง ให้นำเข้าเตาอบ ประมาณ 30 นาที หรือจนเหลืองสุกดี ก็นำออกมาจากเตาแล้วจัดเสิร์ฟได้ตามที่ต้องการ

  • สูตรวิธีทำขนมปังสังขยา พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังสังขยา

    สูตรขนมปังสังขยา สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ไส้สังขยา

    1. กะทิ 1 ½ ถ้วย
    2. น้ำตาลทราย ¾ ถ้วย
    3. ไข่ไก่เบอร์ 1 3 ฟอง
    4. แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
    5. นมข้นจืด ¼ ถ้วยตวง
    6. เกลือเล็กน้อย
    7. ใบเตย 5 ใบ
    8. เนยจืด 20 กรัม

    ส่วนผสม ขนมปัง

    1. แป้งส่วนหมัก
    – แป้งขนมปัง 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 50 กรัม
    – ยีสต์ 4 กรัม
    2. แป้งขนมปัง
    – แป้งขนมปัง 200 กรัม
    – น้ำตาลทราย 50 กรัม
    – เกลือ 2 กรัม หรือใช่มือหยิบเลย
    – ไข่ 2 ฟอง
    – นมสดอุณหภูมิห้อง 110 กรัม
    – เนยละลายน้ำมัน 25 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังสังขยา

    1. เริ่มจากการทำ ไส้สังขยา กันก่อน ด้วยการนำใบเตยมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่ลงในโถปั่น แล้วใส่กะทิที่ตวงไว้ตามลงไป ปั่นทุกอย่างให้ละเอียด แล้วนำมากรองเอากากใบเตยออก จากนั้นเทน้ำตาล เกลือลงไปคนให้น้ำตาลละลาย แล้วตามด้วยไข่ และแป้งข้าวโพด จากนั้นคนให้เข้ากันดี แล้วนำไปกรองอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง หรือกระชอนตาถี่
    2. ตั้งน้ำในกระทะพอเดือด แล้วนำส่วนผสมสังขยาที่เราผสมไว้เทลงในกะละมัง แล้วนำไปแช่ในน้ำเดือดทั้งกะละมัง ใช้ตะกร้อมือคนไปเรื่อยๆ กวนไปจนกว่าจะสุก แล้วค่อยเติมนมข้นจืดและเนย คนอีกครั้งให้เข้ากันดี นำขึ้นจากเตาแล้วพักไว้ก่อน
    3. แล้วหันมาทำตัวขนมปัง ด้วยการเริ่มทำแป้งส่วนหมักก่อน โดยการนำส่วนผสมในส่วนของแป้งหมักผสมและนวดให้เข้ากัน แร๊พทิ้งไว้ให้แป้งโดว์พองเต็มที่ แล้วคนให้ยุบตัวอีกครั้ง ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30-60 นาที
    4. เมื่อแป้งหมักได้ที่ แล้ว ให้เริ่มทำแป้งขนมปังได้ ด้วยการผสมแป้ง น้ำตาลทราย เกลือ เข้าด้วยกันในอ่างผสม
    5. นำไข่ และ นม คนให้เข้ากันดี แล้วนำไปราดลงบนแป้งที่ผสมไว้ในข้อ 4
    6. นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำแป้งส่วนหมักที่ทำไว้ในข้อ 3 มาผสม นวดกันจนกว่าเนื้อจะเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เทเนยละลายลงไปนวดผสมด้วย
    7. นำมาขึ้นรูปเป็นก้อนกลมๆ แล้วพักไว้ให้ขึ้นโดว์ ควรจะคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดๆ เพื่อไม่ให้หน้าขนมโดนลมจนแห้ง
    8. นำไปอบด้วยอุณหภูมิ 175 องศา ไฟล่างนานประมาณ 15-20 นาที
    9. เมื่อขนมปังสุกสีสวยให้พักไว้จนเย็น แล้วนำไส้สังขยาที่ทำไว้ใส่ลงในหัวบีบ แล้วจัดการบีบไส้สังขยาใส่ลงในขนมปังให้เรียบร้อย
    10. จัดเสิร์ฟลงจานได้เลย

    สูตรขนมปังสังขยา สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ไส้สังขยา

    1. กะทิ 250 กรัม
    2. น้ำตาลทราย 60 กรัม
    3. ใบเตย 5 ใบ
    4. แป้งข้าวโพด 1 ½ ช้อนโต๊ะ
    5. แป้งมัน1 ช้อนชา
    6. เกลือ ¼ ช้อนชา
    7. ไข่ 2 ฟอง
    8. เนยสด 20 กรัม

    ส่วนผสม ขนมปัง

    1. แป้งขนมปัง 150 กรัม
    2. แป้งเค้ก 50 กรัม
    3. ยีสต์ 1 ½ ช้อนชา
    4. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
    5. นมผง 2 ช้อนโต๊ะ
    6. เกลือ ¼ ช้อนชา
    7. นมสด 120 กรัม
    8. เนยสด 40 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังสังขยา

    1. นำส่วนผสมของขนมปังเทลงในอ่างผสม ยกเว้นเนยสด แล้วจัดการผสมทุกอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน
    2. จากนั้นค่อยๆ ใส่เนยสดลงไป นวดต่อไปอีกประมาณ 10 นาที ให้แป้งเนียนดี
    3. นำแป้งที่ได้พักไว้ก่อน เพื่อให้แป้งขึ้นตัวดี โดยใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที จะสังเกตได้ว่าแป้งจะโดว์ขึ้นเป็น 2 เท่า
    4. เมื่อแป้งขึ้นตัวเป็น 2 เท่าแล้ว ให้นำมาไล่ลมออกจากแป้งด้วยการนวดอีกครั้ง แล้วแบ่งแป้งโดว์ออกเป็นก้อนๆ ก้อนละ 20 กรัม ปั้นๆ คลึงๆ ให้แป้งกลมสวย แล้ววางลงบนกระดาษลองที่ใส่ไว้ในพิมพ์ โดยจะได้แป้งทั้งหมด 19 ลูก จากนั้นพักแป้งให้ขึ้นโดว์อีกครั้งประมาณ 45 นาที
    5. เมื่อครบ 45 นาทีแล้วแป้งขึ้นโดว์เป็น 2 เท่าแล้ว ให้นำเข้าเตาอบใช้ไฟ 175 องศาเซลเซียส ไฟล่างอย่างเดียว ประมาณ 12-15 นาที
    6. หลักจากเอาออกจากเตาให้นำเนยสดมาทาหน้าขนมปังที่ยังร้อนอยู่ เพื่อให้หน้าขนมนุ่มและเป็นเงาน่ารับประทาน แล้วพักไว้ให้ขนมปังเย็นตัว เพื่อรอการบีบไส้สังขยา
    7. มาถึงขั้นตอนการทำไส้สังขยา เริ่มด้วยการนำใบเตยไปตำหรือปั่นให้ละเอียด เวลาปั่นหรือตำไม่ต้องใส่น้ำ ให้ใส่น้ำกะทิที่เตรียมไว้ได้เลย จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง
    8. นำกะทิใบเตยที่ได้ มาผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ที่เตรียมไว้ ยกเว้นเนยสด แล้วนำไปตุ๋นในน้ำเดือด แต่ต้องคนตลอดเวลาให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วค่อยเติมเนยสดลงไป กวนจนกว่าจะได้เนื้อสังขยาที่เนียนตามต้องการ
    9. เมื่อขนมปังเย็นแล้ว ก็บีบไส้สังขยาใส่ลงในขนมปังได้เลย ใส่มากใส่น้อยตามที่เราต้องการ จะบีบใส่ตรงด้านล่างขนมปัง หรือด้านบนของขนมปังก็ได้
    10. จัดเสิร์ฟลงจาน หรือใส่กล่องพลาสติกก็ได้ตามที่เราต้องการ

  • สูตรวิธีทำขนมปังกล้วยน้ำว้า พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังกล้วยน้ำว้า

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. แป้งเค้ก 200 กรัม
    2. ผงฟู 1 ¼ กรัม
    3. ผงโซดา 1 ช้อนชา
    4. ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 2 ฟอง
    5. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    6. เกลือป่น ½ ช้อนชา
    7. น้ำมันข้าวโพด 120 กรัม
    8. โยเกิร์ต ¼ ถ้วยตวง
    9. กล้วยน้ำว้าสุกงอม 250 กรัม
    10. วานิลา 1 ช้อนชา
    11. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    12. กลิ่นนม-เนย ½ ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. นำ แป้ง ผงฟู ผงโซดา และเกลือ ร่อนรวมกัน แล้วพักทิ้งไว้ก่อน
    2. บดกล้วยน้ำว้าให้ละเอียดจะใช้ส้อมยีก็ได้ เมื่อละเอียดแล้วให้เติมวานิลา น้ำมะนาว กลิ่นนมเนย คนให้เข้ากันแล้วพักไว้ก่อน
    3. ระหว่างที่เตรียมส่วนผสมสามารถวอร์มเตาไว้เลยที่ 180 องศาเซลเซียล และเตรียมพิมพ์ทาเนย หรือถ้วยกระดาษได้เลย
    4. เตรียมโถผสมขึ้นมา ตอกไข่ลงไป แล้วเปิดเครื่องตีให้ไข่ขึ้นฟู แล้วเติมน้ำตาลทราย ตีให้น้ำตาลและไข่ผสมขึ้นฟูดี
    5. ทยอยใส่น้ำมันข้าวโพด ใส่กล้วยที่ผสมวานิลาเอาไว้แล้วลงไป เติมโยเกิร์ต และใส่แป้งลงไปตีผสม ดูให้เนื้อแป้งผสมกันดี
    6. นำแป้งที่ผสมได้ที่แล้วเทลงบนพิมพ์ที่เราเตรียมไว้ นำเข้าอบด้วยไฟล่าง ประมาณ 18-20 นาที หรือดูจนกว่าจะสุก

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. แป้งโฮลวีทเนื้อละเอียด 1 ½ ถ้วย
    2. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
    3. ผงฟู 1 ช้อนชา
    4. เกลือ ½ ช้อนชา งไข่ไก่ 2 ฟอง
    5. กล้วยน้ำว้าบด 250-300 กรัม
    6. กรีกโยเกิร์ต ½ ถ้วย
    7. น้ำผึ้ง ¼ ถ้วย
    8. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. ก่อนนำขนมปัง คุณสามารถวอร์มเตาอบเอาไว้ได้เลยที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียล รวมทั้งเตรียมพิมพ์ขนมปัง ทาน้ำมันบางๆ ไว้ได้เลย
    2. จากนั้นเริ่มต้นทำตัวขนมปัง ด้วยการนำ แป้งโฮลวีท เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือ ผสมให้เข้ากันแล้วพักไว้ก่อน
    3. นำ ไขไก่ กล้วยบด กรีกโยเกิร์ต น้ำผึ้ง และกลิ่นวานิลา มาผสมให้เข้ากัน ปั่นในเครื่องปั่นเลยก็ได้
    4. แล้วนำแป้งที่ผสมไว้ในข้อ 2 และกล้วยน้ำว้าที่ผสมไว้ในข้อ 3 มาผสมให้เข้ากัน ใช้ไม้พายคน แต่ไม่ต้องคนนานมาก เพราะไม่จำเป็นต้องให้เนื้อเหนี่ยวมาก
    5. เมื่อคนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ให้เทลงบนพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าเตาอบโดยใช้เวลาอบประมาณ 30-40 นาที

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า
    1. แป้งสาลีบัวแดง 180 กรัม
    2. ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 1)
    3. เบกกิ้งโซดา ½ ช้อนชา
    4. ผงฟู ½ ช้อนชา
    5. น้ำตาลทราย 190 กรัม
    6. น้ำมันพืช 170 กรัม
    7. กลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นกล้วยหอม 1 ช้อนชา
    8. กล้วยน้ำว้าบดละเอียด 300 กรัม
    9. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 40 กรัม
    10. นมสดจืด 60 กรัม
    11. เกลือ ½ ช้อนชา
    12. เม็ดมะม่วงหิมพานต์สำหรับโรยหน้า

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. ก่อนทำ ให้วอร์มเตา 200 องศาเซลเซียลเอาไว้ได้เลย
    2. ทำส่วนผสมของแป้งเอาไว้ ด้วยการนำเอา แป้ง ผงฟู เบคกิ้งโซดา เกลือ มาร่อนผสมลงในอ่าง แล้วพักไว้
    3. บดกล้วยน้ำว้าที่เตรียมไว้ให้ละเอียด แล้วเติมกลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นกล้วยหอมลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    4. นำไข่ไปตีกับน้ำตาลด้วยความเร็วสูงประมาณ 7 นาที แล้วค่อยๆ ใส่แป้งลงไป ลดความเร็วให้ต่ำลง เทแป้งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด แล้วค่อยปรับความเร็วอยู่ที่ปานกลาง จากนั้นใส่น้ำมัน กล้วยบด นมสด โยเกิร์ต แล้วตีให้ส่วนผสมเข้ากันดี
    5. นำส่วนผสมที่ได้เทลงบนพิมพ์ที่เตรียมไว้ ไม่ต้องเทให้เต็มพิมพ์ โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แล้วเอาเข้าตู้อบด้วยไฟ 200 องศาเซลเซียล ประมาณ 5 นาที แล้วปรับไฟให้ลดลงเหลือ 175 องศา และอบต่อไปอีก 15 นาที ก็จะได้ขนมปักกล้วยน้ำว้าที่นุ่มลิ้นสุดอร่อย

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 4

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. แป้งเค้ก 420 กรัม
    2. แป้งขนมปัง 40 กรัม
    3. เบคกิ้งโซดา 2 ½ ช้อนชา
    4. เนยสดชนิดเค็ม 450 กรัม
    5. น้ำตาลทราย 430 กรัม
    6. ไข่ไก่ 9 ฟอง
    7. กล้วยน้ำว้าสุกบดละเอียด 300 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. นำแป้งเค้ก แป้งขนมปัง และเบคกิ้งโซดา มาร่อนแล้วพักไว้
    2. ใช้เครื่องตีเนยจนขึ้นฟู แล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป เปิดเครื่องความแรงปานกลางตีต่อไปประมาณ 5 นาที พอเห็นว่าน้ำตาลละลายแล้ว ให้นำไข่ไก่ใส่ไปที่ละฟองจนหมด
    3. นำแป้งที่ร่อนเอาไว้ใสในเครื่องตีด้วยความเร็วต่ำ พอส่วนผสมค่อนข้างจะเข้ากันดีแล้วให้ใส่กล้วยน้ำว้าที่เราบดเอาไว้ เปิดเครื่องตีต่อไปอีกเล็กน้อย แล้วจัดการตักส่วนผสมที่ได้ลงบนพิมพ์ที่ทาน้ำมันแล้ว
    4. เอาขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮด์ ใช้ทั้งไฟบนและไฟล่าง เวลาประมาณ 20-30 นาที เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

  • สูตรวิธีทำขนมปังลูกเกด พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังลูกเกด

    สูตรขนมปังลูกเกด สูตรที่ 1

    ส่วนผสมขนมปังลูกเกด

    1. แป้งอเนกประสงค์ 500 กรัม
    2. นมสด 192 กรัม
    3. ยีสต์สด 1 ก้อน (50 กรัม)
    4. เนยชนิดเค็ม 100 กรัม
    5. ไขไก่ 1 ฟอง
    6. น้ำตาล 50 กรัม
    7. เกลือ ½ ช้อนชา
    8. กานพลูผง ½ ช้อนชา
    9. เม็ดลูกเกด 100 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังลูกเกด

    1. นำหม้อขึ้นตั้งไฟเทเนยชนิดเค็มที่เตรียมไว้ลงละลาย เมื่อเห็นว่าเนยละลายให้เทนมสดลงไปแล้วปิดไฟทันที ไม่ต้องให้ส่วนผสมร้อนมาก แค่อุ่นๆ ก็พอ
    2. เทเนยกับนมสดที่ผสมไว้ในข้อ 1 ลงในอ่างผสม แล้วขยำยีสต์ก้อนผสมลงไปให้ละลายเข้ากัน ใส่ไข่แล้วผสมให้ทุกอย่างเข้ากันดี แล้วนำส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดใส่ลงไป กวนให้เข้ากัน เมื่อเห็นว่าเริ่มเป็นเนื้อดีแล้ว ให้เทออกจากอ่างผสม เพื่อใช้มือนวดได้ง่ายขึ้น นวดจนว่าจะเป็นเนื้อเนียน แล้วคลุมผ้าพักไว้ 20 นาที
    3. เมื่อครบ 20 นาที แป้งจะขึ้นตัว ให้นวดอีกครั้งเพื่อไล่อากาศออกให้หมด จากนั้นแบ่งแป้งออกเป็นก้อนๆ จะได้ประมาณ 20 ก้อน
    4. นำแป้งที่แบ่งแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ ไว้เรียงใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษไข นำผ้าขาวบางมาคลุมแป้งไว้อีกครั้ง พักเอาไว้ให้แป้งขึ้นโดว์อีก 20นาที ซึ่งแป้งจะพองขึ้นเป็น 2 เท่า
    5. ระหว่างที่รอแป้งโดว์ ให้เปิดเตาอบ 200 องศา อุ่นเตาเอาไว้เลย เมื่อแป้งโดว์ขึ้นตัว ให้นำเข้าอบประมาณ 15 นาที
    6. เมื่อขนมปังสุกได้ที่ให้นำออกมา ทาหน้าขนมปังด้วย ไข่ไก่ตีๆ เมื่อทาแล้วจะให้ความเงางามและสวยน่ารับประทาน

    สูตรขนมปังลูกเกด สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังลูกเกด

    1. ลูกเกดดำ 175 กรัม
    2. นมสดร้อนๆ หรือน้ำร้อน 250 มิลลิลิตร
    3. แป้งขนมปัง 250 กรัม
    4. แป้งเค้ก 125 กรัม
    5. สารเสริมคุณภาพแพตโก้-3 5 กรัม
    6. ยีสต์ผง 1 ช้อนโต๊ะ
    7. ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 1 ฟอง
    8. นมสด ¾ ถ้วย
    9. น้ำตาลทราย 50 กรัม
    10. เกลือ 1 ช้อนชา
    11. เนยสดจืดอ่อนตัว 1/3 ถ้วย
    12. ไข่ไก่ ผสมน้ำหรือนมสดเล็กน้อย สำหรับใช้ทาหน้าขนมปัง

    วิธีทำ ขนมปังลูกเกด

    1. นำลูกเกดที่เตรียมไว้แช่ลงใน นมสดร้อน หรือน้ำร้อนๆ ให้ลูกเกดพองตัว โดยต้องแช่อย่างต่ำไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง
    2. ระหว่างที่รอให้ลูกเกดพองตัว ให้เราหันมาทำแป้งขนมปัง ด้วยการนำเอาแป้งทั้ง 2 ชนิด แพตโก้-3 และยีสต์ ผสมเข้าด้วยกัน
    3. นำไข่มาตีให้แตกแล้วเติมนมสด น้ำตาลทราย เกลือ คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในแป้งข้อ 2 ที่เตรียมไว้
    4. นวดแป้งให้ผสมเข้ากัน ระหว่างนวดให้ค่อยๆ เติมเนยสดอ่อนตัวที่เตรียมไว้ ครั้งละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดไปจนกว่าแป้งจะเนียนดี ไม่ติดมือ จากนั้นให้พักแป้งโดว์ไว้ในอ่างผสม ที่อ่างผสมสามารถทาน้ำมันบางได้ และต้องคลุมด้วยผ้าชื้นๆ ประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งขึ้นตัว สามารถเช็คความขึ้นตัวของแป้งได้โดยการเอานิ้วจิ้มลงไปที่แป้ง หากว่าแป้งไม่เด้งกลับขึ้นมา แสดงว่าแป้งโดว์ใช้ได้แล้ว
    5. เมื่อแป้งโดว์ได้ที่ให้นำออกมา นวด ชก ไล่อากาศอีกครั้ง จากนั้นแบ่งแป้งเป็น 3 ก้อน แล้วรีดแป้งให้เป็นแผ่นๆ แล้วโรยด้วยลูกเกดที่เราแช่ไว้จนพองตัว แล้วม้วนแผ่นแป้งให้แน่น จากนั้นคลุมด้วยผ้าชื้นๆ ทิ้งไว้ให้ขึ้นตัวอีกครั้ง ประมาณ 45-60 นาที
    6. เมื่อทิ้งแป้งไว้สักครู่ ก่อนจะครบเวลาประมาณ 20 นาที ให้อุ่นเตาอบไว้ที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ เมื่อขนมปังขึ้นโดว์ดี ให้นำมาทาหน้าขนมด้วย ไข่ไก่ผสมน้ำ เพื่อให้สีขนมปังสวยขึ้น แล้วนำเขาตู้อบใช้ไฟ 200 องศาฟาเรนไฮต์ อบประมาณ 30-40 นาที
    7. รอจนขนมปังสุก แกะออกจากพิมพ์ แล้วจัดเสิร์ฟได้เลย

    สูตรขนมปังลูกเกด สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังลูกเกด

    1. แป้งขนมปัง (ร่อนแล้ว) 3 ถ้วยตวง
    2. แป้งสาลี 1 ½ ถ้วยตวง
    3. เอ็มเพล็กซ์ 1 ½ ช้อนชา
    4. ยีสต์แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
    5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
    6. น้ำเย็น ½ ถ้วยตวง
    7. นมข้นจืด ¾ ถ้วยตวง
    8. น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
    9. เกลือ ½ ช้อนชา
    10. เนยสดชนิดเค็ม 100 กรัม
    11. ลูกเกด 150 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังลูกเกด

    1. นำน้ำไปต้มให้เดือด แล้วนำมาเทล้างใส่ลูกเกดที่เราเตรียมไว้ จากนั้น นำลูกเกดไปผึ่งให้แห้ง
    2. นำแป้งขนมปัง แป้งสาลี เอ็มเพล็กซ์ มาร่อนรวมกันในโถนวด แล้วโรยด้วยยีสต์แห้ง ผสมให้เข้ากัน
    3. เตรียม น้ำ นมข้นจืด เกลือ น้ำตาลทราย ไข่ไก่ มาผสมกับแป้ง นวดด้วยมือหรือจะใช้หัวตีรูประขอก็ได้ นวดให้แป้งเข้ากันดี แล้วค่อยเดิมเนยสด นวดจนกว่าเนื้อแป้งจะเนียน จากนั้นใส่ลูกเกดแล้วนวดต่ออีกเล็กน้อย แล้วหมักแป้งให้ขึ้นโดว์ ประมาณ 1 ชั่วโมง
    4. เมื่อครบ 1 ชั่วโมง ให้แบ่งแป้งเป็นก้อนกลมๆ ขนาดประมาณ 300 กรัม แล้วพักไว้อีก 15 นาที
    5. จากนั้นให้นำแป้งที่พักครบ 15 นาทีมีแผ่ให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ม้วนให้เป็นเหมือนท่อนไม้ แล้ววางลงในพิมพ์สี่เหลี่ยม พักไว้อีก 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งขึ้นตัว
    6. อบด้วยไฟ 180 องศาเซลเซียล 20 นาที จนสุก
    7. เมื่อนำขนมปังออกจากเตา ให้ใช้แปรงจุ่มนมข้นจืดหรือเนยสดทาให้ทั่วหน้าขนมปังที่ยังร้อนๆ เพื่อให้ขนมปังขึ้นเงาสวย

error: Content is protected !!