Category: สูตรอาหาร

  • สูตรวิธีทำขนมปังฮอกไกโด พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังฮอกไกโด

    สูตรขนมปังฮอกไกโด สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังฮอกไกโด

    1. ส่วนผสมของ Tangzhong หรือจะเรียกว่าแป้งเปียกที่จะช่วยให้ขนมปังนิ่มอร่อย
    – แป้งขนมปัง 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 200 กรัม
    2. ส่วนผสมของขนมปังฮอกไกโด
    – แป้งขนมปัง 540 กรัม
    – ผงฟู 1 ช้อนชา
    – ไข่ไก่ 2 ฟอง
    – นมผง 20 กรัม
    – Tangzhong 184 กรัม
    – เนยละลาย 100 กรัม
    – น้ำตาลทราย 86 กรัม
    – นมอุ่น อุณหภูมิประมาณ 40 องศาเซลเซียล จำนวน 100 กรัม
    – ยีสต์ 11 กรัม
    – เกลือป่น 8 กรัม
    – ไข่ไก่ผสมน้ำ สำหรับทาหน้าขนมปัง

    วิธีทำขนมปังฮอกไกโด

    1. ให้เริ่มต้นที่ทำ Tangzhong กันก่อน ด้วยการนำเอาแป้งขนมปัง 50 กรัม ผสมกับน้ำเปล่า ยกขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ กวนไปเรื่อยๆ จนกว่าแป้งจะข้นเหนียว มีลักษณะคล้ายแป้งเปียก จากนั้นนำใส่ภาชนะที่ปิดฝาได้ หรือแรปด้วยพลาสติก แล้วตั้งพักไว้
    2. นำแป้ง และผงฟู มาร่อนให้เข้ากัน พักเตรียมไว้
    3. จากนั้นนำเอานมผง ไข่ไก่ เนย และ Tangzhong ตามสัดส่วนที่บอกไว้ข้างต้น มาผสมให้เข้ากัน เตรียมเอาไว้
    4. นำนมอุ่นๆ ที่เราเตรียมไว้ ใส่น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ลงไป คนให้น้ำตาลละลายดี แล้วใส่ยีสต์ลงไป ปิดฝาตั้งพักไว้เพื่อให้ยีสต์ได้ทำงาน
    5. นำส่วนผสมแป้งที่เราร่อนเตรียมไว้ในข้อ 2 มาเทลงในโถตี ซึ่งควรใช้หัวตีตะขอสำหรับแป้งขนมปัง แล้วเปิดเครื่องด้วยความเร็วที่ต่ำสุด เพื่อให้ผงฟูขึ้นตัว จากนั้นทยอยใส่เกลือและน้ำตาลทรายที่เหลือลงไป เปิดเครื่องไว้ตลอด
    6. จากนั้นเทส่วนผสมที่ 3 ที่เราทำไว้ลงไป ตีให้เข้ากัน ซึ่งต้องเพิ่มความเร็วเป็นเบอร์ 3
    7. เมื่อเห็นว่าเข้ากันดีแล้ว ให้นำส่วนผสมนมที่เราทำไว้ในข้อ 4 มาเทลงไป ซึ่งนมที่เราผสมไว้ตอนนี้จะต้องมีฟองแล้ว เพราะเป็นผลมาจากยีสต์ หากไม่มีฟองขึ้นแสดงว่ายีสต์ของเราเสียแล้ว ใช่ไม่ได้
    8. พอเห็นว่าส่วนผสมเข้ากันดีให้ลดความเร็วเครื่องเป็นเบอร์ 2 และตีต่อไปเรื่อยๆ ประมาณ 20 นาที
    9. ช่วงนี้ให้หันมาเตรียมทาเนยในกะละมังที่เราจะใช้ใส่แป้งโดว์ที่เราทำ เพราะเมื่อครบเวลา 20 นาทีแล้ว ให้นำแป้งที่ได้เทออกมาแล้วคลึงให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วใส่ไว้ในกะละมังที่เราเตรียมไว้ จากนั้นคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดให้แห้ง ตั้งทิ้งไว้ในที่อุ่นๆ จนแป้งโดว์ขึ้นเป็น 2 เท่า หรือประมาณ 30 นาที จะสังเกตได้เลยว่าแป้งจะพองขึ้นเป็น 2 เท่า
    10. เมื่อแป้งโดว์ขึ้นตัวดี ให้นำออกมาแล้วตบ หรือเอานิ้วจิ้มๆ ไล่ฟองอากาศออก จากนั้นแบ่งแป้งเป็นก้อนเท่าๆ กัน
    11. จากนั้นนำแป้งที่เราแบ่งไว้มาคลึงให้กลม แล้วเอาใส่ลงพิมพ์ที่ทาเนยเอาไว้ แล้วนำผ้าขาวบางชื่นๆ มาคลุมอีกครั้ง พักทิ้งไว้อีก 15-20 นาที สังเกตได้ว่าแป้งจะขึ้นฟู
    12. ก่อนนำเข้าตู้อบให้ทาหน้าขนมปังด้วย ไข่ไก่ผสมน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วนำเข้าตู้อบใช้ไฟ 170 องศาเซลเซียล ประมาณ 20-25 นาที
    13. เมื่อขนมปักสุกให้นำออกจากเตามาทาหน้าด้วยเนยอีกครั้ง เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

    สูตรขนมปังฮอกไกโด สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังฮอกไกโด

    1. ส่วนผสม Tangzhong
    – แป้งขนมปัง 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
    2. ส่วนผสมขนมปังฮอกไกโด
    – นมสด 54 กรัม (อุ่นในไมโครเวฟ 30 วินาที)
    – ไข่ไก่ 2 ฟอง
    – วิปปิ้งครีม 59 กรัม
    – Tangzhong 184 กรัม
    – แป้งขนมปัง 500 กรัม
    – แป้งขนมปัง 500 กรัม
    – แป้งสปันจ์เค้ก 40 กรัม
    – น้ำตาลทราย 86 กรัม
    – ยีสต์แห้ง 86 กรัม
    – สารเสริมขนมปัง 5 กรัม
    – เนยเค็ม 49 กรัม
    – นมผง 9 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังฮอกไกโด

    1. ทำแป้ง Tangzhong เตรียมเอาไว้ ด้วยการนำแป้งขนมปังมาผสมกับน้ำที่เตรียมเอาไว้ แล้วนำไปตั้งไฟระดับกลาง กวนไปเรื่อยๆ จนเห็นว่าเหนียวข้นดี ให้ตักใส่ชามแล้วพักไว้ให้เย็น แล้วค่อยใส่ภาชนะที่ปิดฝาได้ตั้งพักไว้
    2. นำ นมสด ไข่ไก่ วิปปิ้งครีม แป้ง Tangzhong มาผสมกันให้เข้ากันดี จากนั้นเติมแป้งขนมปัง แป้งสปันจ์เค้ก น้ำตาลทราย ยีสต์ และสารเสริมขนมปัง นำไปนวดด้วยเครื่องผสมอาหาร เมื่อเห็นว่าเริ่มเข้ากันดีแล้ว ให้เติมเนยเค็มลงไป แล้วนวดต่อ รวมแล้วทั้งหมดใช้เวลานวดประมาณ 40 นาที
    3. นำแป้งที่นวดได้ที่แล้วมาใส่ในภาชนะพลาสติกถนอมอาหารปิดฝาตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง แป้งที่ได้จะฟูขึ้นเป็น 2 เท่า
    4. นำแป้งที่ขึ้นฟูดีมาไล่อากาศ แล้วปั้นเป็นก้อนตามที่เราต้องการ แล้วพักแป้งไว้ในภาชนะที่เตรียมจะเข้าอบอีกประมาณ 30 นาที เมื่อครบ 30 นาที แป้งจะฟูเต็มที่ให้นำเข้าอบโดยการใช้ไฟล่าง 180 องศาเซลเซียส นานประมาณ 30-35 นาที แค่นี้ก็ได้ขนมปังฮอกไกโดที่นุ่มละมุนลิ้นแล้วครับ

  • สูตรวิธีทำขนมปังโฮลวีท พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังโฮลวีท

    สูตรขนมปังโฮลวีท สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังโฮลวีท

    1. แป้งขนมปัง 310 กรัม
    2. แป้งโฮลวีท 80 กรัม
    3. นมสดอุ่น 240 กรัม
    4. น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
    5. เนยจืดนิ่ม (อุณหภูมิห้อง) 75 กรัม
    6. ยีสต์แห้ง 1 ½ ช้อนชา
    7. เกลือป่น ¾ ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังโฮลวีท

    1. เริ่มต้นการทำขนมปังโฮลวีทของเราวันนี้ด้วยการ นำแป้ง กับเกลือ มาร่อนร่วมกัน ประมาณ 3 ครั้ง แล้วเทลงไปในชามผสมใช้หัวตะขอก้วยตีด้วยความเร็วต่ำ ดูแค่พอเข้ากันก็ใช้ได้
    2. จากนั้นเติมน้ำตาลทรายแดง และยีสต์ลงไป ตีด้วยความเร็วเท่าเดิม
    3. แล้วเดิมนมอุ่นๆ ลงไป รอจนผงแป้งหมด ค่อยใส่เนยนิ่มๆ ตามลงไป ตีต่อไปด้วยความเร็วต่ำอีก 2 นาที แล้วเพิ่มความเร็วเป็นความเร็วกลาง ตีต่อไปอีกประมาณ 15 นาที หรือสังเกตว่าแป้งเริ่มเข้าที่เป็นเนื้อโดที่เนียนนุ่ม
    4. เมื่อแป้งโดได้ที่แล้ว ให้เทออกมาลงบนพื้นโต๊ะ แล้วนวดด้วยมือต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นคลึงให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วนำไปใส่ชามที่ทาเนยขาวไว้แล้ว หาผ้าชุบน้ำหมาดหรือพลาสติกแลปมาปิดไว้ วางไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง หรือ 1 ½ ชั่วโมง โดยการดูที่ตัวแป้งเป็นหลักหากโดขึ้นมาเป็น 2 เท่าแล้ว ก็ใช้ได้
    5. เมื่อครบเวลาที่กำหนดให้นำแป้งโดออกมาเทสต์ดู หากจิ้มลงไปแล้วแป้งไม่เด้งกลับขึ้นมา แสดงว่าได้ที่แล้ว ให้ทำการชกไล่ลม แล้วแบ่งเป็นก้อนๆ ตามที่ต้องการ แล้วปิดด้วยผ้าชื่นๆ หรือพลาสติกอีกครั้ง เป็นเวลา 45 นาที
    6. ในระหว่างที่เราพักแป้งรอบ 2 ไปได้ 25 นาที ให้ไปเปิดเตาอบวอร์มไว้ที่ 175 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟล่าง
    7. เมื่อแป้งครบเวลาแล้ว ก็นำเข้าเตาอบได้เลย โดยใช้ไฟล่างก่อน 15 นาที แล้วเปลี่ยนเป็นไฟบนล่างต่อไปเรื่อยๆ ดูที่ความเหลืองสวยของขนมปังเป็นหลัก หากขนมปังก้อนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
    8. เมื่อขนมปังสุกแล้วให้นำออกมาพักที่ตะแกรงจากนั้นให้ทาเนยที่หน้าขนมปัง แล้วปล่อยให้เย็นและตัดเป็นชิ้นได้ตามชอบใจ

    สูตรขนมปังโฮลวีท สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังโฮลวีท

    1. แป้งโฮลวีทชนิดหยาบ 1 ถ้วย
    2. แป้งสาลีทำขนมปัง 1 ½ ถ้วย
    3. ยีสต์ 2 ช้อนโต๊ะ
    4. แพ็ตโก้ 3 ½ ช้อนชา
    5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
    6. น้ำอุ่น ¼ ถ้วย
    7. นมสดรสจืด ¾ ถ้วย
    8. น้ำผึ้ง 1/3 ถ้วย
    9. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
    10. เกลือป่น 2 ช้อนชา
    11. เนยสดชนิดเค็ม ½ ถ้วย

    วิธีทำ ขนมปังโฮลวีท

    1. นำแป้งโฮลวีท แป้งขนมปัง แพ็ตโก้ 3 มาร่อนรวมกันในอ่างผสม แล้วพักไว้ก่อน
    2. เทยีสต์ น้ำตาลทราย เกลือ รวมกันแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปเทลงในส่วนผสมที่ 1 ที่เตรียมไว้ แล้วคนให้พอเข้ากัน แล้วทำแป้งให้เป็นหลุมตรงกลาง เพื่อที่จะได้เทน้ำอุ่น นมสด น้ำผึ้ง และไข่ไก่ลงไป (ไข่ไก่ควรตีให้แตกก่อน) แล้วนวดให้เนื้อแป้งเนียนดี หากใช้เครื่องให้ตีที่ความเร็วต่ำ
    3. เมื่อแป้งเริ่มเข้าที่ให้ใสเนยลงไปนวดต่อ เมื่อเนยคลุกเคล้าในแป้งดีแล้ว ให้โรยแป้งบนโต๊ะสะอาด แล้วเทแป้งออกมานวดด้วยมือบนโต๊ะ นวดไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที หากแป้งเละไปสามารถใส่แป้งขนมปังเพิ่มได้เล็กน้อย
    4. เมื่อแป้งเนียนดีเป็นฟิล์มดีแล้ว ให้ใส่ลงในกะละมัง แล้วเอาผ้าจุ่มน้ำบิดหมาดๆ หรือพลาสติกแลปมาคลุมไว้ ตั้งทิ้งไว้ให้ฟูขึ้นตัวเป็น 2 เท่าประมาณ 30-1 ชั่วโมง อย่าปล่อยไว้นานเกินไปเพราะจะทำให้แป้งมีกลิ่นแอลกอฮอล์
    5. เมื่อเห็นว่าแป้งขึ้นดีแล้ว ให้ลองเอานิ้วจิ้มแป้งดู หาแป้งไม่เด้งกลับตามนิ้วขึ้นมาถือว่าใช้ได้แล้ว ให้เอาแป้งมานวดไล่ลมอีกครั้ง หากต้องการใส่ไส้ ให้ใส่ได้เลยตามที่ต้องการ แล้วนำวางลงบนพิมพ์ที่ทาเนยไว้เรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้ตั้งทิ้งไว้อีก 15 นาที
    6. ระหว่างพักแป้งโด 15 นาทีให้เปิดเตาอบวอร์มได้เลยที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส
    7. เมื่อแป้งโดครบกำหนดเวลา ให้นำแป้งโดทานมสดให้ทั่วทั้งหน้า แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180 องศา หากอบก้อนใหญ่ ให้อบ 50 นาที แต่ถ้าหากแบ่งเป็นก้อนเล็กๆ ให้อบ 10-15 นาทีพอ
    8. เมื่อขนมปังสุกดีให้ทาเนยให้ทั่วหน้าขนม แล้วแกะออกจากพิมพ์ ตั้งพักไว้ให้เย็นแล้วค่อยสไลด์เป็นชิ้นตามชอบใจ

    สูตรขนมปังโฮลวีท สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังโฮลวีท

    1. แป้งโฮลวีท 3 ถ้วยตวง
    2. น้ำ 1 ¼ ถ้วยตวง
    3. ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ
    4. น้ำผึ้ง 1/6 ถ้วยตวง
    5. น้ำมันมะกอก 1/6 ถ้วยตวง
    6. เกลือ ½ ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังโฮลวีท

    1. นำแป้งโฮลวีท 1 ถ้วยตวง ผสมกับยีสต์ แล้วคนให้ผสมกัน จากนั้นตั้งพักไว้
    2. แป้งที่เหลืออีก 2 ถ้วยตวง ให้ใส่เกลือ น้ำมันมะกอก และน้ำผึ้งลงไป แล้วคนให้พอเข้ากัน จากนั้นนำส่วนผสมแป้งที่ทำในข้อ 1 มาเทลงไป นำเครื่องดีหัวตะกร้อมาตีให้ส่วนผสมเข้ากันดี หากไม่มีสามารถใช้มือนวดได้ โดยนวดจนกว่าแป้งจะขึ้นรูปสวยไม่ติดมือ
    3. เมื่อแป้งได้ที่แล้วให้นำมาใส่ในกะละมังแล้วคลุมด้วยผ้าบิดพอหมาดหรือพลาสติกแลป ตั้งทิ้งไว้ในที่อุณหภูมิสูงๆ ประมาณ 20 นาที เมื่อแป้งฟูเป็น 2 เท่าแล้ว ให้นำออกมานวดไล่ลม ซึ่งในขั้นตอนนี้ให้ใส่ธัญพืชหรือไส้ตามที่ต้องการได้เลย
    4. ปั้นแป้งให้เป็นขนาดตามที่ต้องการ แล้วนำใส่ไว้ในพิมพ์ ปิดด้วยพลาสติกแลปหลวมๆ ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 30-1 ชั่วโมง เมื่อแป้งโดขยายตัวดี ให้นำเข้าตู้อบไฟบนล่าง 170 องศาเซลเซียล ประมาณ 45 นาที
    5. เมื่อขนมปังสุกให้นำออกจากพิมพ์ แล้วตั้งพักไว้ที่ตะแกรงจนเย็นสนิทแล้วค่อยสไลด์เป็นขนาดตามต้องการ

  • สูตรวิธีทำขนมปังกรอบ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังกรอบ

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. ขนมปัง 1 แถว
    2. เนยเค็ม 1 ก้อน
    3. น้ำตาลทราย 200 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. นำขนมปังมาตัดแบ่งเป็น 2 ชิ้น หรือจะตัดเป็นขนาดตามที่เราต้องการ จากนั้นนำไปผึ่งลมไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
    2. นำเนยที่เตรียมไว้มาตีให้อ่อนตัว จะได้ทาง่าย จากนั้นทาลงขนมปังที่ตัดไว้ให้ทั่วแผ่น ไม่ควรทาเนยหนาเกินไป เพราะจะขนมปังไม่กรอบ และทาเพียงแค่ด้านเดียวก็เพียงพอแล้ว
    3. โรยน้ำตาลลงบนขนมปังที่ทาเนยไว้แล้วให้ทั่ว
    4. นำไปเข้าเตาอบไฟ 180 องศา บนล่า ประมาณ 10 นาที เมื่ออบครั้งที่ 2 ต้องควบคุมความร้อนให้ดี เพราะขนมปังอาจจะไหม้ได้
    5. เมื่อขนมปังเหลือดี ให้นำออกจากเตา ตั้งพักไว้ให้เย็น แล้วใส่ภาชนะที่มีฝาปิด เก็บไว้ทานได้นาน

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. ขนมปัง 10 แผ่น
    2. เนยสดรสเค็ม 100 กรัม
    3. ไอซิ่ง 50 กรัม
    4. น้ำตาลทราย 10 กรัม
    5. เกลือป่น เล็กน้อย

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ หน้าเนยน้ำตาล

    1. นำขนมปังมาตัดแบ่งตามขนาดที่ต้องการ แล้วพักเตรียมไว้
    2. เตรียมเนยเทใส่ในเครื่องตี แล้วใส่ไอซิ่งลงไป ตีด้วยตะกร้อให้ขึ้นฟู สังเกตว่าเริ่มเป็นสีขาวนวลๆ แล้ว ให้ใส่น้ำตาล และเกลือนิดหน่อย ตีให้เข้ากันดี
    3. นำเนยทีตีเรียบร้อยแล้วมาทาลงบนขนมปังให้ทั่วทั้งแผ่น แล้วโรยด้วยน้ำตาลอีกนิดหน่อย วางเรียงใส่ถาดอบ แล้วนำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาอบประมาณ 20 นาที ดูให้ขนมปังเหลืองสวยก็ให้นำออกจากเตาได้
    4. หยิบขนมปังวางลงตะแกรง แล้วตั้งพักไว้ให้เย็น แล้วค่อยจัดเสิร์ฟ หรือใส่กล่องที่มีฝาปิดสนิท

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังกรอบ หน้าเนยกระเทียม

    1. ขนมปัง 1 แถว
    2. เนยสดอ่อนตัวรสเค็ม 150 กรัม
    3. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    4. กระเทียมไทยโขลกละเอียด 40 กรัม
    5. ผงปรุงรสไก่ ¾ ช้อนชา (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
    6. ใบผักชีฝรั่งสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ หน้าเนยกระเทียม

    1. ตัดแบ่งขนมปังให้เป็นขนาดตามที่คุณต้องการ แล้วนำไปผึ่งลมหรือตากแดด ประมาณ 2 ชั่วโมง
    2. ตีเนยกับน้ำตาลทรายให้พอฟู แล้วนำกระเทียมที่เราโขลกไว้ลงไปผสมกัน เทผักชีลงไป ตีให้ส่วนผสมเข้ากันดี
    3. เมื่อขนมปังแห้งได้ที่ ให้นำมาทาเนยที่เราผสมไว้ ทาบางๆ ด้านเดียว แล้วจัดวางลงบนถาดเตาอบ
    4. แล้วนำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส นานประมาณ 20-25 นาที หรือสังเกตให้ขนมปังเหลืองกำลังดี จากนั้นนำออกจากเตา แล้วตั้งพักไว้ให้เย็นก่อน จึงจะแพ็คใส่ภาชนะที่เราเตรียมไว้

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 4

    ส่วนผสมขนมปังกรอบขาไก่

    1. น้ำอุ่น 1 ถ้วย
    2. ยีสต์ ¼ ช้อนชา
    3. แป้งขนมปัง 2 ถ้วย
    4. เกลือ 1 ช้อนชา
    5. ผงกระเทียม 1 ช้อนชา
    6. ผักชีฝรั่งแห้ง 1 ช้อนตะ
    7. น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ ขาไก่

    1. เริ่มต้นด้วยการนำน้ำและยีสต์ผสมให้เข้ากัน ตั้งพักไว้สักครู่ แล้วเติมแป้งขนมปัง แล้วเปิดเครื่องตีโดยใช้ตะข้อตีจนแป้งเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ค่อยเติมเกลือ ผงกระเทียม ผักชีฝรั่งแห้ง น้ำมันมะกอก แล้วเปิดเครื่องนวดต่อไปจนทุกอย่างผสมเข้ากันเป็นเนื้อเนียนดี ให้นำออกมาคลึงเป็นก้อนกลม แล้วใส่ในภาชนะที่ปิดด้วยผ้าชุบน้ำบิดหมาดๆ หรือพลาสติก วางตั้งไว้ประมาณ 45 นาที
    2. เมื่อครบเวลาตามกำหนด ให้นำแป้งออกมานวดคลึงให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ พยายามให้หนาเท่ากัน จากนั้นม้วนให้เป็นเกลียวตามขนาดที่คุณต้องการ เมื่อม้วนแล้วให้ใช้มือยืดออกให้สวยงาม
    3. นำขนมปังที่ปั้นเป็นแท่งแล้วเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 300 องษาเซลเซียส นานประมาณ 40 นาที หรือดูให้ขนมปังสีสวยตามที่ต้องการ
    4. เมื่อเสร็จแล้วให้นำมาพักที่ตะแกรงให้เย็นสนิทก่อน จึงจัดใส่ภาชนะที่ปิดฝาได้

    สูตรขนมปังกรอบ สูตรที่ 5

    ส่วนผสม ขนมปังกรอบ คาราเมล

    1. ขนมปังไม่มีขอบตัดเป็นชิ้นเล็ก 5 แผ่น
    2. เนยเค็ม 90 กรัม
    3. น้ำตาลทราย 75 กรัม
    4. นมอุ่นให้ร้อนก่อนใช้ 30 มิลลิลิตร

    วิธีทำ ขนมปังกรอบ คาราเมล

    1. วางกระดาษลงบนถาดรอง แล้วเปิดเตาอบวอร์มไว้ที่ 180 องศาเซลเซียส
    2. นำขนมปังที่ตัดไว้แล้ว เข้าอบ 15 นาที จนเป็นสีทองสวย
    3. จากนั้นให้ตั้งกระทะบนไฟอ่อนๆ ใส่เนยและน้ำตาลลงไป เคี้ยวจนน้ำตาลเริ่มเป็นสีคาราเมลอ่อนๆ แล้วค่อยๆ เทนมร้อนลงไป จากนั้นให้ใส่ขนมปังที่เราอบเรียบร้อยแล้วลงไป คนให้เข้ากันดี
    4. แล้วเทลงในถาดอบอีกครั้ง นำเข้าอบด้วยอุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส นานประมาณ 25-30 นาที จนขนมปังแห้งดีและเป็นสีน้ำตาล
    5. นำออกจากเตาแล้วพักไว้ให้เย็นก่อน จึงนำไปเสิร์ฟ หรือเก็บใส่กล่องที่มีฝาปิด

  • สูตรวิธีทำขนมปังมันฝรั่ง พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังมันฝรั่ง

    สูตรขนมปังมันฝรั่ง สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังมันฝรั่ง

    1. แป้งขนมปัง 250 กรัม
    2. ยีสต์ 1 ช้อนชา+1/4 ช้อนชา
    3. เนยสด 50 กรัม
    4. มันฝรั่งต้มสุก 180 กรัม
    5. ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 1 ฟอง
    6. นมผง 40 กรัม
    7. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    8. เกลือหยิบมือ

    วิธีทำขนมปังมันฝรั่ง

    1. ขั้นตอนแรกให้นำฝรั่งที่ต้มสุกแล้วมาปลอกเปลือก แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก พักเตรียมไว้
    2. เตรียมอ่างผสมแล้วร่อนแป้งขนมปังกับยีสต์ผสมกัน ร่อนประมาณ 2-3 รอบ ให้ยีสต์และแป้งผสมกันอย่างทั่วถึง แล้วพักเตรียมไว้
    3. นำมันฝรั่งที่เตรียมไว้ มาโรยน้ำตาลทราย แล้วบดให้ละเอียด เมื่อเห็นว่ามั่นฝรั่งเริ่มละเอียดแล้ว ให้ใส่เนยลงไป แล้วคนให้เข้ากัน
    4. เตรียมส่วนผสมของแป้งที่เราร่อนไว้ในอ่างผสมขึ้นมา แล้วทำให้เป็นหลุมตรงกลาง จากนั้นเทมันฝรั่งบดที่เราเตรียมไว้ ไข่ไก่และนมผงลงไป ใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน คลึงให้เป็นก้อนกลมๆ แล้วนำพลาสติกแลปมาปิดไว้ เพื่อให้แป้งฟูเป็น 2 เท่าตัว โดยตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 1 ชั่วโมง
    5. เมื่อแป้งโดว์ได้ที่ ให้นำมาแบ่งเป็นก้อนเล็กๆ ก้อนละ 100 กรัม แล้วพักไว้ให้แป้งขึ้นตัวเป็น 2 เท่าอีกครั้ง
    6. แล้วนำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียส โดยใช้ไฟล่าง นานประมาณ 15-20 นาที แล้วนำออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟได้ทันที

    สูตรขนมปังมันฝรั่ง สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังมันฝรั่ง

    1. แป้งสาลี 250 กรัม
    2. ยีนส์ 1 ¼ ช้อนชา
    3. นมสด 40 กรัม
    4. เนยสด 50 กรัม
    5. มันฝรั่งต้มสุก 180 กรัม
    6. ไข่ 1 ฟอง
    7. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    8. เกลือ 1 ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังมันฝรั่ง

    1. นำเอาแป้งสาลี ยีสต์ น้ำตาลทราย และนมสด ผสมให้เข้าด้วยกันแล้วพักไว้ก่อน
    2. จัดการมันฝรั่งที่เราต้มสุกแล้ว มาปลอกเปลือก หั่นให้มีขนาดเล็ก ชั่งให้ได้ปริมาณ 180 กรัม แล้วบดให้ละเอียด เมื่อมันฝรั่งละเอียดดีแล้ว ให้เอาเนยลงไปนวดกับมันฝรั่ง ผสมให้เข้ากันดี
    3. เทส่วนผสมมันฝรั่งที่บดไว้ลงในแป้งที่เตรียมไว้ในข้อ 1 จากนวดนวดด้วยเครื่องหรือมือก็ได้ ซึ่งจะใช้เวลานวดค่อนข้างนาน เพราะมีส่วนผสมของมันฝรั่งด้วย การสังเกตว่าแป้งที่นวดได้ที่แล้วให้ดูที่ความเนียน คือเนื้อของแป้งจะต้องไม่ติดมือ
    4. นำแป้งที่นวดเรียบร้อยแล้วใส่โถ ปิดด้วยพลาสติกแล็ป วางไว้ในที่อุ่นๆ ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งโดขึ้นเป็น 2 เท่า
    5. เมื่อครบ 1 ชั่วโมง ให้นำแป้งออกมาตบไล่ลม แล้วแบ่งแป้งออกเป็นก้อนๆ ตามขนาดที่เราต้องการ แล้วพักแป้งโดไว้อีกครั้ง ประมาณ 30 นาที เพื่อให้แป้งขยายตัวเป็น 2 เท่าอีก
    6. จากนั้นนำเข้าเตาอบที่ 165 องศาเซลเซียส 10 นาทีแรกให้ใช้ไฟล่างก่อน แล้วจากนั้นอีก 5-10 นาทีต่อมาค่อยใช้ทั้งไหล่างและไฟบน ให้สังเกตที่ผิวของขนมปัง หากมีสีน้ำตาลสวยงามตามที่ต้องการแล้ว ให้นำออกจากเตาอบได้เลย
    7. นำจัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมชาร้อนๆ ได้เลย

    สูตรขนมปังมันฝรั่ง สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังมันฝรั่ง

    1. แป้งขนมปังขาว 350 กรัม
    2. แป้งโฮลวีท 115 กรัม (แบ่งเอาไว้โรยหน้าก่อนอบเล็กน้อย)
    3. ยีสต์แห้ง 7 กรัม
    4. มันฝรั่ง 225 ปลอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    5. เนยสด 25 กรัม
    6. เกลือ 2 ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังมันฝรั่ง

    1. สูตรนี้เริ่มต้นด้วยการนำมันฝรั่งที่เราปลอกเปลือกและหั่นไว้มาต้มให้สุกก่อน แล้วนำไปบี้ไปบดให้เละ แต่ว่าน้ำที่ใช้ต้มมันฝรั่งห้ามทิ้ง ให้เก็บไว้ 150 มล.
    2. นำอ่างผสมมาเทแป้ง 2 ชนิดเข้าด้วยกัน จากนั้นใส่ยีสต์และเนยลงไป บี้และผสมให้ส่วนผสมเข้ากันดี
    3. ค่อยๆ เติมน้ำต้มฝรั่งลงไปในแป้งในข้อ 2 แล้วใช้มือหรือเครื่องนวดแป้งค่อยๆ นวดไปเรื่อย นวดจนว่าแป้งจะโดเป็นก้อนไม่มีติดมือ การนวดด้วยมืออาจต้องใช้เวลานาน ดังนั้นแนะนำว่าควรใช้เครืองนวดจะสะดวกมากกว่า
    4. นำแป้งที่นวดได้ที่แล้วใส่ลงในภาชนะที่มีฝาปิด หรือจะใช้พลาสติกแล็ปอาหารหรือผ้าขาวบางบิดพอหมาดคลุมไว้ก็ได้ ว่าไว้ในที่อุ่นๆ หรืออุณหภูมิห้อง จากนั้นวางพักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อครบ 1 ชั่วโมงแล้วเห็นว่าแป้งโดขึ้นดี ให้นำออกมาตบไล่ลม แล้วนวดขึ้นรูปหรือแบ่งเป็นก้อนตามที่เราต้องการ แล้วพักแป้งไว้อีก 30 นาที โดยระหว่างที่พักแป้งครั้งที่ 2 นี้ให้วอร์มเตาอบไว้ได้เลยที 200 องศาเซลเซียส
    5. เมื่อขนมปังโดขึ้นอีกครั้ง ให้นำเข้าเตาอบ ประมาณ 30 นาที หรือจนเหลืองสุกดี ก็นำออกมาจากเตาแล้วจัดเสิร์ฟได้ตามที่ต้องการ

  • สูตรวิธีทำขนมปังสังขยา พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังสังขยา

    สูตรขนมปังสังขยา สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ไส้สังขยา

    1. กะทิ 1 ½ ถ้วย
    2. น้ำตาลทราย ¾ ถ้วย
    3. ไข่ไก่เบอร์ 1 3 ฟอง
    4. แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
    5. นมข้นจืด ¼ ถ้วยตวง
    6. เกลือเล็กน้อย
    7. ใบเตย 5 ใบ
    8. เนยจืด 20 กรัม

    ส่วนผสม ขนมปัง

    1. แป้งส่วนหมัก
    – แป้งขนมปัง 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 50 กรัม
    – ยีสต์ 4 กรัม
    2. แป้งขนมปัง
    – แป้งขนมปัง 200 กรัม
    – น้ำตาลทราย 50 กรัม
    – เกลือ 2 กรัม หรือใช่มือหยิบเลย
    – ไข่ 2 ฟอง
    – นมสดอุณหภูมิห้อง 110 กรัม
    – เนยละลายน้ำมัน 25 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังสังขยา

    1. เริ่มจากการทำ ไส้สังขยา กันก่อน ด้วยการนำใบเตยมาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่ลงในโถปั่น แล้วใส่กะทิที่ตวงไว้ตามลงไป ปั่นทุกอย่างให้ละเอียด แล้วนำมากรองเอากากใบเตยออก จากนั้นเทน้ำตาล เกลือลงไปคนให้น้ำตาลละลาย แล้วตามด้วยไข่ และแป้งข้าวโพด จากนั้นคนให้เข้ากันดี แล้วนำไปกรองอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง หรือกระชอนตาถี่
    2. ตั้งน้ำในกระทะพอเดือด แล้วนำส่วนผสมสังขยาที่เราผสมไว้เทลงในกะละมัง แล้วนำไปแช่ในน้ำเดือดทั้งกะละมัง ใช้ตะกร้อมือคนไปเรื่อยๆ กวนไปจนกว่าจะสุก แล้วค่อยเติมนมข้นจืดและเนย คนอีกครั้งให้เข้ากันดี นำขึ้นจากเตาแล้วพักไว้ก่อน
    3. แล้วหันมาทำตัวขนมปัง ด้วยการเริ่มทำแป้งส่วนหมักก่อน โดยการนำส่วนผสมในส่วนของแป้งหมักผสมและนวดให้เข้ากัน แร๊พทิ้งไว้ให้แป้งโดว์พองเต็มที่ แล้วคนให้ยุบตัวอีกครั้ง ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 30-60 นาที
    4. เมื่อแป้งหมักได้ที่ แล้ว ให้เริ่มทำแป้งขนมปังได้ ด้วยการผสมแป้ง น้ำตาลทราย เกลือ เข้าด้วยกันในอ่างผสม
    5. นำไข่ และ นม คนให้เข้ากันดี แล้วนำไปราดลงบนแป้งที่ผสมไว้ในข้อ 4
    6. นวดให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำแป้งส่วนหมักที่ทำไว้ในข้อ 3 มาผสม นวดกันจนกว่าเนื้อจะเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เทเนยละลายลงไปนวดผสมด้วย
    7. นำมาขึ้นรูปเป็นก้อนกลมๆ แล้วพักไว้ให้ขึ้นโดว์ ควรจะคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดๆ เพื่อไม่ให้หน้าขนมโดนลมจนแห้ง
    8. นำไปอบด้วยอุณหภูมิ 175 องศา ไฟล่างนานประมาณ 15-20 นาที
    9. เมื่อขนมปังสุกสีสวยให้พักไว้จนเย็น แล้วนำไส้สังขยาที่ทำไว้ใส่ลงในหัวบีบ แล้วจัดการบีบไส้สังขยาใส่ลงในขนมปังให้เรียบร้อย
    10. จัดเสิร์ฟลงจานได้เลย

    สูตรขนมปังสังขยา สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ไส้สังขยา

    1. กะทิ 250 กรัม
    2. น้ำตาลทราย 60 กรัม
    3. ใบเตย 5 ใบ
    4. แป้งข้าวโพด 1 ½ ช้อนโต๊ะ
    5. แป้งมัน1 ช้อนชา
    6. เกลือ ¼ ช้อนชา
    7. ไข่ 2 ฟอง
    8. เนยสด 20 กรัม

    ส่วนผสม ขนมปัง

    1. แป้งขนมปัง 150 กรัม
    2. แป้งเค้ก 50 กรัม
    3. ยีสต์ 1 ½ ช้อนชา
    4. น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
    5. นมผง 2 ช้อนโต๊ะ
    6. เกลือ ¼ ช้อนชา
    7. นมสด 120 กรัม
    8. เนยสด 40 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังสังขยา

    1. นำส่วนผสมของขนมปังเทลงในอ่างผสม ยกเว้นเนยสด แล้วจัดการผสมทุกอย่างให้เป็นเนื้อเดียวกัน นวดให้เป็นเนื้อเดียวกัน
    2. จากนั้นค่อยๆ ใส่เนยสดลงไป นวดต่อไปอีกประมาณ 10 นาที ให้แป้งเนียนดี
    3. นำแป้งที่ได้พักไว้ก่อน เพื่อให้แป้งขึ้นตัวดี โดยใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที จะสังเกตได้ว่าแป้งจะโดว์ขึ้นเป็น 2 เท่า
    4. เมื่อแป้งขึ้นตัวเป็น 2 เท่าแล้ว ให้นำมาไล่ลมออกจากแป้งด้วยการนวดอีกครั้ง แล้วแบ่งแป้งโดว์ออกเป็นก้อนๆ ก้อนละ 20 กรัม ปั้นๆ คลึงๆ ให้แป้งกลมสวย แล้ววางลงบนกระดาษลองที่ใส่ไว้ในพิมพ์ โดยจะได้แป้งทั้งหมด 19 ลูก จากนั้นพักแป้งให้ขึ้นโดว์อีกครั้งประมาณ 45 นาที
    5. เมื่อครบ 45 นาทีแล้วแป้งขึ้นโดว์เป็น 2 เท่าแล้ว ให้นำเข้าเตาอบใช้ไฟ 175 องศาเซลเซียส ไฟล่างอย่างเดียว ประมาณ 12-15 นาที
    6. หลักจากเอาออกจากเตาให้นำเนยสดมาทาหน้าขนมปังที่ยังร้อนอยู่ เพื่อให้หน้าขนมนุ่มและเป็นเงาน่ารับประทาน แล้วพักไว้ให้ขนมปังเย็นตัว เพื่อรอการบีบไส้สังขยา
    7. มาถึงขั้นตอนการทำไส้สังขยา เริ่มด้วยการนำใบเตยไปตำหรือปั่นให้ละเอียด เวลาปั่นหรือตำไม่ต้องใส่น้ำ ให้ใส่น้ำกะทิที่เตรียมไว้ได้เลย จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง
    8. นำกะทิใบเตยที่ได้ มาผสมกับส่วนผสมอื่นๆ ที่เตรียมไว้ ยกเว้นเนยสด แล้วนำไปตุ๋นในน้ำเดือด แต่ต้องคนตลอดเวลาให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วค่อยเติมเนยสดลงไป กวนจนกว่าจะได้เนื้อสังขยาที่เนียนตามต้องการ
    9. เมื่อขนมปังเย็นแล้ว ก็บีบไส้สังขยาใส่ลงในขนมปังได้เลย ใส่มากใส่น้อยตามที่เราต้องการ จะบีบใส่ตรงด้านล่างขนมปัง หรือด้านบนของขนมปังก็ได้
    10. จัดเสิร์ฟลงจาน หรือใส่กล่องพลาสติกก็ได้ตามที่เราต้องการ

  • สูตรวิธีทำขนมปังกล้วยน้ำว้า พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังกล้วยน้ำว้า

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. แป้งเค้ก 200 กรัม
    2. ผงฟู 1 ¼ กรัม
    3. ผงโซดา 1 ช้อนชา
    4. ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 2 ฟอง
    5. น้ำตาลทราย 100 กรัม
    6. เกลือป่น ½ ช้อนชา
    7. น้ำมันข้าวโพด 120 กรัม
    8. โยเกิร์ต ¼ ถ้วยตวง
    9. กล้วยน้ำว้าสุกงอม 250 กรัม
    10. วานิลา 1 ช้อนชา
    11. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
    12. กลิ่นนม-เนย ½ ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. นำ แป้ง ผงฟู ผงโซดา และเกลือ ร่อนรวมกัน แล้วพักทิ้งไว้ก่อน
    2. บดกล้วยน้ำว้าให้ละเอียดจะใช้ส้อมยีก็ได้ เมื่อละเอียดแล้วให้เติมวานิลา น้ำมะนาว กลิ่นนมเนย คนให้เข้ากันแล้วพักไว้ก่อน
    3. ระหว่างที่เตรียมส่วนผสมสามารถวอร์มเตาไว้เลยที่ 180 องศาเซลเซียล และเตรียมพิมพ์ทาเนย หรือถ้วยกระดาษได้เลย
    4. เตรียมโถผสมขึ้นมา ตอกไข่ลงไป แล้วเปิดเครื่องตีให้ไข่ขึ้นฟู แล้วเติมน้ำตาลทราย ตีให้น้ำตาลและไข่ผสมขึ้นฟูดี
    5. ทยอยใส่น้ำมันข้าวโพด ใส่กล้วยที่ผสมวานิลาเอาไว้แล้วลงไป เติมโยเกิร์ต และใส่แป้งลงไปตีผสม ดูให้เนื้อแป้งผสมกันดี
    6. นำแป้งที่ผสมได้ที่แล้วเทลงบนพิมพ์ที่เราเตรียมไว้ นำเข้าอบด้วยไฟล่าง ประมาณ 18-20 นาที หรือดูจนกว่าจะสุก

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. แป้งโฮลวีทเนื้อละเอียด 1 ½ ถ้วย
    2. เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
    3. ผงฟู 1 ช้อนชา
    4. เกลือ ½ ช้อนชา งไข่ไก่ 2 ฟอง
    5. กล้วยน้ำว้าบด 250-300 กรัม
    6. กรีกโยเกิร์ต ½ ถ้วย
    7. น้ำผึ้ง ¼ ถ้วย
    8. กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. ก่อนนำขนมปัง คุณสามารถวอร์มเตาอบเอาไว้ได้เลยที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียล รวมทั้งเตรียมพิมพ์ขนมปัง ทาน้ำมันบางๆ ไว้ได้เลย
    2. จากนั้นเริ่มต้นทำตัวขนมปัง ด้วยการนำ แป้งโฮลวีท เบกกิ้งโซดา ผงฟู และเกลือ ผสมให้เข้ากันแล้วพักไว้ก่อน
    3. นำ ไขไก่ กล้วยบด กรีกโยเกิร์ต น้ำผึ้ง และกลิ่นวานิลา มาผสมให้เข้ากัน ปั่นในเครื่องปั่นเลยก็ได้
    4. แล้วนำแป้งที่ผสมไว้ในข้อ 2 และกล้วยน้ำว้าที่ผสมไว้ในข้อ 3 มาผสมให้เข้ากัน ใช้ไม้พายคน แต่ไม่ต้องคนนานมาก เพราะไม่จำเป็นต้องให้เนื้อเหนี่ยวมาก
    5. เมื่อคนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดีแล้ว ให้เทลงบนพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าเตาอบโดยใช้เวลาอบประมาณ 30-40 นาที

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า
    1. แป้งสาลีบัวแดง 180 กรัม
    2. ไข่ไก่ 2 ฟอง (เบอร์ 1)
    3. เบกกิ้งโซดา ½ ช้อนชา
    4. ผงฟู ½ ช้อนชา
    5. น้ำตาลทราย 190 กรัม
    6. น้ำมันพืช 170 กรัม
    7. กลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นกล้วยหอม 1 ช้อนชา
    8. กล้วยน้ำว้าบดละเอียด 300 กรัม
    9. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 40 กรัม
    10. นมสดจืด 60 กรัม
    11. เกลือ ½ ช้อนชา
    12. เม็ดมะม่วงหิมพานต์สำหรับโรยหน้า

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. ก่อนทำ ให้วอร์มเตา 200 องศาเซลเซียลเอาไว้ได้เลย
    2. ทำส่วนผสมของแป้งเอาไว้ ด้วยการนำเอา แป้ง ผงฟู เบคกิ้งโซดา เกลือ มาร่อนผสมลงในอ่าง แล้วพักไว้
    3. บดกล้วยน้ำว้าที่เตรียมไว้ให้ละเอียด แล้วเติมกลิ่นวานิลลาหรือกลิ่นกล้วยหอมลงไป แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    4. นำไข่ไปตีกับน้ำตาลด้วยความเร็วสูงประมาณ 7 นาที แล้วค่อยๆ ใส่แป้งลงไป ลดความเร็วให้ต่ำลง เทแป้งไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมด แล้วค่อยปรับความเร็วอยู่ที่ปานกลาง จากนั้นใส่น้ำมัน กล้วยบด นมสด โยเกิร์ต แล้วตีให้ส่วนผสมเข้ากันดี
    5. นำส่วนผสมที่ได้เทลงบนพิมพ์ที่เตรียมไว้ ไม่ต้องเทให้เต็มพิมพ์ โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แล้วเอาเข้าตู้อบด้วยไฟ 200 องศาเซลเซียล ประมาณ 5 นาที แล้วปรับไฟให้ลดลงเหลือ 175 องศา และอบต่อไปอีก 15 นาที ก็จะได้ขนมปักกล้วยน้ำว้าที่นุ่มลิ้นสุดอร่อย

    สูตรขนมปังกล้วยน้ำว้า สูตรที่ 4

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. แป้งเค้ก 420 กรัม
    2. แป้งขนมปัง 40 กรัม
    3. เบคกิ้งโซดา 2 ½ ช้อนชา
    4. เนยสดชนิดเค็ม 450 กรัม
    5. น้ำตาลทราย 430 กรัม
    6. ไข่ไก่ 9 ฟอง
    7. กล้วยน้ำว้าสุกบดละเอียด 300 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยน้ำว้า

    1. นำแป้งเค้ก แป้งขนมปัง และเบคกิ้งโซดา มาร่อนแล้วพักไว้
    2. ใช้เครื่องตีเนยจนขึ้นฟู แล้วค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายลงไป เปิดเครื่องความแรงปานกลางตีต่อไปประมาณ 5 นาที พอเห็นว่าน้ำตาลละลายแล้ว ให้นำไข่ไก่ใส่ไปที่ละฟองจนหมด
    3. นำแป้งที่ร่อนเอาไว้ใสในเครื่องตีด้วยความเร็วต่ำ พอส่วนผสมค่อนข้างจะเข้ากันดีแล้วให้ใส่กล้วยน้ำว้าที่เราบดเอาไว้ เปิดเครื่องตีต่อไปอีกเล็กน้อย แล้วจัดการตักส่วนผสมที่ได้ลงบนพิมพ์ที่ทาน้ำมันแล้ว
    4. เอาขนมเข้าอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮด์ ใช้ทั้งไฟบนและไฟล่าง เวลาประมาณ 20-30 นาที เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย

  • สูตรวิธีทำขนมปังลูกเกด พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังลูกเกด

    สูตรขนมปังลูกเกด สูตรที่ 1

    ส่วนผสมขนมปังลูกเกด

    1. แป้งอเนกประสงค์ 500 กรัม
    2. นมสด 192 กรัม
    3. ยีสต์สด 1 ก้อน (50 กรัม)
    4. เนยชนิดเค็ม 100 กรัม
    5. ไขไก่ 1 ฟอง
    6. น้ำตาล 50 กรัม
    7. เกลือ ½ ช้อนชา
    8. กานพลูผง ½ ช้อนชา
    9. เม็ดลูกเกด 100 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังลูกเกด

    1. นำหม้อขึ้นตั้งไฟเทเนยชนิดเค็มที่เตรียมไว้ลงละลาย เมื่อเห็นว่าเนยละลายให้เทนมสดลงไปแล้วปิดไฟทันที ไม่ต้องให้ส่วนผสมร้อนมาก แค่อุ่นๆ ก็พอ
    2. เทเนยกับนมสดที่ผสมไว้ในข้อ 1 ลงในอ่างผสม แล้วขยำยีสต์ก้อนผสมลงไปให้ละลายเข้ากัน ใส่ไข่แล้วผสมให้ทุกอย่างเข้ากันดี แล้วนำส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดใส่ลงไป กวนให้เข้ากัน เมื่อเห็นว่าเริ่มเป็นเนื้อดีแล้ว ให้เทออกจากอ่างผสม เพื่อใช้มือนวดได้ง่ายขึ้น นวดจนว่าจะเป็นเนื้อเนียน แล้วคลุมผ้าพักไว้ 20 นาที
    3. เมื่อครบ 20 นาที แป้งจะขึ้นตัว ให้นวดอีกครั้งเพื่อไล่อากาศออกให้หมด จากนั้นแบ่งแป้งออกเป็นก้อนๆ จะได้ประมาณ 20 ก้อน
    4. นำแป้งที่แบ่งแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ ไว้เรียงใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษไข นำผ้าขาวบางมาคลุมแป้งไว้อีกครั้ง พักเอาไว้ให้แป้งขึ้นโดว์อีก 20นาที ซึ่งแป้งจะพองขึ้นเป็น 2 เท่า
    5. ระหว่างที่รอแป้งโดว์ ให้เปิดเตาอบ 200 องศา อุ่นเตาเอาไว้เลย เมื่อแป้งโดว์ขึ้นตัว ให้นำเข้าอบประมาณ 15 นาที
    6. เมื่อขนมปังสุกได้ที่ให้นำออกมา ทาหน้าขนมปังด้วย ไข่ไก่ตีๆ เมื่อทาแล้วจะให้ความเงางามและสวยน่ารับประทาน

    สูตรขนมปังลูกเกด สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังลูกเกด

    1. ลูกเกดดำ 175 กรัม
    2. นมสดร้อนๆ หรือน้ำร้อน 250 มิลลิลิตร
    3. แป้งขนมปัง 250 กรัม
    4. แป้งเค้ก 125 กรัม
    5. สารเสริมคุณภาพแพตโก้-3 5 กรัม
    6. ยีสต์ผง 1 ช้อนโต๊ะ
    7. ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 1 ฟอง
    8. นมสด ¾ ถ้วย
    9. น้ำตาลทราย 50 กรัม
    10. เกลือ 1 ช้อนชา
    11. เนยสดจืดอ่อนตัว 1/3 ถ้วย
    12. ไข่ไก่ ผสมน้ำหรือนมสดเล็กน้อย สำหรับใช้ทาหน้าขนมปัง

    วิธีทำ ขนมปังลูกเกด

    1. นำลูกเกดที่เตรียมไว้แช่ลงใน นมสดร้อน หรือน้ำร้อนๆ ให้ลูกเกดพองตัว โดยต้องแช่อย่างต่ำไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง
    2. ระหว่างที่รอให้ลูกเกดพองตัว ให้เราหันมาทำแป้งขนมปัง ด้วยการนำเอาแป้งทั้ง 2 ชนิด แพตโก้-3 และยีสต์ ผสมเข้าด้วยกัน
    3. นำไข่มาตีให้แตกแล้วเติมนมสด น้ำตาลทราย เกลือ คนให้เข้ากัน แล้วเทลงในแป้งข้อ 2 ที่เตรียมไว้
    4. นวดแป้งให้ผสมเข้ากัน ระหว่างนวดให้ค่อยๆ เติมเนยสดอ่อนตัวที่เตรียมไว้ ครั้งละประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนวดไปจนกว่าแป้งจะเนียนดี ไม่ติดมือ จากนั้นให้พักแป้งโดว์ไว้ในอ่างผสม ที่อ่างผสมสามารถทาน้ำมันบางได้ และต้องคลุมด้วยผ้าชื้นๆ ประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งขึ้นตัว สามารถเช็คความขึ้นตัวของแป้งได้โดยการเอานิ้วจิ้มลงไปที่แป้ง หากว่าแป้งไม่เด้งกลับขึ้นมา แสดงว่าแป้งโดว์ใช้ได้แล้ว
    5. เมื่อแป้งโดว์ได้ที่ให้นำออกมา นวด ชก ไล่อากาศอีกครั้ง จากนั้นแบ่งแป้งเป็น 3 ก้อน แล้วรีดแป้งให้เป็นแผ่นๆ แล้วโรยด้วยลูกเกดที่เราแช่ไว้จนพองตัว แล้วม้วนแผ่นแป้งให้แน่น จากนั้นคลุมด้วยผ้าชื้นๆ ทิ้งไว้ให้ขึ้นตัวอีกครั้ง ประมาณ 45-60 นาที
    6. เมื่อทิ้งแป้งไว้สักครู่ ก่อนจะครบเวลาประมาณ 20 นาที ให้อุ่นเตาอบไว้ที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ เมื่อขนมปังขึ้นโดว์ดี ให้นำมาทาหน้าขนมด้วย ไข่ไก่ผสมน้ำ เพื่อให้สีขนมปังสวยขึ้น แล้วนำเขาตู้อบใช้ไฟ 200 องศาฟาเรนไฮต์ อบประมาณ 30-40 นาที
    7. รอจนขนมปังสุก แกะออกจากพิมพ์ แล้วจัดเสิร์ฟได้เลย

    สูตรขนมปังลูกเกด สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังลูกเกด

    1. แป้งขนมปัง (ร่อนแล้ว) 3 ถ้วยตวง
    2. แป้งสาลี 1 ½ ถ้วยตวง
    3. เอ็มเพล็กซ์ 1 ½ ช้อนชา
    4. ยีสต์แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
    5. ไข่ไก่ 1 ฟอง
    6. น้ำเย็น ½ ถ้วยตวง
    7. นมข้นจืด ¾ ถ้วยตวง
    8. น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
    9. เกลือ ½ ช้อนชา
    10. เนยสดชนิดเค็ม 100 กรัม
    11. ลูกเกด 150 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังลูกเกด

    1. นำน้ำไปต้มให้เดือด แล้วนำมาเทล้างใส่ลูกเกดที่เราเตรียมไว้ จากนั้น นำลูกเกดไปผึ่งให้แห้ง
    2. นำแป้งขนมปัง แป้งสาลี เอ็มเพล็กซ์ มาร่อนรวมกันในโถนวด แล้วโรยด้วยยีสต์แห้ง ผสมให้เข้ากัน
    3. เตรียม น้ำ นมข้นจืด เกลือ น้ำตาลทราย ไข่ไก่ มาผสมกับแป้ง นวดด้วยมือหรือจะใช้หัวตีรูประขอก็ได้ นวดให้แป้งเข้ากันดี แล้วค่อยเดิมเนยสด นวดจนกว่าเนื้อแป้งจะเนียน จากนั้นใส่ลูกเกดแล้วนวดต่ออีกเล็กน้อย แล้วหมักแป้งให้ขึ้นโดว์ ประมาณ 1 ชั่วโมง
    4. เมื่อครบ 1 ชั่วโมง ให้แบ่งแป้งเป็นก้อนกลมๆ ขนาดประมาณ 300 กรัม แล้วพักไว้อีก 15 นาที
    5. จากนั้นให้นำแป้งที่พักครบ 15 นาทีมีแผ่ให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ม้วนให้เป็นเหมือนท่อนไม้ แล้ววางลงในพิมพ์สี่เหลี่ยม พักไว้อีก 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งขึ้นตัว
    6. อบด้วยไฟ 180 องศาเซลเซียล 20 นาที จนสุก
    7. เมื่อนำขนมปังออกจากเตา ให้ใช้แปรงจุ่มนมข้นจืดหรือเนยสดทาให้ทั่วหน้าขนมปังที่ยังร้อนๆ เพื่อให้ขนมปังขึ้นเงาสวย

  • สูตรวิธีทำกล้วยหักมุกเชื่อม พร้อมคำแนะนำในการขายกล้วยหักมุกเชื่อม

    กล้วยหักมุกเชื่อม
     

    สูตรการทำขนมกล้วยหักมุกเชื่อมแบบง่ายๆ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำกล้วยหักมุกเชื่อม

    – กล้วยหักมุก 4 ผล (สำหรับทาน 1 คน)
    – น้ำตาลทราย 3 ขีด
    – น้ำเปล่าสะอาดๆ 4 ถ้วย
    – เกลือป่น 2 หยิบมือ

    วิธีการทำกล้วยหักมุกเชื่อม

    – หั่นกล้วยหักมุมที่เตรียมไว้ให้ได้ชิ้นพอดีคำ พักไว้เพื่อเตรียมทำขั้นตอนต่อไป
    – ต้มน้ำเปล่าให้เดือดเล็กน้อย ใส่น้ำตาลทรายลงไป เคี่ยวน้ำตาลทรายพอให้งวด ไม่ถึงกับละลายมากเกินไป
    – นำกล้วยที่หั่น 4 ผล ใส่ลงไปในน้ำเชื่อมที่กวนจนงวด แล้วทำการเคี่ยวกล้วยต่อลงในน้ำเชื่อมจนเกิดเป็นน้ำลักษณะใสๆ จึงทำการตักพักไว้สักครู่
    – เตรียมทำน้ำกะทิเพื่อราดกล้วย โดยการนำกะทิและเกลือมาผสมให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนๆ เคียวเล็กน้อยให้กะทิร้อนแล้วยกลงจากเตา
    – จัดกล้วยเชื่อมใส่จาน จากนั้นนำกะทิที่เตรียมไว้ราดใส่กล้วยได้ทันที
    – พร้อมสำหรับการรับประทาน

    สูตรวิธีการทำกล้วยหักมุกเชื่อมแบบง่ายๆ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำกล้วยหักมุกเชื่อม

    – กล้วยหักมุกแบบห่ามๆไม่ต้องสุกมาก 5 ผล
    – น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
    – ใบเตย 3 ใบ
    – น้ำมะนาวเล็กน้อย
    – น้ำกะทิที่คัดเอาแต่หัวกะทิ
    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
    – เกลือกป่นเล็กน้อย

    วิธีการทำกล้วยหักมุกเชื่อม

    – ตั้งหม้อบนเตาไฟ ใส่น้ำลงไปในกระทะ จากนั้นทำการใส่ใบเตย และน้ำมะนาวลงไป เคี่ยวส่วนผสมต่างๆจนเข้ากันดี แล้วทิ้งไว้สักครู่
    – นำกล้วยหักมุกห่ามๆ 5 ผล มาผ่าให้เป็นซีกตามที่ต้องการ ใช้กล้วยหักมุกห่ามเพื่อไม่ให้กล้วยเละจนเกินไปเมื่อทำการเชื่อมกล้วย ใส่กล้วยหักมุกลงไปในส่วนผสมที่ทำการเคียวเรียบร้อยแล้ว และเคี่ยวต่อให้ส่วนผสมเข้าไปในเนื้อกล้วย จนเป็นน้ำใสๆ เหนียวๆเล็กน้อย
    – ทำน้ำกะทิราดหน้ากล้วยเชื่อม โดยนำกะทิไปต้มให้เดือดพอประมาณ โรยเกลือลงไปเล็กน้อย ปิดไฟ ยกลงจากเตา
    – นำกล้วยหักมุกเชื่อมที่ได้ ใส่จาน ราดด้วยกะทิ
    – พร้อมรับประทานได้ทันที รสชาติอร่อย

    สูตรวิธีการทำกล้วยหักมุกเชื่อมแบบง่ายๆ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำกล้วยหักมุกเชื่อม

    – กล้วยหักมุก 1 หวี
    – น้ำตาลปิ๊บ 5 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเปล่า 1 แก้ว
    – กะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำกล้วยหักมุกเชื่อม

    – นำหม้อตั้งไฟ ใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำเปล่าลงไปต้มจนเดือด จากนั้นใส่น้ำตาลปิ๊บไปเคี่ยวเพื่อทำเป็นน้ำเชื่อมกล้วย เคี่ยวจนพอข้นจึงทำการยกลงจากเตา
    – เอากล้วยหักมุกที่งอมมาแกะเปลือกออก อาจจะหั่นเป็นชิ้นพอดีคำหรือไม่หั่นเลยก็ได้ ตามใจชอบ จากนั้นใส่ลงไปในหม้อที่เตรียม ต้มต่อประมาณ 20 นาที เพื่อให้น้ำเชื่อมที่เชื่อมไว้ซึมเข้าไปในกล้วยจนเป็นสีเหลืองๆ กล้วยก็จะนิ่มสุก
    – ทำน้ำกะทิไว้ เพื่อเป็นตัวราดหน้ากล้วยหักมุกเชื่อม เพิ่มรสชาติ โดยการต้มกะทิใส่เกลือ ตั้งไฟ พอร้อนไม่ต้องเดือดมากจนกะทิแตกมัน จากนั้นยกลงจากเตา
    – ตักกล้วยเชื่อมที่ได้ใส่จาน ราดด้วยกะทิอุ่น พร้อมรับประทานเป็นของหวาน อร่อยชื่นใจ

     

    การขายกล้วยหักมุกเชื่อม

  • สูตรวิธีทำขนมกระยาสารท พร้อมคำแนะนำในการขายขนมกระยาสารท

    ขนมกระยาสารท

    ขนมกระยาสารท สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – น้ำตาลมะพร้าวหรือน้ำตาลโตนดอย่างดี 1 1/2 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ 1 1/2 ถ้วยตวง
    – แบะแซ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
    – ข้าวเม่าคั่ว 3 ถ้วยตวง
    – งาขาวคั่ว 1/2 ถ้วยตวง
    – ถั่วลิสงคั่ว 1 1/4 ถ้วยตวง

    วิธีการทำขนมกระยาสารท

    – ขั้นตอนแรกของการทำขนมกระยาสารท เราจะเริ่มจากคั่วถั่วลิสง งาขาว โดยให้คั่วทีละอย่าง อย่าเอามาคั่วปนกัน การคั่วนั้นให้ใช้ไฟปานกลางค่อนไปทางอ่อน คอยระวังอย่าให้ไหม้ ให้สีของธัญพืขออกเป็นสีเหลืองนวล จากนั้นก็ตักออกพักไว้ก่อน
    – ขั้นตอนต่อมาเราก็จะทำการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าว หรือจะใช้เป็นน้ำตาลโตนดก็ได้ โดยจะเคี่ยวกับหัวกะทิ เคี่ยวจนข้นมีลักษณะเป็นยางมะตูม การเคี่ยวนั้นต้องใจเย็นใช้ไม้พายหรือทัพพี คอยคนน้ำตาลไม่ให้ไหมติดก้นกระทะหรือขอบกระทะ จากนั้นก็ให้ใส่แบะแซที่จะช่วยให้ขนมมความเหนียว แล้วก็คนส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วจึงยกลง
    – ต่อมาเราจะทำการผสมธัญพืชที่ได้คั่วไว้ทั้งหมดเข้าด้วยกัน
    – แล้วจากนั้นให้นำธัญพืชที่ผสมกันแล้ว ทั้งข้าวเม่า งาขาว และถั่วลิสง ทำให้ทั้งหมดเข้ากันดี จากนั้นก็จะนำไปเคี่ยวลงในในน้ำตาลที่เคี่ยวไว้ โดยที่น้ำตาลนั้นยังร้อนอยู่ จากนั้นก็ทำการคนให้เข้ากันให้ใช้ไฟอ่อน
    – พอส่วนผสมเข้ากันดี แล้วมีความเหนียวดีแล้ง ก็สามารถ เทใส่ถาดหรือพิมพ์แล้วเกลี่ยหน้าให้เสมอกัน จากนั้นก็ปล่อยให้เย็น
    – สามารถเก็บไว้ในโหลหรือภาชนะที่มีฝาปิด โดยสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน

    ขนมกระยาสารท สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – น้ำตาลอ้อยหรือน้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
    – แบะแซ 1 ช้อนโต๊ะ
    – ข้าวเม่าราง 1 1/2 ถ้วยตวง
    – ข้าวตอกคั่วกรอบ 1 1/2 ถ้วยตวง
    – งาขาวหรือดำคั่ว 1 1/2 ถ้วยตวง
    – ถั่วลิสงคั่ว 1/2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำขนมกระยาสารท

    – ให้ทำการคั่วธัญพืชที่เตรียมไว้ ทั้งข้าวเม่าราง ข้าวตอกคั่วกรอบ งาขาว งาดำ ถั่วลิสง โดยแต่ละชนิดให้คั่วแยกกัน เพราะแต่ละอย่างจะสุก ไม่เท่ากัน การคั่วนั้นให้ใช้ไฟปานกลางค่อนอ่อน จนมีสีเหลืองสวย อย่าให้ไฟแรงหรือคั่วนานจนธัญพืชไหม้ เมื่อได้ธัญพืชมีสีเหลืองนวลสวยแล้ว ก็ให้ตักลง พักไว้ก่อน
    – จากนั้นเราจะมาทำการเคี่ยวน้ำตาลกับหัวกะทิที่เตรียมไว้ ใช้ไฟกลางค่อนข้างอ่อน ทำการเคี่ยวจนเป็นยางมะตูม ต้องควบคุมไฟให้ดี เพื่อไม่ให้น้ำตาลไหม้ จากนั้นก็ใส่แบะเซ โดยแบะแซนั้นจะสิ่งที่เราจะเอาไว้ใส่ขนมที่มีความเหนียว ถ้าชอบเหนียวมากก็สามารถใส่มากได้ ตามความต้องการ คนให้แบะแซกับน้ำตาลให้เข้ากัน ลองใช้ทัพพีหรือพายคนแล้วยกขึ้นดูถ้าได้ความเหนียวตามที่ต้องการแล้ว ก็ให้ยกลงพักไว้
    – ต่อมาเราก็จะนำธัญพืชที่ได้คั่วไว้มาผสมกันเองก่อนทั้งถั่วลิสง ข้าวเม่าราง ข้าวตอก งาขาว งาดำ ผสมทั้งหมดให้เข้ากัน จากนั้นค่อยนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลที่เตรียมไว้ โดนนำธัญพืชลงในน้ำตาลให้ใช้ไฟอ่อน ค่อย ๆ เคี่ยวเรื่อย ๆ เพื่อให้ธัญพืชเข้ากับน้ำตาลเคี่ยวได้ดี เมื่อทำการคนส่วนผสมให้เข้ากัน เมื่อส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดีแล้ว ก็ให้ปิดไฟ จากนั้นพักไว้ในเย็นลง
    – แล้วก็นำขนมกระยาสารทที่ได้ทำการ ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดเท่าประมาณหัวนิ้วโป้ง แบบพอดีคำ หรือจะเทใส่ถาดเก็ได้ทำการกลี่ยให้แบน เย็นจากนั้นแล้วก็สามารถตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมก็ได้ เก็บไว้รับประทานได้นาน โดยให้เก็บใส่ขวดโหลหรือภาชนะที่ฝาปิดสนิท

    ขนมกระยาสารท สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ข้าวเม่า 6 กิโลกรัม
    – งาขัด 3 กิโลกรัม
    – ถั่วลิสง 3 กิโลกรัม
    – น้ำตาบปี๊บ 6 กิโลกรัม
    – แบะแซ 4 กิโลกรัม
    – กะทิ 6 กิโลกรัม
    – มะพร้าวซอยคั่ว 3 กิโลกรัม
    – น้ำผึ้ง 400 กรัม

    วิธีการทำขนมกระยาสารท

    – เริ่มด้วยการนำข้าวเม่า งาขัด ถั่วลิสง พะพร้าวซอย มาคั่ว โดยการคั่วนั้นให้คั่วทีละอย่าง ให้ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ค่อย ๆ คั่ว ต้องระวังไฟอย่าใช้ไฟแรงหรือคั่วนาน ให้คั่วจนธัญพืชแต่ละอย่างนั้นมีสีเหลืองสวย มีกลิ่นหอม จากนั้นให้ตั้งออกจากกะทะ แล้ว พักทิ้งไว้
    – ต่อมาก็ตั้งไฟเพื่อจะทำการเคี่ยวกะทิ โดยเอากะทิที่คั้นไว้มาเคี่ยวโดยใช้ไฟอ่อนจนกะทิแตกมัน ต้องคอยคนไม่ให้กะทิไหม้ติดก้นกะทะหรือขอบกะทะ พอกะทิแตกมันและเริ่มงวด
    – พอได้กะทิที่งวดดีแล้ว เราจะใส่น้ำตาล แบะแซและน้ำผึ้งลงเคี่ยวกับกะทิ ให้ใช้ไฟอ่อนเหมือนเดิม จะเคี่ยวจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันและมีกลิ่นหอม การเคี่ยวน้ำตาล น้ำผึ้ง และกะทินั้น ถ้าเราเคี่ยวจนได้สีสวยงาม กระยามารทก็จะสวยงามด้วย ดังนั้นจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญ จากนั้นก้พักไว้
    – ขั้นตอนต่อไป ให้นำธัญพืชต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ทั้งข้าวเม่า งาขัด ถั่วลิสง มะพร้าวซอย ที่คั่วไว้แล้วมาคลุกให้ธัญพืชทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นก็จะนำไปกวนกับน้ำตาล กะทิ ที่เราเคี่ยวไว้จนเหลืองสวย การกวนนั้น เพื่อให้เข้ากันดีก็ให้กวนไปเรื่อยๆ อาจจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นก็ปิดไฟ
    – สามารถนำกระยาสามารถมาอัดในพิมพ์แล้วตัดเป็นสี่เหลี่ยมเป็นชิ้น ๆ ได้ หรือ ปั้นเป็นก้อน ๆ ก็ได้ โดยเมื่อกระยาสารทเย็นแล้ว ก็ให้เก็บใส่ภาชนะที่ฝาปิด ซึ่งจะสามารถเก็บไว้ได้นาน

    การขายขนมกระยาสารท

  • สูตรวิธีทำขนมเกสรชมพู่ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมเกสรชมพู่

    สูตรขนมเกสรชมพู่ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมขนมเกสรชมพู่

    1. มะพร้าวขูดขาว 250 กรัม
    2. น้ำตาลทราย 150 กรัม
    3. วุ้นผง 5 กรัม
    4. น้ำลอยดอกมะลิ 100 กรัม
    5. สีผสมอาหาร สีชมพู ฟ้า เขียว
    6. เทียนอบ

    วิธีการทำขนมเกสรชมพู่

    1.ผสมตัววุ้นผงเข้ารวมกับน้ำ แล้วตั้งเตาไฟให้ร้อน คอยเคี่ยวเรื่อยๆจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน และเคี่ยวต่อและตั้งไว้สักครู่
    2.ทำส่วนผสมน้ำตาลมะพร้าวที่เตรียมไว้ ให้พอเข้ากันอย่างนุ่มนวล ใส่วุ้นที่เตรียมไว้ลงไปผสมรวมกับสีผสมอาหารอย่างพอดี กวนให้เข้าอย่างพิถีพิถัน กวนจนเริ่มเหนียวนุ่มแล้วก็ยกลงพักไว้
    3.นำช้อนขึ้นมาตักให้เป็นชิ้นยาว หลังจากนั้นพักทิ้งไว้ให้แห้ง นำมาอบควันเทียนให้พอหอม กรุ่น ก็พร้อมเสริ์ฟได้ทันที

    สูตรขนมเกสรชมพู่ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมขนมเกสรชมพู่

    1. มะพร้าวขูดขาว ครึ่งกิโล
    2. น้ำตาลทราย 300 กรัม
    3. วุ้นผง 10 กรัม
    4. น้ำลอยดอกมะลิ 150 กรัม
    5. สีผสมอาหาร โทนอ่อน เช่น สีฟ้า สีชมพู สีเขียว
    6.เทียนอบ

    วิธีการทำเกสรชมพู่

    1. นำวุ้นผงมาผสมร่วมเข้ากับน้ำร้อนที่ตั้งไฟไว้อยู่ คนให้เข้ากันจนละลายเข้ากันอย่างดีแล้ว เคี่ยวต่ออีกสักครู่ หลังจากนั้นก็พักทิ้งไว้สักระยะหนึ่ง
    2. นำน้ำตาลมะพร้าว มาผสมรวมกับวุ้นผงที่เราผสมน้ำเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว นำมา ผสมทุกอย่างรวมให้เข้ากัน จนส่วนผสมทั้งหมดเหนียวนุ่มเข้ากันดี
    3.ใส่สีผสมอาหารที่คุณชอบลงเพียงเล็กน้อยไม่ให้สีจัดจนเกินไป เพื่อความน่ากินของอาหาร
    4.หลังจากนั้นใช้ช้อนขนาดพอดีตักเป็นชิ่นเล็กยาวพอดีคำ แล้วพักทิ้งไว้ให้แห้ง หลังจากนั้นนำมาอบควันเทียนโดยการจุดควันเทียนวางไว้ แล้วครอบปิดฝาก ทิ้งไว้ระยะหนึ่ง จากนั้นก็นำออกมาพร้อมรับประทาน

    สูตรวิธีการทำขนมเกสรชมพู สูตรที่ 3

    ส่วนผสมของการทำขนมเกสรชมพู

    1.น้ำลอยดอกมะลิเล็กน้อยพอให้มีกลิ่น
    2.วุ้น 1 ช้อนชา
    3.น้ำตาลทราย300กรัม
    4.มะพร้าวขูดฝอย 200 กรัม
    5.สีผสมอาหารสีชมพูหรือสีอื่นๆ
    6.เทียนอบ

    วิธีการทำขนมเกสรชมพู

    1.นำน้ำตาลมาเคี่ยวให้พอเหนียวนุ่มและหนึ่บเล็กน้อย จากนั้นผสมสีผสมอาหารลงไปเล็กน้อยให้ดูน่ากิน
    2.ใส่มะพร้าวขูดฝอยที่เป็นเส้นเล็กเล็กลงไปผสมกับน้ำตาลที่เคี่ยวไว้รวมกับสีผสมอาหาร จากนั้นค่อยๆเคี่ยวคนให้ส่วนผสมทั้งหมดสีเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ควรเน้นสีขนม ที่เป็นโทนหวาน สีอ่อน หรือถ้าต้องการสีโดยธรรมชาติของเกสรชมพู ก็เคี่ยวจนน้ำหวานนั้นแห้งจนออกมาในลักษณะแวววาวน่ารับประทาน
    3.ขั้นตอนต่อไป ให้แช่ผงวุ้นลงในน้ำร้อนแล้วตั้งไฟร้อนปานกลาง เราอาจจะใส่ทิ้งไว้ตอนแรกก่อนทำเลยก็ได้ตามแล้วแต่สะดวก นำส่วนผสมนี้ไปรวมกับหัวกะทิ หลังจากนั้นให้นำไปเคี่ยว รวมกับมะพร้าวที่รวมเข้ากับน้ำหวานในตอนแรก ค่อยค่อยเคี่ยวไปเรื่อยๆ ตั้งไฟอ่อน ให้ส่วนผสมทั้งหมด เกือบๆแห้งแล้ว โดยไม่ต้องแห้งมาก ให้มีความชุ่มแฉะเล็กน้อย
    4.เมื่อเสร็จได้ที่แล้ว ให้ตักขนมใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ ก่อนที่ขนมจะเริ่มแห้ง หลังจากนั้น นำไปอบเทียนหอม ประมาน 15 นาทีก็ได้ขนมเกสรชมพูที่หอมหวานสีสันสดใสน่ารับประทาน

    สูตรขนมเกสรชมพู สูตรที่ 4

    ส่วนผสมวิธีการทำขนมเกสรชมพู่

    1. มะพร้าวขูดขาว 250 กรัม
    2. น้ำตาลทราย 150 กรัม
    3. วุ้นผง 1 ช้อนชา
    4. น้ำลอยดอกมะลิ
    5. สีผสมอาหาร สีชมพู (ตามสูตรโบราณต้นตำหรับใช้สีชมพู แต่อาจเปลี่ยนเป็นสีฟ้า เขียว หรือสีอื่นๆก็ได้ แต่เน้นสีแบบพาสเทลค จึงจะน่าทาน)
    6.เทียนอบ

    วิธีการทำขนมเกสรชมพู่

    1. นำ มะพร้าว น้ำตาลทราย วุ้นผง มาผสมรวมกัน ตั้งไฟให้ร้อนปานกลาง นำทั้งหมดใส่กระทะทองแดงหรือกระทะสเตนเลส จากนั้น กวนให้เข้ากันจนเริ่มเหนียวเล็กน้อย ใส่สีผสมอาหารลงเล็กน้อย ตามที่ต้องการ แล้วตามด้วยน้ำลอยดอกมะลิเทรวมลง หลังจากนั้นกวนส่วนผสมให้รวมเป็นเนื้อเดียวกัน สีผสมอาหารควรใช้สีโทนอ่อน หวาน แต่ถ้าอยากได้สีธรรมชาติของเกสรชมพู่ สามารถทำได้โดยเคี่ยวจนขนมมีลักษณะมันวาว น่ารับประทาน
    2. เมื่อกวนทั้งหมดเข้าที่แล้ว สามารถสังเกตได้ โดยสังเกตจากตัวขนมที่เริ่มเหนียว จากนั้นยกลงจากเตา นำช้อนมาตักใส่ถ้วยตะไลเล็กๆ ขนาดพอดีคำ หรือจะเป็นนำมาปั้นเป็นรูปวงรี ที่มีลักษณะยาว ประมาณ 4 นิ้ว หัวท้ายมีความแหลมก็ได้ และหน้าของขนมจะต้องไม่เรียบ ไม่ควรให้เห็นเป็นตัวลักษณะฝอยของมะพร้าว
    3. ขั้นตอนต่อไป นำขนมมาพักให้เซ็ทตัว จนแห้งดีแล้ว หลังจากนั้นก็นำไปอบควันเทียน เป็น 1 คืน หรืออย่างต่ำไม่เกิน 6 ชั่วโมง โดยการนำเทียนอบควันมาจุดแล้วตั้งไว้กลางหม้อขนมแล้วปิดฝา

  • สูตรวิธีทำกล้วยบวชชี พร้อมคำแนะนำในการขายกล้วยบวชชี

    สูตรวิธีทำกล้วยบวชชี (สูตรที่ 1 ) แบบดั้งเดิม

    ส่วนผสมของกล้วยบวชชี

    -กล้วยน้ำหว้าขาวห่าม 1 หวี
    -น้ำตาลทรายขาว 4 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
    -เกลือป่น 1 ช้อนชา
    -หัวกระทิ 1 ถ้วยตวง/ 250 มิลลิลิตร
    -หางกะทิ 1 ถ้วยตวง/250 มิลลิลิตร
    -ใบเตยสด 2-3 ใบ ( เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ชวนรับประทาน)

    วิธีทำกล้วยบวชชี

    -ในขั้นตอนแรก เริ่มปลอกเปลือกกล้วยน้ำหว้า แล้วให้หั่นกล้วยน้ำหว้า 1 ลูก ตามแนวยาว 1 ครั้ง และหั่นแนวขวางอีกครั้ง ให้ได้ 4 ชิ้น ซึ่งเราจะได้ขนาดของกล้วยที่พอดีคำ ทานง่าย ชิ้นไม่ใหญ่จนเกินไป
    -ต่อมาก็เทหัวกะทิใส่ลงไปในหม้อ ยกขึ้นตั้งบนเตาแก๊ส เคี่ยวไฟอ่อนๆ จนกะทิเริ่มเดือด
    -ล้างใบเตยจำนวน 2-3 ใบให้สะอาด มัดเข้ากันเป็นก้อนกลมๆ แล้วใส่ลงไปในหม้อ ปิดฝาอบไว้ ประมาณ 1-2 นาที ให้พอเริ่มมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แล้วตักใบเตยออกทิ้งไป
    -เทหัวกะทิที่เหลือลงไปให้หมด เคี่ยวไฟอ่อนต่ออีกนิด คนให้เข้ากันอีกครั้ง
    -เข้าสู่ขั้นตอนการปรุงรส เริ่มจากใส่น้ำตาลทรายขาว ใส่น้ำตาลปี๊บและเกลือป่นที่เตรียมไว้ลงไป จากนั้นคนส่วนผสมของน้ำกะทิให้เข้ากัน
    -ใส่กล้วยน้ำหว้าที่หั่นไว้ลงไป เคี่ยวไฟอ่อนไปเรื่อยๆ ให้สังเกตว่าเนื้อกล้วยเริ่มสุก และมีสีเหลืองนวลน่ารับประทาน จึงค่อยใส่ส่วนผสมหัวกะทิที่เหลือลงไป ตั้งไฟต่อจนน้ำกะทิเดือดอีกครั้ง ประมาณ 2 นาที และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ยกหม้อลง ตักกล้วยบวชชีใส่ถ้วยขนาดเล็กๆ พร้อมจัดเสิร์ฟ เท่านี้ก็จะได้กล้วยบวชชีที่อร่อยและน่ารับประทานครับ

    สูตรวิธีทำกล้วยบวชชี (สูตรที่ 2 ) เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนัก/ทานคลีน

    ส่วนผสมของกล้วยบวชชี

    -กล้วยน้ำหว้าขาวห่าม 1 หวี
    -นมจืดพร่องมันเนย ไขมัน 0 % 1 ถ้วยตวง/250 มิลลิลิตร
    -นมข้นจืด ไขมัน 0 % 1 ถ้วยตวง/250 มิลลิลิตร
    -น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
    -เกลือป่น ครึ่งช้อนชา
    -ใบเตย 2-3 ใบ เพิ่มกลิ่นหอมชวนรับประทาน

    วิธีทำกล้วยบวชชี

    -เริ่มขั้นตอนแรกเลยนะครับ ด้วยการใส่นมพร่องมันเนยไขมัน 0% ลงไปในหม้อ แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนเดือด และในระหว่างที่กำลังรอนั้น ก็เตรียมปลอกเปลือกกล้วยน้ำหว้า แล้วหั่นให้ได้ขนาดที่พอดีคำ หรือ 4 ชิ้นต่อ 1 ลูกครับ พักใส่จานรอไว้ก่อน
    -ต่อมาเราก็รอจนน้ำกะทิในหม้อเดือด แล้วค่อยปรุงรสชาติด้วยน้ำตาลทราย และเกลือป่น พร้อมกับใส่ใบเตยที่ล้างสะอาดลงไป ต้มกะทิในหม้อจนเดือดอีกครั้ง หรือให้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ แล้วก็ตักใบเตยออกครับ
    -และก็มาถึงขั้นตอนสำคัญ ใส่กล้วยที่หั่นเตรียมไว้ลงไปจนหมด ต้มจนกล้วยสุก สังเกตง่ายๆ ก็คือ เนื้อของกล้วยจะมีลักษณะนุ่ม และมีสีเหลืองนวล
    -ลำดับต่อมาให้ใส่นมข้นจืด ไขมัน 0 % ลงไปปิดท้าย คนส่วนผสมให้เข้ากัน และตั้งไฟอ่อนๆ รอให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากัน ใช้ระยะเวลาอีกประมาณ 2-3 นาที
    -สำหรับขั้นตอนสุดท้ายในการทำกล้วยบวชชี เมื่อทุกอย่างเข้ากันอย่างลงตัว ให้ปิดไฟ ยกหม้อที่ต้มลง ตักกล้วยบวชชีลงในถ้วยเล็กๆ เพียงเท่านี้ก็พร้อมรับประทานกันแล้วล่ะครับ

    สูตรวิธีทำกล้วยบวชชี (สูตรที่ 3 ) แบบประยุกต์

    ส่วนผสมของกล้วยบวชชี

    -กล้วยน้ำหว้าขาวห่ามๆ ครึ่งหวี
    -กล้วยไข่ห่าม 6 ลูก
    -น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
    -เกลือป่น 1 ช้อนชา
    -น้ำเปล่าสะอาด ครึ่งถ้วยตวง/125 มิลลิลิตร
    -นมสดสำหรับราดหน้า ปริมาณตามใจชอบ
    -กะทิอบควันเทียนแบบกล่อง ขนาด 250 มิลลิลิตร

    วิธีทำกล้วยบวชชี (แบบประยุกต์)

    -สำหรับขั้นตอนแรก ให้ปลอกเปลือกล้วย โดยเราจะเริ่มหั่นกล้วยน้ำหว้าและกล้วยไข่ให้ได้ขนาดที่พอดีคำนะครับ แล้วพักไว้ในจานก่อน เอาผ้าขาวบางคลุมไว้ กันฝุ่นหรือละอองต่างๆ ตกลงมาในจานระหว่างที่ทำ
    -และขั้นตอนต่อมา เทกะทิอบควันเทียน 1 กล่อง ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ แล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆ จนเดือด
    -ในส่วนขั้นตอนการปรุงรส เราจะเริ่มจากการใส่น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย4 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่น พร้อมกับคนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน รอจนเดือดอีกครั้ง โดยที่ขั้นตอนนี้ เราสามารถชิมรสชาติตามใจชอบ หากหวานไป สามารถเติมเกลือป่นลงไปอีกนิดหน่อยได้ครับ ให้ได้รสชาติหวานมันตัดกัน
    -จากนั้นให้เติมน้ำเปล่าลงไป เพื่อไม่ให้ส่วนผสมมีความเข้มข้นจนเกินไป รอจนส่วนผสมทั้งหมดเดือดเข้ากัน จึงค่อยนำกล้วยทั้งสองชนิดที่หั่นพักไว้มาใส่ โดยขั้นตอนการใส่กล้วยที่หั่นเตรียมไว้นั้น เราจะเลือกใส่กล้วยไข่ลงไปก่อน เนื่องจากว่ากล้วยไข่นั้นจะสุกช้ากว่ากล้วยน้ำหว้า พอใส่กล้วยไข่ลงไปเสร็จแล้ว ให้ต้มต่อไป นานประมาณ 3 นาที แล้วจึงตามด้วยการใส่กล้วยน้ำหว้าลงไป ต้มจนสุก หรือสามารถสังเกต ด้วยการตักกล้วยขึ้นมาดู ถ้าสีเริ่มเหลืองนวล ถือเป็นอันใช้ได้ครับ
    -และแล้วก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย คนส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วยกหม้อลงจากเตา พักไว้ก่อน เพื่อให้กล้วยบวชชีหายร้อนเล็กน้อยนะครับ แล้วจึงค่อยจัดเสิร์ฟลงถ้วย พร้อมราดด้วยนมสดตามใจชอบ ช่วยเพิ่มรสชาติความอร่อย และความน่ารับประทานยิ่งขึ้นครับ

  • สูตรวิธีทำขนมปังกล้วยหอม พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังกล้วยหอม

    สูตรขนมปังกล้วยหอม สูตรที่ 1

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยหอม

    1. กล้วยหอมสุกงอมบดให้ละเอียด 350 กรัม
    2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 210 กรัม
    3. น้ำมันดอกคาโนล่า 100 กรัม
    4. วอลนัทสับ 75 กรัม
    5. อบเชยป่น ¼ ช้อนชา
    6. กลิ่นวนิลลา ¼ ช้อนชา
    7. น้ำตาลทรายแดง 180 กรัม
    8. ไข่ไก่เบอร์ 1 จำนวน 2 ลูก
    9. เบคกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
    10. ซาวด์ครีม 2 ช้อนโต๊ะ
    11. แครอทสับ 50 กรัม (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยหอม

    1. ตีไข่กับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟู หากใช้เครื่องตีใช้เวลาประมาณ 5 นาที แต่ถ้าใช้เครื่องตีแบบมือถือให้ใช้เวลาประมาณ 8 นาที เปิดเครื่องตีไปเรื่อยๆ จนครบเวลาให้ใส่กลิ่นวนิลลาลงไป จากนั้นตามด้วยน้ำมันคาโนล่า แต่น้ำมันคาโนล่าให้ค่อยๆ เทที่ละน้อย จนกว่าจะหมด แล้วปิดเครื่องตีไว้ก่อน
    2. นำส่วนผสมที่ตีในข้อ 1 มาเทลงในอ่างผสม แล้วใส่แป้งสาลี อบเชย เบคกิ้งโซดา ซาวด์ครีมและกล้วยหอมบดที่เราเตรียมไว้มาคนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้ควรจะใช้มือกวน ไม่ต้องนวดมากเกินไป เอาแค่พอเข้ากัน
    3. เมื่อเห็นว่าเริ่มเข้ากันให้ใส่วอลนัมสับและแครอมลงไปได้เลย คนอีกครั้งให้เข้ากันดี แล้วเทลงพิมพ์ขนมปัง ที่ทาเนยและรองด้วยกระดาษไขแล้ว
    4. นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที

    สูตรขนมปังกล้วยหอม สูตรที่ 2

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยหอม

    1. แป้งอเนกประสงค์ 250 กรัม
    2. เบกกิ้งโซดา 5 กรัม
    3. เกลือ 2 กรัม
    4. เนย 115 กรัม
    5. น้ำตาลทรายแดง 110 กรัม
    6. ไข่ 2 ฟอง
    7. กล้วยหอม 525 กรัม

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยหอม

    1. นำ แป้ง เบกกิ้งโซดา เกลือ มาผสมให้เข้ากัน แล้วพักไว้ก่อน
    2. แล้วนำ เนย น้ำตาลทรายแดง มาตีให้เข้ากัน ใส่ไข่ที่ดีแล้ว 2 ฟองลงไป ตีให้เข้ากันดีอีกครั้ง แล้วพักไว้ก่อน
    3. นำกล้วยหอมมาปลอก แล้วใช้ช้อนหรือส้อมยีๆ ให้มีลักษณะที่ข้นเหลว แล้วนำไปผสมเข้ากับข้อ 2 ใช้มือหรือไม้พายคนให้เข้ากัน แล้วนำไปเทลงในแป้งที่เตรียมไว้ในข้อ 1 แล้วกวนให้แป้งเข้ากันอีกครั้ง
    4. ระหว่างนี้ให้วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียล และเตรียมทาเนยให้ทั่วถาดที่จะใช้อบขนมปัง
    5. นำส่วนผสมเทลงในถาดอบ หรือพิมพ์ที่เราเตรียมไว้ พยายามเกลี่ยให้หน้าขนมเรียบดี จากนั้นนำเข้าอบ 60-65 นาที
    6. เมื่อขนมสุกแล้ว นำออกจากเตา ตัดแบ่งเป็นชิ้น เสิร์ฟพร้อมชาร้อนๆ อร่อยถูกใจแน่นอน

    สูตรขนมปังกล้วยหอม สูตรที่ 3

    ส่วนผสม ขนมปังกล้วยหอม

    1. แป้งขนมปัง 250 กรัม
    2. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 50 กรัม
    3. จมูกข้าวสาลี 20 กรัม
    4. ยีสต์แห้ง 1 ¼ ช้อนชา
    5. น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    6. เกลือ ½ ช้อนชา
    7. ไข่ไก่ 1 ฟอง (ตีให้เข้ากัน แล้วแบ่งมา 25 กรัม ที่เหลือเอาไว้ทาหน้าขนมปัง)
    8. กล้วยหอมสุกงอมๆ 150 กรัม
    9. นมสด 50 กรัม
    10. เนยสด 40 กรัม
    11. อัลม่อนสไลด์ สำหรับโรยหน้า

    วิธีทำ ขนมปังกล้วยหอม

    1. นำ แป้ง เกลือ จมูกข้าวสาลี มารอนผสมกัน ลงในอ่างผสม แล้วเติมยีสต์และน้ำตายทรายลงไปคนให้เข้ากันดี
    2. บดกล้วยหอมที่เตรียมไว้ หากไม่อยากให้กล้วยดำ ให้บดกับน้ำมะนาวเล็กน้อย พยายามยีๆ ให้กล้วยละเอียดดี
    3. เทกล้วยบดลงในแป้งที่ผสมไว้ในอ่าง แล้วตามด้วยไข่ที่ตีไว้และนม แล้วเปิดเครื่องตีเบอร์เบาๆ ให้ส่วนผสมเข้ากันดี เมื่อเห็นว่าแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อน ให้เติมเนยลงไป นวดต่อด้วยความแรงเครื่องต่ำๆ เท่าเดิม แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วเป็นกลาง ดูให้เนื้อแป้งเด้งๆ ลองเช็คด้วยการเอานิ้วจิ้มแป้งดู แล้วแป้งเด้งกลับมาเล็กน้อยเป็นอันว่าใช้ได้
    4. นำแป้งออกมาพักไว้ที่อ่าง โดยที่ก้นอ่างต้องทาน้ำมันด้วย นำผ้าขาวบางมาคลุมไว้หรือใช้พลาสติกแรปปิดไว้ก็ได้ โดยพักไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง หรือดูจนกว่าแป้งโดว์ขึ้นตัวเป็น 2 เท่า
    5. เมื่อครบ 1 ชั่วโมง ให้ลองเอานิ้วจิ้มไปที่แป้ง หากจุ่มนิ้วลงไปแล้วแป้งไม่เด้งตามขึ้นมา แล้วว่าแป้งได้ที่แล้ว
    6. นำแป้งที่ได้ที่มาตบๆ ไล้ลมออก แล้วตักแบ่งตามขนาดที่ต้องการ นำไปใส่ในพิมพ์ที่เตรียมไว้ แล้วพักไว้ให้แป้งขึ้นเป็น 2 เท่า อีก 1 ชั่วโมง ระหว่างที่รอแป้งขึ้นให้วอร์มเตารอไว้ได้เลยที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียล ในตอนแรกที่เราใส่แป้งลงในพิมพ์ ไม่ต้องใส่จนเต็ม ให้ใส่แค่ครึ่งเดียว เพราะเมื่อทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แป้งจะฟูขึ้นมาเป็น 2 เท่าเอง
    7. เมื่อแป้งครบ 1 ชั่วโมง ให้ทาด้วยไขที่เหลือไว้ แล้วโรยหน้าขนมด้วยอัลม่อนสไลด์ นำเข้าอบประมาณ 30 นาที แล้วแต่ขนาดพิมพ์ของแต่ละคน โดยใช้เฉพาะไฟล่างอย่างเดียว

error: Content is protected !!