Category: สูตรอาหาร

  • สูตรวิธีทำมันเชื่อม พร้อมคำแนะนำในการขายมันเชื่อม

    สูตรวิธีทำขนมมันเชื่อม สูตรที่ 1 (มันเทศเชื่อม)

    ส่วนผสมของมันเทศเชื่อม

    -มันเทศหัวขนาดกลาง 2-3 หัว
    -น้ำตาลทรายขาว 2 ถ้วยตวง
    -เกลือป่น 1 ช้อนชา
    -น้ำปูนใส 2 ลิตร
    (นำปูนแดง 2 ช้อนชา ละลายลงในน้ำเปล่าสะอาดจำนวน 2 ลิตร)
    -น้ำเปล่าสะอาด 2 ถ้วยตวง
    ใบเตยเพิ่มความหอม 3-4 ใบ
    น้ำมะนาวคั้นสด 1 ลูก

    วิธีทำมันเทศเชื่อม

    -เริ่มจากการเลือกหัวของมันเทศขนาดกลางๆ เนื้อแน่น ไม่มีรอยแมลงกัด
    -จากนั้นนำหัวมันลงไปแช่น้ำสะอาด 10 นาที เพื่อให้ล้างเปลือกได้สะอาดหมดจรด
    -ปอกเปลือกมันออกให้หมด แล้วหั่นให้ได้ขนาดชิ้นที่พอดีคำ จะหั่นเป็นชิ้นกลมๆ หรือสี่เหลี่ยมก็ได้ตามใจชอบเลยครับ แล้วค่อยทำการล้างยางของมันเทศออกให้หมดอีกรอบ
    -นำน้ำที่แช่ปูนแดงไว้มาเทลงในภาชนะใบใหญ่ ที่สามารถนำมันเทศลงไปแช่ได้ โดยให้นำมันเทศแช่ในน้ำปูนใสประมาณ40 นาที
    -เมื่อแช่จนครบตามเวลาแล้ว ให้ยกมันเทศขึ้นมาวางพักบนตะแกรง หรือกระชอน รอให้สะเด็ดน้ำ และในระหว่างที่รอก็เตรียมตั้งหม้อ หรือกระทะ ที่จะใช้สำหรับเชื่อมมันได้เลย
    -เทน้ำสะอาดลงในภาชนะ นำขึ้นตั้งไฟร้อนปานกลาง เมื่อน้ำเริ่มเดือด ให้ใส่น้ำตาลทรายลงไปจนหมด ตามด้วยใบเตย 3-4 ใบครับ ต้มจนใบเตยส่งกลิ่นหอมมากๆ แล้วค่อยตักออก
    -จากนั้นก็เริ่มทยอยใส่มันเทศ เรียงให้ทั่วภาชนะ แล้วปรับไฟอ่อน ทำการเคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 20 นาที หรือรอจนน้ำเชื่อมเริ่มจับตัวกับเนื้อมันเทศ
    -ในขั้นตอนนี้ อย่าคนมันเทศบ่อยจนเกินไปนะครับ ไม่อย่างนั้นตัวมันเทศเนื้อจะเละ ให้ใช้วิธีตักมันพลิกไปมาได้สองครั้ง ครั้งแรกครบ10 นาที เราก็ตักมันอีกข้างให้โดนน้ำเชื่อมอีก 10 นาที จนครบทั้งหมด 20 นาที
    -เมื่อน้ำเชื่อมจับตัว และเนื้อมันเทศก็สุกได้ที่ เราก็นำน้ำมะนาวที่คั้นไว้ ค่อยๆ ใส่ลงไปในกระทะ แล้วคนให้ทั่ว จะช่วยทำให้น้ำเชื่อมจับเงากับเนื้อมันเทศ ดูมันวาวน่ารับประทานครับ
    -ปิดไฟแล้วยกภาชนะลงจากเตา จากนั้นก็พักมันเทศให้คลายความร้อนลงก่อน และค่อยเตรียมจัดเสิร์ฟนะครับ
    -สำหรับการทำมันเทศเชื่อมสูตรนี้ หากชอบรับประทานแบบเพรียวๆ ไม่ราดหน้าด้วยกะทิ ก็ตักลงถ้วยเล็กๆ เสิร์ฟได้ทันที หรือจะเอาเข้าตู้เย็น เพิ่มความเย็นแล้วค่อยเสิร์ฟก็ได้อีกเช่นกัน แต่สำหรับใครที่อยากรับประทานทั้งรสหวาน และรสมันเข้มข้น ต้องราดหน้าด้วยน้ำกะทิ ซึ่งเราก็มีวิธีการทำน้ำราดมาฝากกันด้วยนะครับ

    ส่วนผสมกะทิสำหรับราดหน้า

    -หัวกระทิ ครึ่งถ้วยตวง
    -เกลือป่น 1 ช้อนชา
    -แป้งข้าวเจ้า 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีทำกะทิสำหรับราดหน้ามันเทศเชื่อม

    -ตั้งภาชนะบนไฟอ่อน แล้วเทหัวกระทิลงไป ตามด้วยเกลือป่น
    -คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ตั้งไฟประมาณ 5 นาที หรือรอให้น้ำกะทิเดือด
    -จากนั้นจึงค่อยใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป แล้วคนให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
    -เคี่ยวไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเข้มข้น เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน จึงค่อยปิดไฟ
    -พักส่วนผสมทั้งหมดทิ้งไว้ก่อน รอให้หายร้อน แล้วค่อยตักราดหน้ามันเทศเชื่อมได้ตามใจชอบ

    สูตรวิธีทำขนมมันเชื่อม สูตรที่ 2 (มันสำปะหลังเชื่อม)

    ส่วนผสมของมันสำปะหลังเชื่อม

    -มันสำปะหลังหัวขนาดกลาง 2-3 หัว
    -น้ำตาลทรายขาว 2 ถ้วยตวง
    -เกลือป่น 1 ช้อนชา
    -น้ำปูนใส 2 ลิตร
    (นำปูนแดง 2 ช้อนชา ละลายลงในน้ำเปล่าสะอาดจำนวน 2 ลิตร)
    -น้ำเปล่าสะอาด 2 ถ้วยตวง
    – ใบเตยเพิ่มความหอม 3-4 ใบ
    – น้ำมะนาวคั้นสด 1 ลูก

    วิธีทำมันสำปะหลังเชื่อม

    -ขั้นตอนแรกเราต้องเลือกผลมันสำปะหลังที่ได้ขนาดตามที่ต้องการ เนื้อแน่น ผิวสะอาด ไม่มีร่องรอยของแมลงกัด
    -จากนั้นจึงนำมันสำปะหลัง 3 หัว แช่น้ำ ล้างให้สะอาด แล้วค่อยทำการปอกเปลือก และล้างให้สะอาดอีกรอบ
    -หั่นมันสำปะหลังให้ได้ขนาดชิ้นที่พอดีคำ ไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป และนำไปล้างให้หมดยางอีกรอบ
    -นำน้ำปูนใสเทใส่ลงในภาชนะ และเอามันสำปะหลังที่ล้างสะอาดแล้วมาแช่ทิ้งไว้เป็นเวลา 30 นาที
    -พอครบเวลาตามที่กำหนดแล้ว ให้พักมันสำปะหลังไว้บนกระชอน หรือตะแกรง ให้สะเด็ดน้ำ
    -ต่อมา จึงค่อยเทน้ำสะอาดลงในหม้อครับ ตั้งไฟแรงให้น้ำเดือดจัด
    -จากนั้นก็ใส่น้ำตาลทราย และใบเตยลงไปต้ม ค่อยๆ เบาไฟให้อ่อนลง เมื่อใบเตยส่งกลิ่นหอม ก็ตักใบเตยออกได้แล้วครับ
    -นำมันใส่ลงไปในหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานประมาณ 20 นาที น้ำเชื่อมจะเริ่มจับตัวกับเนื้อมัน ในขั้นตอนระหว่างเชื่อมมัน อย่าคนเนื้อมันบ่อยจนเกินไปนะครับ เพราะเนื้อมันจะเละได้
    -และขั้นตอนสุดท้าย ก็นำน้ำมะนาวที่คั้นไว้ มาใส่ลงไปให้ทั่วเนื้อมันสำปะหลัง น้ำเชื่อมจะใส จับตัวกับเนื้อมัน ทำให้ดูน่ากินยิ่งขึ้นครับ
    -พักมันให้เย็นตัวลง ก่อนจะจัดเสิร์ฟนะครับ และถ้าอยากทานแบบเข้มข้นก็สามารถราดน้ำกะทิลงไปได้เช่นกัน โดยวิธีทำก็จะเหมือนกับน้ำกะทิราดมันเทศเชื่อมนั่นเองครับ ซึ่งมันเชื่อมก็เป็นอีกเมนูของหวานที่ขั้นตอนการทำไม่ยุ่งยากเลยล่ะครับ ลองทำไว้ทานในหน้าร้อนนี้กันดูนะ

  • สูตรวิธีทำขนมมันสำปะหลัง พร้อมคำแนะนำในการขายขนมมันสำปะหลัง

    ขนมมันสำปะหลัง
     

    สูตรขนมมันสำปะหลัง สูตรที่ 1

    ส่วนผสมขนมมันสำปะหลัง

    – มันสำปะหลังมันสำปะหลังโม่ 500 กรัม
    – น้ำตาลทราย 400 กรัม
    – มะพร้าวมะพร้าวขูด 1 ถ้วย
    – เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วย

    วิธีการทำขนมมันสำปะหลัง

    – ขั้นตอนแรกให้นำเอามันสำปะหลังโม่ละเอียด โดยให้เลือกเอากากที่มีชิ้นใหญ่ออก หรือมันสำปะหลังที่นึ่งจนสุก นำมาบดให้ละเอียด
    – ต่อไปก็นำมันสำปะหลังที่เลือกมาใส่น้ำตาล เกลือ และน้ำเปล่า จากนั้นก็คลุกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน
    – จากนั้นเราจะทำการนวดส่วนผสมทั้งหมด โดยการนวดนั้นจะนวดส่วนผสมจนน้ำตาลละลาย ค่อย ๆ นวดไปเรื่อย ๆ ลงน้ำหนักมืออย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
    – จากนั้นเราจะทำการ เทขนมใส่ลงในถาด แล้วแต่งให้หน้าขนมเรียบ
    – นำขนมที่แต่งหน้าจนเรียบแล้วไป วางในลังถึง ตั้งไฟ นึ่งไฟกลางใช้เวลา ประมาณ 45 นาที
    – เมื่อได้เวลาที่กำหนดแล้วขนมจะสุก เมื่อนึ่งสุกแล้วทิ้งไว้ให้เย็น แล้วให้ใช้มีดตัดขนมเป็นรูปสี่เหลี่ยม
    – นำขนมมันสำปะหลังที่นึ่งสุก แล้วทิ้งไว้จนเย็นมาคลุกกับมะพร้าวขูด
    – นำขนมมันสำปะหลังมาจัดใส่จาน พร้อมรับประทานได้ทันที

    สูตรขนมมันสำปะหลัง สูตรที่ 2

    ส่วนผสมขนมมันสำปะหลัง

    – มันสำปะหลังขูด 2 ถ้วยตวง
    – แป้งมันสำปะหลัง ๑/๒ ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง
    – มะพร้าวขูดฝอย 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วยตวง
    – เกลือ ป่น 1/4 ช้อนชา

    วิธีการทำขนมมันสำปะหลัง

    – ขั้นตอนแรกของการทำขนมมันสำปหลัง เราจะทำการล้างมันให้สะอาดแล้วก็ปอกเปลือกมันสำปะหลังออก เสร็จแล้วก็ขูดมันสำปะหลังให้เป็นฝอย จากนั้นจะนำมามันสำปะหลังมานวดกับแป้งมัน แล้วให้ใส่เกลือ น้ำตาลทราย ตามปริมาณที่เตรียมไว้แล้วก็ให้ นวดให้เป็นเนื้อเดียวกันค่อย ๆนวดกะน้ำหนักมือให้พอดีและสม่ำเสมอ จากนั้น ตามด้วยใส่หัวกะทิ มะพร้าวขูดฝอย แล้วทำการคนจนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
    – ต่อมาเราก็จะ ตักส่วนผสมขนมมันใส่ถ้วย จากนั้นก็จะจัดเรียงถ้วยขนมลงในลังถึงตั้งไฟ โดยจะนึ่งไฟกลาง ใช้เวลานึ่งประมาณ 15-30 นาที หรือจนกว่าจะสุก จากนั้นจึงจะพักไว้ให้เย็น
    – ระหว่างที่รอนึ่งขนม เราก็หันไปเตรียมมะพร้าวฝอยที่จะนำมาโรยขนม โดยให้นำมะพร้าวขูดฝอยมาคลุกกับเกลือ จากนั้นก็พักไว้ก่อน
    – เมื่อขนมนึ่งจนสุกแล้ว ให้แคะขนมออกจากพิมพ์ แล้วนำไปจัดใส่จาน โรยด้วยมะพร้าวขูดฝอยที่คลุกเตรียมไว้ พร้อมรับประทาน

    สูตรขนมมันสำปะหลัง สูตรที่ 3

    ส่วนผสมขนมมันสำปะหลัง

    – เนื้อมันสำปะหลังพันธุ์ห้านาที ขูดฝอย 800 กรัม (ได้จากมันหัวใหญ่ หนักประมาณ 1 กิโลกว่าๆ)
    – น้ำตาลทรายขาว 400 กรัม (ถ้าชอบหวานมาก เพิ่มไปอีก 100 กรัม)
    – น้ำเปล่า หรือน้ำลอยดอกมะลิ หรือน้ำมะพร้าวอ่อน 1 ถ้วยตวง
    – ใบเตยหอม 5 ใบ
    – มะพร้าวทึนทึก 1 ลูกใหญ่
    – เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีการทำขนมมันสำปะหลัง

    – ขั้นตอนแรกจะทำน้ำใบเตยเอาไว้สำหรับผสมกับมันสำปะหลัง เราจะเทน้ำเปล่าใส่ลงไปในหม้อ ตั้งไฟแรงแล้วใส่ใบเตยตามลงไป จะต้มใบเตยกับน้ำไปจนใบเตยส่งกลิ่นหอม ใช้เวลาไม่นานนัก ก็ปิดไฟได้
    – จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการเตรียมมันสำปะหลัง ให้เรานำมันสำปะหลังมาหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 4 นิ้ว ปอกเปลือก แล้วคว้านเอาไส้กลางของมันที่เป็นเส้น ๆ แข็ง ๆ ออกให้หมด จากนั้นการนำมันสำปะหลังที่หั่นแล้วไปล้างน้ำให้สะอาด และพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
    – เมื่อมันสะเด็ดน้ำดีแล้ว ต่อมาให้ขูดมันให้เป็นฝอยๆ เมื่อขูดเรียบร้อยจะได้เนื้อมันสำปะหลังนิ่มๆ
    – ต่อมาจะนำมันสำปะหลังที่ขูดฝอยไว้มาผสมกับน้ำตาลและน้ำต้มใบเตย โดยการเทน้ำตาล และน้ำต้มใบเตยที่ต้มไว้ลงในกะละมัง การเทนั้นให้เทประมาณครึ่งนึงก่อน แล้วก็นวดมันจนน้ำตาลละลายดีแล้ว ก็นวดไปอีกสักพัก สุดท้ายค่อยเทน้ำต้มใบเตยที่เหลือลงไป
    – จากนั้นให้นำน้ำเปล่าที่ต้มแล้ว จาก 1 ถ้วย จะเหลือประมาณ 3/4 ถ้วย ค่อย ๆ ลองใส่น้ำไปสักครึ่งถ้วยก่อน จากนั้นเมื่อผสมเสร็จแล้วก็นำไปนึ่งสัก 2-3 ถ้วยให้สุก อันนี้จะเป็นการนึ่งให้ชิมก่อน แล้วพอขนมอุ่น ก็ลองชิมดู ถ้ารู้สึกว่าแข็งไป ค่อยเติมน้ำเพิ่ม
    – ต่อมาก็ทำการตั้งไฟ โดยใช้ไฟกลาง ตั้งน้ำจนน้ำเดือดจัด แล้วเอาขนมมันที่ตักใส่ถ้วยเตรียมไว้ ลงไปนึ่งในซึ้ง หรือหากไม่มีถ้วยจะนึ่งในถาดก็ได้ ถ้าเป็นถ้วยจะใช้เวลานึ่งประมาณ 15 นาที ส่วนถ้าเป็นถาดจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที เมื่อนึ่งเรียบร้อยแล้ว จะได้ขนมมันสำปะหลัง ที่มีความใส
    – ถ้าอยากให้ขนมมีสีสัน สามารถหยดสีผสมอาหารลงไปนิดหน่อยแล้วคนให้เข้ากัน ก่อนจะนำไปนึ่ง
    – จากนั้นเราจะเตรียมมะพร้าวฝอยไว้โรยหน้า เอามะพร้าวทึนทึกมาขูดเป็นเส้นแล้วเอาไปนึ่ง หรือจะไม่นึ่งก็ได้ แล้วโรยเกลือป่นลงไปคลุกให้เข้ากัน
    – และเมื่อขนมมันที่เรานึ่งสุกแล้ว ก็ปิดไฟ ทิ้งไว้สักพักให้เย็น แล้วก็แคะขนมออกจากถ้วย หรือถ้านึ่งในถาดก็ตัดขนมออกเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปคลุกกับมะพร้าวขูดที่เตรียมไว้ จากนั้นก็สามารถนำขนมมันสัมปะหลังมาจัดใส่จานพร้อมรับประทาน การรับประทานควรจะรับประทานทันที หรือถ้าจะเก็บไว้ อาจจะเก็บไว้ได้ประมาณ 1 -2 วัน โดยต้องแช่ตู้เย็นไว้

    การขายขนมมันสำปะหลัง

  • สูตรวิธีทำขนมเมอร์แรง พร้อมคำแนะนำในการขายขนมเมอร์แรง

     

    สูตรขนมเมอร์แรง สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – ไข่ขาว 4 ฟอง
    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
    – ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
    – เนยขาว 1/4 ถ้วย
    – กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

    วิธีการทำขนมเมอร์แรง

    – นำไข่ขาว ครีมออฟทาร์ทาร์ กลิ่นวนิลา เทลงชามผสม นำไปตีด้วยเครื่องตีขนม ใช้ความเร็วสูง ตีจนขนมตั้งยอด หรือมีลักษณะเหมือนวิปปิ้งครีม คือเมื่อลองใช้นิ้วชี้ตักขนมขึ้นมาจะเป็นตัวเหมือนครีมติดมือมาเลยครับ
    – ตักส่วนผสมที่ตีจนตั้งยอดได้ มาใส่ถุงบีบที่สวมหัวบีบเรียบร้อยแล้ว
    – นำเนยขาวทาถาดให้ทั่ว เพื่อป้องกันขนมติดถาด
    – นำส่วนผสมในถุงบีบ มาบีบใส่ถาด บีบเป็นก้อนกลมหัวตั้งปลายแหลม ลักษณะเป็นรูปหยดน้ำ
    โดยควรเว้นระยะห่างของขนมประมาณ 2 นิ้ว เพื่อไม่ให้ตัวขนมติดกัน
    – วอร์มเตาอบด้วยอุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส ให้ร้อนก่อน
    – นำขนมเข้าเตาอบ ด้วยอุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส สังเกตว่า พอขนมเริ่มเปลี่ยนสี ก็ให้ลดความร้อนเหลือที่ อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียส นับจากนี้ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จากนั้นจึงปิดไฟเตาอบ นำขนมออกจากเตาอบได้ รอให้ขนมเย็นจึงรับประทาน หรือจัดหาภาชนะมีฝาปิดมิดชิดจัดเก็บไว้รับประทานวันอื่นได้ครับ

    สูตรขนมเมอร์แรง สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – ไข่ขาว 4 ฟอง
    – น้ำตาลไอซิ่ง 120 กรัม
    – เกลือ ¼ ช้อนชา
    – มะนาว 3-4 หยด
    – กลิ่นวนิลา 3 หยด
    – เนยขาว
    – เม็ดมะม่วงทุบป่นหยาบ

    วิธีการทำขนมเมอร์แรง

    – วอร์มเตาอบ รอไว้ที่ อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส
    – นำไข่ขาว เกลือ น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวนิลา ใส่รวมกันในชามผสม โดย บีบมะนาวสัก 3-4 หยด ลงไป
    – นำส่วนผสมไปตีในเครื่องตีขนมด้วยความเร็วสูง จนส่วนผสมตั้งยอด มีความหนาแน่นเหมือนครีมเค้ก
    หรือวิปปิ้งครีม จึงใส่เม็ดมะม่วงหิมพานลงไป ใช้เครื่องตีขนม ตีด้วยความเร็วต่ำ แค่พอให้เข้ากัน หรือจะใช้พายคนผสมก็ได้
    สำหรับเม็ดมะม่วงหิมพานป่นหยาบไม่ต้องใส่เยอะเกินนะครับ เพราะเวลาบีบขนม จะได้บีบง่ายๆ ครับ
    – นำถุงบีบสวมหัวบีบ ตักส่วนผสมขนมที่ตีจนเข้ากันแล้วนั้น ใส่ลงในถุงบีบ
    – นำถาดมาทาเนยขาวให้ทั่วกัน
    – บีบขนมลงในถาด ให้เป็นรูปหยดน้ำ เว้นระยะห่าง อย่าให้ขนมติดกันนะครับ
    – นำขนมที่หยอดไว้ทั้งหมดเข้าเตาอบ อบขนมโดย ใช้อุณภูมิ 100 องศาเซลเซียส เมื่อขนมเริ่มสุกโดยสังเกตสีของขนมเริ่มเปลี่ยน จึงลดไฟลง 80 องศาเซลเซียส แล้วอบต่อจนขนมสุก ใช้เวลาประมาณ 30นาที

    สูตรขนมเมอร์แรง สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ไข่ขาว 4 ฟอง
    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
    – น้ำมะนาว 1/4 ช้อนชา (3-4 หยด)
    – เนยขาว 1/4 ถ้วย
    – สีผสมอาหาร 3 สี

    วิธีการทำขนมเมอร์แรง

    – วอร์มเตาอบ ด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส รอไว้ก่อน แล้วไปทำส่วนผสมของขนมกันครับ
    – นำไข่ขาว น้ำใบเตย เทลงชามผสม บีบน้ำมะนาวลงไป แล้วนำไปตีด้วยเครื่องตีขนมโดยให้ใช้ความเร็วสูง ตีส่วนผสมจนขนมตั้งยอด คือเนื้อขนมจะเหมือนเหมือนเนื้อครีม
    – นำถ้วยมา 3 ใบ ตักส่วนผสมขนมแบ่งใส่ถ้วยขนมทั้ง 4 ใบ เท่าๆกัน แล้วหยดสีผสมอาหารลงไปในถ้วย 3 ถ้วย ใช้พายคนให้สีเข้ากัน ส่วนอีก 1 ถ้วยจะเป็นสีขาวปกติ
    – นำถุงบีบขนม สวมเข้ากับหัวบีบ ม้วนถุงบีบระหว่างหัวบีบ กันขนมไหล นำไปสวมในแก้วขนาดเท้าถุงบีบตักส่วนผสมขนมที่ผสมสีใส่ลงไปสีละมุม ให้ครบ ยกขึ้น คลายส่วนที่ม้วนหัวขนมออก เตรียมหยอดขนมครับ
    – นำเนยขาวทาให้ทั่วถาด
    – นำขนมในถุงบีบ มาบีบขนมให้เป็นรูปหยดน้ำ ลงในถาด โดยขณะบีบให้วนหัวบีบ จะทำให้ได้ลวดลายสีสันที่สวยงามครับ และต้องเว้นระยะห่างเพื่อป้องกันไม่ให้ขนมติดกัน เวลาแกะขนมจะได้ไม่แตกครับ
    – เมื่อบีบขนมครบแล้ว นำเข้าเตาอบด้วย อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส รอขนมเริ่มแข็งและสีเปลี่ยน จึงลดอุณหภูมิลง เหลือ 130 องศาเซลเซียส เมื่อขนมสุกยกออกมาพักรอให้ขนม เย็น จึงนำมารับประทานได้ เสร็จขั้นตอนการทำครับ

    สูตรขนมเมอร์แรง สูตรที่ 4

    ส่วนผสม

    – ไข่ขาว 2 ฟอง
    – น้ำตาลทรายป่นละเอียด 3 ถ้วย
    – เกลือ 1/4 ช้อนชา
    – ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
    – แป้งข้าวโพด 2 ช้อนชา
    – น้ำใบเตยคั้น 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำขนมเมอร์แรง

    – นำแป้งข้าวโพดและน้ำ มากวนผสม ในหม้อ โดยตั้งเตาด้วยไฟอ่อน เมื่อแป้งข้นยกลงมาพักไว้รอ
    – นำชามผสม มาใส่ไข่ขาว ครีมออฟทาร์ทาร์ และเกลือ นำไปตีด้วยเครื่องตีขนม ด้วยความเร็วสูง ค่อยๆ เติมน้ำตาลทรายทีละ 1 ช้อนโต๊ะลงไปเรื่อยๆ ตีจนน้ำตาลละลายดีทั้งหมด
    – พอตีขนมจนส่วนผสมจับตัวกัน โดยใช้นิ้วชี้ลองจิ้มที่ส่วนผสมขึ้นมาถ้าติดนิ้วตั้งยอดได้ ก็ให้ใส่แป้งที่กวนแล้ว เมื่อสักครู่นี้ลงไป แล้วตีด้วยเครื่องตีอีกครั้ง คราวนี้ตีส่วนผสมทุกอย่าง เป็นเนื้อครีม ตั้งยอดแข็ง ไม่นิ่มไม่เหลว จึงถือว่าเนื้อขนมใช้ได้แล้วครับ
    – นำถุงบีบขนม สวมในหัวบีบขนม แล้วตักส่วนผสมของขนม ใส่ลงไปในถุงครับ
    – ทาเนยจืดบนถาดให้ทั่ว บีบเมอร์แรงลงในถาด เว้นระยะห่างพอประมาณ นำเข้าเตาอบ โดยใช้อุณหภูมิ 200 องศาเซลล์เซียส ประมาณ 1 ชั่วโมง แล้วลดไฟอ่อนลง ที่ 160 องศาเซลเซียส รอให้สุกแล้วยกออกมาพักไว้ให้เย็น จัดใส่จานเสิร์ฟ รับประทานได้ครับ

  • สูตรวิธีทำขนมโมจิ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมโมจิ

     

    สูตรขนมโมจิ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งเค้กพัดโบก 225 กรัม
    – ผงฟู 1 ช้อนชา
    – โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
    – น้ำสะอาด 1 ช้อนโต๊ะ
    – เนยสดชนิดเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
    – นมข้นหวาน 1/2 ถ้วยตวง
    – กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
    – ไข่ไก่ 1 ฟอง
    – แป้งนวลสำหรับปั้น 25 กรัม
    – สีผสมอาหาร ตามชอบ 1 สี

    ส่วนผสมไส้ถั่วกวน

    – ถั่วเหลือง 250 กรัม
    – น้ำตาลทราย 250 กรัม
    – น้ำมันพืช 100 กรัม
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา

    ส่วนของไส้ไข่เค็ม

    ถ้าต้องการทำไส้เค็ม ก็เพียงแค่นำไข่แดงเค็มผ่า 4 แล้วนำไปปั้นกับถัวกวน ก็จะกลายเป็นไส้เค็มแล้วครับ

    วิธีการทำไส้ขนมโมจิ

    – นำถัวเหลืองไปแช่น้ำ 1 คืน แล้วนำไปต้มให้สุกและนิ่ม นำมาใส่กระชอนให้สะเด็ดน้ำแล้วค่อยนำไปปั่นบดให้ละเอียด (ถ้าต้องการทำไส้เค็ม ให้ใส่ไข่แดงเค็มลงไปปั่นและบดรวมกันได้เลยครับ)
    – นำกระทะมาใส่ น้ำตาล เกลือ น้ำมัน กวนจนส่วนผสมเข้ากันดีทั้งหมด เมื่อเริ่มเนื้อของส่วนผสมร่อนจากกระทะแห้งเป็นก้อน ปิดไฟ นำลงมาพักให้เย็น
    – เมื่อไส้ขนมเย็น นำมาปั้นเป็นก้อนกลม ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1 นิ้ว วางเรียงไว้ในถาด

    วิธีการทำขนมโมจิ

    – นำตะแกรงร่อนแป้ง มาร่อนแป้งเค้กพัดโบกและผงฟู 2 ครั้ง
    – นำนมข้นหวาน เนยสดเค็ม โซดาไบคาร์บอเนต ไข่ กลิ่นวนิลา และน้ำสะอาดมาใช้พายกวนผสมให้เข้ากัน
    – ขุดหลุมแป้งที่ร่อนแล้ว นำส่วนผสม นมข้น เนยสด โซดา ไข่ กลิ่นวนิลา น้ำสะอาด ที่กวนรวมกันเมื่อสักครู่ มาเทลงกลางหลุมแล้วกลบแป้งปิดหลุม กวนผสมให้เข้ากัน แล้วค่อยๆนวดแป้ง จนแป้งร่อน
    – นำแป้งที่ผสมแล้วมาปั้นเป็นก้อนกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ทั้งหมดวางเรียงไว้ โดยคอยใช้แป้งนวลทานิ้วและมืออยู่เสมอเพื่อป้องกันแป้งติดมือ
    – นำถาดมาทาเนยขาวให้ทั่ว
    – นำก้อนแป้งมาบีบในฝ่ามือให้แบนออก นำไส้มาวางบนแป้งแล้วห่อให้มิด คลึงเป็นก้อนกลม เว้นระยะห่างประมาณ 1 นิ้ว ใช้แป้งนวลคอยช่วยได้นะครับ
    – ผสมสีกับน้ำ นิดหน่อย ใช้ไม่จิ้มฟันตัดปลายออก หรือ ไม้เสียบลูกชิ้นส่วนที่ไม่แหลม จุ่มสีนำไปแต้มจุดที่หน้าขนมทุกลูก ทั้งหมด
    – นำขนมไปอบ ด้วยอุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที จึงค่อยสังเกตว่าขนมสุกหรือยัง ถ้าขนมมีเนื้อแป้งนวล พองสวย ค่อยนำออกมาจากเตาอบ หรือถ้าต้องการให้ขนมสุกกว่านี้ ก็สามารถอบต่อได้อีกสักประมาณ4-5นาที ขั้นตอนนี้ ต้องคอยดูขนมไว้เรื่อยๆ นะครับ เมื่ออบเสร็จแล้ว ยกออกมาพักในตะแกรงพักขนมจนขนมเย็นตัวครับ จัดเสิร์ฟได้เลยครับ หรือจะเก็บใส่ภาชนะมีฝาปิดมิดชิดเก็บไว้รับประทานในภายหลังได้ครับ

    สูตรขนมโมจิ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมไส้ถั่ว

    – ถั่วเหลือง นึ่งสุกบด 500 กรัม
    น้ำตาลทราย 300 กรัม
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำมันพืช 2/3 ถ้วย

    วิธีการทำไส้ถั่ว

    – นำส่วนผสมทุกอย่าง เทลงในกระทะทองเหลืองหรือกระทะกระทะเทฟล่อน ก็ได้ครับ
    – ทำการกวนส่วนผสมด้วยไฟอ่อน จนขนมเป็นก้อนล่อน ปิดไฟพักให้เย็นรอปั้นไส้ขนมครับ

    ส่วนผสมไส้เผือก

    – เผือกนึ่งบดละเอียด 1 3/4 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

    วิธีการทำไส้เผือก

    – เทส่วนผสมลงใน กระทะทองเหลือง หรือ กระทะเทฟล่อน
    – กวนส่วนผสมด้วยไฟอ่อน จนส่วนผสมเข้ากันดี และแห้งล่อน ปิดไฟพักให้เย็นครับ

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งเค้ก 400 กรัม
    – เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ (ละลาย)
    – น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ
    – นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
    – นมข้นหวาน 1 กระป๋อง (400 กรัม)
    – กลิ่นวนิลา หรือ กลิ่นนมแมว ก็ได้ครับ
    – สีผสมอาหาร สีอ่อน เพื่อผสมแป้งโมจิ เลือกสีตามชอบครับ
    – สีผสมอาหาร สีเข้ม เพื่อแต้มจุดบนลูกขนมโมจิ เลือกสีตามชอบครับ

    วิธีการทำขนมโมจิ

    – นำแป้งเค้ก คนคลุกเคล้าผสมกัน 3-4 ครั้ง แล้วนำไปร่อน 2 ครั้ง
    – นำเนยสด น้ำสะอาด นมสด นมข้นหวาน กลิ่นขนม สีผสมอาหารสีอ่อน ใส่ในชาม ใช้พายกวน วนๆ ให้ของเหลวทั้งหมด ผสมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
    – นำแป้งมาขุดหลุมตรงกลาง เทส่วนผสมของเหลวที่ผสมรวมกันลงกลางหลุมแป้ง กลบหลุมแป้ง แล้วคนคลุกเคล้าให้เข้ากัน นวดจนแป้งเป็นก้อนก็พอครับ ไม่จำเป็นต้องนวดเยอะ เพราะจำทำให้แป้งกระด้าง
    – จับแป้งปั้นเป็นลูกกลม ลูกละ 15 กรัม วางเรียงไว้ ทำเรื่อยๆ จนแป้งที่นวดผสมไว้หมดครับ ระหว่างปั้นแป้ง ให้ใช้แป้งนวล ทามือ ทานิ้ว กันแป้งติดมือได้นะครับ
    – นำแป้งที่ทำการปั้นเป็นลูกกลมๆ เมื่อสักครู่นี้ มาแผ่ให้แบน โดยใช้ฝ่ามือบีบ จากนั้นหยิบไส้ขนมวางตรงกลาง แล้วใช้แป้งนั้นห่อไส้ขนมให้หมด ปั้นกลมๆ แล้ววางเรียงไว้ในถาดที่จะนำเข้าเตาอบ ให้ส่วนที่ปิดไส้ขนมวางอยู่ด้านล้างเป็นฐาน ใช้แป้ง ทานิ้วและมือเรื่อยๆ ครับ
    – นำสีผสมอาหารสีเข้มมาผสมน้ำนิดหน่อย ใช้ไม้จิ้มฟัน ตัดปลายแหลมออก จิ้มสีแต้มจุดบนลูกโมจิ
    – นำขนมไปอบไฟด้วยอุณหภูมิ 350 ฟาเรนไฮน์ ใช้เวลา 15 – 20 นาที ยกออกจากเตาอบ รอให้เย็นแป้งจะนิ่มขึ้น เสร็จขั้นตอนการทำขนมโมจิครับ

  • สูตรวิธีทำขนมสัมปันนี พร้อมคำแะนำในการขายขนมสัมปันนี

    ขนมสัมปันนีแบบนุ่ม
     

    สูตรวิธีทำขนมสัมปันนี สูตรที่ 1 (แบบนุ่ม)

    ส่วนผสมขนมสัมปันนี

    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
    หัวกะทิ ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำตาลทรายขาว ครึ่งถ้วยตวง
    – เทียนอบ 1 แท่ง
    – สีผสมอาหาร เขียว เหลือ แดง ส้ม ชมพู ม่วง (ตามใจชอบ)

    วิธีการทำขนมสัมปันนี

    – ในขั้นตอนแรกนะครับ เริ่มจากตวงแป้งข้าวเจ้าให้ได้ตามสูตร แล้วเทใส่ภาชนะใบใหญ่ พักรอไว้ก่อน
    – นำกะทิเทลงในหม้อใบเล็ก ตามด้วยน้ำตาลทรายขาว คนให้ส่วนผสมทั้งสองชนิดเข้ากัน
    – ยกตั้งไฟอ่อน แล้วเคี่ยวส่วนผสมให้สุก สังเกตว่าน้ำกะทิและน้ำตาลเริ่มหนืด มีความเข้มข้น
    – จากนั้นค่อยๆ ตักแป้งข้าวเจ้าลงไปผสมกับน้ำกะทิ คนอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อนแข็งๆ
    – ทำเช่นนี้จนแป้งข้าวเจ้าหมด ก็จะได้แป้งผสมกับกะทิ และน้ำตาลที่เข้ากัน เนื้อเนียนเป็นแป้งก้อนกลมๆ ที่มีความนุ่มนิ่ม
    – ปิดไฟ แล้วตักแป้งออกจากหม้อ พักไว้ก่อนนะครับ รอจนแป้งเย็นตัวลง
    – ขั้นตอนต่อมา เราจะแบ่งแป้งให้ได้สัดส่วนที่เท่ากัน โดยจะทำการใส่สีผสมอาหารลงไปตามความชื่นชอบ เช่น สีแดง สีชมพู สีเขียว แล้วนวดให้แป้งกับสีผสมอาหารเข้ากันอีกครั้ง
    – เมื่อได้แป้งตามสีที่ต้องการแล้ว เราก็จะนำแป้งมาอัดลงพิมพ์ขนมตามรูปต่างๆ เช่น ดอกไม้ รูปสัตว์ต่างๆ ซึ่งพิมพ์ทำขนมสัมปันนีสามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่และอุปกรณ์ทำขนมไทยทั่วไปครับ
    – หยิบแป้งขึ้นมาปั้น นวดให้เข้ากัน แล้วใช้นิ้วกดให้แน่นพิมพ์ ทิ้งไว้สัก 2-3 นาทีครับ ให้แป้งที่กดลงไปเช็ตตัว แล้วค่อยเคาะแป้งออกจากพิมพ์ ก็จะได้รูปขนมสัมปันนีที่สวยงาม
    – เมื่อได้ขนมในปริมาณมากแล้ว ให้นำมาเรียงใส่ถาด
    – จุดเทียนอบทั้งสองด้าน แล้วดับไฟให้เหลือแต่ควัน นำไปวางในถาดขนม แล้วนำฝามาปิดครอบไว้ อบควันเทียนนาน 30 นาที
    – ทั้งนี้ในขั้นตอนการกดขนมลงพิมพ์ เราสามารถเลือกแป้งแต่ละสีมาผสมกันได้นะครับ เพื่อความสวยงาม และขนมก็จะดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้นครับ
    – และสำหรับขนมสัมปันนีสูตรนี้ เป็นแบบสูตรเนื้อนุ่ม เคี้ยวอร่อย สามารถเก็บใส่โหลแก้วไว้รับประทานเป็นของว่างได้ หรือจะจัดเสิร์ฟคู่กับชา กาแฟ ในมื้อเช้า หรือจะใช้เสิร์ฟเป็นอาหารว่างระหว่างวันได้เช่นกันนะครับ

    ขนมสันปันนี แบบกรอบ
     

    สูตรวิธีทำขนมสัมปันนี สูตรที่ 2 (แบบกรอบ)

    ส่วนผสมขนมสัมปันนี

    – แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำตาลทรายขาว 1 ถ้วยตวง
    – เทียนอบ 1 แท่ง
    – สีผสมอาหาร เขียว เหลือ แดง ส้ม ชมพู ม่วง (ตามใจชอบ)

    วิธีการทำขนมสัมปันนี

    – ตวงแป้งมันสำปะหลัง จำนวน 1 ถ้วยตวง
    – ตั้งกระทะเทฟลอน หรือกระทะทองเหลืองด้วยไฟอ่อน แล้วนำแป้งมันสำปะหลังลงไปคั่ว ให้มีกลิ่นหอมประมาณ 5 นาที
    – เมื่อคั่วแป้งมันจนได้ที่ ตักพักไว้ในภาชนะ
    – นำหัวกะทิและน้ำตาลทรายขาวเทลงในหม้อ และคนให้ส่วนผสมเข้ากันก่อน
    – จากนั้นก็นำหม้อตั้งไฟอ่อน เคี่ยวส่วนผสมให้สุกและมีความเข้มข้น โดยน้ำกะทิต้องมีความหนึบ และเหนียวข้น
    – เมื่อส่วนผสมกะทิและน้ำตาลสุกแล้ว ให้พักไว้จนคลายความร้อนเล็กน้อย
    – แบ่งแป้งมันสำปะหลังที่คั่วแล้ว ลงในถ้วยเล็กๆ ในสัดส่วนที่เท่ากัน
    – และก็ตักน้ำกะทิและน้ำตาล แบ่งใส่ถ้วยเล็กๆ ในสัดส่วนที่เท่ากัน แล้วใส่สีผสมอาหารลงไปเล็กน้อย ในแต่ละถ้วย ใช้ช้อนคนให้ส่วนผสมเข้ากัน
    – นำน้ำกะทิที่ผสมสีแล้ว เทลงไปในแป้งมันสำปะหลังแต่ละถ้วย แล้วนวดให้แป้งเนียนเข้ากันทุกสี ก็จะได้แต่ตัวแป้งขนมสัมปันนีหลากสี ทั้งสีแดง สีฟ้า สีเขียว หรือสีตามใจชอบที่เราเลือกผสมนะครับ
    – และขั้นตอนต่อมา ก็เตรียมนำพิมพ์ขนม มาอัดตัวแป้งลงไป ให้เกิดรูปร่างต่างๆ ทั้งรูปดอกไม้ ดอกกุหลาบ รูปผลไม้ รูปสัตว์ชนิดต่างๆ โดยที่พิมพ์ทำขนมสัมปันนีนั้น สามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่และอุปกรณ์ทำขนมไทยทั่วไป ราคาไม่แพงด้วยนะครับ
    – เริ่มปั้นแป้งสีต่างๆ แล้วนำมาอัดลงในพิมพ์ขนม ใช้นิ้วและมือกดให้แน่นจนได้รูปร่างตามแบบ แล้วพักทิ้งไว้ในพิมพ์ประมาณ 2-3 นาที เพื่อให้แป้งได้จับตัว ยึดเกาะกัน แล้วจึงค่อยเคาะแป้งออก
    – เพียงเท่านี้ก็จะได้ขนมสัมปันนีรูปร่างต่างๆ และมีหลากหลายสีสัน และเคล็ดลับในการกดพิมพ์ขนมสัมปันนีก็คือ เราสามารถใช้แป้งมันสำปะหลังมาโรยใส่พิมพ์ได้เล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวขนมติดกับพิมพ์ และจะไม่ทำให้เนื้อขนมเละติดพิมพ์เช่นกัน
    – พอเราอัดขนมลงพิมพ์ จนได้ปริมาณมากแล้ว ก็นำขนมแต่ละชิ้นมาเรียงรอในถาดนะครับ
    – จุดเทียนอบที่ฉนวนทั้งสองข้าง แล้วดับไฟลง ให้เหลือแต่ควันหอมๆ
    – นำเทียนอบวางลงในพื้นที่ว่างของถาดขนม แล้วปิดฝาครอบไว้นาน 30 นาที เพื่อให้กลิ่นเทียนอบแทรกซึมเข้าไปในเนื้อขนมได้อย่างลงตัว
    – เมื่อครบ 30 นาที ก็นำขนมมาจัดเสิร์ฟได้ครับ หรือจะจัดเก็บลงขวดโหล ไว้ทานยามว่างก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าจะเก็บไว้เป็นเวลานาน แนะนำว่าควรซื้อสารป้องกันความชื้นแบบซองมาใส่ไว้ในโหลด้วยนะครับ จะช่วยยืดอายุขนมให้อยู่ได้นานขึ้น
    – และสำหรับสัมปันนีสูตรนี้จะเป็นแบบเนื้อกรอบ ที่ด้านนอกให้ความกรุบกรอบ แต่ด้านในยังคงความนุ่ม หนึบ หอมอร่อยไม่แพ้กับสูตรนิ่มเลยล่ะครับ ถ้าใครชื่นชอบแบบไหนก็ลองทำดูนะครับ รับรองว่าทั้งอร่อยและสนุกที่ได้ลงมือทำแน่นอนครับ

    การขายขนมสัมปันนี

  • สูตรวิธีทำขนมเสน่ห์จันทร์ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมเสน่ห์จันทร์

     

    สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย
    – แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วย
    – ผงจันทน์เทศป่น 1/2 ช้อนชา
    – หัวกะทิ 4 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
    – ไข่ไก่ 4 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่แดง)
    – น้ำตาลปี๊บสำหรับทำขั้วผลจันทน์
    – เทียนอบขนม

    วิธีการทำขนมเสน่ห์จันทร์

    – ขั้นตอนแรก เราจะเริ่มจากการผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และผงจันทน์เทศป่นเข้า ด้วยกัน นวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าดี จากนั้นก็พักไว้
    – เปิดไฟตั้งหม้อใช้ไฟอ่อน แล้วใส่หัวกะทิและน้ำตาลทรายใส่หม้อ ค่อย ๆ คนจนน้ำตาลละลายไปในน้ำกะทิจนไม่มีเกล็ดน้ำตาล เสร็จแล้วก็เอาน้ำกะทิมากรองด้วยผ้าขาวบาง จะได้น้ำกะทิที่ใสไม่มีเกล็ดน้ำตาล นำน้ำกะทิที่ได้ไปผสมกับแป้ง ที่เตรียมไว้
    – แล้วนำส่วนผสมที่ได้ ไปตั้งบนไฟอีกครั้งให้ใช้ไฟอ่อน แล้วค่อยๆกวนจนส่วนผสมข้นดีแล้วจึงยกลง
    – ต่อมาเราจะทำการใส่ไข่แดงทีละฟอง คือเราต้องตอกไข่แล้วเลือกเฉพาะไข่แดงไม่เอาไข่ขาว โดยใส่ไข่แดงลงไปในส่วนผสมแป้งน้ำตาลกะทิแล้วคนทั้งหมดให้เข้ากัน แล้วก็ไปตั้งไฟโดยใช้ไฟอ่อนอีกครั้ง ทำการกวนต่อจนส่วนผสมทั้งหมดมีการจับตัวเหนียวให้พอปั้นได้ แล้วจึงปิดไฟ
    – จากนั้นเราจะปั้นส่วนผสมที่ได้มาเป็นทรงกลม ลักษณะจะคล้ายผลจันทน์ แล้วแต่งจุกด้วย น้ำตาลปี๊บเคี่ยวเสร็จแล้วจึงนำมาหยอด ให้มีลักษณะคล้ายจุกบนผลจันทน์
    – เมื่อได้ขนมที่ปั้นและแต่งลักษณะคล้ายผลจันทน์แล้ว เราจะนำขนมไปอบควันเทียน เสร็จแล้วสามารถนำไปรับประทานได้ทันที หรือจะเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อจะรับประทานภายหลังก็ได้

    สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งข้าวเหนียว 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
    – หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
    – ไข่ไก่ 2 ฟอง
    – ผงจันป่น 1/2 ช้อนชา
    – สีผสมอาหารสีเหลือง

    วิธีการทำ ขนมเสน่ห์จันทน์

    – เราจะเริ่มทำขนมเสน่ห์จันทน์ด้วยการผสมแป้งทั้งสองชนิด คือแป้งข้าวเจ้ากับแป้งข้าวเหนียวเข้าด้วยกัน เมื่อผสมจนแป้งทั้งสองชนิดเข้ากันดีแล้ว ก็ทิ้งไว้ก่อน
    – จากนั้นก็ตั้งไฟโดยให้ใช้ไฟแบบอ่อน ๆ แล้วผสมหัวกะทิกับน้ำตาลลงในหม้อ ค่อย ๆ กวนน้ำตาลให้ละลาย ต้องระวังอย่าให้น้ำตาลไหม้ เมื่อน้ำตาลละลายดีแล้วเราก็จะกรองหัวกะทอด้วยผ้าขาวบาง แล้วจะนำกะทิที่ไปผสมกับแป้งและผงจันป่นสีเหลือง
    – จากนั้นเราก็จะนำส่วนผสมที่ได้ไปตั้งไฟอ่อน แล้วค่อย ๆ กวนจนส่วนผสมทั้งหมดจับตัวเป็นก้อน อย่าลืมต้องค่อย ๆ กวนและไฟต้องอ่อน เพื่อไม่ให้ส่วนผสมไหม้ติดหม้อ เมื่อกวนเสร็จแล้วก็ปิดไฟพักไว้
    – แล้วให้นำไข่ไก่หรือไข่เป็ดมาตอกเอาแต่ไข่แดง โดยไข่เป็ดสีของขนมจะสวยกว่าไข่ไก่ แต่จะมีกลิ่นคาวมากกว่าไข่ไก่ นำไข่แดงที่ได้ไปใส่ในหม้อที่มีส่วนผสมอยู่ ให้ใส่ขณะที่ส่วนผสมทั้งหมดยังร้อน รีบคนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันแล้วยกลง
    – เมื่อทิ้งขนมจนคลายร้อน พอให้ขนมอุ่นปั้นได้ ให้ปั้นเป็นทรงกลมคล้ายรูปผลจันทน์ ตรงขั้วผลใช้น้ำตาลเคี่ยวสีน้ำตาลหยอดเป็นจุก โดยลักษณะที่ดีของขนมเสน่ห์จันทน์นั้นจะมีสีเหลืองทอง สวยงาม ขนมจะแห้งแต่ไม่ควรแข็งและเหนียว รสชาติของขนมหวาน หอม และมัน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็รับประทานได้

    สูตรขนมเสน่ห์จันทร์ สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – แป้งข้าวเหนียว 1/4 ถ้วย
    – แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
    – กะทิ-กล่อง (แยก 1/2 ถ้วยไปผสมไข่แดง) 1 1/2 ถ้วย
    – ไข่แดงไข่ไก่ (ผสมกะทิ 1/2 ถ้วย) 1 ฟอง
    – ผงลูกจันทน์ป่น 1 ช้อนชา
    – ผงโกโก้ 1 ช้อนชา
    – ผ้าขาวบาง ถาดใส่ผ้าชุมน้ำวางข้างกระทะที่กวนขนม

    วิธีการทำขนมเสน่ห์จันทน์

    – นำอ่างมาใส่ส่วนผสมทั้งแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ผงจันทน์ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นให้ค่อย ๆ ใส่กะทิ 1 ถ้วย แล้วทำการคนส่วนผสมให้เข้ากันด้วยพายยาง ค่อย ๆ เพื่อให้น้ำตาลละลาย
    – จากนั้นให้ตอกไข่ไก่แล้วเลือกใช้เฉพาะไข่แดง นำไข่แดงที่ได้มาผสมกะทิ 1/2 ถ้วย แล้วคนไข่แดงกับกะทิให้เข้ากัน จากนั้นก็นำมากรองด้วยผ้าข้าวบาง
    – นำกะทิที่ผสมไข่แดงมาเทใส่กระทะทอง ให้ใช้ไฟอ่อน ๆ ทำการกวนช้าๆ เป็นวงกลม เมื่อส่วนผสมทั้งหมกเริ่มข้นขึ้น ให้กวนอีกแบบคือแบบชักไปขึ้นลงช้าๆ แต่ไม่กระชาก
    – ระหว่างการกวนขนมนั้น ให้ลองใช้มือแตะข้างกระทะทองเพื่อทำการตรวจดูอุณหภูมิ ถ้ากระทะร้อนเกินมือจับได้ ให้ยกลงวางบนถาดที่มีผ้าเปียกน้ำ แล้วก็กวนขนมต่อไป จนเมื่อกระทะเริ่มเย็นตัวลง แล้วถึงยกขึ้นตั้งไฟใหม่ ให้ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต้องใช้เวลากวนประมาณ 1 1/2 ชม
    – จากนั้นเราจะได้แป้งข้นเหนียว แบ่งแป้ง 1-2 ช้อนโต๊ะ เพื่อผสมผงโกโก้ แล้วมาทำเป็นขั้วจุก แล้วนำส่วนที่เหลือไปกวนต่อเล็กน้อย แล้วถึงยกลงจากเตาได้
    – ให้ปั้นขนมเป็นก้อนกลม ทำให้เป็นรอยบุ๋มเล็กน้อยตรงกลาง ส่วนที่ผสมโกโก้นั้นจะเป็นขั้วจุกสามแฉกใส่ตรงกลางลูก หรือปั้นเป็นเส้นเล็กๆ แล้วขดเป็นวงกลมแปะด้านบนก็ได้ อาจอบควันเทียนเพื่อให้ขนมมีความหอม ลักษณะขนมที่ได้นั้น ลักษณะเนื้อขนมด้านๆ เป็นเนื้อทราย เรียบร้อยแล้วก็จัดใส่จานพร้อมรับประทาน

  • สูตรวิธีทำขนมสามเกลอ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมสามเกลอ

     

    สูตรขนมสามเกลอ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – มะพร้าวทึนทึกขูด 2 ถ้วยตวง
    – ถั่วทอง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ
    – ผงฟู 1 ช้อนชา
    – น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ
    – กะทิข้น 3/4-1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    – น้ำมันสำหรับทอด 3 ถ้วยตวง

    วิธีการทำ

    – นำถั่วทองใส่รังถึงนึ่งประมาณ 50 นาที จากนั้นจึงนำมาการบดให้ละเอียด
    – นำกระทะทองเหลืองมา แล้วใส่มะพร้าวทึนทึกขูดและน้ำตาลปี๊บลงไปทำการคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งสอง โดยเติมน้ำสะอาดลงไปประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะ ยกขึ้นตั้งไฟกวนให้เข้ากันจนเหนียวข้นแล้วใส่ถั่วลงไป กวนอีกครั้งให้ถั่วเข้ากับส่วนผสม จนหมดเหนียวหนืด ยกลงมาพักให้เย็น
    – ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดประมาณหัวแม่มือ จับวางให้ติดกันแน่น 3 ลูก ทำไปเรื่อยๆ จนแป้งครบทั้งหมด
    – จากนั้น นำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว ผงฟู มาผสมรวมกันแล้วร่อนส่วนผสมทั้งหมด 2 ครั้ง แล้วคลุกเคล้าด้วยมืออีกรอบ เมื่อเสร็จขั้นตอนการคลุกเคล้า ให้โกยแป้งออกมารอบๆ เพื่อทำหลุมกลางชาม
    – ผสมน้ำปูนใส กะทิ เกลือ ให้เข้ากันแล้วเทลงในหลุมแป้ง กลบแป้งรอบๆลงมาปิดแล้วคนคลุกเคล้าให้เข้ากันดีหมดทุกอย่าง อย่าให้แป้งเหลว
    – ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน นำขนมที่ปั้นติดกัน 3ลูก มาชุบแป้งให้ทั่ว ควรให้แป้งหนาและหุ้มให้มิดไส้ขนมแล้วทอดในน้ำมัน จนขนมมีสีเหลือง ตักขึ้นใส่ถาด เสร็จวิธีการทำค่ะ

    สูตรขนมสามเกลอ สูตรที่ 2

    แบ่งส่วนผสมออกเป็น 4 ส่วน

    – ตัวไส้
    – แป้งหุ้ม
    – แป้งชุบทอด
    – ร่างแหสำหรับหุ้มขนม

    ส่วนผสมไส้ขนม

    – มะพร้าวทึนทึกขูด 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลมะพร้าว 1 ถ้วยตวง
    – ถั่วทองคั่วบด 1/2 ถ้วยตวง

    วิธีการทำ

    – นำมะพร้าวทึนทึกขูดและน้ำตาลมะพร้าวมากวนรวมกันให้เหนียว ถ้าส่วนผสมแห้งให้ค่อยใส่น้ำประมาณ 2-4 ช้อนโต๊ะได้
    – กวนให้เหนียวเป็นยางมะตูม ใส่ถั่วทองลงไป กวนให้เข้ากัน ยกลงพักไว้รอให้ส่วนผสมไส้ขนมเย็นลงก่อน จึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดนิ้วหัวแม่มือวางเรียงไว้ในถาด

    ส่วนผสมแป้งหุ้ม

    – แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่า 1/2 ถ้วยตวง

    วิธีการนวดแป้ง

    – นำชามมาแป้งข้าวเหนียวแล้วเติมน้ำทีละนิด หรือประมาณทีครึ่งช้อนโต๊ะ แล้วนวดแป้งให้เป็นก้อนจนล่อนไม่ติดมือ
    – ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมใหญ่แล้วแผ่แป้งออกให้แบนและหนา นำไส้วางลงบนแป้งแล้วห่อให้มิดชิดทั้งหมดห้ามมีรอยรั่วเด็ดขาด เพราะถ้ามีรอยรั่วรอยแตกเวลานำไปทอดไส้ขนมจะระเบิดออกมา เมื่อทำจนครบแล้วนำขนม 3 ลูก มาประกบเข้าหากันบีบเบาๆให้ขนมติดกันให้ดีเวลาทอดจะได้ไม่หลุดออกจากกัน เสร็จแล้วให้นำผ้าขาวบางมาคลุมปิดไว้

    – หมายเหตุ : ขั้นตอนดังกล่าวถือว่าเป็นการเสร็จสิ้นการทำขนมสามเกลอ แต่จะขอเพิ่มเติมอีกกระบวนการทำอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการห่อขนมด้วยแหหรือตาข่ายที่ทำจากไข่ ซึ่งจะประดับเพื่อความสวยงาม ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่จะขอแนะนำเอาไว้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ดังนี้

    ส่วนผสมตาข่ายหรือแหห่อขนมสามเกลอ

    – ไข่เป็ดหรือไข่ไก่ 6 ฟอง
    – น้ำมันพืช 1/4 ถ.
    – สีอ่อนๆตามชอบ สัก 3-4 สี เช่น ชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน ส่วนสีเหลืองจะได้จากสีของไข่อยู่แล้ว ใช้แค่สีละ 1-2 หยดเท่านั้น

    วิธีการทำ

    – นำถ้วยมา 3 ใบ ตีไข่ในถ้วย ใช้ไข่ 2 ฟองต่อถ้วย 1 ใบ ใส่สี1-2หยด ต่อถ้วย แยกไว้
    – ทาน้ำมันเคลือบให้ทั่วกระทะนำขึ้นตั้งไฟอ่อน
    – ใช้มือจุ่มไข่ขึ้นมานำไข่โรยในกระทะโรยไปมาทำให้เป็นตารางสี่เหลี่ยมเหมือนตาข่ายหรือแห ให้เต็มกระทะ มือใหม่ควรใช้กระทะทรงแบน นะคะ
    – เมื่อไข่สุกแล้ว แซะขึ้นมาวางเรียงซ้อนกันไว้ก่อน ขั้นตอนนี้ห้ามทอดไข่ให้กรอบเพราะเวลานำไปหุ้มขนมแหหรือตาข่ายนี้อาจแตกหมด

    วิธีการหุ้มขนม

    – การหุ้มขนมวิธีแรก นำแหหรือตาข่ายมาห่อขนมโดยห่อให้เป็นทรงสูงเหมือนถุงเงินโบราณ รัดด้วยตอกเบาหรือไม้กลัดหรือไม้จิ้มฟัน แทงในรูตาข่าย ที่ปากถุง ต้องทำอย่างเบามือ เหลือปลายส่วนบนไว้นิดหน่อย จะได้ถุงห่อขนมสวยๆ ครับ

    สูตรขนมสามเกลอ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแป้งสำหรับชุบทอด

    – แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
    – แป้งมันสำปะหลัง 1/4 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – ไข่แดง 1 ฟอง
    – น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วยตวง
    – กะทิคั้นด้วยน้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง

    วิธีการทอดขนม

    – นำน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟกลาง เมื่อน้ำมันร้อน ให้เปลี่ยนเป็นไฟอ่อน
    – นำขนมที่ปั้นและประกบเป็น 3 ก้อนติดกัน ชุบลงในแป้งให้ทั่ว แล้วนำไปทอดในน้ำมันให้สุกมีเหลืองทองตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

    ส่วนผสมร่างแหสำหรับหุ้มขนม

    – ไข่เป็ด หรือไข่ไก่ 5 ฟอง
    – น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย

    วิธีการทำ

    – ตีไข่ กรองด้วยประชอน วางพักไว้ก่อน
    – ทาน้ำมันให้ทั่วกระทะ ลักษณะให้น้ำมันเคลือบหน้ากระทะ แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน
    – ใช้มือและนิ้วทั้ง 5 นิ้วคือ จุ่มไข่แล้วโรยในกระทะ ซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ขึ้นและลง ไปมา ให้เป็นตารางสี่เหลี่ยมให้เต็มกระทะ
    – พอไข่สุกรีบแซะขึ้นอย่าให้กรอบเพราะจะนำไปหุ้มขนมไม่ได้

    วิธีการหุ้มขนม

    – ใช้ไม้จิ้มฟันเสียบที่ขนมทั้งสามลูกที่เป็นแพติดกัน ให้ไม้จิ้มฟังมีลักษณะตั้งเป็นเสาสามเหลี่ยม
    – นำไข่ที่เป็นร่างแหแล้วมาหุ้มขนมที่เสียบไม้ ใช้ส่วนกลางของร่างแหเสียบไปบนปลายไม้ แล้วห่อหุ้มขนม โดยการให้ร่างแหคลุมขนมลงมาทั้งหมด ควรทำสัก 2-3 ชั้น จนกว่าจะไม่เห็นไม้
    – เก็บร่างแหโดยสอดส่วนปลายลงเก็บไว้ใต้ขนมให้หมด ทำให้เรียบสวย

  • สูตรวิธีทำขนมสาลี่ พร้อมคำแนะนำในการขายขนมสาลี่

     

    สูตรวิธีการทำขนมสาลี่ สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 300 กรัม
    – ไข่เป็ด 10 ฟอง
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
    – มะนาว
    – เกลือ
    – สีผสมอาหาร สีที่เจ้าตัวเล็กชื่นชอบ
    – ลูกเกด หรือผลไม้เชื่อมชิ้นเล็กๆ
    – ถาดสำหรับนึ่งขนม
    – แม่พิมพ์ขนม

    วิธีการทำขนมสาลี

    – ตีไข่เป็ดทั้ง 10 ฟองให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวงลงไปแล้วตีพร้อมๆกับไข่เป็ด ตีไปสักประมาณ 10 – 15 นาที จนไข่ฟูขึ้นเป็นสีขาวนวล ขากนั้นเติมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และเกลือ ¼ ช้อนชา ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
    – ทำการร่อนแป้งสาลีให้ละเอียด จากนั้นใส่แป้งลงไปในส่วนผสมที่ตีไว้ ทำการคนส่วนผสมทั้งหมดเบาๆ จนเข้ากัน
    – เติมสีผสมอาหารลงไปตามความชอบ ยิ่งเป็นสีผสมอาหารจากธรรมชาติยิ่งปลอดภัยต่อร่างกาย จากนั้นคนเบาๆ จนเนื้อแป้งเป็นสีเดียวกัน
    – ทำการวางแม่พิมพ์เรียงกันในถาดนึ่งขนม แล้วเทแป้งที่ผสมเรียบร้อย ลงในแม่พิมพ์แต่ละอัน ทำการตกแต่งหน้าขนมสาลีด้วยการเติมลูกเกดหรือผลไม้เชื่อมลงบนแป้งขนมตามใจชอบ หรืออาจจะไม่ใส่เลยก็ได้
    – ต้มน้ำในหม้อนึ่งให้เดือด แล้วนำถาดขนมลงไปนึ่ง ประมาณ 15-20 นาที สามารถใช้ลังถึงนึ่งขนมก็ได้เช่นกัน
    – เมื่อผ่านไป 20 นาที ลองเอาไม้ หรือส้อมจิ้มๆดู เพื่อสังเกตุว่าขนมสุกได้ที่หรือยัง จากนั้นก็เอาขึ้นจากหม้อนึ่ง มาพักไว้สักครู่
    – เตรียมการจัดขนมใส่ภาชนะให้สวยงาม เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรับประทาน

    สูตรวิธีการทำขนมสาลี่ สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วยตวง
    – ไข่เป็ด 10 ฟอง
    – สีผสมอาหารตามใจชอบ เช่น สีเขียว – ใบเตย, สีม่วง – ดอกอัญชัญ
    – ลูกเกด (สำหรับแต่งหน้าขนม)

    วิธีการทำขนมสาลี่

    – ตอกไข่เป็ดใส่ชาม แล้วใช้ส้อมตีแรงๆ ระหว่างตีนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายลงไปด้วย ตีไข่จนขึ้นเป็นสีขาวนวลแล้วพักไว้

    – ร่อนแป้งสาลี แล้วนำไปผสมในไข่ที่ตีไว้แล้ว จากนั้นคนส่วนผสมให้เข้ากันเบาๆจนแป้งละลายดีจึงใส่สีผสมอาหารลงไป การใส่สีผสมอาหารไม่ควรใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้ขนมดูสีเข้มเกินไปน่ารับประทานและควรผสมให้เป็นสีโทนอ่อน เช่น สีชมพู สีเขียวอ่อน สีขาว ฯลฯ จะทำให้ขนมดูน่ารับประทานมากกว่าสีเข้ม

    – นำกระดาษปูลงในถาดที่จะใช้นึ่งขนม จากนั้นเทแป้งลงในถาดหรือแบบพิมพ์ที่เตรียมไว้ก็ได้ และแต่งหน้าด้วยลูกเกด แต่งมากน้อยได้ตามความชื่นชอบ

    – ตั้งหม้อนึ่งรอจนน้ำเดือด จึงนำถาดหรือแบบพิมพ์ ที่ใส่แป้งลงไปนึ่ง ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หากใส่แป้งหนาเกินไปอาจจะต้องใช้เวลาในการนึ่งนานขึ้นประมาณ 20-25 นาที เมื่อสุกดีแล้วจึงยกลง

    – ทิ้งไว้ให้ขนมเย็นสักพัก จากนั้นทำการตัดเป็นชิ้นๆ จัดใส่จานเสิร์ฟ สามารถรับประทานได้เลย ระวังอย่าให้ขนมสัมผัสอากาศนานๆ เพราะจะทำให้ขนมสาลีแข็ง

    สูตรวิธีการทำขนมสาลี่ สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – ไข่ไก่ 3 ฟอง
    – แป้งสาลีตราบัวแดง 400 กรัม
    – น้ำตาลทราย 3 ถ้วย
    – ครีมสด 1ช้อนโต๊ะ
    – น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
    – สีผสมอาหารตามความชอบ
    – กลิ่นน้ำหอมผสมอาหาร
    – น้ำเย็น 1/2 ถ้วย
    – เม็ดมะม่วงหิมะพานต์
    – แบบพิมพ์รองขนม(ถ้ามี)

    วิธีการทำขนมสาลี่

    – นำไข่ไก่ที่เตรียมไว้ น้ำเย็น น้ำตาลทรายมาผสมพร้อมๆกัน ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนมีลักษณะขึ้นฟู จากนั้นจึงนำครีมสด สีผสมอาหารและแต่งกลิ่นผสมอาหาร ตีจนไข่ไก่ขึ้นฟูเป็นสีขาวนวล แล้วพักไว้
    – ร่อนแป้งสาลีตราบัวแดงเพื่อให้สิ่งสกปรกออก จากนั้นก็ผสมแป้งสาลีที่ร่อนเสร็จแล้วลงไปในส่วนผสมไข่ไก่ที่ตีจนขึ้นฟูจนแป้งเข้ากันดี
    – นำส่วนผสมที่เข้ากันใส่ลงไปในหม้อนึ่งแล้วนำไปนึ่ง การเทส่วนผสมควรเทไม่ให้หนาเกินไป เพราะจะทำให้ต้องใช้เวลานึ่งนาน สามารถเทส่วนผสมที่เข้ากันแล้วลงในพิมพ์ที่เตรียมไว้ก็ได้ หากมี เพื่อให้ได้รูปทรงขนมสาลี่ที่สวยงาม
    – นึ่งแป้งเป็นเวลาประมาณ 15 นาที เมื่อแป้งเริ่มสุก ให้ใช้ส้อมเขี่ยๆดูว่าแป้งแตกฟูหรือยัง ถ้าแป้งสุกแตกฟูแล้วก็นำขึ้นมาพักไว้ให้คลายความร้อน แต่อย่าพักแป้งนานจนเกินไป เพราะจะทำให้ขนมสาลี่แข็ง ไม่อร่อย
    – ตกแต่งหน้าตาของขนมสาลีให้สวยงามด้วยเม็ดมะม่วงหิมะพานต์
    – ตัดขนมสาลีที่ตกแต่งเรียบร้อยให้สวยงาม จัดใส่จานเตรียมพร้อมเสิร์ฟ ทานเป็นขนมทานเล่นได้ทุกเวลา

  • สูตรวิธีทำขนมหน้านวล พร้อมคำแนะนำในการขายขนมหน้านวล

     

    ขนมหน้านวล หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าขนมทองโปร่ง

    สูตรวิธีการทำขนมหน้านวล สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – ไข่ไก่เลือกเอาเฉพาะไข่แดง 4 ฟอง
    – น้ำตาลทรายป่น 3/4 ถ้วยตวง
    – แป้งสาลีที่ร่อนแล้ว 2 ช้อนโต๊ะ
    – แม่พิมพ์หรือแบบใส่ขนมอบรูปทรงใดก็ได้ตามใจชอบแต่ต้องทำจากโลหะเท่านั้น
    – น้ำมันพืชสำหรับทาแบบพิมพ์
    – สีผสมอาหารสีเหลืองนวลเน้นสีที่มาจากสีธรรมชาติ
    – เกลือป่น

    วิธีการทำขนมหน้านวล

    – นำไข่ที่แยกไข่แดงแล้วไปตีให้ขึ้นฟู โดยผสมน้ำตาลป่นลงไปทีละนิด ตีให้เข้ากันจนน้ำตาลหมด
    – จากนั้นจึงค่อยๆ ใส่แป้งลงไป คนแบบเบาๆ ให้เข้ากันกับส่วนผสมน้ำตาล ไข่ไก่ เกลือป่นเพื่อเพิ่มรสชาติและสีผสมอาหารสีเหลืองนวลๆเน้นสีผสมอาหารที่มาจากธรรมชาติจะปลอดภัยต่อร่างกาย เช่นสีเหลืองจากขมิ้นชัน
    – เสร็จแล้วทำการพักแป้งไว้
    – เตรียมแบบสำหรับใส่ขนม ส่วนใหญ่จะเลือกใช้แบบพิมพ์ที่เป็นรูปทรงเรือ เพื่อความเป็นเอกลักษณ์ของขนมหน้านวล จากนั้นนำน้ำมันพืชทาลงไปที่ตัวแบบเล็กน้อย พอไม่ให้แป้งขนมติดแบบ จากนั้นจึงเอาไปอบในเตา ด้วยความร้อนประมาณ 200-250 องศาฟาเรนไฮต์ ใช้เวลาอบ ประมาณ 3 นาที ให้พิมพ์เกิดความร้อน
    – เมื่อแม่พิมพ์ร้อนดีแล้ว จึงนำออกมาจากเตาอบ และทำการหยดส่วนผสมขนมที่เตรียมไว้ลงไปในแบบพิมพ์ โดยเติมเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของแม่พิมพ์เท่านั้น เมื่อนำไปอบแล้วตัวขนม จะพองฟูขึ้นเอง แต่หากตักตัวแป้งเต็มแบบพิมพ์ จะทำให้ขนมฟูล้นออกมาดูไม่น่ารับประทานนั้นเอง
    – นำแบบที่หยอดส่วนผสมลงไปเรียบร้อย ใส่ไปในเตาอบอีกครั้ง โดยอบที่อุณหภูมิ 250 องศาฟาเรนไฮต์ เป็นเวลาประมาณ 15 นาที หรือจนสุกเหลืองดี จากนั้นนำออกจากเตาอบ
    – รอให้ขนมที่อบเย็น จากนั้นจึงนำขนมออกจากแบบพิมพ์
    – จัดใส่จานเสิร์ฟเป็นของว่างได้ หรืออาจจะหาภาชนะที่เป็นขวดโหลเก็บขนมหน้านวลไว้รับประทานในโอกาสต่อๆไปได้

    สูตรวิธีการทำขนมหน้านวล สูตรที่ 2

    ส่วนผสม (สำหรับรับประทาน 3 คน)

    – ไข่แดง 9 ฟอง
    – น้ำตาลทราย 1 1/3 ถ้วย
    – แป้งเค้ก 1/4 ถ้วย
    – น้ำมันพืชสำหรับทาพิมพ์ และแม่พิมพ์ขนมรูปเรือ
    – สีผสมอาหารสีเหลือง

    วิธีการทำขนมหน้านวล

    – นำพิมพ์รูปเรือทาบางๆด้วยน้ำมันพืช จากนั้นนำเข้าเตาอบ ที่อุณหภูมิประมาณ 150 องศาเซลเซียส ประมาณ 10 นาที
    – ทำการเตรียมเครื่องตีส่วนผสมใส่ไข่แดง โดยการผสมน้ำตาลทราย โดยใช้ความเร็วปานกลาง ตีจนไข่แดงขึ้นฟู ใส่สีผสมอาหารลงไปตามความต้องการ จากนั้นก็ตีพอเข้ากันแล้วยกลงเตา
    – ค่อยๆร่อนแป้งเค้กใส่ ตะล่อมแป้งเบาๆจนเข้ากันดี จากนั้นนำส่วนผสมใส่ที่ได้ ใส่ถุงบีบหรือตักหยอดตามความถนัด ใส่ในแม่พิมพ์รูปเรือที่เตรียมไว้ 3/4 ของขนาดแม่พิมรูปเรือ
    – นำเข้าเตาอบใช้อุณหภูมิเดิมเท่ากับตอนที่เตรีนมแม่พิมพ์รูปเรือ จากนั้นทำการอบเป็นระยะเวลาประมาณ 10-15 นาที เมื่อครบกำหนด ปิดเตา ทิ้งขนมไว้ในเตาอบอีกสัก 10-15 นาที เพื่อให้ขนมแข็งตัว
    – นำออกจากแม่พิมพ์ แล้วจัดใส่จานเสิร์ฟ รับประทานเป็นของว่าง

    สูตรวิธีการทำขนมหน้านวล สูตรที่ 3

    ส่วนผสม (สามารถทำสำหรับรับประทาน 4-5 คน)

    – แป้งสาลีร่อน 2 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่ใช้แต่ไข่แดง 2 ฟอง
    – น้ำตาลทรายป่นละเอียด 6 ช้อนโต๊ะ
    – นํ้ามันพืช 1 ถ้วยตวง
    – สีผสมอาหารสีเหลือง

    วิธีการทำขนมหน้านวล

    – ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูตั้งขึ้น แล้วค่อย ๆ ใส่นํ้าตาลทีละน้อยๆลงไปจากนั้นก็ตีไข่สลับกับเทน้ำตาลลงไปจนกว่าน้ำตาลจะหมด
    – เมื่อเข้ากันดีแล้วจึงใส่แป้งลงไป โดยค่อย ๆคนแบบเบา ๆ ให้ไปทางเดียวกันจนหมด
    – ใส่สีผสมอาหารสีเหลืองลงไป หากต้องการสีที่สดใส
    – ทาพิมพ์รูปเรือด้วยนํ้ามันพืชบางๆ การทาน้ำมันลงแม่พิมพ์เพื่อไม่ให้แป้งติดกับแม่พิมพ์และเพื่อให้ขนมแกะออกง่าย เมื่อทาทั่วแล้วจึงหยอดนํ้ามันลงในพิมพ์ประมาณ 2 ช้อนชาหรือมากกว่านั้น ตามแต่ขนาดของแม่พิมพ์ว่าจะเล็กหรือใหญ่
    – เรียงพิมพ์ใส่ถาดอบ แล้วนำเข้าเตาอบ ใช้ไฟประมาณ 200-250 ฟาเรนไฮต์ พอแม่พิมพ์ร้อนประมาณ 3-5 นาที
    – จากนั้นนำพิมพ์ออกจากเตา หยอดแป้งที่ผสมแล้ว ลงไปประมาณ 3/4 ของพิมพ์ จึงนำขนมอบในเตาอีกประมาณ 10-15 นาที การอบสามารถอบได้นานกว่านี้ก็ได้ตามแต่ขนาดของพิมพ์
    – พอขนมเป็นสีเหลืองนวล นำออกจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็นสักครู่ จึงนำออกจากแม่พิมพ์
    – เก็บใส่ภาชนะที่มิดชิด อย่าให้ถูกอากาศ เพราะจะทำให้ขนมจะไม่กรอบอร่อย
    – เวลารับประทาน จะรับประทานเฉพาะตัวขนมก็ได้ หรือถ้าจะรับประทานคู่กับมะพร้าวก็ได้เช่นกัน โดยใช้มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย จัดคนละด้านกับขนม

  • สูตรวิธีทำขนมหม้อตาล พร้อมคำแนะนำในการขายขนมหม้อตาล

     

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – ไข่ไก่ (ใช้แต่ไข่แดง ) 3 ฟอง
    – เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    – น้ำสะอาด 500 มล.
    (หรือประมาณขวดน้ำดื่มขวดเล็ก แต่ไม่ต้องใช้หมด เตรียมเผื่อไว้เฉยๆพร้อมช้อนโต๊ะใช้ตวงน้ำ)
    – น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
    – เทียนสำหรับอบควันเทียน
    – แบบพิมพ์ สำหรับกดทำหม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
    – น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทำน้ำตาลหยอด)
    – สีผสมอาหาร

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมแป้ง,ไข่แดง, น้ำมันพืช ,น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ แล้ว นวดไปเรื่อยๆ จนเข้ากันดี ถ้าแป้งแห้งเกินไปเติมน้ำเพิ่มได้นิดหน่อย นวดผสมจนเข้าที่ นำผ้าขาวบางชุบน้ำให้น้ำพอหมาดมาคลุมแป้งไว้ รอปั้น
    – นำแป้งที่รอปั้นมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ และนำไปกดใส่ในแบบ ใช้ไม้กดรูตรงกลาง เพื่อให้เป็นช่อง สำหรับไว้หยอดน้ำตาลภายหลัง ค่อยๆ แกะแบบแป้งที่เป็นรูปทรงของหม้อออกจากแบบ ตัดแต่งขอบและทำหูจับหม้อ ทำทีละอัน ทำไปเรื่อยๆที่ละชิ้นครับ
    – นำแป้งรูปทรงหม้อ ไปเข้าเตาอบในอุณหภูมิประมาณ 350 องศา ฟาเรนไฮต์ ให้สุกซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณ 10-20 นาที
    – นำขนมที่อบแล้วใส่ในภาชนะปิด เพื่ออบควันเทียน 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการให้ขนมหอมมาก ควรอบควันเทียนทิ้งไว้ทั้งคืน
    – การทำน้ำตาลสำหรับหยอดในขนม ให้นำน้ำตาลผสมกับน้ำ 1-2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวไฟอ่อน เคี่ยวจนเป็นยางมะตูมพอยกลง รีบแบ่งแยกใส่ถ้วยให้เท่าๆกันเพื่อใส่สี คนให้เข้าสีเข้ากับน้ำตาล ใช้หยอดในตัวขนมรูปทรงหม้อ ที่อบควันเทียนแล้ว ทิ้งให้น้ำตาลเย็นและแข็งตัว รับประทานทันทีหรือเก็บในภาชนะที่มอดชิดเพื่อเอาไว้นำมารับประทานภายหลังได้ครับ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 2

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่ ใช้เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วยและเตรียมช้อนโต๊ะไว้ตักน้ำ
    – แบบพิมพ์หม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
    – สีผสมอาหาร ที่ชอบ ลายสีได้ ใส่สีละ 1 – 2 หยด
    – น้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ทำแป้งขนมหม้อตาล โดยผสม แป้ง น้ำมันพืช ไข่แดง เกลือ และน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวด ในขณะที่กำลังนวดแป้ง ถ้าหากรู้สึกว่าแป้งแห้งและแข้งมากจนเกินไปให้เติมน้ำได้อีกทีละน้อย นวดจนล่อนไม่แข็งเกินไปไม่เหลวเกินไป ใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำเปียกหมาดๆ คลุมแป้งเพื่อไม่ให้แห้งและรอให้แป้งเซ็ทตัว 15-20 นาที
    – แบ่งแป้งเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าขนาดที่สามารถใส่แบบแม่พิมพ์ นำแป้งมากดพิมพ์ในแม่แบบให้เป็นรูปหม้อ โดยตัดแต่งขอบให้สวย ทำหูจับหม้อเล็กๆทั้งสองข้างโดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับจีบเบาๆทั้งสองข้างก็ได้หูแล้ว เสร็จแล้วอบด้วยไฟ 350 องค์ศา ฟาเรนไฮน์ เมื่อสุกแล้วนำออกมาพักไว้ในถาด
    – นำชามมาผสม น้ำตาลไอซิ่ง และน้ำเย็นทีละ 1 ช้อนโต๊ะ คนจนเหนียว แล้วนำไปเคี่ยวไฟอ่อนพอเริ่มหนืดก็ยกลง ทำการแบ่งน้ำตาลเคียวออกใส่ถ้วย เพื่อหยอดสีถ้วยละสี ขั้นตอนนี้ต้องรีบทำห้ามทิ้งน้ำตาลไว้นาน
    พอผสมสีแล้วจึงจะทิ้งน้ำตาลไว้ให้พออุ่นๆได้ แล้วจึงตักน้ำตาลหยอดลงในหม้อของขนมหม้อตาลที่เราอบไว้แล้ว เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้น้ำตาลที่หยอดไว้ในขนมแข็งตัวจึงรับประทานได้หรือเก็บไว้ในภาชนะปิดฝาอย่างดีเพื่อเก็บเอาไว้รับประทานค่ะ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วย เตรียมไว้พร้อมช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำผสมขนมกลิ่นนมแมว หรือกลิ่นดอกไม้ตามที่ชอบ 1 กลิ่น) 1-2 หยด
    – สีผสมอาหาร สัก3สี สีละ1-2 หยด
    – น้ำเย็น 1-2 ช้อนโต๊ะ
    – พิมพ์หม้อตาล

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมน้ำมัน ไข่แดง เกลือ และน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวดแป้ง ถ้าแป้งแห้งค่อยเติมน้ำเพิ่มได้อีกแล้วค่อยๆนวดไปเรื่อยๆให้แป้งล่อน เสร็จแล้วใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ คลุมพักไว้ 15นาที เพื่อที่จะทำให้แป้งขึ้นตัว
    – แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็กๆ กดลงในพิมพ์ให้เป็นรูปหม้อตาล ทำหูหรือไม่ทำหูก็ได้แล้วแต่สะดวก
    – นำเข้าอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เสร็จแล้วนำออกมาพักใส่ถาดไว้

    วิธีการทำน้ำตาลหยอด

    – นำชามมาใส่ส่วนผสมเพื่อทำน้ำตาลหยอด ใส่น้ำเปล่า 1ช้อนโต๊ะ น้ำตาลไอซิ่ง หยดน้ำกลิ่นนมแมว ผสมให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไปค่อยๆเติมน้ำ พอเริ่มเป็นยางมะตูม ให้ตักแยกแบ่งใส่ถ้วยไว้ 3 ถ้วย ตามจำนวนสีที่จะทำ
    – ใส่สีที่ต้องการลงไปในถ้วย1-2หยด สีละถ้วย คนให้เข้ากัน
    – ตักน้ำตาลหยอดที่เตรียมเสร็จเรียนร้อยแล้วหยอดลงในขนมหม้อตาลที่อบเสร็จแล้ว และพักไว้ให้น้ำตาลที่หยอดเย็นและแข็งตัว จึงรับประทานได้และสามารถเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันขนมนิ่มหรือเสียรสชาติ เพื่อเก็บเอาไว้ทานในวันอื่นได้ค่ะ

  • สูตรวิธีทำขนมเหนียว พร้อมคำแนะนำในการขายขนมเหนียว

     

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – ไข่ไก่ (ใช้แต่ไข่แดง ) 3 ฟอง
    – เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
    – น้ำสะอาด 500 มล.
    (หรือประมาณขวดน้ำดื่มขวดเล็ก แต่ไม่ต้องใช้หมด เตรียมเผื่อไว้เฉยๆพร้อมช้อนโต๊ะใช้ตวงน้ำ)
    – น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
    – เทียนสำหรับอบควันเทียน
    – แบบพิมพ์ สำหรับกดทำหม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
    – น้ำสะอาด 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทำน้ำตาลหยอด)
    – สีผสมอาหาร

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมแป้ง,ไข่แดง, น้ำมันพืช ,น้ำ 3 ช้อนโต๊ะ แล้ว นวดไปเรื่อยๆ จนเข้ากันดี ถ้าแป้งแห้งเกินไปเติมน้ำเพิ่มได้นิดหน่อย นวดผสมจนเข้าที่ นำผ้าขาวบางชุบน้ำให้น้ำพอหมาดมาคลุมแป้งไว้ รอปั้น
    – นำแป้งที่รอปั้นมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ และนำไปกดใส่ในแบบ ใช้ไม้กดรูตรงกลาง เพื่อให้เป็นช่อง สำหรับไว้หยอดน้ำตาลภายหลัง ค่อยๆ แกะแบบแป้งที่เป็นรูปทรงของหม้อออกจากแบบ ตัดแต่งขอบและทำหูจับหม้อ ทำทีละอัน ทำไปเรื่อยๆที่ละชิ้นครับ
    – นำแป้งรูปทรงหม้อ ไปเข้าเตาอบในอุณหภูมิประมาณ 350 องศา ฟาเรนไฮต์ ให้สุกซึ่งใช้เวลาประมาณประมาณ 10-20 นาที
    – นำขนมที่อบแล้วใส่ในภาชนะปิด เพื่ออบควันเทียน 1-2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการให้ขนมหอมมาก ควรอบควันเทียนทิ้งไว้ทั้งคืน
    – การทำน้ำตาลสำหรับหยอดในขนม ให้นำน้ำตาลผสมกับน้ำ 1-2 ช้อนโต๊ะ เคี่ยวไฟอ่อน เคี่ยวจนเป็นยางมะตูมพอยกลง รีบแบ่งแยกใส่ถ้วยให้เท่าๆกันเพื่อใส่สี คนให้เข้าสีเข้ากับน้ำตาล ใช้หยอดในตัวขนมรูปทรงหม้อ ที่อบควันเทียนแล้ว ทิ้งให้น้ำตาลเย็นและแข็งตัว รับประทานทันทีหรือเก็บในภาชนะที่มอดชิดเพื่อเอาไว้นำมารับประทานภายหลังได้ครับ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 2

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วย
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่ไก่ ใช้เฉพาะไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วยและเตรียมช้อนโต๊ะไว้ตักน้ำ
    – แบบพิมพ์หม้อ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย
    – สีผสมอาหาร ที่ชอบ ลายสีได้ ใส่สีละ 1 – 2 หยด
    – น้ำเย็น 2 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ทำแป้งขนมหม้อตาล โดยผสม แป้ง น้ำมันพืช ไข่แดง เกลือ และน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวด ในขณะที่กำลังนวดแป้ง ถ้าหากรู้สึกว่าแป้งแห้งและแข้งมากจนเกินไปให้เติมน้ำได้อีกทีละน้อย นวดจนล่อนไม่แข็งเกินไปไม่เหลวเกินไป ใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำเปียกหมาดๆ คลุมแป้งเพื่อไม่ให้แห้งและรอให้แป้งเซ็ทตัว 15-20 นาที
    – แบ่งแป้งเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าขนาดที่สามารถใส่แบบแม่พิมพ์ นำแป้งมากดพิมพ์ในแม่แบบให้เป็นรูปหม้อ โดยตัดแต่งขอบให้สวย ทำหูจับหม้อเล็กๆทั้งสองข้างโดยใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้จับจีบเบาๆทั้งสองข้างก็ได้หูแล้ว เสร็จแล้วอบด้วยไฟ 350 องค์ศา ฟาเรนไฮน์ เมื่อสุกแล้วนำออกมาพักไว้ในถาด
    – นำชามมาผสม น้ำตาลไอซิ่ง และน้ำเย็นทีละ 1 ช้อนโต๊ะ คนจนเหนียว แล้วนำไปเคี่ยวไฟอ่อนพอเริ่มหนืดก็ยกลง ทำการแบ่งน้ำตาลเคียวออกใส่ถ้วย เพื่อหยอดสีถ้วยละสี ขั้นตอนนี้ต้องรีบทำห้ามทิ้งน้ำตาลไว้นาน
    พอผสมสีแล้วจึงจะทิ้งน้ำตาลไว้ให้พออุ่นๆได้ แล้วจึงตักน้ำตาลหยอดลงในหม้อของขนมหม้อตาลที่เราอบไว้แล้ว เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้น้ำตาลที่หยอดไว้ในขนมแข็งตัวจึงรับประทานได้หรือเก็บไว้ในภาชนะปิดฝาอย่างดีเพื่อเก็บเอาไว้รับประทานค่ะ

    สูตรขนมหม้อตาล สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแป้ง

    – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
    – น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
    – ไข่แดง 2 ฟอง
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วย เตรียมไว้พร้อมช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมน้ำตาลหยอดใส่ในแป้ง

    – น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วยตวง
    – น้ำผสมขนมกลิ่นนมแมว หรือกลิ่นดอกไม้ตามที่ชอบ 1 กลิ่น) 1-2 หยด
    – สีผสมอาหาร สัก3สี สีละ1-2 หยด
    – น้ำเย็น 1-2 ช้อนโต๊ะ
    – พิมพ์หม้อตาล

    วิธีการทำขนมหม้อตาล

    – ผสมน้ำมัน ไข่แดง เกลือ และน้ำ 3 ช้อนโต๊ะ เข้าด้วยกัน ทำการนวดแป้ง ถ้าแป้งแห้งค่อยเติมน้ำเพิ่มได้อีกแล้วค่อยๆนวดไปเรื่อยๆให้แป้งล่อน เสร็จแล้วใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ คลุมพักไว้ 15นาที เพื่อที่จะทำให้แป้งขึ้นตัว
    – แบ่งแป้งเป็นก้อนเล็กๆ กดลงในพิมพ์ให้เป็นรูปหม้อตาล ทำหูหรือไม่ทำหูก็ได้แล้วแต่สะดวก
    – นำเข้าอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เสร็จแล้วนำออกมาพักใส่ถาดไว้

    วิธีการทำน้ำตาลหยอด

    – นำชามมาใส่ส่วนผสมเพื่อทำน้ำตาลหยอด ใส่น้ำเปล่า 1ช้อนโต๊ะ น้ำตาลไอซิ่ง หยดน้ำกลิ่นนมแมว ผสมให้เข้ากัน ถ้าแห้งเกินไปค่อยๆเติมน้ำ พอเริ่มเป็นยางมะตูม ให้ตักแยกแบ่งใส่ถ้วยไว้ 3 ถ้วย ตามจำนวนสีที่จะทำ
    – ใส่สีที่ต้องการลงไปในถ้วย1-2หยด สีละถ้วย คนให้เข้ากัน
    – ตักน้ำตาลหยอดที่เตรียมเสร็จเรียนร้อยแล้วหยอดลงในขนมหม้อตาลที่อบเสร็จแล้ว และพักไว้ให้น้ำตาลที่หยอดเย็นและแข็งตัว จึงรับประทานได้และสามารถเก็บใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิดเพื่อป้องกันขนมนิ่มหรือเสียรสชาติ เพื่อเก็บเอาไว้ทานในวันอื่นได้ค่ะ

  • สูตรวิธีทำขนมข้าวต้มน้ำวุ้น พร้อมคำแนะนำในการขายขนมข้าวต้มน้ำวุ้น

    ข้าวต้มน้ำวุ้น
     

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 1

    ส่วนผสมข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ข้าวเหนียว 1/2 กิโลกรัม
    – ใบตอง
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็ง

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย
    – น้ำ 1 1/2 ถ้วย
    – ใบเตย

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้น

    – นำข้าวเหนียวไปทำการซาวน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน
    – ฉีกใบตอง ให้มีความกว้าง 4 ซ.ม ใช้ประมาณ 50-60 ใบ
    – เมื่อฉีกใบตองแล้ว นำใบตองมาทำเป็นกรวย ช่วงปลายก่อน แล้วตักข้าวใส่ในใบตอง ค่อยๆ พับใบยาวลงมาปิด แล้วพันไปมาตามทางบังคับ จะได้เป็นรูปสามเหลี่ยม พอสุดปลาย ใช้เข็มกลัดจิ้มใบตองและข้าวเหนียวจนทะลุไปอีกด้านหนึ่ง ทำจนข้าวเหนียวหมด
    – นำหม้อมาใส่น้ำสะอาด นำขึ้นตั้งไฟกลาง นำข้าวเหนียวที่ห่อใบตองไว้ ใส่ลงไปต้มในน้ำ ประมาณ 1 ชั่วโมง
    – เมื่อใกล้ครบเวลา นำชามมาใส่น้ำสะอาดและน้ำแข็งไว้ รอไว้เลย
    – ใช้กระชอนตักข้าวต้มที่ต้มจนครบเวลาที่กำหนดไว้ นำมาใส่ในชามน้ำสะอาดที่ลอยน้ำแข็งไว้ ทิ้งไว้สักครู่ ให้ความร้อนจากใบตองและข้าวเหนียวหมด แล้วแกะข้าวเหนียวออกจากใบตอง นำข้าวเหนียวใส่ภาชนะรอ

    ทำน้ำเชื่อม

    – นำหม้อมาใส่ ใส่น้ำและน้ำตาล นำใบเตยมามัดแล้วใส่ลงไป นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ค่อยๆ คนให้เข้ากัน พอเริ่มข้นอ่อนๆ ยก ลงแล้วรอให้เย็น
    – ตักข้าวเหนียวต้มใส่ราดด้วยน้ำเชื่อม เสิร์ฟได้ครับ สามารถใส่น้ำแข็งได้ถ้าต้องการ

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 2

    ส่วนผสมข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ข้าวเหนียว 1/2 กิโลกรัม
    – งาดำ 4 ช้อนโต๊ะ
    – ใบตอง
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็ง

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
    – น้ำสะอาด 2 ถ้วย
    – น้ำกลิ่นผสมอาหาร กลิ่นนมแมว

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ซาวข้าวเหนียว แช่น้ำ 6 ชั่วโมง ขึ้นไป
    – ล้างงาดำ พักในกระชอนให้สะเด็ดน้ำ
    – นำข้าวเหนียวที่แช่ไว้มาเทน้ำออก สะเด็ดน้ำในกระชอนไม่ต้องรอแห้ง ใส่งาดำผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
    – เช็ดใบตองให้สะอาดแล้ว ฉีกใบตอง กว้าง 4 ซ.ม สักประมาณ 60 ใบ
    – นำใบตองที่ฉีกมาทำเป็นกรวยช่วงปลายใบตอง ตักข้าวเหนียวงาดำใส่ลงไปในใบตอง พันไปเรื่อยๆให้เป็นสามเหลี่ยมจนสุดปลายใบตอง จึงใช้ไม้กลัดทิ่มกึ่งกลางให้ทะลุตรึงให้แน่น ทำแบบนี้เรื่อยๆ
    จนหมดข้าวเหนียวครับ
    – ใส่น้ำสะอาดในหม้อ ใส่ข้าวเหนียวงาดำพันใบตองลงไป นำไปต้มไฟกลาง ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง
    – เตรียมน้ำใส่น้ำแข็ง ในชาม
    – ใช้กระชอนตักข้าวเหนียวที่สุกมาแช่ในน้ำลอยน้ำแข็ง รอให้ข้าวเหนียวหมดไอร้อน แล้วนำมาแกะใบตอง นำข้าวเหนียวใส่ภาชนะพักไว้ก่อน

    วิธีการทำน้ำเชื่อม

    – นำน้ำสะอาดและน้ำตาล ใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟอ่อน พอน้ำร้อน และน้ำตาลละลาย หยดน้ำกลิ่นผสมอาหาร กลิ่นนมแมว ลงไป เคี่ยวจนเหนียวแต่ไม่ต้องข้นมาก ยกลงจากเตา
    – นำข้าวเหนียวงาดำใส่ถ้วย ตักน้ำเชื่อมราด ถ้าใส่น้ำแข็งจะเพิ่มความ เย็นผสมความหวานและกลิ่นนมแมว ทำให้ชื่นใจมากค่ะ

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 3

    ส่วนผสมข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ข้าวเหนียว ½ กิโลกรัม
    – เผือกซอยเป็นชิ้นเล็กๆ 2 ช้อนโต๊ะ
    – ใบตอง
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็ง

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
    – น้ำสะอาดลอยดอกมะลิ 2 ถ้วย

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้น

    – ซาวข้าวเหนียว 2-3 รอบ แล้วแช่น้ำไว้ 1 คืน
    – นำเผือกดิบ มาปลอกเปลือก ทำความสะอาดแล้ว ซอยเป็นชิ้นเล็กที่สุด
    – นำข้าวเหนียวมาล้างน้ำใหม่อีกรอบแล้วนำมาคลุกเคล้ากับเผือกที่ซอยเอาไว้
    – นำใบตองมาทำความสะอาด ฉีกให้มีความกว้าง 3 ซ.ม.
    – ม้วนปลายใบตองให้เป็นกรวย ตักข้าวเหนียวคลุกเผือกใส่ใบตอง แล้วพันใบตองให้เป็น 3 เหลี่ยม จนสุดปลาย ใช้ไม้กลัด กลัดใบตองที่พันจบ อย่าให้ใบตองปริหรือแตกนะครับ
    – นำน้ำใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่ข้าวเหนียวคลุกเผือกที่ห่อใบตองลงไปต้ม ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง
    – น้ำและน้ำแข็ง ใส่ชาม ตักข้าวเหนียวที่ต้มสุก มาใส่แช่ในชามน้ำเย็นลอยน้ำแข็ง พักไว้อย่างน้อย 5 นาทีขึ้นไป
    แล้วแกะใบตองนำข้าวเหนียวออกมาพักในภาชนะ รอน้ำเชื่อม
    – ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำลอยดอกมะลิและน้ำตาล ลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อนให้น้ำตาลละลายจนกลายเป็นน้ำเชื่อมเหนียวข้นอ่อนๆ ยกลงจากเตา
    – ตักข้าวเหนียวเผือกใส่ถ้วย นำน้ำเชื่อมมาราดบนข้าวเหนียว รับประทานได้ครับ หรือจะใส่น้ำแข็งป่นก็เย็นชื่นใจครับ

    สูตรขนมข้าวต้มน้ำวุ้น สูตรที่ 4

    ส่วนผสมข้าวเหนียว

    – ข้าวเหนียว ½ กิโลกรัม
    – ใบเตยเพื่อห่อข้าวเหนียว ถ้าไม่สะดวกใช้ใบตองแทนได้ เพราะใช้ค่อนข้างเยอะ ประมาณ 50-60 ใบ
    – ไม้กลัด
    – น้ำแข็งก้อน

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วยตวง
    – น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง
    – นมสดรสจืด 500 มล.

    วิธีการทำข้าวต้มน้ำวุ้นวิธีทำ

    – ล้างข้าวเหนียวให้สะอาด แช่น้ำทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงหรือ 1 คืน
    – กรณีใช้ใบเตย ให้นำมาเช็ดทำความสะอาด ตัดปลายแหลมออก กรณีใช้ใบตอง ให้เช็คทำความสะอาด แล้วฉีกออก ให้กว้า 4 ซ.ม.
    – นำข้าวเหนียวมาเทน้ำที่แช่ไว้ทิ้ง แล้วล้างอีกครั้ง
    – นำใบเตยหรือใบตอง มาทำกรวยที่ปลายใบ ตักข้าวเหนียวหยอดใส่ แล้วพันใบห่อทบกันให้เป็นสามเหลี่ยม พอสุดปลายกลัดด้วยไม้กลัด ทำเรื่อยๆ จนหมดข้าวเหนียวครับ
    – น้ำสะอาด ใส่หม้อ ตั้งไฟกลาง ใส่ข้าวเหนียวที่ห่อแล้วลงไปต้ม 1 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ
    – น้ำและน้ำแข็งก้อน ใส่ในชามรอไว้
    – ใช้กระชอนตักข้าวเหนียวที่ต้มแล้ว ใส่ลงชามที่ลอยน้ำแข็งในน้ำสะอาด พัก 5 นาทีหรือนานกว่านนั้นก็ได้ครับ
    แล้วแกะข้าวเหนียวที่ห่อไว้ออกมาใส่ภาชนะรอไว้ก่อน
    – นำน้ำตาลทราย และน้ำลอยดอกมะลิ ใส่ลงในหม้อ เคี่ยวไฟกลาง พอเหนียว ยกลง
    – ตักข้าวเหนียวต้มใส่ถ้วย ตักน้ำแข็งใส่ ราดด้วยน้ำเชื่อมและนมสดรสจืด ยกเสิร์ฟได้ครับ

    การขายข้าวต้มน้ำวุ้น

error: Content is protected !!