Author: admin

  • วิธีการทำธุรกิจ Logistics ให้ประสบความสำเร็จ

    ความหมายของคำว่า Logistics

    1. ความหมายของคำว่า Logistics จาก The Chartered Institute of Logistics and Transport : CILT
    Logistics หมายถึง
    – การจัดการวางตำแหน่งทรัพยากร ที่สัมพันธ์กับเวลา คือบริหารทรัพยากรในการดำเนินงานที่ถูกสถานที่ ถูกเวลา หรือการจัดการ Supply chain โดยรวม
    – Supply Chain หรือโซ่อุปทาน คือ วงจรของเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกัน ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้างความพอใจแก่ลูกค้า
    – กิจกรรมของ Logistic และ Supply Chain รวมตั้งแต่ การจัดซื้อ การจัดหา การผลิต และการกระจายสินค้า การกำจัดของเสีย การจัดเก็บและ IT
    – การประยุกต์ใช้ Logistics จำเป็นต่อการจัดการ Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพ
    – การขนส่งจะเป็นส่วนของการบูรณาการ (Integral Part) คือพิจารณากระบวนการต่างๆ ที่ทำงานด้วย ไม่ได้สนใจเฉพาะเหตุการณ์ที่ต่อเนื่องกันเท่านั้น

    2. ความหมายของคำว่า Logistics จาก The Council of Logistical Management : CLM
    Logistics
    หมายถึง ส่วนหนึ่งของกระบวนการ Supply Chain เพื่อช่วยในการวางแผน การสนับสนุน การควบคุมการไหลอย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล ตั้งแต่จุดเริ่มต้นไปยังจุดสุดท้าย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

    3. ความหมายของคำว่า Logistics จาก Air Force Institute of Technology, Graduate School of Acquisition and Logistics
    Logistics หมายถึง กระบวนการที่กำหนดความต้องการสนับสนุนสำหรับระบบใหม่ เน้นที่ขั้นตอนการออกแบบ เป้าหมายหลักของ LSA คือ การสร้างความมั่นใจว่าระบบสามารถเป็นไปตามความต้องการ สามารถสนับสนุนและทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง

    4. ความหมายของคำว่า Logistics จาก Logistix Partners Oy, Helsinki, FI, 1996
    Logistics ตามนิยามทางธุรกิจ หมายถึง โครงสร้างของการวางแผนทางธุรกิจ สำหรับการบริหารจัดการวัตถุดิบ การบริการการไหลของข้อมูล และเงินทุน รวมไปถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสารที่ซับซ้อน และกระบวนการควบคุม ให้ตรงตามความต้องการสภาพแวดล้อมทางธุรกิจปัจจุบัน

  • สูตรวิธีทำแตงโมน้ำกะทิสด พร้อมคำแนะนำในการขายแตงโมน้ำกะทิสด

    สูตรวิธีการทำแตงโมน้ำกะทิสด สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – เนื้อแตงโม1/2 ผล หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
    – กะทิ (ใช้กะทิอบควันเทียนจะหอมมาก)
    – น้ำตาลทราย
    – เกลือป่น
    – น้ำแข็งบด

    วิธีการทำแตงโมน้ำกะทิสด

    – นำกะทิที่อบควันเทียนมาใส่ถ้วย เติมน้ำตาลทรายลงไปและเกลือป่น เติมรสชาติให้เค็มๆเล็กน้อย จะได้น้ำกะทิสดที่ทำง่ายๆ
    – นำแตงโมที่เตรียมไว้ จะเป็นแตงโมสีเหลืองหรือว่าแตงโมสีแดงก็ได้ มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำ
    – นำน้ำแข็งหลอดมาทุบหรือบดให้ได้ขนาดพอดีสำหรับ 1 ชาม ใส่น้ำแข็งลงไปในชาม
    – ตามด้วยเนื้อแตงโมที่หั่นไว้ เทราดด้วยน้ำกะทิสดที่ทำไว้
    – จะได้แตงโมน้ำกะทิสดที่ทำได้ง่ายๆ ขั้นตอนน้อย ทานแก้ร้อนกันในครอบครัว

    สูตรวิธีการทำแตงโมน้ำกะทิสด สูตรที่ 2

    ส่วนผสมต่าง

    – แตงโมครึ่งผล
    – น้ำกะทิหรือกะทิกล่อง 1 กล่อง
    – เกลือป่นหยิบมือ
    – ควันเทียน 1 อัน
    – น้ำแข็งทุบ

    วิธีการทำแตงโมน้ำกะทิสด

    – นำแตงโมมาผ่าเป็นครึ่งลูก นำที่ตักไอศกรีมมาคว้านเอาเนื้อแตงโมออกเป็นลูกเล็กๆคล้ายกับลูกไอศกรีม แคะเมล็ดออก ให้ได้เนื้อแตงโมที่เกลี้ยงเกลา ไร้เมล็ด
    – เตรียมทำน้ำกะทิ หากสะดวกที่จะคั้นกะทิ ก็สามารถนำมะพร้าวแก่ๆมาขูดคั้นเอาน้ำกะทิได้ แต่หากอยากทำแบบง่าย ควรใช้กะทิกล่อง โดยนำกะทิที่ได้ โรยเกลือให้ได้รสชาติเค็มๆ
    – จากนั้นนำเทียนสำหรับอบทำขนมมาทำการอบควันเทียนน้ำกะทิ อบไว้แล้วปิดฝา อบประมาณ 30 นาที จะได้กลิ่นหอมของขวัญเทียน
    – ทุบน้ำแข็งให้ละเอียด ใส่ในชาม นำแตงโมมาใส่ และตามด้วยน้ำกะทิ
    – ได้เป็นแตงโมน้ำกะทิสดที่แสนอร่อย ชื่นใจ

    สูตรวิธีการทำแตงโมน้ำกะทิสด สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – แตงโมสีใดก็ได้ เหลืองหรือแดง ½ ผล
    – มะพร้าวทึนทึก 1 ลูก
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – เทียนอบขนม 1 เล่ม
    – เกลือป่น 1 หยิบมือ

    วิธีการทำแตงโมน้ำกะทิสด

    – ขูดมะพร้าวทึนทึกให้เป็นฝอยๆ นำน้ำร้อนมาใส่แล้วคั้นให้ได้เป็นกะทิสด ใส่เกลือป่นให้ได้รสชาติเค็มๆผสมกับน้ำกะทิ
    – นำน้ำกะทิที่ได้ไปอบควันเทียน โดยการนำเทียนที่จุดแล้วดับเป็นควัน ไปไว้ในหม้อน้ำกะทิ ปิดฝา อบไว้ 20 นาที จะได้กะทิที่มีกลิ่นควันเทียน
    – ทำการคว้านแตงโม โดยใช้ช้อนหรือที่ตักก็ได้ คว้านให้แตงโมเป็นลูกกลมๆ พอดีคำ น่ารับประทาน นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 15 นาที พอให้เนื้อแตงโมเย็น
    – ทำการทุบน้ำแข็งให้ละเอียด ใส่ลงในชามพร้อมแตงโมก้อนๆ ใส่น้ำกะทิลงไป
    – เป็นอันเสร็จสิ้นเมนู แตงโมน้ำกะทิสด ที่หวานเย็น น่ารับประทาน

  • สูตรวิธีทำแตงโมไส พร้อมคำแนะนำในการขายแตงโมไส

    แตงโมไส
     

    สูตรวิธีการทำแตงโมไส สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแตงโมไส

    – แตงโม
    – เครื่องปั่น
    – นมข้นหวาน
    – เม็ดเจลลี่ (สำหรับตกแต่ง) หรือท้อปปิ้งอื่น ตามความชอบ

    วิธีการทำแตงโมไส

    – นำแตงโมมาหั่นเป็นชิ้นๆยาวๆ เล็กๆ แต่ไม่เล็กมาก หั่นเป็นแท่งๆ จากนั้นนำไปแช่ช่องแข็งในตู้เย็น 1 คืนให้ได้ออกมาเป็นแตงโมแข็งๆ คล้ายไอติม
    – นำแตงโมแข็งๆ ใส่เครื่องปั่น ปั่นให้ละเอียด จะได้แตงโมเกล็ดหิมะ
    – นำไปใส่ในถ้วยขนมเล็กๆ ราดด้วยนมข้นหวาน
    – โรยเม็ดเจลลี่ลงไป หรือท๊อปปิ้งอื่นๆก็ได้ตามแต่ความชอบ
    – ได้เป็นแตงโมไส เมนูง่าย ที่แค่มีเครื่องปั่น

    สูตรวิธีการทำแตงโมไส สูตรที่ 2

    ส่วนผสมแตงโมไส

    – แตงโม 1 ลูก
    – น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบด 1 ถ้วย
    – ท๊อปปิ้งแบบใดก็ได้สำหรับโรยหน้า
    – นมข้นหวาน 1 ถ้วยตวง

    วิธีการทำแตงโมไส

    – ก่อนอื่นทำการผ่าแตงโมออกเป็นซีกๆ แล้วนำมาผ่าเป็นชิ้นยาวๆ หรือเป็นแท่งๆ ตามจำนวนที่ต้องการ
    – นำแตงโมส่วนหนึ่งไปแช่แข็ง แช่ไว้นานตามที่ต้องการ นานสุด 1 คืน หรือน้อยกว่านั้น จนได้แตงโมแท่งที่แข็ง ส่วนแตงโมที่เหลือ แช่ไว้ในตู้เย็น รอไว้สำหรับปั่นพร้อมส่วนผสมอื่นๆ
    – เมื่อได้แตงโมที่แข็งแล้ว ทำการทุบน้ำแข็งให้ละเอียด นำส่วนผสมของแตงโมแช่แข็ง แตงโมแช่เย็น น้ำแข็ง ไปปั่นรวมกันในเครื่องปั่น ให้ได้ออกมาเป็นแตงโมเกล็ดหิมะ
    – นำแตงโมเกล็ดหิมะใส่ลงไปในถ้วย ราดด้วยน้ำเชื่อมและตามด้วยนมข้นหวาน
    – โรยท๊อปปิ้งที่เตรียมไว้ ลงบนหน้าของแตงโมเกล็ดหิมะ ที่แสนอร่อย
    – จะได้แตงโมไสที่แสนอร่อย สามารถทำไว้ทานในเวลาที่ร้อนๆ ถือว่าเป็นของหวานไว้สำหรับคล้ายร้อยที่น่าสนใจเมนูหนึ่ง

    สูตรวิธีการทำแตงโมไส สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแตงโมไส

    – แตงโมครึ่งซีก
    – น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
    – นมข้นหวาน 1 ถ้วย
    – น้ำแข็งทุบ 2 ถ้วย

    วิธีการทำแตงโมไส

    – หั่นแตงโมให้เป็นแท่งๆ แช่ไว้ในช่องแข็งนาน 5 ชั่วโมง จนได้ออกมาเป็นแตงโมแข็ง
    – ทำน้ำเชื่อมโดยการต้มน้ำ ใส่น้ำตาล คนให้เข้ากันจนละลายกลายเป็นน้ำเชื่อม
    – นำแตงโมออกจากช่องแข็ง ทุบน้ำแข็งใส่ลงเครื่องปั่น แล้วใส่แตงโมแข็งลงเครื่องปั่น
    – ทำการปั่นส่วนผสมต่างๆให้ละเอียด ขณะปั่นสามารถเติมน้ำเชื่อมลงไปได้ เพราะเนื้อแตงโมอาจจะไม่หวานอย่างที่ต้องการ อาจจะเพิ่มน้ำแข็งลงไปอีก เพื่อให้เข้ากัน
    – ปั่นเสร็จแล้ว จะได้เป็นแตงโมไส น่ารับประทาน
    – นำแตงโมปั่นใส่ถ้วย ราดน้ำเชื่อมเล็กน้อย โรยนมข้นหวาน
    – ตกแต่งด้วยแตงโมแข็ง ไว้สำหรับกัดกินให้ได้ความเย็นชื่นใจ
    – สามารถทำทานได้ง่ายๆ ทำขายก็ได้เช่นกัน

    การขายแตงโมไส

  • สูตรวิธีทำทับทิมกรอบ พร้อมคำแนะนำในการขายทับทิมกรอบ

    ทับทิมกรอบ

     

    สูตรวิธีการทำทับทิมกรอบ

    ส่วนผสม (ทับทิมกรอบใส่มะพร้าวกะทิ)

    – แห้วต้มสุก หั่นเต๋า 1 ถ้วยตวง
    – แป้งมันสำปะหลัง 1 ถ้วยตวง
    – สีผสมอาหาร สีชมพูอ่อน
    – เนื้อมะพร้าวกะทิหั่นเต๋า 1 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบดละเอียด

    ส่วนผสมน้ำเชื่อม

    – น้ำตาลทราย ครึ่งถ้วยตวง
    – น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเปล่าสะอาดลอยดอกมะลิ 1 ถ้วยตวง

    ส่วนผสมน้ำกะทิ

    – กะทิคั้นสด 1 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่าสะอาด 6 ช้อนโต๊ะ
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – ใบเตย 4-5 ใบ
    – เทียนอบขนม 1 แท่ง

    วิธีการทำตัวทับทิมกรอบ

    – ขั้นตอนแรกให้เลือกแห้ว คำนวณให้ได้ปริมาณ 1 ถ้วยตวง
    – นำแห้วทั้งหมดไปล้างให้สะอาด แล้วปอกเปลือกสีดำออกให้เกลี้ยง
    – หั่นแห้วให้เป็นลักษณะสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ชิ้นขนาดพอดีคำ หรือในแห้ว 1 ผลนั้น หั่นแบ่งให้ได้ประมาณ 6 ชิ้น
    – จากนั้นให้ตั้งหม้อบนเตาแก๊ส เติมน้ำเปล่าสะอาดลงไปในปริมาณพอเหมาะกับเนื้อแห้วทั้งหมด
    – รอจนน้ำเดือดจัด ใส่แห้วที่หั่นเต๋าลงไปต้มจนสุก ใช้เวลาประมาณ 5 นาที
    – เมื่อได้แห้วที่สุกแล้ว ให้ตักเนื้อแห้วทั้งหมด ใส่ลงไปแช่ในน้ำเย็นจัด เพื่อให้เนื้อแห้วมีความกรุบกรอบ โดยจะแช่น้ำเย็นจัดประมาณ 2 นาที แล้วตักออก จากนั้นก็พักเนื้อแห้วบนกระชอน รอให้สะเด็ดน้ำ
    – ใส่สีผสมอาหารสีชมพูลงในถ้วยผสม เติมน้ำเปล่าลงไปเล็กน้อย ลองทดสอบโดยเอาแห้วสักชิ้นแช่ลงไปให้ได้สีชมพูอ่อน หากไม่มีสีผสมอาหารสีชมพู สามารถใช้สีแดง แล้วเติมน้ำเปล่าในปริมาณมากขึ้นอีกนิด เพื่อให้ความเข้มของสีผสมอาหารเจือจางลง
    – นำแห้วที่พักจนสะเด็ดน้ำแล้ว ตักลงไปแช่สีผสมอาหาร คลุกให้เข้ากัน ให้สีผสมอาหารติดเนื้อแห้วทุกชิ้น หลังจากนั้นให้แช่ทิ้งไว้นาน 30 นาที
    – เทแป้งมันสำปะหลังลงชามใบใหญ่ แล้วพักรอไว้ก่อน
    – ตักแห้วที่แช่ในสีผสมอาหาร ขึ้นมาพักให้สะเด็ดน้ำจากสีผสมอาหารทีละชิ้น
    – แล้วนำแห้วลงไปคลุกในแป้งมันสำปะหลังจนทั่ว แล้วเคาะส่วนเกินของแป้งออกไปอย่างเบามือ ต่อมาก็นำแห้วที่คลุกแป้งเสร็จแล้ว เรียงใส่ถาดไว้
    – นำแห้วทุกชิ้นคลุกกับแป้งมันสำปะหลังจนหมด
    – ยกหม้อต้มตั้งไฟร้อนปานกลาง เติมน้ำเปล่าสะอาดลงไป
    – ต้มจนน้ำเดือดจัด แล้วใส่แห้วที่คลุกแป้งลงไปทีละน้อย ใช้ตะเกียบคนในหม้อ เพื่อแยกไม่ให้แห้ว หรือเม็ดทับทิมติดกัน ใส่แห้วลงไปต้มเรื่อยๆ จนส่วนผสมหมด
    – ต้มให้แป้งมันที่เคลือบด้านนอกสุก และจะได้เนื้อทับทิมที่มีสีชมพูหวาน สวยใส น่ารับประทาน
    – ตักเม็ดทับทิมที่ต้มเสร็จแล้ว ลงแช่ในน้ำเย็นจัดทันที ประมาณ 2 นาที จากนั้นจึงค่อยตักทับทิมพักไว้บนกระชอน รอให้สะเด็ดน้ำ

    วิธีการทำน้ำเชื่อม และน้ำกะทิใส่ทับทิมกรอบ

    – และในระหว่างที่รอให้เม็ดทับทิมสะเด็ดน้ำ เราก็เตรียมทำน้ำเชื่อม โดยเทน้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวงลงในหม้อ และนำดอกมะลิ 5-6 ใส่ลงไป แล้วปิดฝาอบไว้ให้หอมกลิ่นมะลิประมาณ 30 นาที
    – นำน้ำลอยดอกมะลิยกตั้งไฟ รอจนน้ำเริ่มเดือด จึงค่อยเติมน้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายแดงตามลงไป คนให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน และคนจนกระทั่งน้ำตาลทั้งสองชนิดละลายจนหมด
    – เคี่ยวส่วนผสมน้ำเชื่อมด้วยไฟอ่อน จนน้ำเชื่อมเริ่มมีความเหนียวข้น ให้ปิดไฟ แล้วยกหม้อลง พักไว้ให้ส่วนผสมเย็นตัวลง
    – ต่อมาก็เริ่มทำน้ำกะทิ โดยใช้กะทิคั้นสด 1 ถ้วยตวง เทใส่หม้อ ตามด้วยเกลือป่น 1 ช้อนชา และใบเตยมัดรวมกันลงไปต้ม
    – ยกหม้อขึ้นตั้งไฟอ่อน รอจนน้ำกะทิเริ่มเดือด ให้ต้มด้วยไฟอ่อนต่อไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเดือดทั่วทั้งหม้อ ก็ตักใบเตยทิ้งไป
    – จากนั้นก็จุดเทียนอบขนมทั้งสองข้าง แล้วดับให้เหลือแต่ควันอ่อนๆ วางลงบนบริเวณขอบหม้อ แล้วใช้ฝาหม้อครอบทับไว้เล็กน้อย ระวังไม่ให้เทียนตกลงไปในหม้อ และอบควันเทียนนานประมาณ 30 นาที
    – ซึ่งจะได้น้ำกะทิอบควันเทียนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนรับประทาน
    – และทับทิมกรอบจะอร่อยมากยิ่งขึ้น หากรับประทานคู่กับเนื้อมะพร้าวกะทิ ทั้งนี้เราจะใช้มะพร้าวกะทิชิ้นใหญ่ นำมาหั่นเต๋าให้ได้ขนาดชิ้นที่พอดีคำ กะปริมาณให้ได้ประมาณครึ่งถ้วยตวง แล้วพักไว้ก่อน เพื่อรอจัดใส่ถ้วยสำหรับเสิร์ฟ
    – สำหรับขั้นตอนการจัดเสิร์ฟทับทิมกรอบ ให้ตักเนื้อทับทิมกรอบ 1 ทัพพี แล้วใส่เนื้อมะพร้าวกะทิ 4-5 ชิ้น ตามด้วยใส่น้ำเชื่อม 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำกะทิอีก 3 ช้อนโต๊ะ และปิดท้ายด้วยน้ำแข็งบดละเอียด เท่านี้ก็พร้อมรับประทานทับทิมกรอบ แสนอร่อย รสชาติหวานมัน หอมกลิ่นควันเทียนแล้วล่ะครับ
    – และสำหรับทับทิมกรอบสูตรนี้ สามารถปรับเปลี่ยนสีเม็ดทับทิมได้ โดยใช้สีผสมอาหารที่ชื่นชอบ เลือกได้ตามใจเราเลย ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีเขียว สีเหลือง แต่อย่าผสมให้มีสีฉูดฉาดเกินไปนะครับ เพราะจะทำให้เม็ดทับทิมดูไม่น่ารับประทาน หรือจะเปลี่ยนมาใช้สีจากธรรมชาติ อย่างน้ำหวานสีแดง น้ำหวานสีเขียว ก็ได้อีกเช่นกัน และทับทิมกรอบสูตรนี้ ยังนำไปทำเป็นเครื่องเคียงน้ำแข็งใสได้อีกด้วย รวมไปถึงการทำทับทิมกรอบทรงเครื่อง ที่ใส่เพิ่มเครื่องเคียงได้ตามใจชอบ ทั้งสลิ่ม 3 สี เนื้อขนุน วุ้นมะพร้าว โดยจะรับประทานแบบใส่เฉพาะน้ำเชื่อมอย่างเดียว หรือจะใส่น้ำกะทิด้วย ก็แล้วแต่ความชื่นชอบเลยนะครับ

    การขายทับทิมกรอบ

  • สูตรวิธีทำบัวลอยมะพร้าวอ่อน พร้อมคำแนะนำในการขายบัวลอยมะพร้าวอ่อน

    บัวลอยมะพร้าวอ่อน
     

    สูตรวิธีการทำบัวลอยมะพร้าวอ่อน

    ส่วนผสมบัวลอย 3 สีใส่มะพร้าวอ่อน

    – แป้งข้าวเหนียว 3 ถ้วยตวง
    – แป้งข้าวเหนียว ครึ่งถ้วยตวง (สำหรับทำนวลแป้ง)
    – น้ำเปล่าสะอาด 1 ถ้วยตวง
    – น้ำใบเตยคั้นสด ครึ่งถ้วยตวง
    – ฟักทองนึ่งบดละเอียด ครึ่งถ้วยตวง
    – มันสีม่วงนึ่งบดละเอียด ครึ่งถ้วยตวง
    – เนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นเป็นเส้นยาว ครึ่งถ้วยตวง
    – ไข่ไก่

    ส่วนผสมน้ำกะทิบัวลอย

    – น้ำกะทิคั้นสด 2 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทรายขาว 1ถ้วยตวง
    – น้ำตาลปี๊บ 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเปล่าสะอาดเล็กน้อย
    – ใบเตย 4-5 ใบ
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา

    วิธีการทำตัวแป้งบัวลอย

    – ขั้นตอนแรกให้ตวงแป้งข้าวเหนียวให้ได้สัดส่วน โดยแยกใส่ในถ้วยผสมแป้งรอไว้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง ต่อ 1 ถ้วยผสม ซึ่งจะได้แป้งทั้งหมด 3 ถ้วย
    – จากนั้นให้ทำน้ำใบเตยคั้นสด โดยใช้ใบเตยแก่ 10 ใบ ล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
    – นำใบเตยที่หั่นแล้วใส่ลงในเครื่องปั่นอาหาร แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปตามความเหมาะสม
    – กดปั่นให้ใบเตยละเอียด แล้วกรองบนผ้าขาวบาง เอาแต่ส่วนน้ำใบเตยเข้มข้น แล้วตักกากทิ้งไป
    – นำน้ำใบเตยที่ได้ ผสมกับแป้งข้าวเหนียวในถ้วยผสม นวดให้เข้ากัน จนได้แป้งสีเขียวเป็นก้อน ที่มีเนื้อเนียน ในระหว่างการนวด ให้เติมน้ำเปล่าสะอาดลงไปเล็กน้อย เพื่อไม่ให้สีของแป้งมีสีเขียวเข้มจนเกินไป
    – ต่อมาก็หั่นฟักทองเป็นชิ้นใหญ่ แล้วนำไปนึ่งจนสุก จากนั้นจึงใช้ช้อนบดให้เนื้อฟักทองละเอียด พักให้เนื้อฟักทองเย็นตัวลงเล็กน้อย แล้วจึงตักลงไปผสมกับแป้งข้าวเหนียว เติมน้ำสะอาดเล็กน้อย นวดให้เข้ากัน จนได้แป้งก้อนใหญ่สีเหลืองนวล
    – ล้างมันสีม่วง แล้วปอกเปลือกออกให้หมด จึงค่อยหั่นเป็นชิ้นขนาดปานกลาง นำเอาไปนึ่งให้สุก
    – เมื่อมันสีม่วงสุกได้ที่ ก็ใช้ช้อนหรือส้อมกดๆ บดให้เนื้อมันละเอียด จากนั้นก็พักไว้ รอให้เนื้อมันคลายความร้อน
    – นำเนื้อมันสีม่วง ลงไปผสมกับแป้งข้าวเหนียวในชามสุดท้าย แล้วนวดให้เข้ากัน จนได้แป้งสีม่วง
    – เมื่อได้แป้งบัวลอยจนครบทั้ง 3 สีแล้ว ให้เตรียมถาดใบใหญ่ และโรยแป้งข้าวเหนียวลงไปเล็กน้อย ให้ทั่วถาด เพื่อทำนวลแป้ง ป้องกันไม่ให้ตัวบัวลอยติดกับถาด
    – เริ่มปั้นบัวลอยทีละสี ให้ได้ลูกลักษณะกลม ขนาดพอดีคำ หรือคลึงแป้งให้เป็นเส้นยาวๆ แล้วตัดแบ่งให้ได้เท่าหัวนิ้วชี้ ประมาณ 1 นิ้ว จะได้บัวลอยที่มีขนาดพอดีคำ และต้มให้สุกได้ในระยะเวลาสั้นๆ
    – ปั้นแป้งบัวลอยไปเรื่อยๆ จนได้บัวลอยครบทั้ง 3 สี และในระหว่างที่ปั้น หากเนื้อแป้งติดมือ ให้ทาแป้งข้าวเหนียวเล็กน้อยที่มือ จะช่วยปั้นบัวลอยได้ง่ายและรวดเร็ว
    – เมื่อได้บัวลอยครบแล้ว ให้นำผ้าขาวบ้างมาคลุมบนถาด แล้วพักรอไว้ก่อนให้แป้งเช็ตตัวประมาณ 10 นาที
    – เมื่อครบ 10 นาที ให้เติมน้ำสะอาดใส่หม้อ แล้วยกขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนปานกลาง
    – รอจนน้ำเดือด จึงค่อยทยอยใส่บัวลอยลงไปต้ม โดยแป้งที่ใส่ลงไปต้ม หากสุกแล้วก็จะลอยตัวขึ้นมา
    – ตักบัวลอยที่สุกแล้วขึ้นมาพักไว้บนกระชอน รอให้สะเด็ดน้ำ โดยต้มบัวลอยทีละสีให้หมดก่อน แล้วจึงเริ่มต้มสีใหม่
    – ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนแป้งบัวลอยหมด
    – จากนั้นก็หั่นเนื้อมะพร้าวน้ำหอมเป็นเส้นเล็ก เรียวยาว ประมาณครึ่งถ้วยตวง ถ้าชอบรับประทานเนื้อมะพร้าวน้ำหอม ให้เพิ่มปริมาณได้ตามความชื่นชอบ
    – และเมื่อเตรียมส่วนผสมตัวแป้งบัวลอยเรียบร้อยหมดแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการทำไข่หวาน และน้ำกะทิสำหรับบัวลอยค่ะ

    วิธีการทำน้ำกะทิบัวลอย

    – นำมะพร้าวขูดฝอยด้วยเครื่องขูด เทใส่ลงในชามผสม
    – เติมน้ำต้มสุกที่เย็นตัวลงแล้ว ลงไปในมะพร้าวขูดตามปริมาณเนื้อมะพร้าว
    – นวดและคลุกเคล้าให้เข้ากัน และคั้นมะพร้าวให้ได้น้ำกะทิสดเข้มข้น 2 ถ้วยตวง
    – เติมน้ำกะทิที่ได้ลงในหม้อ แล้วยกขึ้นตั้งไฟ ที่ความร้อนปานกลาง
    – จากนั้นจึงค่อยเติมน้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลปี๊บลงไป
    – คนส่วนผสมให้เข้ากัน และต้มน้ำกะทิให้เดือด มั่นคนให้น้ำตาลทั้ง 2 ชนิดละลายจนหมด
    – พอน้ำตาลละลายจนหมดแล้ว ให้นำใบเตย 4-5 ใบ ล้างให้สะอาด แล้วมัดเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงไปต้มในหม้อกะทิ
    – ต้มจนใบเตยสีซีดลง ก็ตักทิ้งไป
    – เติมเกลือป่น 1 ช้อนชา แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากันอีกครั้ง
    – เมื่อส่วนผสมกะทิเดือดจนเข้ากันดีแล้ว ให้ปรับไฟลดลง หรือความร้อนอ่อนๆ
    – ทยอยตอกไข่ไก่ลงไปต้มทีละ 2-3 ฟอง เพื่อทำไข่หวานทานคู่กับบัวลอย
    – ถ้าชอบไข่หวานแบบไม่สุกมาก ให้ต้มประมาณ 1 นาที
    – ถ้าชอบไข่หวานแบบสุกๆ ให้ต้มประมาณ 2-3 นาที
    – ใช้ทัพพีแบบตระกร้อตักไข่หวานที่สุกได้ที่ขึ้นมา แล้วตักใส่ถ้วย พักรอไว้ก่อน
    – ตอกไข่ไก่ ทำไข่หวานไปเรื่อยๆ ตามปริมาณที่จะรับประทาน

    การจัดเสิร์ฟบัวลอย 3 สี ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน

    – ตักบัวลอยแต่ละสีที่พักไว้จนสะเด็ดน้ำแล้วนั้น ในปริมาณที่เท่ากัน เช่น สีเขียว 2 ช้อนโต๊ะ สีเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ และสีม่วง 2 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในถ้วยจัดเสิร์ฟ
    – ตามด้วยใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนที่หั่นเป็นเส้นยาวลงไปประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ถ้าหากชอบรับประทานเป็นพิเศษ ก็เพิ่มปริมาณได้
    – ตักไข่หวานใส่ตามลงไป 1 ลูก แล้วราดด้วยน้ำกะทิเล็กน้อย ก็รับประทานได้ทันที

    การขายบัวลอยมะพร้าวอ่อน

  • สูตรวิธีทำขนมปังชาไทย พร้อมคำแนะนำในการขายขนมปังชาไทย

    สูตรวิธีการทำขนมปังชาไทย สูตรที่ 1

    ส่วนผสมที่ใช้ในการทำขนมปังไส้ชาไทย

    – แป้งขนมปัง 70 กรัม
    – ยีสต์ 5 กรัม
    – น้ำเปล่า 70 กรัม
    – กลือ 4 กรัม
    – น้ำตาลทราย 70 กรัม
    – นมผง 20 กรัม
    – ไข่ไก่ 1 ใบ
    – น้ำเย็น 85 กรัม
    – เนยสด 50 กรัม
    – นมข้นจืด 220 กรัม
    – น้ำตาลทราย 50 กรัม
    – ใบชาไทย 4 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำร้อน 60 กรัม
    – แป้งข้าวโพด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
    – แป้งมัน 1 ช้อนชา
    – เกลือ 1/4 ช้อนชา
    – เนย 20 กรัม

    วิธีการทำขนมปังไส้ชาไทย

    – นำชาลงไปชง โดยเทน้ำร้อนใส่ในใบชา ทิ้งไว้ 5 นาที เติมน้ำตาลเพื่อความหวาน จากนั้นกรองเอาใบชาออก ทิ้งไว้สักพัก
    – ตีไข่ให้แตก เติมแป้งและนมผงลงไปแล้วกรอง 2 รอบใส่หม้อกวนด้วยไฟอ่อนๆ คนไปเรื่อยๆจนส่วนผสมเข้ากัน เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว ก็จะได้ไส้ชาไทย จากนั้นทำการพักไว้
    – ทำการผสมส่วนผสมของแป้งมัน แป้งข้าวโพด ให้เข้ากัน จากนั้นพักไว้นานประมาณ 30 นาที และนำมาผสมกับส่วนผสมของแป้งสำหรับทำขนมปัง แล้วพักไว้อีก 20 นาที
    – นำแป้งที่ผสมแล้วมาปั้นเป็นก้อนกลมๆไว้แล้วพักจนแป้งฟูขึ้นจากเดิม แล้วจึงนำเข้าเตาอบ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นนำขนมปังที่ได้ออกจากเตา
    – ทำการใส่ไส้ชาไทยเข้าไปในขนมปัง โดยการใช้ตัวบีบครีมบีบเข้าไปข้างใน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
    – ได้ขนมปังไส้ชาไทยที่แสนอร่อย หอม หวาน มัน

    สูตรวิธีการทำขนมปังชาไทย สูตรที่ 2

    วัตถุดิบในการทำขนมปังไส้ชาไทย

    ส่วนผสมไส้ชาไทย

    – ผงชาไทย 8 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำ 200 มิลลิลิตร
    – นมข้นจืด 440 กรัม
    – ไข่ 4 ฟอง
    – น้ำตาลทราย 100 กรัม
    – แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ
    – แป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนชา
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – เนย 40 กรัม

    ส่วนผสมของขนมปัง

    – แป้งขนมปัง 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 50 กรัม
    – ยีสต์ 4 กรัม
    – แป้งขนมปัง 200 กรัม
    – น้ำตาลทราย 50 กรัม
    – เกลือ 2 กรัม
    – ไข่ไก่ 1 ฟอง
    – นมสด 110 กรัม
    – เนยละลาย 25 กรัม

    วิธีการทำขนมปังไส้ชาไทย

    – ผสมแป้งขนมปังปริมาณ50 กรัม น้ำ 50 กรัม และยีสต์เข้าด้วยกัน ทำการคลุมส่วนผสมต่างๆด้วยพลาสติกถนอมอาหาร จากนั้นพักทิ้งไว้ให้ขึ้นฟูแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง
    – ทำการผสมไข่กับนม แล้วคนให้เข้ากัน เตรียมทิ้งไว้
    – ทำการผสมแป้งขนมปัง 200 กรัมกับน้ำตาลทราย และเกลือป่นเข้าด้วยกัน จากนั้นเทส่วนผสมของไข่ไก่กับนมที่เตรียมไว้ลงไป จากนั้นตามด้วยแป้งหมัก และนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด จึงทำการเทเนยลงไป และนวดอีกจนส่วนผสมเข้ากันทั้งหมด
    – เสร็จแล้ว ทำการปั้นแป้งขนมปังเป็นก้อนกลมๆตามขนาดที่ต้องการ ทิ้งไว้เพื่อให้แป้งขึ้นฟูจากเดิม
    – เมื่อแป้งขึ้นฟูแล้ว นำแป้งไปอบในเตาอบ ด้วยไฟอ่อนๆ เพื่อไม่ให้ขนมปังไหม้หรือสุขจนเป็นสีน้ำตาลมากเกินไป อบไว้นานประมาณ 20 นาที
    – เมื่ออบแป้งขนมปังเรียบร้อยแล้ว ทำการพักขนมปังไว้ให้เย็นสักครู่
    – ขั้นตอนการทำ ไส้ชาไทย โดยการผสมผงชาไทยกับน้ำร้อน เมื่อได้น้ำชาแล้ว กรองกากชาออก
    – ตีส่วนผสมนมข้นจืดกับไข่ไก่เข้าด้วยกัน เติมน้ำตาลทราย แป้งข้าวโพด แป้งมันสำปะหลัง เกลือ และน้ำชาไทยลงไป และคนส่วนผสมให้เข้ากัน
    – นำไปนึ่งให้ส่วนผสมเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นเติมเนยลงไป คนผสมให้เข้ากัน จะได้ไส้ชาไทยที่เป็นครีมนุ่มๆ พักทิ้งไว้
    – เสร็จแล้วนำไส้ชาไทยที่เตรียมไว้ใส่ถุงสำหรับบีบลงตรงกลางของขนมปัง บีบเยอะๆ เพื่อที่จะได้ไส้ที่อร่อย
    – ทำการจัดใส่จาน พร้อมสำหรับการเสิร์ฟ จะได้ขนมปังไส้ชาไทยแสนอร่อย

  • สูตรวิธีทำเต้าฮวยชานม พร้อมคำแนะนำในการขายเต้าฮวยชานม

    สูตรวิธีการทำเต้าฮวยชานม สูตรที่ 1

    วัตถุดิบในการทำเต้าฮวยชานม

    – นมสดรสจืด 3 ถ้วย
    – นมข้นจืด 1 ถ้วย
    – นมข้นหวาน 3/4 ถ้วย
    – ผงวุ้น1/2 ชอนชา
    – เจลลาตินผง 1/2 ชอนชา
    – น้ำสะอาด 3 ถ้วย
    – ใบชา 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำเต้าฮวยชานม

    – นำน้ำสะอาดเทใส่หม้อ จากนั้นต้มน้ำโดยใช้ไฟกลางๆ แล้วนําใบชาใส่ลงไปพร้อมกับนม ลดไฟให้อ่อนลง ต้มอีก 5 นาที ปิดไฟแล้วยกลงจากเตา
    – นําผ้าขาวบาง กรองใบชาออก โดยการกรองไปมา 3 รอบ เอาแต่น้ำชานมที่เข้มข้น 2 ถ้วย
    – นําน้ำชานมเข้มข้นใส่หม้อ โรยเจลลาตินผงกระจายทั่วกันผิวน้ำชา โดยไม่ให้กระจุกอยู่ที่เดียวกัน ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ให้เจลลาตินอิ่มน้ำ
    – ใส่นมสดและนมข้นจืดลงไป ตามด้วยผงวุ้น คนให้เข้ากัน
    – ตั้งไฟอ่อนๆ ให้ผงวุ้นและเจลาตินละลายจนเข้ากัน แนะนำว่าควรคนไปเรื่อยๆ เพื่อไม้ให้ส่วนผสมติดก้นหม้อ หมั่นตักดูว่าผงวุ้นละลายดีหรือยัง หากละลายดีแล้ว ทำการใส่นมข้นหวานลงไป แล้วคนให้เข้ากัน
    – รอจนส่วนผสมเดือด จึงทำการเร่งไฟให้ปานกลาง คนให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดไฟ แล้วกรองส่วนผสมอีกครั้ง เทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้
    – เมื่อส่วนผสมอุ่น ก็เทใส่แก้วที่เตรียมไว้ นําไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เต้าฮวยแข็งตัว
    – สามารถโรยหน้าด้วยเครื่องต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติของเต้าฮวยชานมให้อร่อย
    – เป็นอันเสร็จสิ้น ได้เต้าฮวยชานมที่แสนอร่อย

    สูตรวิธีการทำเต้าฮวยชานม สูตรที่ 2

    วัตถุดิบในการทำเต้าฮวยชานม

    – นมสดรสจืด 2 ถ้วย
    – นมข้นจืด 1 ถ้วย
    – นมข้นหวาน 2 ถ้วย
    – ผงวุ้น1/2 ชอนชา
    – เจลาตินผง 1/2 ชอนชา
    – น้ำสะอาด 3 ถ้วย
    – ใบชา 1 ช้อนโต๊ะ

    วิธีการทำเต้าฮวยชานม

    – นำใบชาที่เตรียมไว้มาใส่ภาชนะ แล้วใส่น้ำร้อนลงไปเพื่อต้ม ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที กรองเอากากชาออก ให้ได้เป็นน้ำชา
    – นำน้ำชาที่ได้ลงไปต้มในหม้อ ใส่นมรสจืดและนมข้นจืดลงไป จากนั้นคนให้เข้ากันกับน้ำใบชา จนเป็นน้ำชานมเข้มข้น
    – นำน้ำชานมที่ได้ทิ้งไว้สักพัก เพื่อเตรียมส่วนผสมอื่นๆ
    – ทำการใส่ถ้วยหรือภาชนะรูปทรงต่างๆที่สวยงาม ตามความชอบ ใส่ผงวุ้นและเจลลาตินลงไปในน้ำชานม ทิ้งไว้ให้เจลาตินเกาะตัวจนเริ่มเป็นวุ้น จึงนำไปใส่ในตู้เย็น แช่ไว้จนกว่าจะแข็งตัว
    – หมั่นสังเกตน้ำชานมเรื่อยๆว่า แข็งตัวหรือยัง หากแข็งตัวแล้วก็สามารถนำออกมาจากตู้เย็นได้เลย
    – จะได้เป็นเต้าฮวยชานม ที่เนื้อเต้าฮวยนุ่มนิ่ม น่าทาน บวกกับความหอมของชานม ที่ทานเมื่อไหร่แล้วรู้สึกชื่นใจอย่างแน่นอน

    สูตรวิธีการทำเต้าฮวยชานม สูตรที่ 3

    วัตถุดิบที่ใช้ในการทำเต้าฮวยชานม

    – นมสดรสจืด 2 ถ้วย
    – นมข้นจืด 1 ถ้วย
    – นมข้นหวาน 2 ถ้วย
    – ผงวุ้น1/2 ชอนชา
    – เจลาตินผง 1/2 ชอนชา
    – นมผง 2 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำสะอาด 3 ถ้วย
    – ใบชา 1 ช้อนโต๊ะ
    – เฉาก๊วยหรือเครื่องสำหรับใส่ในเต้าฮวย

    วิธีการทำเต้าฮวยนมสด

    – นำใบชายี่ห้อใดก็ได้ที่ชื่นชอบ มาต้ม ตามแต่ปริมาณของผู้รับประทาน นำมาต้มให้ได้น้ำชาที่เข้มข้น จากนั้นทำการนำผ้าขาวบางมากรองชา ให้กากชาออกจนหมด ควรกรองชามากกว่า 2 ครั้ง ขึ้นไป เพื่อให้ได้ส่วนผสมชาที่เนื้อเนียน ไม่มีกากชาติด ทิ้งไว้สักครู่
    – ทำการตั้งหม้อลงบนไฟอ่อนๆ นำน้ำนมรสจืดลงไปต้มให้เดือดเล็กน้อย จากนั้นนำชาที่กรองกากไว้แล้ว เทผสมกับนมแล้วคนให้เข้ากันจนได้กลิ่นหอม
    – ปรุงรสชานมให้ได้รสชาติยิ่งขึ้น โดยการใส่นมข้นหวานและนมข้นจืดลงไป เพื่อให้ได้รสชาติที่หวานมันเป็นเอกลักษณ์ ใส่นมผงลงไป เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของนมผง
    – เมื่อส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน ก็นำน้ำชานมยกลงจากเตา ทิ้งไว้พออุ่น จากนั้นนำภาชนะรูปทรงต่างๆ ตามความชอบหรือถ้วยพลาสติกมาเตรียมไว้
    – เมื่อชาอุ่นได้ที่ นำเจลาตินและผงวุ้นใส่ลงไปในชานมเย็น คนให้เข้ากันเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ผงวุ้นเกาะกันจนเกินไป
    – จากนั้นนำใส่ลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้ ใส่มากน้อยตามความต้องการ
    – นำไปแช่ไว้ในตู้เย็นประมาณ 3 ชั่วโมงหรือมากกว่าน้อยก็ได้
    – เมื่อน้ำชานมแข็งเป็นเต้าฮวยแล้ว นำออกจากตู้เย็น แล้วจะพบว่า เต้าฮวยแข็งและน้ำน้อยเกินไป สามารถนำน้ำชานมที่ยังเหลือมาใส่ลงในเต้าฮวยได้อีก เพื่อให้ได้น้ำเต้าฮวยที่แสนอร่อย
    – นำเฉาก๊วยหรือเครื่องทรงต่างๆมาตกแต่งหน้าเต้าฮวย เพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น
    – สามารถรับประทานได้เลย หรือแช่ไว้ในตู้เย็นได้อีก
    – เป็นเต้าฮวยชานมที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย และเป็นเต้าฮวยชานมที่แสนอร่อย

  • สูตรวิธีทำรวมมิตร พร้อมคำแนะนำในการขายรวมมิตร

    สูตรขนมรวมมิตร สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – แป้งมัน 150 ก. (เอาไว้คลุกเผือก-แห้ว)
    – เผือกหั่นเต๋านึ่งสุก 150 ก.
    – แห้วหั่นเต๋า 150 ก.
    – สีผสมอาหาร แดง เขียว ฟ้า ชมพู
    – ใบเตย 3 ใบ
    – น้ำตาลทราย 400 กิโลกรัม
    – เกลือป่น ½ ช้อนชา
    – ขนุนหั่นเส้นยาว 150 กรัม
    – แป้งมัน 50 ก. (ใช้สำหรับโรยนวล)
    – แป้งมัน 50 ก. (ใช้นวดกับน้ำเดือด) สีฟ้า
    – แป้งมัน 50 ก. (ใช้นวดกับน้ำเดือด) สีชมพู
    – น้ำเดือด 50 มล. ถ้วยที่ 1
    – น้ำเดือด 50 มล. ถ้วยที่ 2
    – น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
    – น้ำเปล่า 100 มล.
    – น้ำกะทิ 500 ม.ล.

    วิธีการทำรวมมิตร

    – น้ำกะทิ นำกะทิ เกลือ และ น้ำตาล ใส่หม้อต้ม มัดใบเตย ใส่ตามลงไป คนให้น้ำตาลละลายและส่วนผสมเข้ากัน ได้กลิ่นหอมของใบเตย ยกลงได้ครับ แค่เริ่มเดือดเล็กน้อย ไม่ต้องให้เดือดมาก ได้น้ำกะทิแล้วครับ พักไว้ก่อนนะครับ

    – เผือกมรกต นำเผือกต้มสุกหั่นเต๋าลูกเล็ก และน้ำเปล่า 50 ม.ล.ใส่ลงในชาม สีสีผสมอาหาร คลุกเคล้าให้ทั่ว พักไว้ 5 นาที เทน้ำทิ้ง แล้วโรยแป้งมันคลุกเคล้าให้แป้งมันติดเผือกให้ทั่วกันทั้งหมด
    – ต้มน้ำให้เดือด ใส่เผือกคลุกแป้งสีเขียวลงไปต้ม เมื่อเดือดแล้วจะลอยขึ้นมาเองครับ ใช้กระชอนตักขึ้นมาพัก .ในน้ำเย็น ได้มรกตแล้วนะครับ

    – ทับทิม นำแห้วหั่นเต๋าลูกเล็กๆ ใส่ในชาม พร้อมใส่น้ำเปล่า 50 ม.ล. ลงไป หยดสีผสมอาหารสีแดงลงไฟ คนให้ทั่ว แช่ไว้ 5 นาที แล้วเทน้ำทิ้ง โรยแป้งมันคลุกเคล้าให้แป้งมันติดแห้วให้ครบทั้งหมด
    – ต้มน้ำให้เดือด ใส่แห้วที่คลุกแป้งมันและกลายเป็นสีแดง ลงในหม้อต้ม เมื่อสุกจนลอยขึ้นมา ก็ให้ใช้กระชอนช้อนขึ้นมาพักในน้ำเย็น ทีนี้เราได้ทับทิมครับ

    – ครองแครง นำแป้งเทลงในชามผสม หยดสีผสมอาหารสีชมพูลงไป 2 หยด ตามด้วยน้ำร้อน 50 ม.ล. ใช้พายคนเร็วๆ พอเริ่มนวดได้ให้ใช้มือนวด จนแป้งล่อน
    – ปั้นแป้งสีชมพู เป็นลูกกลม ประมาณ 1 ซ.ม. นำไปกดในพิมพ์ครองแครง ใช้นิ้วโป้งค่อยๆกดเนื้อแป้งลงไปเล็กน้อย แล้วกลิ้งแป้งบนพิมพ์ แป้งจะค่อยๆล่อนออกมาเป็นลายเอง แต่ต้องคอยใช้แป้งนวลโรยพิมพ์ และทานิ้วมือเราด้วยนะครับ ทำจนหมดแป้ง ให้โรยนวลบนครองแครงให้ทั่วครับ
    – นำน้ำใส่ภาชนะ ตั้งบนไฟ ใส่ครองแครงลงในหม้อพอสุกลอยขึ้นมา ใช้กระชอนช้อนขึ้นมาพักในน้ำเย็นครับ

    – ลอดช่อง นำแป้งเทลงในชามผสม หยดสีฟ้าลงในแป้ง 2 หยด เทน้ำเดือดลงไป ใช้พายคนเร็วๆ พอแป้งเริ่มนวดได้ ให้ใช้มือนวดแป้งจนแป้งล่อน
    – คลึงแป้งให้ยาวแล้ว บีบให้แป้งแบน เป็นแผ่นบาง ตัดแบ่งแป้งให้มีความยาว 4-5 นิ้ว แล้วตัดแป้งซอยเป็นเส้นเล็กๆ กว้าง 2-3 มิลลิเมตร ไม่ต้องเป๊ะตามนี้ก็ได้นะครับ แค่ประมาณเอาครับ เพียงอธิบายไว้เผื่อใครทำไม่ถูก จะได้เห็นภาพ ทำเรื่อยๆ จนหมดแป้ง ให้โรยนวลที่เส้นแป้ง
    – หม้อ ใส่น้ำ ตั้งไฟให้เดือด ใส่เส้นแป้งลงไปต้ม เมื่อเดือดจนลอยขึ้นมา ใช้กระชอนจักไปพักไว้ในน้ำเย็น

    – เนื้อขนุนสุก นำมาตัดตามยาวให้เป็นเป็นเส้น กว้างประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ไม่ต้องตรงตามนี้ก็ได้ครับ แค่ประมาณเอา

    – นำส่วนผสมทั้งหมด ตักขึ้นมาให้สะเด็ดน้ำ เทใส่หม้อกะทิ คนให้เข้ากัน เมื่อจะเสิร์ฟ ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยขนุน เมนูนี้จะเติมน้ำแข็งด้วยก็สามารถทำได้ หรือทานกับน้ำกะทิปกติก็ได้เช่นกันครับ

    สูตรขนมรวมมิตร สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – แป้งมัน 50 ก. (คลุกแห้ว)
    – แห้วหั่นเต๋า 50 ก.
    – ใบเตย 1 ใบ
    – น้ำตาลทราย 200 ก.
    – เกลือป่น ¼ ช้อนชา
    – ลูกชิด ½ ถ้วย
    – ข้าวโพด 1-2 ช้อนโต๊ะ
    – ขนุนหั่นเส้น 50 ก.
    – แป้งมัน 30 ก. (ใช้สำหรับโรยนวล)
    – แป้งมัน 40 ก.
    – น้ำเดือด 100 มล.
    – น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
    – น้ำสะอาด
    – สีผสมอาหาร แดง เขียว ม่วง
    – น้ำกะทิ 300 มล.

    วิธีการทำรวมมิตร

    – เตรียมลูกชิดไว้
    – นำขนุนมาหั่นเส้น เตรียมไว้
    – แห้ว หั่นเต๋า ใส่ในภาชนะ หยดสีแดงลงไป คลุกเคล้า แล้วใส่น้ำสะอาดลงไปช่วยบ้างเล็กน้อยเพื่อให้สีทั่วถึงแห้วทั้งหมด โรยแป้งมัน 50 กรัม คลุกเคล้าให้ทั่ว นำไปต้มในน้ำเดือด เมื่อสุกจนลอยขึ้นมาจากน้ำ ใช้กระชอนตักไปพักในน้ำเย็น
    – แป้งมัน 40 กรัม แบ่ง 2 ถ้วย ถ้วยละ 20 กรัม
    – ถ้วยที่ 1 แป้งใส่ชามผสม หยดสีเขียวลงไป ใส่น้ำร้อน 50 ม.ล. รีบคนผสมเร็วๆ แล้วปั้นด้วยมือจนแป้งร่อน พักไว้ คลึงแป้งให้เป็นแผ่นบางแล้วหั่นเป็นเส้นรอดช่องครับ โรยแป้งนวล แล้วต้มในน้ำเดือด เมื่อแป้งสุกลอยขึ้น ตักพักไว้ในน้ำเย็น
    – ถ้วยที่ 2 ใส่ชามผสม หยดสีม่วง ใส่น้ำร้อน รีบคนเร็วๆ แล้วใช้มือปั้น จนแป้งร่อนเช่นกัน พักไว้
    – ปั้นแป้งเป็นลูกกลม ขนาด 1 ซม. แล้วนำไปกลิ้งบนพิมพ์ครองแครง นิ้วโป้งกดเบาๆ กลิ้งลงมาครับ จะได้
    ลายสวย เสร็จแล้วโรยแป้งนวย นำไปต้มในน้ำเดือด ให้สุกจนแป้งลอยขึ้น ใช้กระชอนตักไปพักในน้ำ
    เย็น
    – น้ำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ ใบเตยมัด ใส่ในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวให้น้ำตาลละลาย หอมใบเตย ยกลง
    ใส่ส่วนผสมทุกอย่าง ทั้ง ข้าวโพด ขนุน ทับทิมกรอบ ลอดช่อง ครองแครง ลงในน้ำกะทิ คนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยยกเสิร์ฟได้ครับ

  • สูตรวิธีทำบิงซู พร้อมคำแนะนำในการขายบิงซู

    บิงซู
     

    สูตรวิธีการทำบิงซู สูตรที่ 1

    ส่วนผสมบิงซู

    – เมลอน 1/2 ลูก (เมลอนลูกเล็กก็ได้เช่นกัน)
    – นมสด 500 มิลลิลิตร (ถ้าใช้นมรสหวานจะอร่อยกว่านมจืด)
    – นมข้นหวาน
    – ไอศกรีมวานิลลา
    – ถั่วอัลมอนด์
    – ถุงซิปล็อก

    วิธีการทำบิงซู

    – เทนมใส่ถุงซิปล็อกที่เตรียมไว่ ปิดให้สนิทแล้วนำไปแช่ช่องแข็งทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
    – นำเมลอนมาผ่าครึ่ง หั่นส่วนข้างบนกับข้างล่าง และเอาเม็ดเมลอนออกให้หมด ให้ได้เป็นลูกเมลอนทรงคล้ายๆชาม
    – ตักเมลอนออกเป็นลูกกลม ๆ หรือจะใช้มีดแคะ เนื้อออกแล้วหั่นเป็นลูกเต๋าก็ได้ เช่นกัน นำเมลอนที่ได้มาไว้สำหรับใช้ตกแต่งหน้าบิงซู
    – นำนมที่แช่ไว้ในช่องแข็งออกมาทุบ ให้ละเอียด แล้วตักใส่ในลูกเมลอนให้เต็มๆจนพูน เป็นเหมือนภูเขาไฟ
    – เทนมข้นหวานลงไป ให้ท่วมด้านบน เพื่อเพิ่มรสชาติอร่อย
    – นำเมลอนที่หั่นเป็นลูกเต๋ามาเรียงบนหน้าบิงซูให้สวยงาม เหลือช่องตรงกลางไว้ เพื่อวางไอศกรีมวนิลา
    – ตักไอศกรีมมาวางไว้ตรงกลาง โรยถั่วอัลมอนด์ ราดด้วยนมข้นหวานอีก 1 รอบ ตกแต่งหน้าบิงซูให้สวยงาม
    – ได้เป็นบิงซูเมลอนที่แสนอร่อยและทำได้ง่ายๆ

    สูตรวิธีการทำบิงซู สูตรที่ 2

    ส่วนผสมบิงซู

    – ไอศกรีมนมสดรสจืด แบบไม่มีไขมัน 1 กล่อง
    – นมข้นหวาน 1 กระป๋อง
    – นม 1 ถ้วย
    – มะม่วงสุกอมเปรี้ยว 1 ผล
    – ถุงซิปล็อค

    วิธีการทำบิงซู

    – เทนมจืดยี่ห้อใดก็ได้ ที่ชอบใส่ชาม ตักนมข้นหวาน 4 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้เข้ากัน
    – เทนมใส่ถุงซิปล็อค ไล่ลมออก ปิดถุงให้สนิท หากจะใช้ถุงพลาสติกก็ได้เช่นกัน แต่ให้ปิดปากถุงปิดให้สนิท ให้ถุงมีลักษณะแบนราบ นมที่อยู่ข้างในจะได้เป็นเกล็ดหิมะ เอาคลิปหรือตัวหนีบมาหนีบถุงไว้ก็ได้
    – รอเวลานมที่แข็ง กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งอีกประมาณ 3 ชั่วโมง
    – ทำผลไม้แต่งหน้าบิงซู โดยการนำมะม่วงสุกมาหั่นมะม่วงให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า นำไปแช่ตู้เย็น ช่องธรรมดา
    – นำนมแช่แข็งที่ได้ออกมาทุบ ให้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง และนำไปแช่แข็งต่ออีกประมาณ 10 นาที เพื่อรักษาความเป็นเกล็ดหิมะของนม
    – จัดชามบิงซู โดยนำมะม่วงไว้ด้านล่าง เป็นฐาน ก่อนที่จะนำเกล็ดน้ำแข็งออกมาจากตู้เย็น เทน้ำแข็งใส่ชาม ทำให้น้ำแข็งพูน คล้ายภูเขา
    – โปะไอศกรีมรสนมไว้ด้านบน ราดนมข้นหวานให้ทั่ว
    – จัดเรียงมะม่วงหั่นเต๋าไว้ด้านข้างบิงซู เป็นอันเสร็จวิธีการทำ

    สูตรวิธีการทำบิงซู สูตรที่ 3

    ส่วนผสมบิงซู

    – นมสดรสจืด 1 ขวด
    – นมข้นหวาน 1 กระป๋อง
    – ไอศกรีมรสใดก็ได้ 1 ถ้วย
    – ลูกสตรอเบอร์รี่ 5 ผล
    – น้ำสตรอเบอร์รี่ 1 ถ้วยตวง
    – ท๊อปปิ้งตามความชอบ 1 ถ้วย
    – ถุงซิปล็อค 1 ใบ

    วิธีการทำบิงซู

    – เทนมจืดใส่ชาม ตักน้ำสตรเบอร์รี่ลงไปนิดหน่อย เทนมข้นหวานผสมลงไป 4 ช้อนโต๊ะหรือมากกว่านั้น แล้งแต่ชอบ เพื่อเพิ่มความหวาน แล้วคนให้เข้ากัน
    – เทนมใส่ถุงซิปล็อค ไล่ลมออก ปิดปากถุงให้สนิท
    – นำถุงนมไปแช่ช่องแข็ง ให้ถุงนอนแบบราบ ระวังอย่าให้นมหกออกจากถุง เพราะจะทำให้ไม่ได้เป็นนมเกล็ดหิมะ รอเวลาจนกว่านมจะแข็งตัว หรือตั้งเวลาไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
    – ระหว่างที่รอนมแข็ง นำสตรอเบอร์รี่มาหั่นครึ่ง แล้วนำบางส่วนไปหั่นบางๆ นำไปแช่ตู้เย็นให้เป็นสตรอเบอร์รี่เย็น
    – เมื่อสตรอเบอร์รี่เย็นแล้ว นำมาวางไว้ใต้ชาม เรียงให้สวยงามก่อนใส่นมเกล็ดหิมะ
    – ครบกำหนด 3 ชั่วโมง นำนมแช่แข็งมาทุบ ให้กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นำใส่ชามที่วางสตรอเบอร์รี่ไว้ นำนมเกล็ดหิมะมาวางไว้ให้พูนชาม ดูสวยงาม นำเข้าไปแช่ตู้เย็นให้ได้รูปทรง
    – นำออกมาจากตู้เย็น ตกแต่งหน้าบิงซูด้วยสตรอเบอร์รี่หั่นครึ่งรอบๆขอบชามให้สวยงาม
    – ตกแต่งด้วยไอศกรีมรสชาติใดก็ได้ไว้ด้านบน 1 ลูก ราดนมข้นหวานให้ทั่วบิงซู
    – ตกแต่งด้วยท็อปปิ้งอีกครั้ง อาจจะเป็นผงช๊อกโกแลตเพื่อความสวยงาม โรยด้านบนบิงซูก็ได้เช่นกัน
    – เสร็จแล้ว เตรียมสำหรับการรับประทานเป็นของว่าง หลังอาหารมื้อหลัก

    การขายบิงซู

  • สูตรวิธีทำแตงไทยน้ำกะทิ พร้อมคำแนะนำในการขายแตงไทยน้ำกะทิ

    แตงไทยเป็นผลไม้ที่อร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้านำมาเป็นของหวานยิ่งอร่อยใหญ่เลยครับ แน่นอนครับเมนูของหวานที่ใช้แตงไทยก็คือ แตงไทยน้ำกะทิ ครับ ถ้าอยากทราบว่าแตงไทยน้ำกะทิมีวิธีการทำอย่างไร และเอาไปขายกันอย่างไร เชิญอ่านบทความนี้ได้เลยครับ

    สูตรแตงไทยน้ำกะทิ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมแตงไทยน้ำกะทิ

    – แตงไทยสุก 6 ถ้วย
    – มะพร้าวขูด 500 กรัม
    – น้ำตาลมะพร้าว 2 ถ้วย
    – เกลือป่น 1 ช้อนชา
    – น้ำต้มใบเตย

    วิธีการทำแตงไทยน้ำกะทิ

    – ใช้ที่ตักไอศกรีม ตักแตงไทย เป็นลูกๆ ให้ได้ 6 ถ้วย แช่เย็นรอไว้ก่อน
    – ขูดมะพร้าวด้วยน้ำต้มใบเตย ให้ได้ประมาณ 4 ถ้วย
    – นำหม้อมาใส่ กะทิคั้นแล้ว เกลือ น้ำตาลมะพร้าว แล้วนำขึ้นตั้งไฟอ่อน พอน้ำตาลละลายและน้ำร้อน ก็ยกลงได้เลยครับ ไม่ต้องให้กะทิเดือด เราต้องการแค่ทำให้น้ำตาลละลาย และรักษาความมันและความเป็นหัวกะทิเอาไว้ ถ้าหากปล่อยกะทิแตกมัน จะตักราดขนมแล้วรสชาติไม่อร่อยครับ
    – นำแตงไทยที่ตักแบ่งเป็นลูกๆ ไว้แล้วมาจัดใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิลงไป จัดเสิร์ฟได้ครับ หากต้องการทานกับน้ำแข็งก็สามารถทำได้ โดยใส่น้ำแข็งลงบนแตงไทยก่อน แล้วค่อยตักกะทิราดลงไปครับ

    สูตรแตงไทยน้ำกะทิ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมแตงไทยน้ำกะทิ

    – แตงไทยสุกแล้ว 1 ลูก
    – กะทิ 500 กรัม
    – น้ำตาลปี๊บ 1/3 ถ้วย
    – เกลือ ½ ช้อนชา
    – น้ำสะอาด
    – น้ำหวาน เฮลลูบอย สีแดง 3 ช้อนโต๊ะ (ใช้สีเขียวได้ แต่สีแดงจะมีกลิ่นหอมที่เหมาะสำหรับใช้ทำกะทิแตงไทยมากกว่า)

    วิธีการทำแตงไทยน้ำกะทิ

    – ผลแตงไทยล้างน้ำ ปลอกเปลือก ใช้ที่ตักไอศกรีมตักเป็นลูกๆ ใส่ภาชนะเตรียมรอไว้
    – นำมะพร้าว มาคั้นด้วยน้ำสะอาด ให้ได้น้ำกะทิ 3 ถ้วย
    – นำหม้อมาใส่น้ำกะทิ น้ำตาลปี๊บ เกลือลงไป เคี่ยวให้น้ำตาลละลาย แล้วยกลง ไม่ต้องให้เดือดนะครับ
    – เมื่อยกหม้อกะทิลงแล้ว ให้ใส่น้ำหวาน เฮลลูบอยสีแดง ลงไปในหม้อทันที คนให้เข้ากัน
    – ตักแตงไทยใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิ จัดเสิร์ฟ กลิ่นน้ำหวานหอมชื่นใจ ทานอร่อยครับ ใส่น้ำแข็งได้ถ้าต้องการ

    สูตรแตงไทยน้ำกะทิ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมแตงไทยน้ำกะทิ

    – แตงไทยสุกแล้ว 1 ลูก
    – กะทิ 500 กรัม (ใช้น้ำลอยดอกมะลิคั้น จะดีมากครับ)
    – น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
    – เกลือ 1/4 ช้อนชา
    – นมสด 250 มล. หรือตามชอบ

    วิธีการทำแตงไทยน้ำกะทิ

    – แตงไทย ล้างเสร็จแล้ว นำมาปลอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอคำ หรือจะใช้ที่ตักไอศกรีมตักเป็นลูกกลมๆ ก็ได้ครับ ใส่ภาชนะรอไว้ แล้วไปทำน้ำกะทิครับ
    – นำหม้อมาใส่ น้ำกะทิ เกลือ และน้ำตาลมะพร้าว ลงไป ตั้งบนไฟอ่อน คนให้ส่วนผสมเข้ากัน พอกะทิเริ่มเดือด จึงยกลง ไม่ต้องให้น้ำกะทิเดือดจัดนะครับ
    – ตักแตงไทยใส่ในถ้วย ราดด้วยกะทิที่ปรุงไว้ ตามด้วยนมสดราดหน้า จะได้รสชาติ หวาน มัน และหอมนมสด หากมีน้ำแข็งตักใส่ จะอร่อยเย็นชื่นใจอีกด้วยครับ

    สูตรแตงไทยน้ำกะทิ สูตรที่ 4

    ส่วนผสมแตงไทยน้ำกะทิ

    – ผลแตงไทยสุก 1 ลูก
    – น้ำกะทิ 500 มล.
    – น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
    – เกลือ ¼ ช้อนชา
    – แป้งเม็ดสาคู 1/2 ถ้วย
    – น้ำอุ่น

    วิธีการทำแตงไทยน้ำกะทิ

    – แช่เม็ดสาคูในน้ำอุ่น ใส่น้ำอุ่นให้เหนือเม็ดสาคูประมาณครึ่งนิ้ว รอให้สาคูอิ่มน้ำ
    – นำผลแตงไทยมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วปลอกเปลือก ผ่าเอาเม็ดออก แล้วหั่นเป็นสี่เหลี่ยม หรือใช้ที่ตักไอศครีมตักเป็นลูก ใส่ภาชนะรอ
    – นำกะทิ เหลือ น้ำตาล และเม็ดสาคู มาผสมรวมกันในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนให้เข้ากันและให้น้ำตาลละลาย พอกะทิเดือดเบาๆ ให้ยกลง อย่ากะทิให้แตกมัน
    – ตักแตงไทยใส่ถ้วย ราดด้วย กะทิสาคู จัดเสิร์ฟ ได้ครับ สามารถเติมน้ำแข็งได้ถ้าต้องการ

  • สูตรวิธีทำคัสตาร์ด พร้อมคำแนะนำในการขายคัสตาร์ด

    เค้กคัสตาร์ดเค้กใบเตย (เนื้อชิฟฟ่อน)

    ส่วนผสมตัวเค้ก

    ส่วนที่ 1
    – ไข่แดง 75 กรัม
    – ไข่ขาว (1) 45 กรัม
    – น้ำมันเมล็ดทานตะวัน 40 กรัม
    – น้ำเปล่า 40 กรัม
    – .ใบเตย 3-4 ใบ
    – กะทิ 30 กรัม
    – แป้งพัดโบก 55 กรัม
    – เกลือ 1/4 ช้อนชา
    ส่วนที่ 2
    – ไข่ขาว (2) 150 กรัม
    – ครีมออฟทาทาร์ 1/4 ช้อนชา
    – น้ำตาลทรายละเอียด 60 กรัม
    ส่วนผสมคาราเมล
    – น้ำตาลทราย 50 กรัม
    – น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ
    ส่วนผสมคัสตาร์ด
    – ไข่แดง 3 ฟอง
    – น้ำตาลทราย 80 กรัม
    – นมสด 1 ถ้วยตวง
    – กลิ่นวนิลลา 1 ½ ช้อนชา

    วิธีทำ

    1. เรามาเริ่มกันที่ตัวคาราเมลราดหน้าก่อนเลยนะครับ เอาน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าใส่ลงในหม้อยกขึ้นตั้งไฟอ่อน (เลือกใช้หม้อที่มีด้ามจับยาวๆจะง่ายต่อการทำมากกว่าครับ) รอให้น้ำตาลละลาย ขั้นตอนนี้ห้ามคนนะครับ เดี๋ยวน้ำตาลจะตกผลึกไม่เป็นคาราเมลกันพอดี ถ้ากลัวไหม้ให้ลองยกหม้อแกว่งๆวนๆบนเตาไฟครับ อยากได้สีเข้ม สีอ่อนแค่ไหนแล้วแต่ชอบเลยนะครับ เข้มมากกลิ่นจะหอมแต่ติดรสขมนิดๆครับ พอได้ที่ให้เอาน้ำร้อนที่เตรียมไว้ ใส่ลงไปเลยครับ ยกกะทะวนๆ อีกครั้ง เทคาราเมลที่ได้ลงในถาดเค้กที่เตรียมไว้ ทิ้งไว้ให้เย็นสนิท
    2. ขั้นตอนต่อไป ก็มาเริ่มทำคัสตาร์ดกันเลยครับ ง่ายๆครับแค่เอาส่วนผสมทุกอย่างที่เราเตรียมไว้ ได้แก่ ไข่แดง น้ำตาลทราย นมสดและกลิ่นวนิลลาใส่ลงในชาม ผสมให้เข้ากัน ( ตอนผสมอย่าตีแรงนะครับ เดี๋ยวมีฟองในคัสตาร์ดแล้วเนื้อคัสตาร์ดไม่เนียนครับ ) เสร็จแล้วนำมากรองด้วยกระชอนตาถี่ๆนะครับ กรองลงในถาดที่มีคาราเมลรองก้นอยู่ได้เลยครับ
    3. ต่อไปเราก็มาทำเนื้อเค้กชิฟฟ่อนใบเตยกันนะครับ เริ่มวอร์เตาที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส
    4. นำใบเตยที่เตรียมไว้ไปปั่นกับน้ำแล้วคั้นให้ได้น้ำใบเตย 40 กรัม
    5. ร่อนแป้งพัดโบกและเกลือผสมกัน พักไว้
    6. นำไข่แดง ไข่ขาว (ส่วนที่ 1) ผสมกันน้ำมันเมล็ดทานตะวัน ผสมจนเข้ากันดี
    7. จากนั้นก็ใส่ น้ำใบเตยที่คั้นไว้และกะทิใส่ตามลงไปคนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันครับ
    8. เทแป้งและเกลือที่ร่อนพักไว้ลงในชามไข่กะทิที่ผสมไว้ก่อนหน้า ใช้ตะกร้อมือตะล่อมเบาๆ จนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวแล้วพักไว้ก่อนนะครับ
    9. เสร็จแล้วเรามาตีเมอแรงค์ ไข่ขาวกันครับ น้ำไข่ขาวส่วนที่2 กับครีมออฟทาทาร์ เทลงในอ่างผสม ใช้เครื่องตี หรือจะตีมือก็ได้นะครับ ให้เกิดฟองหยาบๆ แล้วค่อยๆเทน้ำตาลทรายลงไป ตีจนตั้งยอดอ่อนเลยครับ (สังเกตดูว่า เวลายกตะกร้อตีขึ้น ไข่ขาวจะเป็นยอดแหลมๆแต่ปลายโค้งลงครับ)
    10. นำเมอแรงค์ไข่ขาวที่ได้ มาแบ่งเป็น3 ส่วน ค่อยๆใส่ในส่วนผสมข้อ 8 ทีละส่วน ตะล่อมเบาๆ จนเข้ากัน ทำแบบนี้จนครบทั้ง 3 ส่วน
    11. เทเนื้อเค้กที่ได้ลงในพิมพ์ที่ราดคาราเมลและคัสตาร์ดเอาไว้ นำเข้าเตาอบ อบนาน 40 นาที ลดอุณหภูมิลงเหลือ 130 องศาเซลเซียส หมุนถาดด้วยนะครับจะได้สุกทั่วถึง อบต่ออีก10 -15 นาที เอาออกจากเตาอบ อ้อลืมบอกไปครับ ตอนอบ ผมเอาถาดน้ำรองด้วยครับเนื้อเค้กจะนุ่มๆชุ่มๆ ใหม่แห้งกระด้างครับ
    12. ครบเวลาเอาออกมาพักไว้ในถาดอีก 10 นาทีค่อยคว่ำออกจากถาด พักให้เย็นสนิทแล้วนำไปแช่เย็นต่ออีกสัก 2 ชั่วโมงนะครับ ค่อยเอาออกมาตัดแบ่งชิ้นอีกที

    คัสตาร์ดพุดดิ้งวนิลลา

    ส่วนผสมคาราเมล

    – น้ำตาลทราย 12 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำร้อน 6 ช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมพุดดิ้ง

    – ไข่ไก่ 6 ฟอง
    – นมสดรสจืด 750 มิลลิลิตร
    – น้ำตาลทราย 15 ช้อนโต๊ะ
    – กลิ่นวนิลลา 1 ½ ช้อนชา

    วิธีทำพุดดิ้งวนิลลาคัสตาร์ด

    1. เตรียมถ้วยพิมพ์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 นิ้ว ( ผมใช้ถ้วยนึ่งข้าวที่เค้านึ่งข้าวขายกันนั่นแหล่ะครับ ) ทั้งหมด 12 ถ้วย ทาถ้วยด้วยเนยขาว หรือเนยจืดก็ได้นะครับ
    2. ทำคาราเมลเอาน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าไปตั้งไฟ ใช้ไฟเบานะครับ ยกหม้อแกว่งวนๆไปเรื่อยห้ามคนนะครับ พอคาราเมลสีตามที่ต้องการแล้ว เทน้ำร้อนลงไปครับ ปิดไฟยกลงครับ วนหม้อให้คาราเมลเข้ากันดีและหมดฟองอากาศ ก็เตรียมเทใส่ถ้วยได้เลยครับ
    3. ขั้นตอนต่อไปถึงเวลาทำตัวคัสตาร์ดพุดดิ้งนะครับโดยนำนมกับน้ำตาลไปต้มให้เดือดแล้วพักไว้ให้อุณภูมิลดลงเป็นอุ่นนะครับ ไม่เอาร้อนจัดเดี๋ยวคัสตาร์ดจะเป็นไตครับ
    4. นำไข่ไก่และกลิ่นวนิลลาเทผสมกัน ตีด้วยตะกร้อมือให้แตกแต่ไม่ต้องตีมากนะครับเดี๋ยวขนมจะเป็นฟองอากาศเยอะเกินไป
    5. เสร็จแล้วนำนมต้มกับน้ำตาลที่อุ่นแล้วมาเทลงในถ้วยไข้ ค่อยๆเทนะครับระหว่างที่เทก็ใช้ตะกร้อมือคนไปด้วย เสร็จแล้วนะมากรองแล้วเทใส่พิมพ์ที่รองด้วยคาราเมลได้เลยครับ
    6. เอาแผ่นฟอยล์ปิดถ้วยคัสตาร์ดทุกถ้วยนะครับแล้วนำเข้าไปนึ่ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีครับ
    7. พอครบเวลาแล้วสุกดีแล้วนำออกมาพักให้คลายความร้อนลงนะครับแล้วนำเข้าตู้เย็นให้เซ็ตตัวสัก 2 ชั่วโมง แล้วค่อยแกะออกจากพิมพ์ ตอนเอาออกจากพิมพ์ ใช้มีดบางๆเลาะๆด้านข้างพิมพ์ก่อนนะครับ จะได้ไม่ติดถ้วย พอจะทานก็คว่ำใส่จานยกเสิร์ฟได้เลยครับ

error: Content is protected !!