Category: สูตรอาหาร

  • สูตรวิธีทำวุ้นสังขยา พร้อมคำแนะนำในการขายวุ้นสังขยา

    สูตรวุ้นสังขยา สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    ส่วนผสมสังขยา

    • ไข่ไก่เบอร์ 0 1+1/2 ฟอง
    • น้ำตาลปีบ 1/2 ถ้วยตวง (110 กรัม)
    • กะทิกล่อง (อร่อยดี) 125 กรัม
    • ใบเตย 5 ใบ

    ส่วนผสมวุ้น

    • วุ้นผง 1 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำสะอาด 1+1/2 ถ้วย
    • น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
    • ใบเตย 5 ใบ

    วิธีการทำวุ้นสังขยา

    • อันดับแรกเราจะทำสังขยากันก่อน เริ่มจากให้นำไข่ไก่ น้ำตาลปีบ กะทิ และใบเตย มาผสมใส่ลงในชามผสมใบเล็กแล้วก็ใช้มือขยำให้น้ำตาลปีบละลายเพื่อไม่ให้เป็นก้อนใหญ่ ๆ หรือถ้ามีเป็นก้อน ๆ ให้ใช้ปลายนิ้วบี้ให้ละลายให้หมด แล้วละลายน้ำตาลปีบจนไม่เป็นก้อนแล้ว ก็ทำการขยำใบเตยจนใบเตยช้ำและเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อจะช่วยลดกลิ่นคาวของไข่และทำให้สังขยาหอม
    • จากนั้นเราจะกรองสังขยาด้วยกระชอนตาถี่หรือผ้าขาวบางเพื่อจะเอาใบเตย ลิ่มไข่และสิ่งสกปรกที่อาจปะปนอยู่ในน้ำตาลปีบออก จากนั้นก็พักสังขยาไว้ก่อน
    • แล้วเราก็จะทำตัววุ้นกัน ให้นำผงวุ้น น้ำสะอาดและใบเตย มาใส่ลงในหม้อใบย่อม ๆ แต่กะขนาดให้หม้อใหญ่พอที่จะใส่สังขยาลงไปแล้วไม่ล้น คนผงวุ้น กับใบเตยด้วยทัพพีหรือตะกร้อมือให้ส่วนผสมนั้นเข้ากันดี
    • ทำการตั้งไฟแรงแล้วนำหม้อวุ้นขึ้นตั้งไฟ ใช้ทัพพีหรือตะกร้อมือคอยคนเป็นระยะไม่ให้ผงวุ้นติดก้นหม้อ ให้ตั้งไฟไปเรื่อย ๆ จนวุ้นเดือด แรก ๆ วุ้นจะขุ่นและจะค่อย ๆ ละลายไปเรื่อย ๆ น้ำจะใสขึ้นเรื่อย ๆ
    • ตอนที่ตั้งไฟจนวุ้นเดือดแรงจัด ให้ระวังจะล้นหม้อ อาจจะไม่ต้องคนตลอดเวลาแต่ให้คนเป็นระยะ คอยให้เดือดแรง ๆ สักพักจึงลดไฟลงอ่อนจากนั้นก็ให้เคี่ยวต่อด้วยไฟอ่อนสักพักจนได้วุ้นใสและหอมกลิ่นใบเตย แล้วใส่น้ำตาลทราย ใช้ทัพพีหรือตะกร้อมือคนเล็กน้อย เคี่ยวให้น้ำตาลทรายละลายให้หมด วุ้นจะใสและข้นขึ้นเล็กน้อย จรข้นเกือบนมข้นหวานหรือยางมะตูมอ่อน ๆ ก็ให้ตักใบเตยออก
    • ต่อมาเราก็เทสังขยาที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในหม้อระวังอย่าให้ล้น จากนั้นก็เร่งไฟแรงเพื่อให้ไข่สุก ให้ใช้ทัพพีหรือตะกร้อมือคนก้นหม้อเพื่อลดภาวะสังขยาจมอยู่ก้นหม้อ ต้องระวังอย่าให้สังขยาไหม้ติดก้นหม้อ เมื่อเราทำไปสักพักวุ้นจะเดือดแรงขึ้นและสังขยาจะจับตัวเป็นก้อน เราจะปล่อยให้เดือดสักพักจึงปิดไฟได้
    • จากนั้นเราจะนำวุ้นที่ได้ ไปหยอดใส่พิมพ์ตามต้องการ แล้วนำวุ้นแช่เย็นจนเซ็ทตัวดีจึงแกะออกจากพิมพ์ จัดใส่จานพร้อมรับประทานได้

    สูตรวุ้นสังขยา สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    • วุ้นผง 10 กรัม
    • น้ำลอยดอกมะลิ 450 กรัม
    • น้ำตาลทราย 150 กรัม
    • หัวกะทิ 100 กรัม
    • ไข่ไก่ 2 ฟอง
    • ใบเตย

    วิธีการทำวุ้นสังขยา

    • เราจะเริ่มจากการทำสังขยาก่อน ให้ผสมหัวกะทิกับน้ำตาลและไข่ไก่ โดยจะใช้ใบเตยขยำให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน และน้ำตาลละลายดี จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ไปทำการกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อเอาสิ่งสกปรกออก
    • จากนั้นก็ให้ตั้งกระทะทองเหลืองบนไฟอ่อนๆ แล้วใส่น้ำลอยดอกมะลิและวุ้นผงลงไป คนจนส่วนผสมละลายเข้ากันดี แล้วจึง ใส่ส่วนผสมไข่กะทิ ที่ทำการกรองเรียบร้อยลงไป เปิดไฟให้แรงขึ้น รอจนส่วนผสมเดือด แล้วจึงคนไปเรื่อย ๆ จนวุ้นมีลักษณะเหนียวเป็นยางมะตูม แล้วจึงปิดไฟ
    • ขั้นตอนต่อมาให้เทส่วนผสมวุ้นสังขยาลงในแบบหรือพิมพ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นก็ให้ทิ้งไว้ให้หายร้อนสักพัก แล้วจึงนำไปใส่ในตู้เย็น
    • หลังจากใส่ในตู้เย็นจนวุ้นแข็งตัวดีแล้ว ก็เคาะวุ้นออกจากแบบ จัดใส่จาน พร้อมรับประทานได้ทันที แต่ถ้ายังไม่รับประทาน ควรเก็บ ไว้ในตู้เย็นก่อน

    สูตรวุ้นสังขยา สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    ส่วน ผสมวุ้น

    • วุ้นผง 2 ช้อนโต๊ะ
    • น้ำสะอาด 3 ถ้วย
    • น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1/2 ถ้วย
    • ใบเตยหอมประมาณ 3 ใบ

    ส่วนผสมสังขยา

    • หัวกะทิ 1 ถ้วย
    (คั้นจากมะพร้าวขูดขาว 300 กรัมกับน้ำอุ่น 1/4 ถ้วย)
    • ไข่ไก่ (ฟองใหญ่) 3 ฟอง
    • น้ำตาลปึก 1 ถ้วย
    • ใบเตยหอมหรือใบตอง 4-5 ใบ

    วิธีการทำวุ้นสังขยา

    • ขั้นตอนแรกจะเริ่มจากการทำสังขยา ให้ผสมกะทิกับ น้ำตาลปึก จากนั้นให้คนกะทิ กับน้ำตาลปึกให้เข้ากันจนละลาย แล้วตอกไข่ไก่ใส่ลงไปแล้วใช้มือขยำพร้อมกับใบเตยให้เนื้อไข่กับกะทิเข้ากัน แล้วก็ขยำสักพักจนใบเตยฉีกเป็นชิ้นเล็กและส่วนผสมเป็นเนื้อเนียน จากนั้นก็กรองด้วยผ้าขาวบาง พักไว้
    • ส่วนตัววุ้นนั้น เราจะละลายผงวุ้นกับน้ำเย็นลงในหม้อ อย่าให้วุ้นขณะน้ำเดือดจัด ควรจะนำผงวุ้นไปละลายกับน้ำเย็นก่อน แล้วจึงใส่หม้อ ไม่งั้นวุ้นอาจจะจับตัวเป็นก้อนได้ แล้วนำไปตั้งไฟ ระหว่างนี้ต้องหมั่นคนไม่ให้วุ้นตกตะกอน จากนั้นใส่ใบเตยสัก 3-4 ใบ แล้วก็เคี่ยวผงวุ้นกับใบเตยเข้าด้วยกัน จนวุ้นเริ่มเดือดสักพักแล้วจึงค่อยลดไฟลง จากนั้นก็ใส่น้ำตาลทรายแล้วเคี่ยวไปเรื่อยๆจนวุ้นใส
    • ต่อจากนั้นเราเร่งไฟให้แรงขึ้น แล้วค่อยๆเทส่วนผสมสังขยาลงไป ให้ใช้ทัพพีคนด้านล่างเบาๆอย่าให้สังขยาตกตะกอน แล้วต้องคอยระวังวุ้นอย่าให้เดือดจนท่วมหม้อ ทำการเคี่ยวต่อจนสังขยาเริ่มจับตัว แล้วยกลงทิ้งไว้สักพัก จากนั้นตักใส่พิมพ์ตามต้องการ จากนั้นนำไปแช่เย็น เมื่อวุ้นเซ็ตตัวดีแล้ว ก็เคาะออกจากพิมพ์ จัดใส่จานพร้อมรับประทานได้

  • สูตรวิธีทำวุ้นซากุระ พร้อมคำแนะนำในการขายวุ้นซากุระ

    สูตรวิธีการทำวุ้นซากุระ สูตรที่ 1

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำวุ้นซากุระ

    – ผงทำเต้าฮวยเย็นกลิ่นมะลิ 1 ซอง
    – น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
    – ผงวุ้นสำหรับทำขนม 1/2 ช้อนโต๊ะ
    – น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วยตวง
    – ดอกซากุระหมักเกลือ
    – แม่พิมพ์รูปดอกไม้

    วิธีการทำวุ้นซากุระ

    – นำดอกซากุระหมักเกลือที่ซื้อมาจากญี่ปุ่นหรือตามห้างสรรพสินค้า มาแช่น้ำเพื่อละลายความเค็ม
    – นำผงเต้าฮวยสำเร็จรูปมาละลายในน้ำร้อนเพื่อให้ได้เป็นน้ำเต้าฮวย จากนั้นทำไปแช่ตู้เย็นให้เต้าฮวยจับตัวแข็ง
    – ขั้นตอนต่อไป คือการทำส่วนผสมวุ้น ทำการเทน้ำเปล่าลงในหม้อ นำผงวุ้นใส่ลงไป และคนให้ผงวุ้นละลายเข้ากับน้ำ ต้มโดยใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที เติมน้ำตาลทรายขาวลงไป และคนต่ออีก 10 นาที หรือจนน้ำตาลละลายจนหมด
    – ยกหม้อไปที่ไฟอ่อนๆ จากนั้นให้คนวุ้นไปเรื่อยๆ จนน้ำเดือดเต็มที่ จึงทำการหรี่ไฟลง จะเห็นวุ้นใสๆ ไม่ติดทัพพี นั้นคือวุ้นได้ละลายหมดแล้ว
    – นำพิมพ์เต้าฮวยที่แช่ไว้ออกมาจากตู้เย็น เทส่วนผสมวุ้นลงไป แล้ววางซากุระตามลงไปอย่างรวดเร็ว เพราะวุ้นแข็งตัวไวมาก หากวางช้าจะทำให้ดอกซากุระที่วางลงไม่สวยงาม เมื่อวานจนครบแล้ว จึงนำกลับไปแช่ตู้เย็นอีกรอบ รอจนกว่าวุ้นจะแข็งตัว
    – เมื่อวุ้นแข็งตัวแล้ว นำออกจากแม่พิมพ์รูปดอกไม้ จัดใส่จานให้สวยงาม
    – พร้อมสำหรับการรับประทาน นับว่าเป็นวุ้นสไตล์ญี่ปุ่นที่สวยงามและสามารถทำทานได้อย่างง่ายดาย

    สูตรวิธีการทำวุ้นซากุระ สูตรที่ 2

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำวุ้นซากุระ

    – ผงวุ้น 1 ซอง ยี่ห้อใดก็ได้ตามความชอบ
    – นม 100 ml. หรือเครื่องดื่มรสผลไม้ที่ให้สีชมพูเข้ากับสีของดอกซากุระ
    – น้ำ 200 ml.
    – น้ำตาล 300g
    – ผงสำหรับทำเต้าฮวย 1 ซอง
    – น้ำเปล่า 300 ml.
    – น้ำตาลทราย 30g
    – กลิ่นซากุระสังเคราะห์ 1 ซอง
    – กลีบดอกซากุระ 6-8 ดอก
    – แม่พิมพ์รูปดอกซากุระ

    วิธีการทำวุ้นซากุระ

    – เริ่มทำส่วนผสมของวุ้นชั้นล่าง โดยการส่วนผสมของน้ำ น้ำตาล ผงวุ้น นมหรือเครื่องดื่มสีชมพูคล้ายสีของดอกซากุระ ลงไปในหม้อต้ม ใช้ไฟอ่อนต้มให้ส่วนผสมทั้งหมดเดือด หรือหากต้องการแบบสะดวกสามารถนำผงเต้าฮวยสำเร็จรูปมาละลายน้ำร้อนแล้วคนให้ผงเต้าฮวยละลาย
    – นำส่วนผสมที่ละลายเรียบร้อยแล้ว เทลงไปในแม่พิมพ์รูปดอกซากุระหรือรูปทรงต่างๆตามความชอบ จากนั้นเทส่วนผสมที่ละลายลงในแม่พิมพ์ เทลงเพียงครึ่งเดียว สำหรับทำวุ้นชั้นบน
    – ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องหรือนำไปแช่ตู้เย็น รอส่วนผสมต่างๆแข็งตัว ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
    – นำกลับดอกซากุระมาล้างน้ำให้สะอาด ให้เกลือที่คลุกติดมากับดอกซากุระออกให้หมด ทิ้งดอกซากุระให้แห้งสักพัก เพื่อให้ตกแต่งตัววุ้นด้านบน
    – นำกลิ่นซากุระสังเคราะห์มาละลายในน้ำ เพื่อให้ได้กลิ่นที่หอมของซากุระ หรือหากไม่มีก็สามารถนำดอกซากุระมาต้มน้ำ เพื่อให้ได้กลิ่นของดอกซากุระ
    – นำผงวุ้นมาต้มในน้ำเดือด คนวุ้นให้ละลาย รอจนผงวุ้นละลาย แล้วเทวุ้นที่ได้ใส่ลงบนพิมพ์ที่มีวุ้นด้านล่างอยู่แล้ว จากนั้นจึงรีบนำดอกซากุระมาวางไว้บนตัววุ้นด้านบน อย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้วุ้นแข็งจนไม่สามารถวางดอกซากุระได้
    – ใช้มีดหรือไม้ปลายแหลม ช่วยกดดอกซากุระลงไปภายในวุ้น อย่าวางดอกซากุระไว้ด้านบนสุด เพราะจะทำให้ดูไม่น่ารับประทานแล้ว ดอกซากุระอาจหลุดหายได้ และเพื่อไม่ให้หน้าวุ้นเละ
    – วางวุ้นที่เทเรียบร้อยแล้วทิ้งไว้ด้านนอกประมาณ 30 นาที เมื่อวุ้นแข็งตัวแล้ว ก็นำเข้าตู้เย็น เพื่อเพิ่มความอร่อยให้แก่วุ้นซากุระ
    – นำออกจากตู้เย็น เคาะวุ้นออกจากแม่พิมพ์ ตกแต่งใส่จานตามที่ชอบ จะได้วุ้นซากุระที่สวยงาม น่ารับประทาน

    สูตรวิธีการทำวุ้นซากุระ สูตรที่ 3

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำวุ้นซากุระ

    – ผงวุ้น 1 ซอง
    – ชากลิ่นซากุระ
    – ดอกซากุระ (ถ้ามี)
    – น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่า 4 ถ้วยตวง
    – แม่พิมพ์

    วิธีการทำวุ้นซากุระ

    – นำผงวุ้น 1 ซอง มาเทรวมกับน้ำเปล่าใส่ในหม้อ เปิดไฟกลางๆ แล้วต้มจนผงวุ้นละลายดี เติมน้ำตาลและชาซากุระเพื่อแต่งกลิ่นให้คล้ายกลิ่นดอกซากุระ คนไปเรื่อยๆให้ส่วนผสมเข้ากัน
    – ต้มส่วนผสมทั้งหมดจนน้ำเดือด จากนั้นเทส่วนผสมที่เดือด ลงในแม่พิมพ์ที่เตรียมไว้
    – เมื่อได้ที่นำดอกซากุระที่ล้างจนสะอาดแล้ว มาวางแล้วกดลงไปในวุ้นที่กำลังแข็งตัว หากไม่มีดอกซากุระ ก็หาดอกไม้อื่นๆหรือไม่ต้องใส่ก็ได้ จากนั้นรอสัก 30 นาทีให้วุ้นเริ่มแข็งตัว
    – นำไปแช่ตู้เย็น จนวุ้นแข็งตัวเรียบร้อยดี แล้วนำวุ้นออกจากแม่พิมพ์
    – จัดวุ้นใส่จาน ตกแต่งให้สวยงามตามความชอบ อาจจะตกแต่งด้วยดอกซากุระไว้ด้านนอกวุ้นก็ได้เช่นกัน
    – สามารถรับประทานเป็นของหวานหรืออาหารว่าง ให้สดชื่นก็ได้เช่นกัน วุ้นซากุระสามารถทำได้แบบง่ายๆ

  • สูตรวิธีทำวุ้นปีโป้นมสด พร้อมคำแนะนำในการขายวุ้นปีโป้นมสด

    สูตรวิธีการทำวุ้นปีโป้นมสด สูตรที่ 1

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำวุ้นปีโป้นมสด

    – นมสด 300 มิลลิลิตร
    – น้ำเปล่า 200 มิลลิลิตร
    – ผงวุ้น 1 ซอง
    – น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
    – ปีโป้ มากน้อยตามความชอบ

    วิธีการทำวุ้นปีโป้นมสด

    – นำผงวุ้นผสมกับน้ำเปล่า คนให้ผงวุ้นเข้ากันกับน้ำ แล้วทิ้งไว้ให้วุ้นอิ่มน้ำสัก 15 นาที
    – นำวุ้นไปตั้งไฟ เติมน้ำตาลลงไป หากต้องการความหวานมากให้เติมมากหน่อย รอจนวุ้นเริ่มเดือด จึงใส่นมสดลงไป คนให้นมเข้ากับวุ้น รอสักพัก จึงยกวุ้นลงจากเตา
    – นำวุ้นนมสดที่ยกลงเตาไปแช่ในน้ำเย็น เพื่อลดอุณหภูมิ ก่อนที่จะนำวุ้นไปผสมกับปีโป้
    – นำปีโป้ลงในแม่พิมพ์ วางแนวไหนก็ได้ ตามที่ต้องการ จะหั่นปีโป้เป็นชิ้นๆก็ได้เช่นกัน
    – นำวุ้นนมสดเทลงไปในปีโป้ที่เรียง ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องสักพัก ก่อนที่จะนำเข้าตู้เย็น เพื่อให้เซ็ตตัว เข้าตู้เย็นประมาณ 15 นาที แล้วนำออกมา
    – กลับด้านพิมพ์ เพื่อเทวุ้นออก จะได้วุ้นปีโป้นมสด น่ารับประทาน สามารถหั่นออกมาเป็นชิ้นๆคล้ายๆ ชิ้นเค้ก เพื่อง่ายต่อการรับประทานก็ได้เช่นกัน
    – เป็นอีกหนึ่งขนมหวานที่ทำทานได้ง่าย

    สูตรวิธีการทำวุ้นปีโป้นมสด สูตรที่ 2

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำวุ้นปีโป้นมสด

    – นมสดรสชาติใดก็ได้ 1 ขวด
    – กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง
    – ผงวุ้น 1 ซอง
    – น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ
    – ปีโป้หรือเยลลี่ยี่ห้อต่างๆ 10 ถ้วย

    วิธีการทำวุ้นปีโป้นมสด

    – เทนมสด กะทิและผงวุ้นลงไป ตั้งไฟ คนส่วนผสมให้ละลาย แนะนำว่าควรจะต้องคนให้ตลอดระยะเวลาการต้มวุ้น
    – ใส่น้ำตาลลงไป สามารถใส่มากกว่าที่ปริมาณตัวอย่างกำหนดก็ได้ ตามความชอบ คนวุ้นให้ละลายพร้อมน้ำตาล คนไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเดือด แล้วคนสักพัก จึงปิดฝาหม้อ ยกลงจากเตา
    – เทวุ้นนมสดลงไปในแม่พิมพ์ หรือสามารถหาภาชนะขนาดใหญ่ก็ได้ เช่น ถาดเค้ก เทวุ้นลงถาดเค้กรอสักพักให้วุ้นเย็นตัว
    – ระหว่างที่รอให้วุ้นเย็น สามารถหั่นปีโป้ไว้รอ แล้วจึงนำปีโป้ที่หั่น ใส่ลงไปบนหน้าวุ้น
    – รอให้วุ้นเย็นดีแล้วจึงเข้าตู้เย็น ไม่ควรนำวุ้นที่ยังร้อนๆเข้าตู้เย็น เพราะจะทำให้ตู้เย็นต้องทำงานหนัก เนื่องจากมีของร้อนเข้าไป
    – แช่ตู้เย็นไว้จนกว่าจะแข็งตัว นำออกจากตู้เย็น
    – คว่ำถาดวุ้นออก จะได้วุ้นปีโป้ จากนั้นทำการตัดเป็นชิ้นๆใส่จาน รับประทานได้เลย

    สูตรวิธีการทำวุ้นปีโป้นมสด สูตรที่ 3

    ส่วนผสมต่างๆที่ต้องเตรียมในการทำวุ้นปีโป้นมสด

    – ผงวุ้นตราโทรศัพท์ 1 ซอง
    – ปีโป้สีต่างๆ 10 ถ้วย
    – นมสดรสจืดหรือรสอื่นๆ 1 ขวด
    – น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ
    – ผลไม้ต่างๆ ส้ม กีวี สตรอเบอร์รี่ ฯลฯ
    – น้ำเปล่า ½ ถ้วยตวง

    วิธีการทำวุ้นปีโป้นมสด

    – นำผงวุ้นตราโทรศัพท์เทลงไปในน้ำเปล่า ½ ถ้วยตวง เพื่อให้น้ำเปล่าช่วยให้วุ้นไม่ข้นจนเกินไป เมื่อผสมกับนม แล้วเทนมสดลงไป ในขั้นตอนนี้ขอเลือกนมสดรสหวาน เพื่อจะได้เพิ่มรสชาติและความหอมเพิ่มขึ้นจากที่ใส่แค่น้ำตาล แล้วใส่น้ำตาลลงไปเพียงเล็กน้อย
    – นำส่วนผสมตั้งไฟ คนส่วนผสมไปเรื่อยๆ รอให้ส่วนผสมเดือด จึงยกลงจากเตา
    – รอส่วนผสมเย็นสักพัก โดยการนำหม้อส่วนผสมไปแช่ส่วนผสมวุ้นลงในน้ำเย็น เพื่อลดความร้อน
    – หลังจากที่รอก็ทำการหั่นปีโป้เป็นชิ้น แว่นๆ และหั่นผลไม้ต่างๆ เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดเล็กกว่าปีโป้
    – เมื่อได้ส่วนผสมที่หั่นแล้ว นำไปจัดลงในแม่พิมพ์ พิมพ์ที่ใช้ จะเป็นพิมพ์กลมๆ ขนาดไม่ใหญ่ เพื่อง่ายต่อการรับประทาน
    – เมื่อได้ส่วนผสมของปีโป้และผลไม้แล้ว จึงเทวุ้นนมสดลงไป ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง รอให้วุ้นแข็งตัวสักพัก นำเข้าตู้เย็น ทิ้งไว้พอให้วุ้นเย็น
    – นำออกจากตู้เย็น เคาะวุ้นออกจากพิมพ์ จะได้วุ้นปีโป้ในพิมพ์ทรงกลมๆ น่ากิน
    – เป็นวุ้นปีโป้ผลไม้ที่ทำได้ง่ายๆ สามารถทำทานคลายร้อนได้ ด้วยความหอมของนมและความอร่อยของปีโป้กับผลไม้ต่างๆที่ผสมกัน
    – สามารถทำวุ้นปีโป้ใส่แม่พิมพ์เค้ก แล้วตัดออกมาทานเป็นชิ้นๆก็ได้

  • สูตรวิธีทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว พร้อมคำแนะนำในการขายว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

    ว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

     


    สูตรวิธีการทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว สูตรที่ 1

    ส่วนผสมว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

    – ว่านหางจระเข้ กาบใหญ่ๆ 1-2 กาบ
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
    – น้ำดอกอัญชันคั้นเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ
    – ใบเตยหอมหั่นเป็นท่อน 3 ใบ
    – น้ำเปล่าสำหรับทำน้ำเชื่อม 2 ถ้วยตวง
    – แป้งมันสำปะหลัง 1-2 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบด 1 ถ้วย

    วิธีการทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

    – ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ให้เหลือแต่เนื้อใสๆ ล้างยางอกให้หมด หั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า แล้วเตรียมไว้
    – ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่เนื้อว่านหางจระเข้ลงไป ลวกพอให้ร้อน ไม่ต้องสุกมาก จากนั้นตักใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำ
    – จากนั้นใส่เนื้อว่านหางจระเข้ที่ลวกลงในแป้งมัน คลุกให้ทั่วเนื้อ แล้วใส่ตะแกรง เขย่าแป้งส่วนเกินออก ใส่ลงต้มในน้ำเดือดจัด
    – รอให้ว่านหางจระเข้คลุกแป้งสุก ลอยขึ้นมาจากน้ำเดือด จึงตักขึ้นจากหม้อ และใส่ลงในน้ำเปล่าผสมน้ำแข็งให้คลายความร้อน และเนื้อว่านหางจระเข้กรอบ
    – นำน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าใส่ลงในหม้อ คนส่วนผสมให้ละลาย พอเดือดทำการใส่ใบเตยที่มัดไว้ลงไปเคียว เบาไฟลง รอจนน้ำเชื่อมข้น
    – เมื่อน้ำเชื่อมข้น ทำการตักใบเตยออก แล้วใส่น้ำดอกอัญชันลงไป เร่งไฟให้แรงพอเดือด แล้วยกลงพักให้เย็น
    – ตักว่านหางจระเข้ ใส่ถ้วย ราดน้ำเชื่อม เพิ่มความหวานเย็น ชื่นใจด้วยน้ำแข็งบด ทานแล้วสดชื่น

    สูตรวิธีการทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว สูตรที่ 2

    ส่วนผสมว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

    – ว่านหางจระเข้ กาบใหญ่ ๆ 1-2 กาบ
    – น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
    – ใบเตยหอมหั่นเป็นท่อน 3 ใบ
    – น้ำเปล่าสำหรับทำน้ำเชื่อม 2 ถ้วยตวง
    – แป้งมันสำปะหลัง 1-2 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
    – น้ำแข็งบด 1 ถ้วย

    วิธีการทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

    – ค่อยๆใช้มีดปอกเปลือกว่านหางจระเข้ ล้างยางออกให้หมด โดยล้างในน้ำสะอาดหลายๆครั้ง
    – หลังจากยางเหลืองออกหมดแล้ว หั่นเนื้อว่านหางจระเข้เป็นชิ้นเล็กๆ ล้างน้ำให้สะอาดอีกรอบ ลวกน้ำร้อน 1 ครั้งเมือกจำทำให้เหนียวๆจะหายไป พักให้สะเด็ดน้ำ
    – ต้มน้ำให้เดือด ใส่วุ้นว่างหางจระเข้ น้ำตาลกรวด หรือน้ำตาลทรายแดงตามความชอบ จากนั้นใส่น้ำตาลกรวด และเกลือป่นนิดๆ ชิมรสชาติ
    – เสร็จเรียบร้อย สามารถทานแบบอุ่นๆ ใส่น้ำแข็ง หรือแช่เย็นก็ได้ จะได้ว่านหางจระเข้ลอยแก้วที่หวานเย็นชื่นใจ

    สูตรวิธีการทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว สูตรที่ 3

    ส่วนผสมว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

    – ว่านหางจระเข้ 2 ถ้วย (ที่ยังไม่ปอกเปลือกก็ได้)
    – น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
    – น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย
    – น้ำแข็งบด 1 ถ้วย
    – น้ำหวานสีต่างๆ ตามความชอบ

    วิธีการทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว

    – ปอกว่านหางจระเข้แล้วล้างยางออกให้หมด โดยการล้างน้ำสะอาด 3 ครั้ง จากนั้นหั่นให้เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าหรือเป็นเส้นตามแต่สะดวกในการทาน
    – นำวุ้นว่านหางจระเข้ไปสะดุ้งน้ำร้อน พอให้เนื้อว่านหางจระเข้ถูกความร้อนเล็กน้อย ไม่ต้องลวกจนนานเกินไป จากนั้นนำว่านหางจระเข้ที่สะดุ้งน้ำไปแช่ในน้ำที่ผสมน้ำแข็ง เพื่อให้ได้วุ้นว่านหางจระเข้ที่กรอบ
    นำน้ำเปล่าและน้ำตาลใส่หม้อ ตั้งไฟปานกลาง เคี่ยวน้ำตาลให้ข้นเหนียว พอน้ำเชื่อมเดือด ยกลงจากเตา ทิ้งไว้ให้พออุ่นเล็กน้อย
    – นำน้ำเชื่อมผสมกับน้ำหวานสีที่ชื่นชอบ เช่นสีแดงหรือสีเขียว ลงไป ตามด้วยน้ำแข็งบด เป็นอันเสร็จขั้นตอนในการทำ
    – สามารถทานว่านหางจระเข้ลอนแก้ในอุณหภูมิปกติได้ แต่รสชาติจะอร่อยน้อยกว่าแช่เย็น
    – สามารถนำว่านหางจระเข้ไปแช่ตู้เย็น แยกกับน้ำเชื่อมได้ เพื่อเก็บไว้รับประทานในวันที่อากาศร้อนๆ หรือทานเป็นของหวาน อร่อย ชื่นใจ

  • สูตรวิธีทำลำไยลอยแก้ว พร้อมคำแนะนำในการขายลำไยลอยแก้ว

    ลำไยลอยแก้ว
     

    สูตรวิธีการทำลำไยลอยแก้ว สูตรที่ 1

    ส่วนผสมลำไยลอยแก้ว

    – ลำไยสด 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
    – น้ำเปล่า ½ ลิตร
    – ใบเตยหั่นหยาบ 1 กำมือ
    – น้ำแข็งทุบ

    วิธีการทำลำไยลอยแก้ว

    – แกะเนื้อลำไยคว้านนำเมล็ดออก กะจำนวนมากน้อยตามใจชอบ แต่ในที่นี้ใช้ลำไยจำนวน1 กิโลกรัม กับน้ำตาลทราบแดง 1/2 กิโลกรัม
    – จากนั้นทำการแกะเนื้อลำไยให้เสร็จเรียบร้อยโดยที่ไม่ต้องล้างน้ำ เพราะจะทำให้เนื้อลำไยจืด
    – นำลำไยที่ได้ใส่ลงหม้อ เติมน้ำเปล่า 3/4 ของหม้อ แล้วเติมน้ำตาลทรายแดงลงไปพร้อมกัน ต้มด้วยไฟอ่อนๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
    – นำหั่นใบเตยหยาบใส่ลงไป ต้มพร้อมกับส่วนผสมต่างๆ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมของใบเตย ต้มจนได้กลิ่นของใบเตยและลำไยลอยมาเตะจมูก ยกลงจากเตา กรองด้วยผ้าขาวบาง เอาสิ่งสกปรกออก
    – นำเนื้อลำไยแยกออกจากน้ำเชื่อมที่ต้มเดือด แล้วพักเนื้อลำไยไว้
    – น้ำเชื่อมที่ได้ จะมีสีแดงๆ ได้จากสีของน้ำตาลทรายแดง และมีกลิ่นหอมของใบเตย
    – หากต้องการรับประทาน สามารถนำเนื้อลำไยที่แยกออก มาใส่ลงไปในน้ำเชื่อม พร้อมกับใส่น้ำแข็งลงไปเพื่อความเย็นชื่นใจได้อีก

    สูตรวิธีการทำลำไยลอยแก้ว สูตรที่ 2

    ส่วนผสมลำไยลอยแก้ว

    – ลำไย 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทรายขาว 1 กิโลกรัม
    – ดอกคำฝอย 500 กรัม
    – น้ำแข็งทุบหยาบๆ
    – เกลือป่นเล็กน้อย

    วิธีการทำลำไยลอยแก้ว

    – เตรียมลำไยจากพวง มาแช่เกลือไว้ก่อน แช่ไว้สัก 3 ชั่วโมงก็ได้ เกลือที่แช่ลำไยจะช่วยเรื่องแก้ร้อนในได้ เสร็จแล้วนำขึ้นมาพักให้แห้งสักครู่
    – นำเมล็ดออก โดยการผ่าลำไยครึ่งลูกหรือจะให้เต็มลูกก็ได้ตามความชอบ ทำล้างน้ำให้สะอาดแช่เกลือไว้ เพื่อไม่ให้เป็นร้อนใน เวลารับประทาน จากนั้นแช่ตู้เย็นหรือจะพักทิ้งไว้แบบไม่แช่ก็ได้
    – นำดอกคำฝอยใส่น้ำตั้งหม้อต้มให้เดือด ใช้ไฟปานกลาง รอให้น้ำเดือด จะเห็นสีของดอกคำฝอยออกจนดอกเป็นสีจาง ใส่น้ำตาลทรายขาวพร้อมเกลือป่นลงไปนิดๆ ส่วนผสมต่างๆที่ใส่ลงไป ควรให้พอเหมาะกับเนื้อลำไยที่เตรียม
    – ส่วนผสมเดือด จึงทำการชิมรส เน้นให้รสหวานเข้มสักนิด เผื่อไว้สำหรับเติมน้ำแข็ง
    – เสร็จแล้ว นำไปกรองบนผ้าขาวบางหรือตะแกรงเพื่อนำกากดอกคำฝอยต้มออกให้หมด แยกส่วนที่เป็นเนื้อลำไยออก พักทิ้งไว้จนเย็น แล้วจึงนำเข้าตู้เย็น
    – เมื่อลำไยลอยแก้ว เย็นได้ที่แล้ว นำน้ำแข็งมาทุบให้ละเอียด ตักลำไยใส่ถ้วย ใส่น้ำดอกคำฝอย พร้อมเสิร์ฟไว้ทานแก้ร้อน เป็นเมนูที่อร่อย ทำได้ง่ายๆ

    สูตรวิธีการทำลำไยลอยแก้ว สูตรที่ 3

    ส่วนผสมลำไยลอยแก้ว

    – ลำไยสด 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม
    – น้ำเปล่า ½ ลิตร
    – ใบเตยหั่นแบบหยาบๆ 1 กำ
    – น้ำเชื่อม 1 ถ้วยตวง
    – เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับแช่ลำไย

    วิธีการทำลำไยลอยแก้ว

    – นำลำไยที่ได้มาแช่ไว้ในน้ำเกลือ โดยที่ไม่ต้องปอกเปลือก แช่ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง ไว้ รอให้เนื้อลำไยแห้ง การแช่ลำไย จะช่วยในเรื่องลดอาการร้อนใน
    – เมื่อนำลำไยที่แช่ออกมาจากน้ำเกลือจนแห้งแล้ว ทำการปอกเปลือก แกะเมล็ดออกให้หมด พักทิ้งไว้โดยไม่ต้องล้างน้ำเปล่า
    – นำเมล็ดลำไยสัก 5 เมล็ดมาบดตำให้แตก เตรียมใส่ลงในน้ำต้ม เมล็ดลำไยบดตำจะช่วยให้ได้กลิ่นของลำไยที่เป็นเอกลักษณ์
    – ต้มน้ำเดือด ใส่น้ำตาลทรายขาวลงไป สูตรนี้ไม่ควรใส่น้ำตาลทรายแดงเพราะจะทำให้สีที่ได้ ไม่น่ารับประทาน คนน้ำตาลให้ละลายพร้อมน้ำเดือด เติมน้ำเชื่อม เมล็ดลำไยบดตำและใบเตยหั่นลงไป เพิ่มความหอม
    – รอจนใบเตยส่งกลิ่นหอม ยกลงจากเตา และกรองเอากากใบเตยและเมล็ดลำไยออก
    – พักน้ำเชื่อมที่ได้ไว้จนเย็น นำเนื้อลำไยใส่ลงไป จากนั้นตั้งเตาใช้ไฟอ่อนๆ ต้มไว้ 3 นาที รอให้น้ำเชื่อมเข้าเนื้อลำไย
    – ยกลงจากเตา พักไว้สักครู่ เตรียมบดน้ำแข็ง ใส่ลงในลำไยลอยแก้ว หรือจะรอจนเย็นแล้วใส่ลำไยลอยแก้วในตู้เย็น
    – จะได้ลำไยลอยแก้ว แสนอร่อย เนื้อลำไยสีขาวใส น่ารับประทาน
    – สามารถเก็บลำไยลอยแก้วไว้รับประทานได้ ทานเป็นของว่างหลังอาหารหรือจะคลายร้อนได้หรือจะแช่ในตู้เย็นเก็บไวทานนานๆก็ได้เช่นกัน

    การขายลำไยลอยแก้ว

  • สูตรวิธีทำลูกตาลลอยแก้ว พร้อมคำแนะนำในการขายลูกตาลลอยแก้ว

    ลูกตาลลอยแก้ว
     

    สูตรวิธีการทำลูกตาลลอยแก้ว สูตรที่ 1

    ส่วนผสมลูกตาลลอยแก้ว

    – ลูกตาลอ่อน 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทราย 500 กรัม
    – น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง (ครึ่งหม้อ)
    – ใบเตยเพิ่มความหอม 3 – 4 ใบ หั่นหยาบๆ

    วิธีการทำลูกตาลลอยแก้ว

    – ล้างลูกตาล และปลอกเปลือกสีน้ำตาลออกให้หมด แนะนำให้ใช้ช้อนกลางในการปอกเพราะจะไม่กินเนื้อลูกตาลมากเกินไป และปอกง่ายกว่า ใช้มีดปอก
    – หั่นเนื้อลูกตาลโดยไม่ใช้เขียง แต่จะเอาลูกตาลวางในมือแล้วค่อยๆ หั่นตามแนวขวางบางๆไว้ในหม้อ ไม่ต้องล้างน้ำออก เพราะความหวานจากลูกตาลจะหายไป
    – ต้มน้ำเชื่อม โดยการใส่น้ำเปล่า น้ำตาล และใบเตยหั่นหยาบๆลงไป คนให้น้ำตาลละลายจนหมด ต้มน้ำเชื่อมให้เริ่มเดือด จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อให้ได้น้ำเชื่อมที่ใส ปราศจากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกต่างๆ
    – ใส่เนื้อลูกตาลที่หั่นลงไปต้มในน้ำเชื่อมที่กำลังเดือด ต้มไปสักพัก ไม่ต้องต้มนานมาก เพราะเนื้อตาลจะเละเกินไป จากนั้นนำลงจากเตา รอไว้ให้เย็น
    – ใส่น้ำแข็งทุบหรือแช่เย็น ก็ทานได้เช่นกัน เนื้อตาลที่นุ่มจะเข้ากับน้ำเชื่อมลอยแก้วได้เป็นอย่างดี

    สูตรวิธีการทำลูกตาลลอยแก้ว สูตรที่ 2

    ส่วนผสมลูกตาลลอยแก้ว

    – ลูกตาลอ่อนแช่แข็งในถุง 1 กิโลกรัม
    – น้ำตาลทราย 500 กรัม
    – น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง
    – ใบเตยสดมัดเป็นกำ 3 ใบ

    วิธีการทำลูกตาลลอยแก้ว

    – นำลูกตาลสดที่แช่แข็งมาวางไว้ให้ละลายน้ำแข็ง
    – นำลูกตาลที่ละลายแล้วแกะออกจากถุง ใส่ชามไว้แล้วใส่น้ำลงไปเล็กน้อย
    – เอามือรูดเปลือกลูกตาลออกเบาๆ จะรู้เลยทันทีว่าเปลือกลูกตาลปอกไม่ยากเท่าที่ควร อาจใช้ช้อนกลางแบบสั้น มาแคะเอาเปลือกออกก็ได้เช่นกัน เนื้อที่เสียไปจะออกมาติดเปลือกน้อยที่สุด
    – จากนั้นนำลูกตาลมาหั่น โดยผ่าลูกตาลเป็นครึ่งเปิดออก แต่ไม่ต้องผ่าออกเป็นครึ่งจนเนื้อลูกตาลสองข้างแยกออก แล้วหั่นลูกตาลเป็นชิ้นๆตามแนวยาว พักเตรียมไว้
    – นำน้ำเปล่า น้ำตาลทรายขาว และใบเตย ใส่ลงในหม้อ เปิดไฟ คนส่วนผสมให้เข้ากัน ต้มจนเดือด
    – ใส่ลูกตาลที่หั่นไว้ลงไป รอให้เดือดแล้วสักพัก ปิดไฟ ยกลงจากเตา
    – ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ หรือนำไปแช่ตู้เย็นก่อนรับประทาน ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น

    สูตรวิธีการทำลูกตาลลอยแก้ว สูตรที่ 3

    ส่วนผสมลูกตาลลอยแก้ว

    – ลูกตาลสด 1 ถุง (หั่นแนวยาว)
    – น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย
    – น้ำสะอาด 3 ถ้วย
    – ใบเตย 5 ใบ

    วิธีการทำลูกตาลลอยแก้ว

    – นำลูกตาลสดเป็นถุงที่หาซื้อได้ตามตลาดมาล้างน้ำ เอามีดคว้านเปลือกออก หั่นครึ่งตามแนวกลางๆ ลูกตาลอ่อนจะมีน้ำลูกตาลหวานๆออกมา อย่าทิ้ง เก็บไว้สำหรับรอต้มในน้ำเชื่อม
    – นำน้ำสะอาด น้ำตาลทราย และใบเตย ลงในหม้อ เปิดไฟต้มจนเดือด พยายามอย่าใส่น้ำเยอะเกินไปเพราะจะทำให้น้ำเชื่อมมากเกินกับตัวลูกตาล คนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลาย และได้กลิ่นใบเตยที่ใส่ลงไป
    – ตัดใบเตยที่ต้มในน้ำเชื่อมออก ใส่ลูกตาลที่หั่นไว้ลงไป รอให้เดือดแล้วยกลง
    – ทิ้งลูกตาลลอยแก้วไว้ให้เย็น แล้วนำใส่ตู้เย็น เมื่อเย็นแล้ว สามารถรับประทานได้
    – ไม่แนะนำให้ใส่น้ำแข็งทานคู่กัน เพราะจะทำให้เสียรสชาติ อีกทั้งความหวานที่ได้จากเนื้อตาลกับน้ำลอยแก้วก็ทำให้รสชาติออกมาพอดีแล้ว เหมาะกับเป็นของว่าง ทานให้ชื่นใจ

    การขายลูกตาลลอยแก้ว

  • สูตรวิธีทำมะกรูดลอยแก้ว พร้อมคำแนะนำในการขายมะกรูดลอยแก้ว

    สูตรวิธีการทำมะกรูดลอยแก้ว สูตรที่ 1

    ส่วนผสมมะกรูดลอยแก้ว

    – มะกรูดอ่อน (มีจุกและเปลือกขรุขระ)
    – เกลือสมุทร
    – น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
    – น้ำเปล่า 1 ลิตร

    วิธีการทำมะกรูดลอยแก้ว

    – นำมะกรูดมาปอกผิวขรุขระออกให้หมด จากนั้นผ่าครึ่งมะกรูดตามแนวขวาง นำไส้ออกให้เหลือแต่เนื้อขาว ๆ พักเตรียมไว้
    – ใส่เกลือสมุทร น้ำและมะกรูดลงไป ขยำมะกรูดและบีบน้ำออกให้หมด และใส่น้ำลงไปขยำอีกครั้ง ขยำมะกรูดแบบเดิมกับน้ำจนครบ 5 ครั้ง จากนั้นบีบน้ำออกจากมะกรูดจนแห้ง
    – นำมะกรูดมาแช่ในน้ำเกลือทิ้งไว้อีก 1 คืน เพื่อให้ได้เนื้อมะกรูดที่ฟูนิ่มขึ้นจากเดิม
    – นำมะกรูดมาขยำกับน้ำอีก 3 ครั้ง บีบน้ำออกจนแห้ง เตรียมไว้
    – ทำน้ำเชื่อมโดยใส่น้ำตาลทรายและน้ำลงในหม้อ เคี่ยวส่วนผสมทั้งหมดด้วยไฟอ่อนๆ จนถึงปานกลาง จากนั้นใส่มะกรูดลงไป หมั่นคนมะกรูดกับน้ำเชื่อมตลอดเวลา เชื่อมมะกรูดไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง จนเนื้อมะกรูดใส
    – ทำการปิดไฟ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น
    – ตักใส่ถ้วย ใส่น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ แช่ในตู้เย็น เป็นมะกรูดลอยแก้วแสนอร่อย

    สูตรวิธีการทำมะกรูดลอยแก้ว สูตรที่ 2

    ส่วนผสมมะกรูดลอยแก้ว

    – มะกรูด 7 ผล
    – เกลือสำหรับหมัก 500 กรัม
    – น้ำสะอาด 1 ลิตร
    – น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม

    วิธีการทำมะกรูดลอยแก้ว

    – เริ่มจากการนำมะกรูดมาขูดเอาผิวขรุขระออก จนได้มะกรูดผิวขาวๆ จากนั้นผ่ามะกรูดออกเป็นครึ่ง คว้านเอาไส้ในและเมล็ดออกจนหมด
    – นำมะกรูดที่คว้านเมล็ดไปแช่เกลือ เพื่อให้เนื้อมะกรูดแปลงสภาพขึ้นฟู เนื้อเริ่มใส ทำการแช่ไว้ 1 คืน ก่อนที่จะนำมาล้างน้ำ
    – ล้างมะกรูดด้วยน้ำสะอาด หลายๆน้ำ บีบเอาน้ำเค็มๆที่ติดจากมะกรูดออก แนะนำว่าควรล้าง 5 ครั้ง ถึงจะล้างเกลือออก
    – หลังจากที่ล้างมะกรูดน้ำสุดท้ายแล้ว ทำการบีบมะกรูดให้แห้งจนน้ำแห้ง แล้วพักไว้ เตรียมทำน้ำเชื่อม
    – ทำน้ำเชื่อม โดยการตั้งเตาไฟ ให้ไฟปานกลาง ไม่ใช่ไฟแรงเกินไป เพราะหากทำการเคี่ยวน้ำตาลจะทำให้น้ำตาลไหม้ ใส่น้ำสะอาด 1 ลิตร รอน้ำเดือดจึงใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปเคี่ยวในน้ำ เคี่ยวไปเรื่อยๆจนน้ำตาลเหนียว
    – นำมะกรูดที่พักไว้ลงไปเคี่ยว เรื่อยๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จนมะกรูดเริ่มใส จึงยกลง
    – รอจนน้ำเชื่อมและมะกรูดเย็นตัว จึงนำเข้าตู้เย็น รอจนมะกรูดเย็น จึงสามารถนำมารับประทานได้
    – ใส่น้ำแข็งทุบเข้ากับมะกรูดลอยแก้วเล็กน้อย เพิ่มรสชาติและความเย็นชื่นใจ
    – สามารถทานได้โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็นก็ได้เช่นกัน แต่รสชาติอาจจะหวานบาดคอได้ เหมาะสำหรับคนชอบรสหวานจริงๆ มะกรูดลอยแก้ว เมนูทำทานได้ง่ายๆ

  • สูตรวิธีทำมะยงชิดลอยแก้ว พร้อมคำแนะนำในการขายมะยงชิดลอยแก้ว

    มะยงชิดลอยแก้ว
     

    สูตรวิธีการทำมะยงชิดลอยแก้ว สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    – มะยงชิด 1 ถ้วย
    – น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
    – น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะหรือมากกว่านั้นก็ได้ ตามความชอบ
    – เกลือ ½ ช้อนชา

    วิธีการทำมะยงชิดลอยแก้ว

    – นำมะยงชิดมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วปอกเปลือก หั่นเนื้อออกเป็นชิ้นๆ พอดีคำ พักเตรียมไว้
    – นำมะยงชิดที่ล้าง หั่นแล้ว มาแช่ในน้ำ ให้ปริมาณน้ำที่แช่ท่วมเนื้อมะยงชิดเล็กน้อย ทำการเติมน้ำตาลลงไป มากน้อยตามแต่ความชอบ
    – นำมะยงชิดที่ผสมน้ำตาลไปต้มให้น้ำตาลละลายจนหมด หรือหากต้องการขั้นตอนแบบเร่งด่วน สามารถนำเข้าเตาไมโครเวฟได้ โดยอุ่นประมาณ 2 นาที แล้วนำออกมาคนน้ำตาลให้ละลายหมด อาจจะใส่เกลือลงไปด้วยก็ได้ เพื่อให้รสชาติตัดกัน ระหว่างความหวานของน้ำตาล ความเปรี้ยวของมะยงชิด หรืออาจไม่ต้องใส่เกลือก็ได้ ตามแต่ความต้องการ แล้วพักไว้ให้เย็น
    – นำมะยงชิดลอยแก้วไปแช่ตู้เย็น เพิ่มรสชาติความอร่อย มะยงชิดที่ได้นั้น จะมีรสชาติหวานๆอมเปรี้ยว เนื้อมะยงชิดจะนิ่มอร่อย
    – สามารถทุกน้ำแข็ง ใส่ลงไปได้ แต่ไม่ควรใส่เยอะจนทำให้รสชาติน้ำเชื่อมจืด
    – มะยงชิดลอยแก้วแสนอร่อย ทำทานได้ง่ายๆ คลายร้อน

    สูตรวิธีการทำมะยงชิดลอยแก้ว สูตรที่ 2

    ส่วนผสม

    – มะยงชิด 500 กรัม (สำหรับรับประทาน 2 ท่าน)
    – น้ำตาลแดงทราย ½ กิโลกรัม
    – น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
    – ใบเตยบิดให้แตกแล้วหั่น 5 ใบ

    วิธีการทำมะยงชิดลอยแก้ว

    – เตรียมทำน้ำเชื่อมสำหรับลอยแก้วมะยงชิด โดยเทน้ำใส่หม้อตามปริมาณของเนื้อมะยงชิด ใส่น้ำตาลทรายแดงและน้ำ ตั้งบนไฟ เคี่ยวให้ละลายแล้วนำใบเตยที่บิดจนแตกแล้วลงไปให้หม้อ ต้มพร้อมกันจนเดือด จะได้กลิ่นหอมของใบเตย แสดงว่าน้ำเชื่อมเหนียวได้ทีแล้ว
    – นำใบเตยที่ต้มออก พักน้ำเชื่อมไว้ให้เย็น
    – ทำการปอกเปลือกมะยงชิด สำหรับมะยงชิดที่เปรี้ยว แต่หากต้องการนำมะยงชิดหวานมาทำ สามารถนำมาทำได้เลยโดยไม่ต้องปอก หั่นครึ่งพอคำ คว้านเมล็ดออก
    – นำมะยงชิดที่หั่นชิ้นมาวางบนจานที่เตรียม ราดด้วยน้ำเชื่อมที่เย็นแล้ว เติมน้ำแข็งทุบลงไป เพิ่มความอร่อย
    – แช่ในตู้เย็นไว้ สำหรับเก็บไว้รับประทานได้ในวันต่อๆไป

    สูตรวิธีการทำมะยงชิดลอยแก้ว สูตรที่ 3

    ส่วนผสม

    – มะยงชิดหวาน เปรี้ยว ตามความชอบ 10 ลูก
    – น้ำตาลทราย 1-1/2 ถ้วยตวง
    – น้ำเปล่า ½ ถ้วยตวง
    – เกลือป่นเพิ่มรสชาติ
    – ใบเตยมัดเพิ่มความหอม 1 มัด

    วิธีการทำมะยงชิดลอยแก้ว

    – เลือกมะยงชิดลูกที่เนื้อแข็ง รสเปรี้ยวหรือหวานก็ได้ ตามความชอบ มาน้ำยางที่ติดอยู่ที่คั่วออก
    – น้ำเสร็จแล้ว ทำการผสมมะยงชิดกับเกลือเล็กน้อย ตัดหัวและท้ายของคั่วมะยงชิดออก คว้านเมล็ดออก จะได้ลูกมะยงชิด ไร้เมล็ด กลวงๆ สามารถผ่าครึ่งเป็นชิ้นๆได้ เพื่อให้พอดีคำ
    – ต้มน้ำเพื่อทำน้ำเชื่อม โดยการตวงน้ำให้ได้ปริมาณน้ำพอท่วมมะยงชิด อาจจะลองเทน้ำใส่ชามแล้วใส่มะยงชิดลงไป เพื่อวัดปริมาณ
    – เมื่อได้ปริมาณน้ำที่เหมาะสมกับเนื้อมะยงชิดแล้ว นำน้ำไปตั้งไฟ จนน้ำเดือด ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้ละลายเข้ากับน้ำ ใส่ใบเตยเพิ่มความหอม เติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อย
    – พอน้ำเชื่อมเดือด ตักใบเตยออก ทิ้งน้ำเชื่อมไว้จนเย็น
    – นำมะยงชิดที่หั่นลงไปใส่ในน้ำเชื่อม ใส่น้ำแข็งลงไป เพิ่มรสชาติ
    – หากรับประทานไม่หมด สามารถใส่มะยงชิดกับน้ำเชื่อมในขวด แล้วแช่ตู้เย็นนาน 1 คืน เพื่อให้ความหวานซึมเข้าไปในเนื้อมะยงชิด สามารถเก็บไว้ทานได้
    – เมนูแก้ร้อน ทำง่าย ทานง่าย ได้รสชาติที่อร่อย

    การขายมะยงชิดลอยแก้ว

  • สูตรวิธีทำเต้าฮวยนมสด พร้อมคำแนะนำในการขายเต้าฮวยนมสด

    สูตรวิธีทำเต้าฮวยนมสด สูตรที่ 1

    ส่วนผสม

    -ถั่วเหลือง ครึ่งกิโลกรัม
    -น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
    -นมรสจืด 4 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำเปล่าสะอาด 10 ช้อนโต๊ะ
    -ผงวุ้น 5 ช้อนโต๊ะ
    -ผงเจลาติน 3 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นรสจืด (สำหรับราดหน้า)
    -ลูกเดือยต้มสุก
    -เม็ดแมลงลักละลายน้ำ
    -ถั่วแดงต้มสุก

    วิธีทำ

    -ขั้นตอนแรกให้ล้างถั่วเหลืองให้สะอาด เลือกเม็ดที่แตกหักไม่ได้คุณภาพทิ้งไป
    -จากนั้นให้แช่น้ำสะอาดทิ้งไว้ หากมีเวลาน้อยให้แช่ประมาณ 6 ชั่วโมง แต่ถ้ามีเวลามากให้แช่น้ำ 1 คืน ทิ้งไว้ เพื่อให้เมล็ดถั่วเหลืองอิ่มน้ำเต็มที่
    -หลังจากแช่ถั่วเหลืองเสร็จแล้ว ให้ล้างน้ำสะอาดอีกรอบ แล้วพักไว้บนกระชอนรอให้สะเด็ดน้ำเล็กน้อย
    -เตรียมเครื่องปั่นอาหารสำหรับปั่นตัวถั่วเหลือง
    -ตักถั่วเหลืองใส่ลงไปในโถปั่นอาหาร แล้วกดปั่นให้เนื้อถั่วละเอียด
    -จากนั้นให้เทถั่วที่ปั่นละเอียดแล้วลงบนผ้าขาวบาง แล้วคั้นเอาแต่น้ำถั่วเหลืองเข้มข้น พักใส่หม้อรอเอาไว้
    -ทำการปั่นถั่วเหลือง และคั้นเอาแต่น้ำไปเช่นนี้เรื่อยๆ จนถั่วหมด
    -นำนมรสจืด นมข้นหวานและน้ำตาลทรายใส่ลงในหม้อน้ำถั่วเหลือง แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากัน ตามด้วยเติมน้ำเปล่าสะอาด
    -จากนั้นเติมผงวุ้นตามลงมา แล้วรีบคนอย่างรวดเร็ว ให้ผงวุ้นละลายลงไปในน้ำถั่วเหลืองจนหมด ไม่จับตัวเป็นก้อน
    -ต่อมาก็ใส่ผงเจลาตินแล้วคนให้ละลายเข้ากันกับตัวน้ำถั่วเหลือง
    -นำหม้อถั่วเหลืองยกขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนระดับปานกลาง
    -คนส่วนผสมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งน้ำถั่วเหลืองในหม้อเดือดจนทั่วทั้งหม้อ
    -จากนั้นให้ปิดไฟแล้วยกหม้อลงจากเตา พักไว้ให้ส่วนผสมเย็นตัวลงเล็กน้อย
    -คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันอีกครั้ง และเทใส่ลงในภาชนะทนความร้อนที่เตรียมไว้ เช่น แก้ว ถ้วย หรือชาม
    -เทส่วนผสมตัวเต้าฮวยลงไปให้เหมาะสมระวังอย่าให้ล้นภาชนะ
    -หลังจากนั้นพักส่วนผสมให้เซ็ตตัวก่อนประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำเข้าไปแช่เย็นอีก 20 นาที
    -และเมื่อครบเวลาที่กำหนดไว้ ก็นำตัวเต้าฮวยออกมาจัดเสิร์ฟ โดยใส่เครื่องเคียงต่างๆ ลงไปด้วย ตักลูกเดือยต้มสุก เมล็ดแมลงลักละลายน้ำ และถั่วแดงต้มสุกลงไปให้เหมาะสมกับปริมาณของภาชนะ
    -ขั้นตอนสุดท้ายให้ราดหน้าด้วยนมข้นรสจืด เท่านี้ก็พร้อมรับประทานแล้วครับ หรือจะนำไปแช่เย็นอีกรอบ แล้วค่อยรับประทานก็ได้เช่นกัน โดยเต้าฮวยนมสดสูตรนี้สามารถปรับเปลี่ยนการใส่เครื่องเคียงอย่างอื่นได้อีกตามความชื่นชอบครับ

    สูตรวิธีทำเต้าฮวยนมสด สูตรที่ 2

    ส่วนผสมเต้าฮวยนมสด (โกโก้+ไข่มุก)

    ส่วนผสม

    -ถั่วเหลือง ครึ่งกิโลกรัม
    -น้ำตาลทราย 10 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นหวาน 3 ช้อนโต๊ะ
    -นมรสจืด 4 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำเปล่าสะอาด 10 ช้อนโต๊ะ
    -ผงวุ้น 5 ช้อนโต๊ะ
    -ผงเจลาติน 3 ช้อนโต๊ะ
    -นมข้นรสจืด ครึ่งถ้วยตวง
    -ผงโกโก้ 3 ช้อนโต๊ะ
    -ไข่มุกต้มสุก

    วิธีทำ

    -นำถั่วเหลืองครึ่งกิโลกรัมแช่ลงในน้ำสะอาดประมาณ 10 นาที เพื่อคัดแยกเมล็ดที่ไม่ได้คุณภาพทิ้งไป แล้วล้างเมล็ดถั่วให้สะอาดอีก 2 รอบ
    -จากนั้นให้เติมน้ำสะอาดใส่ลงในถั่วเหลือง แช่ทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อรอให้เมล็ดถั่วอิ่มน้ำ ถ้ามีเวลามากกว่านี้แนะนำให้แช่ถั่วเหลืองในน้ำเป็นเวลา 1 คืน เนื่องจากถั่วเหลืองจะนิ่ม อิ่มน้ำเต็มที่และปั่นให้ละเอียดได้โดยง่าย
    -เมื่อแช่เมล็ดถั่วเหลืองจนครบตามเวลาแล้ว ก็ล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้ง แล้วพักไว้บนกระชอนรอให้สะเด็ดน้ำ
    -ตักถั่วเหลืองใส่ลงในโถปั่นอาหาร แล้วกดปั่นให้ละเอียด
    -เทถั่วเหลืองที่ปั่นละเอียดลงบนผ้าขาวบาง คั้นเอาแต่น้ำถั่วเหลืองแล้วตักกากทิ้งไป
    -นำน้ำถั่วเหลืองที่ได้เทใส่หม้อเตรียมไว้ ทำการปั่นถั่วและคั้นเอาแต่น้ำจนถั่วหมด
    -เติมน้ำตาลทราย นมข้นหวานและนมรสจืด คนให้เข้ากัน
    -จากนั้นเติมน้ำสะอาด แล้วใส่ผงวุ้น ผงเจลาติน รีบคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ไม่ให้ผงวุ้นและเจลาตินจับตัวเป็นก้อน
    -ยกหม้อถั่วเหลืองขึ้นตั้งไฟร้อนปานกลาง รอให้น้ำถั่วเหลืองเดือด หมั่นคนส่วนผสมเรื่อยๆ เพื่อให้น้ำตาลทรายละลายจนหมด
    -เมื่อส่วนผสมเดือดจนทั่วแล้ว ให้ปิดไฟแล้วยกลงจากเตา พักไว้ให้คลายความร้อนสัก 10 นาที
    -จากนั้นก็เทส่วนผสมใส่ลงในถ้วยทนความร้อน ตามความเหมาะสม แล้วนำไปแช่เย็น 30 นาที รอให้เนื้อเต้าฮวยเซ็ตตัว
    -ระหว่างที่รอให้ต้มไข่มุกสำหรับใส่ในเต้าฮวยนมสดสูตรนี้ โดยต้มน้ำเปล่าสะอาดประมาณ 1 ลิตร รอจนน้ำเดือดจัด
    -ใส่ไข่มุกที่เป็นแป้งลูกกลมๆ สีดำลงไปต้มประมาณ 50 นาที และในระหว่างที่ต้ม ให้หมั่นคนอยู่เรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ไข่มุกติดก้นหม้อ
    -เมื่อไข่มุกสุกได้ที่แล้ว ให้ตั้งออกจากหม้อ แล้วรีบใส่ลงไปแช่ในน้ำเย็นจัด 2 นาที
    -ตักไข่มุกออกจากน้ำเย็นแล้วพักไว้บนกระชอน รอให้สะเด็ดน้ำ
    -ต่อมาก็ทำน้ำราดหน้าเต้าฮวย โดยใช้ผงโกโก้ชงกับนมข้นรสจืด คนส่วนผสมให้ละลายจนหมด แล้วนำไปเข้าไมโครเวฟอีก 2 นาที
    -เมื่อผงโกโก้กับนมข้นรสจืดเข้ากันดีแล้ว ก็นำไปแช่ในตู้เย็นให้ได้ความเย็นเล็กน้อย
    -และก็มาถึงการจัดเสิร์ฟ โดยนำเต้าฮวยที่แช่เย็นออกมา แล้วตักไข่มุกลงไปตามความชื่นชอบ จากนั้นก็ราดหน้าเต้าฮวยด้วยนมข้นรสจืดที่ผสมกับผงโก้โก้ให้ท่วมตัวเต้าฮวย เพียงเท่านี้ก็ได้ลิ้มลองเต้าฮวยนมสดที่ไม่เหมือนใครแล้วล่ะครับ

  • สูตรวิธีทำเต้าฮวยน้ำขิง พร้อมคำแนะนำในการทำเต้าฮวยน้ำขิง

    สูตรวิธีทำเต้าฮวยน้ำขิง

    ส่วนผสมตัวเต้าฮวย

    -ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม
    -น้ำเปล่าสะอาด 2 ลิตร
    -ผงหินเต้าหู้ 10 ช้อนโต๊ะ
    -แป้งมันสำปะหลัง 5 ช้อนโต๊ะ
    -แป้งข้าวโพด 5 ช้อนโต๊ะ
    -น้ำเปล่าสะอาดเล็กน้อย

    ส่วนผสมน้ำขิง

    -ขิงแก่จัด ครึ่งกิโลกรัม
    -น้ำตาลทรายแดง ครึ่งกิโลกรัม
    -น้ำเปล่าสะอาด 2 ลิตร

    ส่วนผสมปาท่องโก๋กรอบตัวเล็ก (ทานคู่กับเต้าฮวยน้ำขิง)

    -แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ถ้วยตวง
    -น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
    -ผงฟู 1 ช้อนชา
    -เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
    -เกลือป่น ครึ่งช้อนชา
    -น้ำปูนใส 10 ช้อนโต๊ะ
    (นำปูนแดง ครึ่งช้อนโต๊ะ แช่ลงในน้ำสะอาดปริมาณครึ่งลิตร รอให้ปูนแดงตกตะกอน แล้วรินเอาแต่น้ำใสๆ)
    -แป้งสาลีอเนกประสงค์เล็กน้อย (สำหรับโรยทำตัวนวลแป้ง)

    วิธีทำ

    -สำหรับการทำเต้าฮวยน้ำขิง ค่อนข้างที่จะมีรายละเอียดเยอะ แต่ถ้าทำตามทีละขั้นตอน รับรองว่าจะไม่ยุ่งยากเลยค่ะ เริ่มจากทำตัวเต้าฮวยกันก่อน
    -นำถั่วเหลืองล้างน้ำให้สะอาดประมาณ 2-3 รอบ เลือกเม็ดที่ไม่มีคุณภาพทิ้งไป แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน จะได้เม็ดถั่วเหลืองที่อิ่มน้ำ
    -จากนั้นก็นำถั่วเหลืองที่แช่ไว้ไปกรองบนผ้าขาวบาง แล้วพักรอไว้ให้สะเด็ดน้ำเล็กน้อย
    -ตักถั่วเหลืองที่สะเด็ดน้ำแล้ว ใส่ลงในโถปั่นอาหารประมาณครึ่งโถปั่น แล้วกดปั่นให้ละเอียด
    -เทส่วนผสมถั่วเหลืองที่ปั่นละเอียดแล้ว ลงในผ้าขาวบาง แล้วบีบเอาแต่น้ำถั่วเหลืองเข้มข้น เมื่อบีบจนหมดน้ำแล้วก็ตักกากทิ้งไป
    -ปั่นถั่วเหลืองและคั้นเอาแต่น้ำที่เข้มข้น ทำเช่นนี้จนถั่วเหลืองหมด
    -นำน้ำถั่วเหลืองทั้งหมดเทใส่หม้อ แล้วยกขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนปานกลาง
    -และในระหว่างที่กำลังต้มน้ำถั่วเหลือง ให้ตักหินเต้าหู้โดยจะมีลักษณะเป็นผง 10 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงไปในชาม ตามด้วยแป้งมันสำปะหลังและแป้งข้าวโพด คนส่วนผสมให้เข้ากัน
    -เติมน้ำเปล่าสะอาดลงไปในชามผสมแป้งเล็กน้อย เติมน้ำให้พอท่วมแป้ง แล้วคนให้ส่วนผสมทั้งหมดละลาย
    -นำส่วนผสมแป้งและผงหินเต้าหู้ที่ละลายน้ำเรียบร้อยแล้ว เทใส่ลงไปในหม้อใบใหญ่ พักรอไว้ก่อน
    -จากนั้นก็กลับมาดูน้ำถั่วเหลืองที่ต้มไว้ หากน้ำเดือดจนทั่วทั้งหม้อแล้ว ก็ให้ปิดไฟ แล้วยกหม้อลงจากเตา
    -นำน้ำถั่วเหลืองที่ต้มแล้ว เทใส่ลงไปในหม้อที่มีแป้งละลายน้ำไว้ แล้วปิดฝาหม้อทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที ตัวน้ำถั่วเหลืองจะผสมเข้ากับตัวผงหินเต้าหู้และแป้ง จนได้เนื้อเต้าฮวยที่เซ็ตตัว พร้อมตักรับประทานกับน้ำขิง

    วิธีทำน้ำขิง

    -เลือกขิงแก่จัด ให้ได้น้ำหนักครึ่งกิโลกรัม แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ 5 นาที
    -จากนั้นล้างขิงให้สะอาด แล้วปอกเปลือกออกให้เกลี้ยง
    -แล้วนำไปล้างน้ำสะอาดอีก 2 รอบ เพื่อให้เนื้อขิงสะอาดหมดจรด ไม่มีเศษสิ่งสกปรกตกค้าง แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำก่อน
    -ทุบขิงให้บุบพอแตกเล็กน้อย
    -เทน้ำเปล่าสะอาด 2 ลิตร ใส่ลงในหม้อต้ม แล้วยกขึ้นตั้งไฟที่ความร้อนปานกลาง
    -เมื่อน้ำในหม้อเริ่มเดือด ให้ใส่ขิงแก่ที่ทุบเตรียมไว้ลงไปต้ม ใช้เวลาต้มนานประมาณ 30 นาที จนขิงส่งกลิ่นหอม
    -ต่อมาก็เติมน้ำตาลทรายแดงลงไป แล้วต้มให้น้ำตาลละลายอีก 10 นาที
    -เมื่อน้ำตาลละลายจนหมดแล้ว เบาไฟบนเตาให้อ่อนที่สุด แล้วต้มน้ำขิงต่อไป เพื่อรอทำเครื่องเคียงของเต้าฮวยน้ำขิง นั่นก็คือปาท่องโก๋กรอบตัวเล็ก
    -ถ้าใกล้ทอดปาท่องโก๋เสร็จแล้ว เราก็ปิดเตาแล้วยกหม้อน้ำขิงลงมาพักไว้ก่อน

    วิธีทำปาท่องโก๋กรอบตัวเล็ก

    -ขั้นตอนแรกให้ตวงส่วนผสมแป้ง ผงฟู เบกกิ้งโซดาให้ได้ตามสัดส่วน
    -จากนั้นก็ใส่ลงไปในชามผสม แล้วใช้ไม้พายคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
    -นำน้ำตาลทรายใส่ลงไปในน้ำปูนใส แล้วใช้ช้อนคนให้น้ำตาลละลายจนหมด
    -ทำหลุมตรงกลางตัวแป้ง แล้วใส่น้ำปูนใสที่ผสมน้ำตาลทรายไว้แล้วลงไปทีละน้อย แล้วค่อยๆ นวดแป้ง
    -โดยจะใส่น้ำทีละนิด แล้วนวดแป้งไปเรื่อยๆ จนน้ำหมด และตัวแป้งเนียนเข้ากัน
    -เมื่อได้แป้งปาท่องโก๋แล้ว ให้ใส่ในภาชนะไว้ แล้วนำผ้าขาวบางมาคลุมให้มิดชิด พักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ให้แป้งขึ้นฟู และมีเนื้อแน่นมากขึ้น
    -พอครบเวลาแล้ว ก็แบ่งแป้งออกมาเป็นก้อนเล็กๆ ประมาณ 1 กำมือ แล้วใช้ที่คลึงแป้ง คลึงตัวแป้งให้กระจายออกเป็นแผ่น ให้ได้ความหนาประมาณ 1 ซ.ม.
    -จากนั้นก็ตัดแป้งเป็นเส้นยาวเล็กๆ ความกว้าง 2 นิ้ว สำหรับหั่นเป็นชิ้นเพื่อทอดปาท่องโก๋ และในระหว่างที่ทำการหั่นแป้ง หากแป้งเริ่มติดกับพื้นที่กำลังตัดอยู่ ให้โรยนวลแป้งลงไปเล็กน้อย
    -เมื่อได้แป้งเส้นยาวแล้ว ก็ตัดแป้งตามแนวนอน ให้ได้ชิ้นเล็กๆ ขนาดเท่ากันทุกชิ้น
    -ใช้น้ำสะอาดทาลงที่ตัวแป้งเล็กน้อย แล้วประกบส่วนตรงกลางเข้าหากัน คู่ละ 2 ชิ้น
    -ตัดแป้งและจับประกบคู่ไว้แบบนี้ ทำไปเรื่อยๆ จนหมดแป้ง
    -เทน้ำมันพืชใส่กระทะ แล้วยกตั้งไฟร้อนปานกลาง รอจนน้ำมันเริ่มร้อน ก็เบาไฟลงเล็กน้อย
    -ใส่ปาท่องโก๋ลงทอดทีละน้อย เพื่อไม่ให้แป้งติดกัน ใช้ไม้แหลมยาวๆ คอยเขี่ยปาท่องโก๋ในกระทะ ให้โดนความร้อนจนสุกทั้งชิ้น
    -พอปาท่องโก๋เริ่มมีสีเหลืองนวล น่ารับประทาน ก็ตักปาท่องโก๋ขึ้นจากกระทะ แล้วพักไว้บนกระชอน รอให้สะเด็ดน้ำมัน
    -จากนั้นก็นำปาท่องโก๋ที่ทอดหมดแล้ว พักไว้บนกระดาษซับมันอีกครั้ง รอจนเย็นตัวลง จึงค่อยใส่จานจัดเสิร์ฟ
    -การรับประทานเต้าฮวยน้ำขิง ให้ตักเนื้อเต้าฮวย 1 ทัพพี ใส่ลงในถ้วย แล้วตักตามขิงใส่ตามลงไปจนท่วมตัวเต้าฮวย และเสิร์ฟพร้อมกับปาท่องโก๋กรอบตัวเล็ก

error: Content is protected !!