
สำหรับวันนี้ก็จะขอมาแนะนำการทำขนมครกขายกันนะครับ สำหรับขนมครกก็ถือได้ว่าเป็นขนมไทยที่เห็นทำขายกันเกือบทุกตลาด เนื่องด้วยรสชาติที่อร่อยหอมหวานทำให้ผู้ที่ได้ทานติดอกติดใจไปตามๆ กัน และในปัจจุบันนี้กระแสความนิยมของขนมครกก็ไม่เคยเสื่อมคลาย เป็นขนมไทยที่สามารถขายได้เรื่อยๆ ครับ
สำหรับความเป็นมาของขนมครกนั้นมีมานานหลายร้อยปีเลยครับ มีทำขายกันตั้งแต่สมัยก่อนนู้นเลยครับ นอกจากนี้ยังพบขนมครกในประเทศพม่า ประเทศลาว และประเทศอินโดนีเซีย โดยชาวอินโดนีเซียเรียกขนมครกว่า เซอราบี (Serabi)
ต่อมาก็ได้เวลาทำขนมครกกันแล้วนะครับ ซึ่งก็จะมีสูตรวิธีทำต่างๆ ให้ท่านผู้อ่านได้ลองไปทำกันดูนะครับ
สูตรวิธีการทำขนมครกสูตรที่ 1
ส่วนผสมการทำแป้งขนมครก
– แป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม
– แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ถ้วยตวง
– แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง
– หางกะทิ 1 ลิตร
– ไข่ไก่ 1 ฟอง
– เกลือ 2 ช้อนชา
– น้ำอุ่นๆ 1 ลิตร
วิธีการทำแป้งขนมครก
– ขั้นตอนแรกให้เราผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งข้าวเหนียว เข้าด้วยกันทั้งหมด และนำมานวดด้วยน้ำอุ่นๆ จนแป้งเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
– ใส่ไข่ไก่ลงไปในแป้ง ใส่หางกะทิ และเกลือตามลงไป ผสมๆ ให้เข้ากัน
ส่วนผสมการทำกะทิขนมครก
อัตราส่วนนี้ต่อแป้งจำนวน 1 กิโลกรัม
– น้ำกะทิ 1.5 กิโลกรัม (คั้นหัวกะทิ แยกหางกะทิ)
– น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม
– เกลือ 2 ช้อนชา
– ฟักทองซอย
– ต้นหอมซอย
– เผือกซอย
– ข้าวโพดเหลือง (ให้ฝานให้บางๆ)
วิธีการทำกะทิขนมครก
– ขั้นตอนแรกให้นำหางกะทิมาประมาณครึ่งลิตร นำมาละลายกับเกลือ และน้ำตาล เสร็จแล้วให้ใส่หัวกะทิลงไปให้หมด
– ตั้งไฟอ่อนๆ และคนไปเรื่อยๆ คนไปในทางเดียวกัน อย่าคนกลับไปกลับมา เดี๋ยวกะทิจะคืนตัว เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยกลงได้เลย
อุปกรณ์ในการทำขนมครก
– ชุดหัวแก๊ส หรือถ้าใครสะดวกจะใช้เตาถ่านก็ได้
– เตาขนมครก
– ฝาปิดเตาขนมครก
– ถาดรองขนมครกตอนแคะออกมาจากเตา และตะแกรง
– ช้อนสแตนเลสแบบสั้น
– กากมะพร้าว ผ้าขาวบาง และเชือกฝ้ายสีขาว สำหรับใช้ทำลูกตุ้มเช็ดเตาขนมครก หรือถ้าไม่มีก็ใช้แปรงที่เอาไว้ทาขนมเบเกอรี่ทดแทนได้ ไม่ควรใช้ฟองน้ำในการเช็ด
– กล่องกระดาษ หรือกล่องโฟม ไว้ใส่ขนมครก ควรจะมีพลาสติกใสรองขนมครกในกล่องด้วย
วิธีการทำขนมครก
– มาถึงขั้นตอนการขนมครก เริ่มแรกจากการตั้งเต้าไฟให้ร้อนก่อน ถ้าร้อนน้อย หน้าขนมครก และแป้งจะด้าน ถ้าร้อนมากเวลาหยอดมันจะเด้ง ฉะนั้นให้ตั้งไฟพอดีๆ แต่ปานกลาง
– ต่อมาให้เช็ดเบ้าเตาด้วยน้ำมันพืช และหยอดแป้งลงไปครึ่งเบ้า จนเต็มเตา
– ต่อมาให้ยกพิมพ์เตา และร่อนไปร่อนมาสักเล็กน้อย พอที่จะให้เนื้อแป้งขึ้นมาที่ขอบ หรือถ้าอยากแคะครั้งเดียวออกมาเป็นแผ่น ก็ให้หยอดแป้งจนเกือบเต็มทุกเบ้า แล้วให้ร่อนแป้งไปให้ทั่ว
– ให้รีบหยอดหน้ากะทิลงไป และโรยข้าวโพด ต้นหอม ลงไปตามสะดวกได้เลย
– ในกรณที่เป็นฟักทอง กับเผือก ต้องซอยให้บางๆ เพราะพวกนี้จะสุกยาก
– ปิดฝาไว้ และรอแคะขนมออกมาใส่ถาดรองขนมครก เป็นอันสิ้นสุดขั้นตอนการทำขนมครก
สูตรวิธีการทำขนมครกสูตรที่ 2
ส่วนผสมการทำแป้งขนมครก
– แป้งข้าวเจ้า (แห้ง) 1 ถ้วยตวง
– ข้าวสุก 1/3 ถ้วยตวง
– เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
– น้ำ 2 ถ้วยตวง
– น้ำร้อน 1/2 ช้อนโต๊ะ
– มะพร้าวทึนทึกขูดขาว 1/2 ถ้วยตวง
ส่วนผสมการทำกะทิขนมครก
– หัวกะทิ 1 ถ้วยตวง
– เกลือป่น 1 1/2 ช้อนชา
– น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
อุปกรณ์ในการขนมครก
– เตาขนมครก
– ลูกประคบ (สามารถทำได้โดยนำกากมะพร้าวห่อด้วยผ้าขาว โดยใช้ผ้าแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด 6×6 นิ้ว ใส่กากมะพร้าวตรงกลาง รวบชายผ้าเข้ามาทุกด้าน และผูกเชือกให้กากมะพร้าวรวมตัวเป็นก้อนกลมแผ่น ทิ้งชายไว้สำหรับจับ)
– ช้อน เอาไว้แคะขนมครก
– น้ำมัน เอาไว้ทาเบ้าขนมครก
– ชามผสม
วิธีการทำขนมครก
– เริ่มจากให้เราตวงแป้ง 1 ถ้วยตวง ใส่ชามผสม เติมน้ำประมาณ 1 ถ้วยตวงลงไป และคนให้เข้ากัน และแช่ไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง หรือแช่ไว้ค้างคืน
– ต่อมาบดข้าวสุก 1/3 ถ้วยตวง และนำมะพร้าวขูด 1/2 ถ้วยตวงและน้ำอีก 1 ถ้วยตวง ใส่ลงเบลนเดอร์จนละเอียดดี
– ให้เราเทข้าวสุก และมะพร้าวที่บดเรียบร้อยแล้ว เทลงในชามผสมที่แช่แป้งไว้
– ให้เติมเกลือป่น และคนให้เข้ากัน อันนี้ใช้เป็นตัวแป้งขนมครก ผสมน้ำตาล เกลือ และกะทิ ให้เข้ากัน และคนให้น้ำตาลละลาย
– ต่อมาให้ตั้งเตาขนมครกใช้ไฟอ่อนๆ ทิ้งไว้ให้ร้อนจัด แล้วจึงค่อยใช้ลูกประคบแตะน้ำมันพืช เพื่อนำมาเช็ดเบ้าขนมครกทุกเบ้าให้ชุ่มน้ำมัน
– ขั้นตอนต่อมาตักแป้งหยอดลงในเบ้าลงไปประมาณค่อนเบ้า รอสักครู่จึงหยอดหน้ากะทิลงไปประมาณ 1/2 ช้อนโต๊ะ
– ปิดฝารอจนขอบแป้งเกรียมเหลือง จึงใช้ช้อนแซะขึ้นใส่ถาด
– ใส่ต้นหอม หรือข้าวโพดฝาน หรือเผือก หรือฝอยทอง ลงไปเพิ่มเติมตามแต่ชอบครับ เป็นอันเสร็จการทำขนมครกครับ
เคล็ดลับการทำขนมครก
– แต่เดิมนั้นการทำขนมครกใช้แป้งโม่เอา โดยใช้ข้าวสารเก่า ที่แช่น้ำค้างคืนไว้แล้ว นำมาโม่พร้อมกับมะพร้าว และข้าวสุกให้ละเอียดยิบ ซึ่งในปัจจุบันนี้ใช้แป้งแบบผงแทน เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกมากขึ้น
– การทำขนมครกอาจดัดแปลงด้วยการเติมหน้าต่างๆ แทนหน้ากะทิได้ เช่น หน้าสังขยา หน้ากุ้ง หน้าหัวผักกาด หรืออื่นๆ ส่วนผู้ที่ชอบทานขนมครกแบบหวานๆ ให้จิ้มน้ำตาลทรายแบบนี้ เป็นต้น
– ขนมครก ตรงแป้งข้าวเหนียวควรจะขาวสะอาด และด้านล่างเป็นรูพรุน มีสีเหลืองทอง เนื้อขนมนุ่ม สำหรับผิวด้านล่าง หรือส่วนผิวที่เหลืองควรมีความกรอบ มีรสหวานน้อยๆ เจือรสเค็ม และมัน
สูตรวิธีการทำขนมครก สูตรที่ 3
ส่วนผสมการทำแป้งขนมครก
– แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วยตวง
– น้ำสะอาด 1/2 ถ้วยตวง
– น้ำกะทิ 1/2 ถ้วยตวง (ถ้าไม่มีน้ำกะทิ สามารถใช้นมสดแทนได้)
– น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีน้ำปูนใส สามารถใช้น้ำกะทิ หรือน้ำสะอาด 3 ช้อนโต๊ะแทน แต่แป้งขนมครกจะดูไม่กรอบเท่าใส่น้ำปูนใส)
– น้ำตาล 1 ช้อนชา
– เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
วิธีการทำแป้งขนมครก
– ขั้นแรกเลย เราต้องตวงส่วนผสมแป้งขนมครกทุกอย่างใส่ชาม และคนให้เข้ากัน สังเกตว่าแป้งละลายไม่จับเป็นเม็ดเป็นอันใช้ได้
– แต่ถ้าเราไม่รีบร้อน ให้พักแป้งไว้สักครู่ เพื่อให้แป้งดูอิ่มตัว จะส่งผลให้เนื้อขนมครกมีความนุ่มขึ้น ถ้าเราไม่พักแป้งไว้ เวลาที่หยอดใส่เบ้า บางครั้งแป้งจะแตกออกมา หรือถ้าใครขยันหน่อย ก็นวดแป้งกับกะทิให้นุ่มก่อน ค่อยใส่น้ำลงไป เพื่อให้แป้งคลายตัว การนวดนี้ก็จะส่งผลให้แป้งเหนียวนุ่มขึ้น – – ข้อแนะนำ เราอาจจะทำแป้งไว้ในตอนกลางคืน และนำมาทำขนมครกในตอนเช้า
ส่วนผสมการทำหน้าขนมครก
– หัวกะทิ 1/2 ถ้วยตวง (ถ้าไม่มีหัวกะทิ สามารถที่จะใช้นมสด 1/3 ถ้วยตวง ผสมกับแป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา คนเข้ากันให้แป้งละลายและตั้งไฟอ่อนๆ คนอีกครั้งจนแป้งข้น ถ้าหากมีกลิ่นมะพร้าว ก็ให้หยดกลิ่นมะพร้าวใส่ลงไปด้วย เราก็จะได้หัวกะทิเทียม ใช้แทนหัวกะทิแท้ได้)
– หางกะทิ 1/4 ถ้วย
– น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ (ถ้าเอาหวานกว่านี้ก็ 3 ช้อนโต๊ะ)
– เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
– แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา
– ข้าวโพดต้ม ต้นหอมซอย เผือกซอย ฟักทองซอย หรืออื่นๆ เอาไว้โรยหน้าขนมครก
วิธีการทำหน้าขนมครก
– เริ่มจากการผสมหัวกะทิ เกลือป่น และน้ำตาลทราย เข้าด้วยกัน และคนเกลือ และน้ำตาล ให้ละลาย หรืออาจจะตั้งไฟอ่อนๆ แล้วคนจนน้ำตาลละลายก็ได้เหมือนกัน
เบ้าขนมครก
สำหรับเบ้าขนมครกที่มีขายในประเทศไทย ก็จะมีด้วยกันหลายแบบ ทั้งแบบทำด้วยเหล็ก อลูมิเนียม ทองเหลือง ดินเผา สำหรับขนาดเบ้าขนมครกก็จะมีแบบ 15 หลุม 22 หลุม 28 หลุม ถ้าหากว่าเราชอบทำขนมครกชิ้นใหญ่ ก็ให้ซื้อแบบ 15 หลุม
วิธีการทำขนมครก
– มาถึงวิธีทำกันหล่ะ เริ่มจากตั้งเบ้าขนมครกบนเตา ให้ใช้ไฟปานกลาง เมื่อร้อนเต็มที่ ให้เราหรี่ไฟใช้ไฟอ่อนๆ
– นำลูกประคบมาแตะน้ำมันพืช ให้เช็ดทุกเบ้า ตามขอบว่างๆ ด้วย เมื่อหน้าขนมครกล้นออกมา จะได้แคะออกมาได้แบบง่ายๆ
– ต่อมาตักแป้งที่เราเตรียมเอาไว้ หยอดลงไปสัก 3/4 ของเบ้า
– นำกระบวย หรือช้อนกลมๆ กดลงไปที่แป้งที่หยอด ก็จะมีแป้งล้นขึ้นมาตามขอบที่ว่างๆ ที่ทำแบบนี้ก้เพราะว่า เราจะได้หยอดหน้าขนมครกได้มากๆ
– เสร็จแล้วปิดฝาพักไว้สักครู่ และค่อยเปิดฝามาหยอดหน้ากะทิลงไป
– ตักหางกะทิหยอดลงไปสักนิดหน่อย และตามด้วยหัวกะทิ
– โรยหน้าขนมครกตามชอบใจ เช่น โรยข้าวโพดต้มบ้าง ต้นหอมซอยบ้าง ฟักทองบ้าง หรืออื่นๆ ตามที่เราชอบ
– เมื่อขนมครกสุกแล้ว ก็แคะออกมาใส่จาน หรือจะแคะออกประกบคู่ก็ ได้เราจะได้ขนมครกแบบแป้งบาง และกรอบเนื้อนุ่ม
สูตรวิธีการทำขนมครกสูตรที่ 4
ส่วนผสมการทำแป้งขนมครก
– แป้งข้าวเจ้าตราชัางสามเศียร 400 กรัม
– แป้งข้าวเหนียวตราช้างสามเศียร 50 กรัม
– น้ำกะทิ 3 ถ้วยตวง
– น้ำร้อน 4 ถ้วยตวง
วิธีการทำแป้งขนมครก
– มาเริ่มกันเลยครับ เริ่มจากเทแป้งข้าวเจ้า 400 กรัม ใส่ลงอ่างผสมครับ ตามลงไปด้วยแป้งข้าวเหนียว 50 กรัม และค่อยๆ เท น้ำกะทิตามลงไปอีก 3 ถ้วย
– ต่อมาให้คนแป้งแบบเบาๆ และใส่น้ำร้อนอีก 4 ถ้วยตามลงไป
– เมื่อเราใส่ส่วนผสมลงไปครบแล้ว ให้เราคนแป้งอย่างรวดเร็ว เพื่อทำให้ส่วนผสมทุกอย่างละลายเข้ากันครับ
ส่วนผสมการทำกะทิขนมครก
– หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
– น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
– เกลือ 2 ช้อนชา
วิธีการทำกะทิขนมครก
– ให้เราเทน้ำตาลใส่อ่างผสมครับ และก็ตามด้วยเกลือ และเทหัวกะทิ
– และให้คนส่วนผสมทุกอย่างให้ละลายเข้ากัน
วิธีการทำขนมครก
– ขั้นตอกแรกให้นำถาดขนมครก ยกขึ้นตั้งไฟ ให้เปิดไฟอ่อนๆ แนะนำว่าให้ใช้น้ำมันใหม่ๆ นะครับ และเช็ดให้ทั่วทุกหลุมขนมครกนะครับ
เตรียมฝอยทอง เผือก ข้าวโพด ต้นหอม ตามแต่ที่เราชอบ เอาไว้โรยหน้าขนมครก
– เมื่อถาดขนมครกเริ่มที่จะร้อน สามารถสังเกตได้จากมีควันขึ้นเล็กน้อย ให้เราตักแป้งขนมครก หยอดลงได้เลย ข้อควรระวังเวลาหยอดแป้งขนมครก อย่าหยอดให้เต็มหลุมนะครับ ให้เหลือที่ไว้หยอดหน้าขนมครกนะครับ
– เมื่อเราหยอดไปได้สักประมาณ 5 หลุม เราต้องรีบกลับมาหยอดหน้าขนมต่อ เพราะว่าถ้าเราให้แป้งตัวขนมสุก หน้าขนมครกที่เป็นหัวกะทิ มันจะไหลทิ้งนะครับ
– และก็มาถึงเวลาโรยหน้าขนมครกครับ หน้าขนมครกก็อย่างเช่น ข้าวโพด เผือก ฝอยทอง ต้นหอม ให้โรยตามที่เราชอบ
– เสร็จแล้วให้ปิดฝา พักทิ้งไว้สักพัก แล้วก็เปิดฝาแคะขนมครกออกใส่ภาชนะที่เราเตรียมเอาไว้ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ

การบรรจุกล่องขนมครก
– ให้บรรจุขนมครกในภาชนะบรรจุที่สะอาด ปิดได้สนิท และสามารถป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรกที่อยู่ภายนอกได้
– น้ําหนักสุทธิ หรือจํานวนชิ้นของขนมครกในแต่ละภาชนะบรรจุต้องไม่น้อยกว่าที่ระบุไว้ที่ฉลาก
เครื่องหมาย และฉลากขนมครก
ที่ภาชนะบรรจุขนมชั้นทุกหน่วย อย่างน้อยต้องมีเลข อักษร หรือเครื่องหมายแจ้งรายละเอียดต่อไปนี้ ให้เห็นได้ง่าย ชัดเจน
– ชื่อผลิตภัณฑ์ เช่น ขนมครกแสนอร่อย ขนมครกหอมหวาน
– ส่วนประกอบที่สำคัญ
– น้ำหนักสุทธิ หรือจำนวนชิ้น
– วัน เดือน ปีที่ผลิต และวัน เดือน ปีที่หมดอายุุ หรือข้อความว่า “ควรบริโภคก่อน (วัน เดือน ปี) ”
– ข้อแนะนำในการเก็บรักษา เช่น ควรเก็บในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
– ชื่อร้าน หรือบริษัท หรือสถานที่ทำ พร้อมสถานที่ตั้ง หรือเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
– ในกรณีทีใช้ภาษาต่างประเทศ ต้องมีความหมายตรงกับภาษาไทยที่กำหนดไว้ข้างต้น
การขายขนมครก
สำหรับการขายขนมครกนะครับ ยังไปได้อีกไกลครับสำหรับเส้นทางนี้ คนทานขนมครกดูไม่มีวี่แววจะลดน้อยถอยลงเลย เด็กรุ่นใหม่ที่ทานขนมครกก็มีอยู่มากครับ อย่างว่าหล่ะครับ ขนมครกเป็นขนมไทยที่รสชาติอร่อย หอมหวาน ใครๆ ก็ต้องชอบ
สำหรับการขายปลีกนั้น เราก็จะใช้กระทงใบตองวางรองขนมครก ลูกค้าท่านใดซื้อก็ให้ถือไปได้เลย แต่สำหรับการขายส่งนั้น เราต้องมีกล่องบรรจุขนมครกครับ ที่ผมเห็นส่วนมากจะใช้กล่องกระดาษสีขาว แต่บางเจ้าก็มีแต่กล่องกระดาษ ไม่มีอะไรรองขนม ผมคิดว่าน่าจะหาอะไรมาวางรองขนมสักนิดนะครับ เพื่อสุขอนามัย เช่น พลาสติก หรือใบตอง หรือจะใช้กล่องโฟมก็ได้เช่นกัน แต่ต้องมีพลาสติก หรือใบตอง มารองขนมเช่นกันครับ
การขายแบบไม่มีแบรนด์ กับการขายแบบมีแบรนด์นั้น การขายแบบมีแบรนด์ ติดชื่อร้าน จะดีกว่านะครับ จะทำให้ลูกค้าสามารถจำได้ว่าขนมซื้อมาจากร้านไหน ถ้าขนมครกอร่อย จะทำให้บอกกันต่อแบบปากต่อปากได้ และเป็นผลดีกับการนำไปขายส่งให้กับร้านขายขนมไทยตามที่ต่างๆ ซึ่งเราจะรวยไม่รวยอยู่ที่ เจ้าที่มาซื้อของไปวางขายนั่นแหล่ะครับ ยิ่งมีมากมากยิ่งทำเงินได้มากครับ ส่วนหน้าร้านของเราก็ขายขนมครกไปตามปกติ หลังร้านก็ทำส่งขาย ถ้าอย่างนี้พอมีโอกาสรวยครับ
แต่ถ้าขายหน้าร้านอย่างเดียว ไม่มีทำขายส่ง ก็ต้องหาคนมาซื้อให้ได้เยอะๆ ครับ ต้องหาทำเลที่มีผู้คนพลุกพล่านเยอะๆ ครับ เช่น ในตลาดนัด ในแหล่งชุมชน หรือหน้าโรงเรียน หน้ามหาวิทยาลัย
เรื่องความอร่อยเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนะครับ ของเราดี เดี๋ยวก็จะมีคนมาซื้อเราเอง แล้วเค้าก็จะโฆษณาให้เราแบบปากต่อปาก เรื่องความอร่อยอย่าให้ตกเลยนะครับ ทำเลดี ขนมอร่อย มีชัยไปกว่าครึ่งครับ ขอให้ร่ำรวยจากการขายขนมครกกันทุกท่านนะครับ