Category: ธุรกิจต่างๆ

  • วิธีการรับจำนำโทรศัพท์มือถือ

    ในยุคที่การสื่อสารก้าวหน้าจนเรียกได้ว่าประชากรแทบทุกคนต้องมีโทรศัพท์มือถือพกติดตัว ทำให้อุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือขยายตัวมากขึ้น โทรศัพท์มือถือมีมากมายหลายแบบให้เลือกซื้อ หรือเปลี่ยน จนทำให้ร้านขายโทรศัพท์มือถือต่างผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ซึ่งร้านขายโทรศัพท์มือถือเหล่านี้นอกจากรายได้หลักจากการขายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมแล้ว ปัจจุบันยังมีอาชีพเสริมอีกอย่างหนึ่งขึ้นมาซึ่งนั่นก็คือการรับจำนำโทรศัพท์มือถือนั่นเอง

    การรับฝากมือถือหรือถ้าจะอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือการรับจำนำมือถือ เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับร้านขายโทรศัพท์มือถือได้ดีอยู่ไม่น้อย ด้วยว่าเป็นการให้ลูกค้านำโทรศัพท์มือถือที่ตนมีหรือเป็นเจ้าของมาจำนำไว้เพื่อรับเงินสดไปและกลับมาไถ่ถอนคืนไปพร้อมดอกเบี้ย

    หลักการรับจำนำโทรศัพท์มือถือของร้านขายโทรศัพท์มือถือทั่วไป มักจะเป็นการต่อดอกเบี้ยทุกสัปดาห์ จนกว่าจะมีการไถ่ถอนโดยมีการคิดอัตราค่ารับฝากอยู่ที่ 5-10% ตามแต่ตกลง โดยโทรศัพท์มือถือที่รับจำนำส่วนใหญ่จะเป็นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อมาตรฐาน อาทิเช่น iPhone Samsung LG BlackBerry เป็นต้น ส่วนโทรศัพท์มือถือระดับรองลงมาส่วนใหญ่ร้านค้าไม่นิยมรับจำนำ

    การให้บริการรับจำนำโทรศัพท์มือถือนี้ ทางร้านค้าที่รับจำนำก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่รับความเสี่ยงสูงอยู่เช่นกัน เพราะหากลูกค้าไม่มาไถ่ถอนคืนทำให้ร้านค้าต้องสูญเสียเงินดังกล่าวไป และได้โทรศัพท์มือถือมาแทน ซึ่งหากโทรศัพท์ที่เราได้มานั้นเป็นโทรศัพท์ใกล้จะฟัง หรือมีตำหนิมากก็จะทำให้ร้านค้าขาดทุนจึงต้องทำให้มีการตั้งราคารับจำนำไว้อยู่ที่ประมาณ 30-35% ของราคาปัจจุบัน อีกทั้งร้านค้าที่รับจำนำยังต้องตรวจตราให้ถ้วนถี่ถึงสภาพ และตำหนิของโทรศัพท์ที่มารับฝากก่อนทุกครั้งด้วยเพื่อความเป็นมาตรฐานในการตีราคารับจำนำ

    ปัจจุบันร้านค้าที่รับจำนำโทรศัพท์มือถือบางร้านได้ขยับขยายจากการรับจำนำโทรศัพท์มาถือมาเป็นรับจำนำแทบเลต เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุคส์ และในบางร้านอาจจะรับจำนำกล้องดิจิตัลอีกด้วย

    สำหรับแหล่งหรือสถานที่เหมาะกับกิจการรับจำนำโทรศัพท์มือถือนั้น นอกจากตามแหล่งซื้อขายโทรศัพท์มือถืออย่างมาบุญครอง ตะวันนา หรือคลองถมแล้วตามสถานที่ๆ ใกล้กันกับสถานบันเทิงบางที่ก็มีผู้ใช้บริการอยู่มากเช่นกัน เช่น แถวรัชดา แถวหอนาฬิกาห้วยขวางเป็นต้น

    มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่คิดจะประกอบอาชีพรับจำนำโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อีเลคโทรนิคส์ว่าคุณควรที่จะมีความรู้ในเรื่องของอุปกรณ์อีเลคโทรนิคส์เหล่านั้นอยู่บ้าง เพื่อไม่ให้ถูกลูกค้าย้อมแมวขาย อีกทั้งเงินที่นำมาลงทุนควรที่จะเป็นเงินเย็นหรือเป็นเงินที่ไม่ได้มีโครงการที่จะนำไปใช้จ่ายอะไรในระยะสั้นๆ เพราะเราเองก็ไม่ทราบได้เช่นกันว่าลูกค้าจะมาไถ่ถอนโทรศัพท์คืนเมื่อไหร่

  • วิธีการทำธุรกิจรถตู้ให้ประสบความสำเร็จ

    วิธีการทำธุรกิจรถตู้ให้ประสบความสำเร็จ

     

    ในปัจจุบันนี้การเดินทางในแต่ละวันไม่ว่าจะไปทำงาน หรือไปเรียน หรือการทำกิจธุระต่างๆ ท่านที่ไม่ได้มีรถยนต์ส่วนตัว ก็จะใช้บริการรถโดยสารประจำทางเป็นหลัก แต่เดี๋ยวนี้มีรถตู้มาให้เราใช้บริการมากขึ้น ตามจุดต่างๆ ทำให้การเดินทางไปสู่จุดหมายไวมากขึ้น ทำให้มีผู้มาใช้บริการซ้ำเป็นประจำในวันทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ทำให้ธุรกิจรถตู้ได้รับความนิยมมาก หลายท่านต้องการที่จะมาทำธุรกิจรถตู้นี้ วันนี้ผมก็ขอเสนอการทำธุรกิจรถตู้ให้ประสบความสำเร็จ ขอเชิญอ่านได้เลยครับ

    พนักงานขับรถ

    การทำธุรกิจรถตู้ คนที่มีหน้าที่ดูแล รักษา และรับผิดชอบรถนั้นก็คือพนักงานขับรถ ซึ่งเจ้าของธุรกิจรถตู้ จะต้องให้ความสำคัญในการคัดเลือกพนักงานขับรถอย่างเข้มงวด เพราะพนักงานขับรถจะต้องมีหน้าที่ในการรับผิดชอบชีวิต และทรัพย์สินของผู้โดยสารทั้งคัน โดยการคัดเลือกควรคัดเลือกจากวัยวุฒิ วุฒิภาวะ ประสบการณ์ในการขับรถยนต์ การทดสอบขับรถเพื่อทดสอบความสามารถ ก่อนจะเข้ามาปฏิบัติงานรับผู้โดยสาร เพื่อให้มั่นใจว่าสามรถขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ความชำนาญเส้นทาง

    ความชำนาญเส้นทางสำหรับพนักงานขับรถก็เป็นสิ่งสำคัญ เราควรคัดเลือกพนักงานขับรถที่นอกจากขับดีแล้ว ยังต้องมีความชำนาญเส้นทางด้วย ซึ่งต้องชำนาญเส้นทางทั้งในเวลากลางวัน และเวลากลางคืน หากมีโอกาสที่จะต้องขับรถเพื่อเดินทางในเวลากลางคืนพนักงานควรจะมีศักยภาพในการขับรถได้ทั้งสองช่วงเวลา ความชำนาญเส้นทางพนักงานนั้นจะต้องมีความจำที่ดี เพราะเส้นทางมีเป็นหลายสายจำนวนนับไม่ถ้วน ซึ่งถ้าพนักงานขับรถมีความชำนาญเส้นทาง จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับการเดินทางของผู้โดยสารมากขึ้น

    ขับปลอดภัย

    การขับรถนั้นพนักงานจะต้องมีทักษะในการขับรถที่รวดเร็ว และควรที่จะขับอย่างปลอดภัยเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อทั้งชีวิต และทรัพย์สินของทั้งตนเองและผู้อื่น โดยเจ้าของธุรกิจรถตู้จะต้องคัดเลือกพนักงานขับรถที่มีการขับรถอย่างปลอดภัยสูงที่สุด เพื่อเพิ่มความมั่นใจ และสบายใจให้กับผู้โดยสารตลอดการเดินทาง การขับรถนอกจากจะขับให้ปลอดภัยแล้วยังควรขับด้วยการมีจิตสำนึก มีน้ำใจให้เพื่อนร่วมทางบนถนนด้วย

    รักงานบริการ

    การทำธุรกิจรถตู้ เจ้าของควรจะมีใจรักในงานบริการ รวมถึงมีการฝึกอบรมให้พนักงานขับรถนั้นมีความรักในงานบริการ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้โดยสาร แต่เป็นการพูดคุยอย่างสุภาพ พูดจาดีไพเราะ ไม่ควรจะให้ความสนใจในเรื่องส่วนตัวของผู้โดยสารอย่างเด็ดขาด การรักงานบริการถือเป็นจิตสำนึกส่วนตัวไม่สามารถบังคับกันได้ ดังนั้นการเลือกพนักงานขับรถควรจะเลือกที่มีใจรักในงานบริการ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีด้วย

    ความสะอาด

    ความสะอาดเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครๆ ก็ชอบ เพราะความสะอาดคือสิ่งที่ทำให้สบายตา การรักษาความสะอาดของรถตู้ ควรจะต้องมีการล้างรถ ดูดฝุ่นอย่างเสมอเพื่อไม่ให้มีสิ่งสกปรก กลิ่นอับ หรือฝุ่นละอองปนเปื้อนอยู่ในรถ ซึ่งจะทำให้อากาศภายในรถไม่บริสุทธิ์ และยังจะส่งผลเสียต่อสุขภาพให้กับผู้โดยสารได้อีกด้วย การรักษาความสะอาดเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างคาวมประทับใจให้กับผู้โดยสารที่มีต่อพนักงานขับรถ และอาจทำให้เกิดการใช้บริการซ้ำได้

    ช่องทางในการทำธุรกิจรถตู้

    1. รับส่งพนักงาน

    การทำธุรกิจรถตู้ เพื่อให้ประสบความสำเร็จนั้นสามารถเลือกทำรถตู้เพื่อรับส่งพนักงาน ซึ่งถือเป็นธุรกิจบริการที่กำลังได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการใช้บริการรถบัสเพื่อรับส่งพนักงาน ในการรับส่งพนักงานนั้นสามารถเลือกเวลาในการทำได้ เพราะเนื่องจากแต่ละบริษัท จะมีเวลาในการเข้างาน หรือเลิกงานที่แตกต่างกัน แต่ถ้าเราทำธุรกิจรถตู้ เพื่อรับส่งพนักงานที่มากกว่าหนึ่งบริษัท เราควรที่จะมีวินัยในการให้บริการอย่างสูง โดยเฉพาะเรื่องเวลาจะต้องมีความตรงต่อเวลาในการรับส่งพนักงานให้ถึงสถานที่ทำงานก่อนเวลาเสมอ เพื่อพนักงานจะได้มีเวลาในการทำธุระส่วนตัวก่อนการเข้างาน

    2. รับส่งนักเรียน

    การทำธุรกิจรถตู้ ในการรับส่งนักเรียนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ทำธุรกิจนี้ และต้องการขยายธุรกิจให้กว้างขึ้น แต่ช่องว่างในการรับส่งนักเรียนนั้น ก็จะทำให้รถตู้ไม่มีรายได้จากการรับส่งนักเรียนในช่วงปิดเทอม ดังนั้นจึงควรหาช่องทางสำรอง เช่น ไปรับนักเรียนที่เรียนพิเศษในช่วงปิดเทอมแทน เพื่อไม่ให้เกิดการสะดุดในธุรกิจนี้

    3. รถตู้นำเที่ยว

    การทำธุรกิจรถตู้ ด้วยการเป็นรถตู้นำเที่ยว เป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยม และตอบโจทย์ช่วยอำนาวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการ โดยสามารถทำธุรกิจรถตู้นำเที่ยวแบบครอบครัว แบบพนักงาน แบบนักเรียน เพื่อนำไปเที่ยวในสถานที่ๆ ผู้ใช้บริการต้องการ โดยการนำเที่ยวจะมีทั้งเดินทางใกล้ และเดินทางไกล ดังนั้นจึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการเป็นหลัก และเช็คสภาพรถก่อนเดินทางเสมอ

    4. รถตู้รับผู้โดยสารทั่วไป

    รถตู้รับผู้โดยสารทั่วไป หรือวินรถตู้ตามจุดที่มีคนหนาแน่น อย่างเช่น หน้าแหล่งการค้าใหญ่ๆ หรือตามหน้ามหาวิทยาลัยต่างๆ ก็เป็นหนึ่งในช่องทางการทำธุรกิจนี้ เพราะจะมีผู้ใช้บริการไปทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับเป็นประจำ อย่างน้อยๆ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ก็ทำให้เรามีรายได้แล้ว แต่วันเสาร์อาทิตย์อาจจะน้อยหน่อย เราก็อาจจะพิจารณาวิ่งวันเสาร์อีกหนึ่งวัน และหยุดวันอาทิตย์ เพื่อให้เราได้มีเวลาพักผ่อนด้วย

    สรุป

    การทำธุรกิจรถตู้นั้นเป็นธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับการเดินทางบนท้องถนน ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากเป็นพิเศษ ในการใช้บริการรถตู้เพื่อโดยสารเป็นการฝากชีวิต และทรัพย์สินของผู้โดยสารไว้กับพนักงานขับรถ ดังนั้นใครก็ตามที่จะทำธุรกิจรถตู้ ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และไม่ประมาทเป็นประการหลักสำคัญสำคัญที่สุด

  • วิธีการขายภาพวาดให้ประสบความสำเร็จ

    วิธีการขายภาพวาดให้ประสบความสำเร็จ

     

    ในปัจจุบันนี้นักวาดภาพถือได้ว่าเป็นอาชีพอิสระ ที่หลายคนยึดเป็นช่องทางทำมาหาเลี้ยงชีพได้อย่างน่าสนใจ เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่หลายคนมองข้าม อาชีพนี้สามารถทำเป็นอาชีพ และทำเงินได้ ยิ่งเป็นคนที่รู้จักนำความเชี่ยวชาญจากทักษะทางศิลปะมาผสานรวมเข้ากับไอเดียสร้างสรรค์แล้ว งานที่ออกมาก็จะดียิ่งขึ้น

    ซึ่งสำหรับคนที่ชอบวาดภาพ ไม่ว่าจะภาพสีน้ำ สีน้ำมัน สีอะคริลิก หรืออื่นๆ จะด้วยเป็นพรสวรรค์ที่มีติดตัวมา หรือเป็นเพราะว่าชอบเป็นการส่วนตัวกับการเขียนภาพ วาดภาพ วาดเป็นงานอดิเรก มีเป็นจำนวนมากที่วาดสะสมไว้เป็นคอลเล็กชั่น

    เงินทุน

    เงินทุนเบื้องต้น สำหรับคนที่จะทำอาชีพขายภาพวาดนี้ ใช้เงินลงทุนประมาณ 10,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าวัสดุ และอุปกรณ์ ทุนวัสดุอยู่ที่ 50% จากราคาขาย

    วัสดุอุปกรณ์

    วัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องใช้ประกอบด้วย ไม้เฟรม, ผ้าใบ, เครื่องปั๊มลม, ปืนยิงแม็ค, เลื่อยไฟฟ้า, สีอะคริลิก, พู่กัน, ดินสอ, ยางลบ และอุปกรณ์ที่ใช้ในงานวาดภาพ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายเครื่องเขียนทั่วไป

    ขั้นตอนการทำภาพวาด

    1. เริ่มจากการขึ้นเฟรมสำหรับวาดภาพ โดยการตัดไม้เฟรมให้ได้ตามขนาดที่ต้องการ โดยให้ตัดไม้เฟรมขนาดละ 2 ท่อน คือ 20 นิ้ว 2 ท่อน กับ 40 นิ้วอีก 2 ท่อน นำไม้เฟรมที่ตัดแล้วมาทำการเข้ามุม ใช้ปืนยิงแม็คยิงยึดให้ติดแน่น
    2. จากนั้นนำผ้าใบมาทาบกับเฟรมที่ประกอบแล้ว ทำการตัดขึ้นรูป นำผ้าใบที่ตัดแล้วมายึดติดกับหน้าเฟรม ใช้ปืนยิงแม็คยิงยึดให้แน่น เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำเฟรมผ้าใบสำหรับใช้วาดภาพ
    3. เมื่อได้เฟรมผ้าใบแล้วก็มาถึงขั้นตอนวาดภาพ เริ่มจากใช้ดินสอร่างภาพตามแบบที่จะวาด เมื่อร่างเสร็จแล้วทำการลงสีตามที่ได้ออกแบบหรือจินตนาการไว้ จากนั้นตกแต่งรายละเอียดของภาพให้เรียบร้อยสมบูรณ์ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำ

    ทั้งนี้การวาดภาพนั้นแม้จะถูกหลายคนมองว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัว แต่สิ่งเหล่านี้สามารถฝึกหัดฝึกฝนกันได้ ถ้าสนใจในเรื่องนี้จริงๆ และหากเราสามารถตัดเฟรม หรือทำเฟรมผ้าใบสำหรับวาดภาพขึ้นมาเองได้ จะช่วยลดต้นทุนในส่วนนี้ลงไปได้มาก เพราะเฟรมสำเร็จรูปนั้นค่อนข้างจะมีราคาแพง

    การตั้งราคาขาย

    การตั้งราคาขายก็ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับช่องทางทำกินของคนในอาชีพวาดภาพ การตั้งราคาขายนั้น ขึ้นอยู่กับขนาดภาพ และความละเอียดของภาพ ทั้งนี้ก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละภาพ เพราะบางภาพก็มีรายละเอียดมาก หรือขึ้นอยู่กับความพอใจทั้งจากผู้ขายกับผู้ซื้อ แต่ถ้าเอาแบบราคากลางๆ ก็ต้องตั้งราคาแบบให้จับต้องได้ ให้ลูกค้าซื้อได้ ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000-5,000 บาท แต่ก็ไม่ควรขายถูกจนหมดผลงานหมดคุณค่า

    กลุ่มลูกค้า

    กลุ่มลูกค้าส่วนหนึ่งจะเป็นคนที่สนใจในภาพวาดจริงๆ ซื้อเพราะความงามแห่งศิลปะภาพวาด ลูกค้าอีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นคนที่ซื้อไปตกแต่งบ้าน ร้าน บริษัท โรงแรม ซึ่งถ้าได้ลูกค้าที่ซื้อไปแก้ฮวงจุ้ย จะได้ราคาดีมาก ถ้าลูกค้าชอบภาพวาดนั้นๆ จริงๆ ลูกค้าจะยอมจ่ายตามความพึงพอใจ

    การตลาด

    หลายคนมองว่าภาพวาดเป็นสินค้าสิ้นเปลือง สินค้าฟุ่มเฟือย ทำให้ภาพวาดจะขายดีหรือไม่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจเป็นหลัก หากช่วงไหนเศรษฐกิจดี ภาพก็จะขายง่าย แต่หากไม่ดีก็จะขายยากขึ้นซึ่งอาจใช้วิธีลดราคา หรือปรับราคาสินค้า ดังนั้นคนที่ทำอาชีพนี้จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพความเป็นจริงของตลาด อาชีพวาดภาพนี้ ที่คนมองว่าทำยาก ขายยาก จริงๆ แล้วหากมุ่งมั่นตั้งใจ รู้จักพลิกแพลง หาจุดเด่น ก็ถือว่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สามารถใช้เป็นช่องทางทำเงินได้

    ขายภาพวาดในอินเตอร์เน็ต

    แต่ถ้าหากวาดแล้วเกิดอยากขายภาพวาดบ้าง คนอื่นเค้าวาดแล้วยังเอาไปขายได้ ทำไมของเราจะขายไม่ได้บ้าง แต่จะไปขายภาพวาดตามร้านรับซื้อภาพวาดต่างๆ ก็อาจจะโดนกดราคา หรือหาที่ขายยากถ้ารูปไม่สวยจริงๆ ผมก็ขอแนะนำให้ลองขายภาพวาดทางอินเตอร์เน็ตครับ โดยมุ่งกลุ่มลูกค้าไปที่ลูกค้าชาวต่างประเทศ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากที่สนใจในภาพวาด อาจจะทำเว็บไซต์เอง หรือที่นิยมกันก็คือนำไปขายในอีเบย์ (eBay) เว็บประมูลชื่อดังอันดับหนึ่งของโลกนั่นเองครับ

    การขายในอีเบย์จะมีทั้งแบบประมูล และแบบกำหนดราคาตายตัว แล้วแต่เราจะเลือก ส่วนมากจะส่งภาพให้ลูกค้าโดยการส่งแต่ผืนผ้า โดยไม่ต้องใส่กรอบ เพื่อความสะดวกในการส่ง ในการขายของกับอีเบย์จะต้องรับเงินผ่าน paypal และต้องมีบัตรเครดิต หรือใช้บัตร k-web shopping ของธนาคารกสิกรไทยก็ได้

    เว็บไซต์บางแห่งเช่น Etsy.com และ ArtFire.com เป็นแหล่งที่มีลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าทำด้วยมือของผู้ขาย (งาน handmade) เช่น การถักโครเชต์ งานเย็บปักถักร้อย งานภาพ และตกแต่ง ซึ่งงานศิลป์ที่ทำด้วยมือมีมากมายที่คุณจะสร้างสรรค์ขึ้นมาได้ เพราะนี่อาจจะเป็นชิ้นเดียวที่คุณได้สร้างขึ้นมา มันจะเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งของแนวๆ นี้สมาชิกเว็บ Etsy.com จะชอบมาก

    คนต่างชาติทั้งฝรั่ง และชาวเอเชียด้วยกันมีเยอะครับ ที่ชอบภาพวาดของคนไทย บางทีก็มีการเหมาซื้อเยอะๆ เพื่อนำไปขายต่อ ดังนั้นถ้ามีฝีมือในการวาดแล้วหล่ะก็ อย่าลืมนำภาพของคุณมาขายในเว็บไซต์ให้คนทั้งโลกได้รู้จักได้ชมผลงานของคุณด้วยนะครับ

  • วิธีการทำธุรกิจบริการให้ประสบความสำเร็จ

    ธุรกิจบริการคืออะไร

    ธุรกิจบริการคืออะไร ธุรกิจบริการ คือ ธุรกิจที่ไม่มีตัวสินค้าให้จับต้องได้ เป็นธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้านความพึงพอใจ และความคาดหวัง เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจการรักษาพยาบาล ธุรกิจเกี่ยวกับการคมนาคมขนส่ง ธุรกิจเกี่ยวกับที่พักอาศัย ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ธุรกิจให้การบริการความงาม ธุรกิจเกี่ยวกับพลานามัย ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจเกี่ยวกับการเงินและการธนาคาร และธุรกิจสปา เป็นต้น

    งานบริการ คือ การที่ลูกค้าหรือผู้บริโภค ไม่สามารถสัมผัสจับต้องกับสิ่งที่ตนต้องเสียเงินไปเพื่อแลกเอาสิ่งนั้นมาได้ เช่น การเข้าชมภาพยนต์ หรืออย่างการเสียเงินไปเที่ยวในสวนสนุก ก็ไม่สามารถเอาอะไรกลับบ้านได้ นอกจากความรู้สึกสนุกที่ได้รับ

    ดังนั้นเราอาจเรียกได้ว่า สินค้าของธุรกิจบริการส่วนใหญ่ก็คือ การขายประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคนั่นเอง ซึ่งในเรื่องของประสบการณ์ หรือความประทับใจนี่เองที่ทำให้การทำการตลาดของธุรกิจบริการจำเป็นที่จะต้องแตกต่างไปจากการทำการตลาดของสินค้าทั่วไปที่สามารถจับต้องได้

    และสินค้าบริการมักจะถูกผลิตขึ้นในทันทีทันใด ในขณะใดขณะหนึ่งให้กับผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น การบริการของธนาคาร ซึ่งการฝาก หรือการถอนเงิน จะเกิดขึ้นโดยพนักงานธนาคารกับลูกค้าในขณะนั้นๆ พนักงานธนาคารมักจะต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ผลิตบริการนั้นขึ้นมาด้วยตนเอง ไม่เหมือนกับการผลิตสินค้าในโรงงาน ที่ผู้ผลิต และผู้ขาย ไม่จำเป็นต้องเป็นคนๆ เดียวกัน ซึ่งประสบการณ์ที่ผู้บริโภคได้รับจากพนักงานผู้ให้บริการในขณะนั้น จึงหมายถึงความพึงพอใจ หรือไม่พึงพอใจต่อกิจการ หรือแบรนด์นั้นๆ โดยตรง ซึ่งก็หมายถึงการที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อซ้ำหรือไม่ในครั้งต่อๆ ไป ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการทำการตลาดอีกประการหนึ่ง

    ธุรกิจบริการแตกต่างจากธุรกิจอื่นอย่างไร

    ในธุรกิจบริการ ข้อแตกต่างอีกประการหนึ่งที่จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนก็คือ การที่ลูกค้าจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการ หรือการใช้บริการ ร่วมกับผู้ให้บริการด้วย ในบางครั้งหากลูกค้าจะต้องได้รับการตอบสนองมากขึ้น ก็จะสร้างความประทับใจให้มากขึ้นด้วย ยกตัวอย่างเช่น การท่องเที่ยวแบบผจญภัย การเล่นเรือแคนู การล่องแก่ง หรือการใช้บริการฟิตเนส เป็นต้น การร่วมลงมือลงแรงระหว่างการใช้บริการ ถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ตรงที่ผู้บริโภคจะได้รับจากบริการของเรา

    ดังนั้นหลายๆ กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับธุรกิจบริการ จึงหันมาเน้นที่การทำให้ลูกค้า หรือผู้บริโภคได้มีโอกาสมาร่วมสัมผัสบริการด้วยตนเองให้มากที่สุด

    และอีกประการที่ทำให้ธุรกิจบริการแตกต่างไปจากธุรกิจอื่นๆ ก็คือ ธุรกิจบริการเป็นธุรกิจที่ค่อนข้างจะรักษาระดับคุณภาพให้คงที่ได้ยาก เหตุเนื่องจากลักษณะของการบริการที่ต้องเกิดขึ้นในทันที และไม่สามารถเก็บรักษา หรือนำมาแก้ไขข้อบกพร่องเหมือนสินค้าที่มีตัวตนอื่นๆ ภายหลังไม่ได้ ซึ่งความสำเร็จของธุรกิจบริการจึงจะต้องขึ้นอยู่ หรือฝากความหวังไว้กับพนักงานให้บริการ ซึ่งพนักงานให้บริการที่จะต้องทำหน้าที่รักษาภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือของธุรกิจไว้ให้ได้ขณะที่ให้บริการ ซึ่งเจ้าของธุรกิจให้บริการจะต้องให้ความใส่ใจกับการให้บริการของพนักงานด้วยคุณภาพที่ดีเสมอต้นเสมอปลาย

    การตลาดธุรกิจบริการ

    กลยุทธ์การตลาดส่วนใหญ่ที่เราจะได้ยินได้ฟังมา มักจะเป็นกลยุทธ์ที่นำมาใช้กับการขายสินค้าที่มีจับต้องได้ทั่วๆ ไป ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง ไม่สามารถนำมาใช้อย่างได้ผลกับธุรกิจบริการได้โดยตรง

    ลักษณะอีกประการหนึ่งของธุรกิจบริการก็คือ สินค้าบริการจะมีอายุใช้งานเฉพาะครั้ง ไม่สามารถเก็บรอ หรือเก็บสต็อกไว้ได้ หากไม่มีลูกค้าหรือผู้บริโภคมาใช้บริการ ก็ไม่สามารถทำบริการเข้าสต็อกรอไว้ก่อนได้ ยกตัวอย่างเช่น บริการร้านตัดผม ช่างตัดผมไม่สามารถจะสร้างงานบริการได้ ถ้าไม่มีลูกค้าเข้ามานั่งให้ตัดผม ลักษณะที่แตกต่างจากสินค้าทั่วไปข้อนี้ ทำให้การตลาด หรือการบริหารจัดการธุรกิจบริการ จะต้องใช้กลยุทธ์พิเศษแตกต่างออกไปจากสินค้าธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจบริการที่ต้องทำเป็นรอบระยะเวลา เช่น โรงภาพยนตร์ ที่ต้องบริการฉายให้เป็นรอบๆ ตามเวลาที่กำหนด

    ดังนั้นเราจึงเห็นการใช้กลยุทธ์ราคาแพงในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง เช่น รอบปฐมทัศน์ หรือการลดราคาลงในช่วงที่ความต้องการลดน้อยลง เช่น ในรอบดึก รวมถึงความแตกต่างในเรื่องของช่องทางการจำหน่าย เพราะธุรกิจบริการส่วนใหญ่แทบจะไม่สามารถใช้กลยุทธ์แสวงหาช่องทางการจำหน่ายอื่นๆ ได้เลย เช่น โรงภาพยนตร์ หรือสวนสนุก ก็ไม่สามารถยกไปให้ใครลองใช้ดูที่บ้านได้แน่ๆ

    การทำการตลาดสำหรับธุรกิจบริการบางประเภท จึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยนักการตลาดที่เชี่ยวชาญสำหรับธุรกิจบริการนั้นๆ โดยเฉพาะ ซึ่งลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของธุรกิจบริการที่แตกต่างไปจากธุรกิจการผลิต หรือธุรกิจการค้าอื่นๆ ได้แก่ ความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการ ธุรกิจบริการที่จะประสบความสำเร็จจะต้องสร้างความสัมพันธ์ที่แนบแน่น และยาวนานกับลูกค้า เนื่องจากธรรมชาติของการบริการที่ต้องอาศัยความมั่นใจ หรือความเชื่อถือของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพของผู้ให้บริการ ทำให้เรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายในธุรกิจบริการ เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จที่สำคัญของธุรกิจเลยทีเดียว

    นอกจากความน่าเชื่อถือแล้ว ความประทับใจ ความอบอุ่น ความเป็นมิตร หรือความคุ้นเคย ก็สามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ของการให้บริการที่จะทำให้นำเรื่องของความสัมพันธ์มาใช้สร้างธุรกิจให้มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง

    ธุรกิจบริการมีอะไรบ้าง

    ธุรกิจบริการมีอะไรบ้าง ก็จะขอแยกธุรกิจบริการออกไว้เป็น 12 ประเภทนะครับ

    1. การบริการด้านธุรกิจอาชีพ (Professional Business Services) ซึ่งครอบคลุมการบริการด้านวิชาชีพ ด้านคอมพิวเตอร์ การโฆษณา การค้นคว้าวิจัยและการพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าโดยไม่รวมการดำเนินงาน และการบริการด้านธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
    2. การบริการสื่อสารคมนาคม (Communication Services) ครอบคลุมถึงการบริการไปรษณีย์ และพัสดุภัณฑ์ การโทรคมนาคม โสตทัศน์ และอื่นๆ
    3. การบริการด้านการก่อสร้าง และวิศวกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้าง (Construction and Related Engineering Service) ภายใต้สาขานี้ จะครอบคลุมถึงการบริการงานก่อสร้าง งานติดตั้งและอื่นๆ
    4. การบริการด้านการจัดจำหน่าย (Distribution Service) ครอบคลุมถึงการบริการค้าปลีก ค้าส่ง การบริการในลักษณะตัวแทนจำหน่าย การบริการธุรกิจแฟรนไชส์ และอื่นๆ
    5. การบริการด้านการศึกษา (Education Services) ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา ตลอดจนหลักสูตรสำหรับผู้ใหญ่ และบริการด้านการศึกษาอื่นๆ
    6. การบริการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Services) ครอบคลุมถึงการบริการกำจัดมลภาวะต่างๆ รวมทั้งการบริการด้านสุขาภิบาล และอื่นๆ
    7. การบริการด้านการเงิน (Financial Services) ครอบคลุมถึงการบริการด้านการประกันภัย การธนาคาร ธุรกิจหลักทรัพย์และการบริการด้านการเงินอื่นๆ
    8. การบริการที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพและการบริการทางสังคม (Health Related and Social Services) ครอบคลุมถึงการบริการรักษาพยาบาล การบริการด้านสุขภาพ และการบริการด้านสังคมอื่นๆ
    9. การบริการด้านการท่องเที่ยวและการบริการด้านการเดินทางที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว (Tourism and Travel Related Service) ภายใต้สาขานี้จะครอบคลุมถึงการบริการของบริษัทตัวแทนการท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ โรงแรม ภัตตาคาร และอื่นๆ
    10. การบริการด้านนันทนาการ วัฒนธรรม และการกีฬา (Recreational, Cultural and Sporting Service) ครอบคลุมถึงการบริการของธุรกิจบันเทิงซึ่งรวมถึงโรงละคร ดนตรี ละครสัตว์ การบริการข่าวสาร ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ การบริการด้านวัฒนธรรมอื่นๆ การบริการด้านการกีฬา และการนันทนาการอื่นๆ
    11. การบริการด้านการขนส่ง (Transportation Services) ครอบคลุมการบริการด้านการขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทางอวกาศ และทางท่อ และการขนส่งอื่นๆ
    12. การบริการด้านอื่นๆ (Other Services not included Elsewhere) ตัวอย่างเช่น การบริการเสริมสวย เป็นต้น

    วิธีการทำธุรกิจบริการให้ประสบความสำเร็จ

    ธุรกิจบริการเป็นธุรกิจที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจบริการ ควรเลือกประเภทของธุรกิจให้เหมาะกับคุณ เพราะธุรกิจบริการถือเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และพื้นที่แบ่งชิ้นเค้กในวงการธุรกิจก็ยังมีพื้นที่อีกมาก ซึ่งการเริ่มทำธุรกิจนั้นต้องอาศัยปัจจัยในการตัดสินใจหลายๆ อย่าง เพราะสิ่งที่เจ้าของธุรกิจทุกคนคาดหวังให้ธุรกิจที่ทำนั้นประสบความสำเร็จกันทุกคน แต่ในความเป็นจริงในการประกอบธุรกิจ ซึ่งไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม ล้วนมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ และล้มเหลว ในอัตราพอดี ดังนั้นหากคุณอยากมีธุรกิจบริการที่ประสบความสำเร็จควรเลือกทำธุรกิจบริการที่เหมาะกับคุณมากที่สุด โดยมีเทคนิคในการเลือกดังนี้

    มีความชื่นชอบ

    การเลือกทำธุรกิจบริการ ควรจะเริ่มจากความชื่นชอบ หรือความสนใจ เพราะคุณจะต้องอยู่กับธุรกิจนั้นต่อไปในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งถ้าเรามีความสุข มีความชื่นชอบในธุรกิจที่เรากำลังทำ มันจะสามารถเพิ่ม และเสริมกำลังใจให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจไปได้อย่างไม่มีสะดุด เพราะความชื่นชอบในสิ่งที่ทำนั้น ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็มีความสุข แม้ระหว่างทางที่ทำธุรกิจจะเกิดความเหน็ดเหนื่อย แต่ก็จะรู้สึกสนุก มีความสุข และก้าวผ่านอุปสรรคในการทำธุรกิจไปได้

    มีความตั้งใจ

    ความตั้งใจจริงในการจะลงมือทำธุรกิจบริการ เป็นเคล็ดลับสำคัญสำหรับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะหากไม่มีความตั้งใจธุรกิจจะไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ และอาจมีแนวโน้มที่จะล้มเหลวอีกด้วย ดังนั้นคุณจะต้องมีความตั้งใจก่อนการตัดสินใจที่จะเริ่มทำธุรกิจบริการ ความตั้งใจในที่นี้ คือ ความตั้งใจที่จะลงมือทำธุรกิจให้อยู่ไปตลอดรอดฝั่ง และเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ก็จะตั้งใจทำการแก้ไขทันที

    มีความรู้

    ความรู้คือสิ่งที่นักธุรกิจไม่ว่าจะทำธุรกิจชนิดใดควรมี เพราะนักธุรกิจที่ดีต้องมีความรอบรู้ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การติดตามข่าวทางโทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต หรือหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ เพื่อศึกษาความเป็นไป และแนวโน้มที่จะทำให้ธุรกิจบริการของเรานั้นเติบโต หรือต่อยอดมากขึ้นได้ เพราะการทำธุรกิจประเภทบริการนี้ไม่ใช่การทำเพื่อย้ำอยู่กับที่ แต่ควรทำเพื่อให้ธุรกิจได้เดินหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง เช่น ธุรกิจร้านอาหารควรคิดค้นเมนูอาหารใหม่ๆ เพื่อบริการลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ และไม่จำเจของลูกค้า

    มีความสามารถ

    เมื่อนักธุรกิจบริการ มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาอย่างโชกโชน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ หรือความล้มเหลวผิดพลาด ล้วนสร้างนักธุรกิจให้เป็นคนที่มีความสามารถมากยิ่งขึ้นไม่มากก็น้อย ดังนั้นเทคนิคในการที่จะเลือกทำธุรกิจบริการ ให้เหมาะกับคุณควรจะเลือกที่คุณมีความสามารถในธุรกิจนั้นๆ ดูว่าความสามารถของคุณว่าอยู่ในระดับใด และสามารถพัฒนาไปได้ถึงระดับไหน เพื่อนำความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ต่างๆ ในการทำธุรกิจที่ผ่านมา เพื่อธุรกิจที่คุณเลือกจะได้ประสบความสำเร็จ และมีข้อผิดพลาด หรือปัญหาน้อยที่สุด

    รู้ความต้องการของลูกค้า และความต้องการของตลาด

    ความต้องการของลูกค้า และความต้องการของตลาด มีผลอย่างยิ่งในการเลือกธุรกิจบริการที่จะทำ เพื่อลดความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจแล้วเกิดความล้มเหลว แต่ในความจริงแล้วการทำธุรกิจนั้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจบริการ หรือธุรกิจประเภทใดก็ตาม ล้วนมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวเท่าๆ กัน ดังนั้นก่อนที่จะทำธุรกิจบริการ ควรสำรวจความต้องการของลูกค้า และความต้องการของตลาด ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง และในอนาคตมีแนวโน้มเป็นอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงในการขาดทุนให้น้อยที่สุด

    มีเวลาให้ธุรกิจ

    การประกอบธุรกิจบริการ ควรจะต้องเลือกที่คุณสามารถให้เวลากับธุรกิจนั้นๆ ได้ เพราะเวลาถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ ดังนั้นคุณจึงควรเลือกธุรกิจบริการ ที่คุณสามารถให้เวลากับสิ่งนั้นได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนวิธีในการดำเนินงาน แม้คุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจ มีการจ้างพนักงาน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจนี้คือ การเรียนรู้วิธีการทำงานด้วยตัวเองเพื่อให้สามารถควบคุมการทำงานของพนักงาน และยังสามารถตัดสินใจในการวางแผนดำเนินงานต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณมาดูแลบริษัททุกวัน ย่อมดีกว่ามาอาทิตย์ละไม่กี่วัน เพราะคุณจะได้วิธีการทำงานของลูกน้องว่ามีการบริการเป็นอย่างไร

    หากลุ่มลูกค้า

    เทคนิคการทำธุรกิจบริการ ควรจะสำรวจ และเลือกกลุ่มลูกค้าที่คาดว่าจะมาใช้บริการกับธุรกิจของคุณ เพื่อเป็นการสร้างฐานลูกค้า ดังนั้นคุณจึงควรให้ความสำคัญในการสำรวจ และเพิ่มกลุ่มลูกค้าที่มีความเหมาะสมกับธุรกิจของคุณให้มากขึ้น เพื่อจะได้มีฐานลูกค้าในการรองรับการทำธุรกิจบริการของคุณได้

    มีเงินลงทุน

    เงินไม่ใช่ทุกสิ่งของธุรกิจ แต่ในการจะเลือกทำธุรกิจบริการ ควรที่จะมีเงินสดเพื่อใช้หมุนเวียนในการทำธุรกิจ ไม่ควรอย่างยิ่งในการกู้สินเชื่อเพื่อให้เกิดหนึ้ ซึ่งเงินสดในการลงทุนจำเป็นต้องมี เพราะในการทำธุรกิจบริการนั้น จะต้องใช้เงินในการลงทุนตามขนาดร้าน หรือขนาดบริษัท เพื่อให้ธุรกิจออกมาในรูปแบบที่น่าสนใจ และเป็นที่ต้องการใช้บริการจากลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านนวดแผนไทย หรืออื่นๆ ซึ่งล้วนแต่ต้องใช้เงินในระดับพอสมควรทั้งสิ้น อย่างน้อยๆ คุณต้องถือเงินสดอยู่ในมือสัก 1 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุน และใช้ในการหมุนเงินทางธุรกิจ เพื่อความอุ่นใจว่าธุรกิจของเราจะไม่ติดลบโดยเด็ดขาด

    สรุป

    เนื่องจากธุรกิจบริการเป็นธุรกิจที่ไม่มีตัวตนสินค้าสัมผัสไม่ได้ คุณภาพของการบริการจะเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติของเจ้าของ ที่ต้องทราบความต้องการของลูกค้า ซึ่งแต่ละรายก็มีความพึงพอใจแตกต่างกันออกไป เช่น บางคนมาแต่งหน้ามีความต้องการหลายแบบ โดยที่แต่ละแบบนี้ จะต้องให้เข้ากับใบหน้าด้วย

    การดำเนินธุรกิจบริการในปัจจุบันธุรกิจควรที่จะเน้นคุณภาพในเรื่องการบริการเหนือความคาดหวังของลูกค้า กล่าวคือสามารถสร้างความรู้สึก และความประทับใจที่ดีให้เกิดขึ้นกับลูกค้า เกินกว่าที่ลูกค้าต้องการ มิใช่เพียงทำให้ลูกค้ารู้สึกเฉยๆ กับการรับบริการเท่านั้น หรือถ้าลูกค้าไม่ประทับใจ จะเกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นไม่ว่าจะกรณีใดๆ ก็ตาม หากลูกค้าได้รับปัญหาไม่พอใจในการบริการ จะต้องรีบแก้ไขทันทีอย่าล่าช้า แต่อย่าลืมว่าจะต้องไม่มากเกินไปจนกระทั่งเราขาดทุน วิธีนี้คือการตอบสนองทันที (Take Action) ที่เคยได้ยินจนติดหู พยายามให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และเกิดความรู้สึกว่าพนักงานเองมีความจริงใจ อย่าปล่อยให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีอย่างเด็ดขาด

    ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ให้ความสนใจกับธุรกิจบริการมากขึ้น เช่น สปา ขัดผิว ฟิตเนส ร้านเสริมสวยเสริมความงามแต่งหน้าทำผม ทำเล็บ เปลี่ยนสีผม คลีนิคลดความอ้วน รวมทั้งทำหน้าให้เด็กลง ซึ่งยังมีที่ว่างให้เราไปจับจองแบ่งชิ้นเค้กออกมาอยู่ ขอเพียงตั้งใจมุ่งมั่นทำให้สำเร็จ

    ธุรกิจบริการเป็นธุรกิจที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ดังนั้นลูกค้าจึงเป็นคนสำคัญที่คุณจะต้องคำนึงถึงในการทำธุรกิจประเภทบริการ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จ และคุณควรจะเลือกธุรกิจให้เหมาะสมกับความชอบ และความสามารถในการประกอบธุรกิจมากที่สุด

error: Content is protected !!